ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

โครงการและหลักเกณฑ์การประกวดสุนทรพจน์ หัวข้อ “รัฐธรรมนูญที่มีความหมายในชีวิตประชาชน”

เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2569
จัดโดยสถาบันปรีดี พนมยงค์

1. หลักการและเหตุผล

รัฐธรรมนูญเกี่ยวข้องกับการจัดวางอำนาจรัฐ การรับรองสิทธิเสรีภาพ และการมีส่วนร่วมของประชาชน การเรียนรู้เรื่องรัฐธรรมนูญจึงควรเชื่อมโยงกับประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน เปิดโอกาสให้เยาวชนตั้งคำถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และพิจารณาว่าหลักประชาธิปไตยจะเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในสังคมได้อย่างไร

สถาบันปรีดี พนมยงค์ จึงจัดการประกวดสุนทรพจน์ เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนศึกษาค้นคว้า พัฒนาทักษะการสื่อสาร และนำเสนอความคิดเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนด้วยข้อมูลและเหตุผล ภายใต้การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความคิดเห็นที่แตกต่าง

2. วัตถุประสงค์

2.1 เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ระบอบประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน ตลอดจนความสัมพันธ์กับชีวิตประชาชน
2.2 เพื่อพัฒนาทักษะการค้นคว้า การคิดวิเคราะห์ การเรียบเรียงเนื้อหา และการพูดสุนทรพจน์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
2.3 เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนแสดงความคิดเห็นและเสนอแนวทางพัฒนาสังคมอย่างสร้างสรรค์ โดยใช้ข้อมูลและเหตุผลประกอบ
2.4 เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการรับฟังและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นตามวิถีประชาธิปไตย

3. หัวข้อและขอบเขตของสุนทรพจน์

หัวข้อ “รัฐธรรมนูญที่มีความหมายในชีวิตประชาชน”

ผู้เข้าประกวดสามารถเลือกนำเสนอประเด็นที่สัมพันธ์กับหัวข้อ เช่น

  • สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคในชีวิตประจำวัน
  • การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดอนาคตของสังคม
  • การตรวจสอบและจำกัดการใช้อำนาจรัฐ
  • ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐธรรมนูญกับการศึกษา โอกาสในชีวิต หรือความเป็นธรรม
  • บทบาทของเยาวชนในการทำให้หลักประชาธิปไตยเกิดผลในทางปฏิบัติ

หมายเหตุ: ตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงแนวทาง ผู้เข้าประกวดไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงทุกประเด็น และสามารถเสนอประเด็นอื่นที่สอดคล้องกับหัวข้อได้ โดยควรมีประเด็นหลักชัดเจน ใช้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็นหรือข้อเสนอ

4. คุณสมบัติและเงื่อนไขการสมัคร

4.1 เป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า รวมถึงระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ณ วันปิดรับสมัคร
4.2 สมัครเป็นรายบุคคล คนละ 1 ผลงาน โดยสมัครได้ด้วยตนเองหรือผ่านสถานศึกษา และไม่จำกัดจำนวนผู้สมัครจากแต่ละสถานศึกษา
4.3 ใช้ภาษาไทยในการประกวดทั้งสองรอบ
4.4 ผู้สมัครต้องเป็นผู้เรียบเรียงและกล่าวสุนทรพจน์ด้วยตนเอง สามารถรับคำแนะนำจากครูหรือผู้ฝึกสอนได้ แต่สาระสำคัญ การวิเคราะห์ และข้อเสนอต้องสะท้อนความคิดของผู้สมัคร
4.5 ไม่เสียค่าสมัคร
4.6 ผู้สมัครที่ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกในการเข้าร่วมประกวด สามารถแจ้งความต้องการต่อผู้จัดล่วงหน้า เพื่อพิจารณาจัดให้เหมาะสมโดยไม่กระทบหลักเกณฑ์การตัดสิน

5. รูปแบบและกำหนดการประกวด

การประกวดแบ่งเป็น 2 รอบ ได้แก่

  • รอบคัดเลือก: พิจารณาจากคลิปวิดีโอและบทสุนทรพจน์ที่ส่งทางอีเมล
  • รอบชิงชนะเลิศ: ผู้ผ่านการคัดเลือก 5 คน กล่าวสุนทรพจน์สด ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2569

กำหนดการสำคัญ

  • เปิดรับสมัคร: 28 กันยายน 2569
  • ปิดรับสมัครและส่งผลงาน: วันที่ 30 ตุลาคม 2569
  • ประกาศรายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบ: 13 พฤศจิกายน 2569
  • ยืนยันสิทธิ์เข้ารอบชิงชนะเลิศ: ภายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569
  • ส่งบทสุนทรพจน์ฉบับรอบชิงชนะเลิศ: ภายในวันที่ 3 ธันวาคม 2569
  • ประกวดรอบชิงชนะเลิศและมอบรางวัล: 10 ธันวาคม พ.ศ. 2569

สถานที่รอบชิงชนะเลิศ: สถาบันปรีดี พนมยงค์ ชั้น 4 อาคาร PRIDI ทองหล่อ กรุงเทพมหานคร

6. หลักเกณฑ์รอบคัดเลือก

6.1 บันทึกคลิปวิดีโอแนวตั้ง สัดส่วน 9:16 ความยาวการพูด 3–5 นาที
6.2 จัดมุมภาพให้เห็นใบหน้าและท่าทางประกอบการพูดอย่างชัดเจน โดยสามารถบันทึกภาพตั้งแต่ระดับเอวขึ้นไปหรือเต็มตัว และให้ผู้เข้าประกวดอยู่ในภาพตลอดการพูด
6.3 บันทึกภาพและเสียงให้ชัดเจน ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอและไม่มีเสียงรบกวนจนเป็นอุปสรรคต่อการรับฟังสามารถใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกได้ โดยคุณภาพหรือราคาของอุปกรณ์ไม่เป็นองค์ประกอบในการให้คะแนน
6.4 แต่งกายด้วยชุดนักเรียน ชุดสถานศึกษา หรือชุดสุภาพ
6.5 บันทึกการพูดต่อเนื่องในครั้งเดียว ห้ามตัดต่อภายในช่วงการพูด อนุญาตให้ตัดเฉพาะช่วงก่อนเริ่มพูดและหลังกล่าวจบได้
6.6 ไม่ใส่ดนตรีประกอบ ภาพแทรก ข้อความหรือคำบรรยายบนภาพ เอฟเฟกต์ หรือการปรับแต่งที่เปลี่ยนแปลงใบหน้าหรือเสียงของผู้เข้าประกวด ห้ามใช้ AI สร้างหรือดัดแปลงภาพและเสียงเพื่อทดแทนการพูดจริง ทั้งนี้ อนุญาตให้ใช้ระบบปรับแสงและลดเสียงรบกวนตามปกติของอุปกรณ์ได้
6.7 อนุญาตให้ใช้บัตรคำสั้น ๆ ประกอบการพูด แต่ไม่อ่านบททั้งหมดจากเอกสารหรือหน้าจอ และไม่ใช้เครื่องฉายข้อความสำหรับอ่านบท
6.8 ใช้ไฟล์วิดีโอรูปแบบ MP4 โดยแนะนำความละเอียดอย่างน้อย 720p
6.9 เริ่มจับเวลาตั้งแต่ถ้อยคำแรกของสุนทรพจน์ รวมคำทักทาย จนถึงถ้อยคำสุดท้าย ไม่จำเป็นต้องกล่าวชื่อหรือสถานศึกษาในคลิป เนื่องจากมีข้อมูลในใบสมัครแล้ว
6.10 คัดเลือกผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศ 5 คน และจัดลำดับสำรอง 2 คน หากมีผู้สมัครที่ผ่านคุณสมบัติและส่งผลงานครบถ้วนเพียงพอ

7. วิธีสมัครและส่งผลงาน

ส่งผลงานทางอีเมล [email protected]

ระบุหัวข้ออีเมลว่า

“สมัครประกวดสุนทรพจน์วันรัฐธรรมนูญ 2569 – ชื่อ นามสกุล – สถานศึกษา”

เอกสารและข้อมูลประกอบการสมัคร ได้แก่

  1. ข้อมูลผู้สมัคร ได้แก่ ชื่อ–นามสกุล ระดับชั้น สถานศึกษา จังหวัด หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมลที่ติดต่อได้
  2. หลักฐานการศึกษา เช่น สำเนาบัตรนักเรียนที่ยังใช้ได้หรือหนังสือรับรองจากสถานศึกษา โดยปิดบังข้อมูลที่ไม่จำเป็นต่อการตรวจสอบคุณสมบัติ
  3. บทสุนทรพจน์ตรงตามที่พูดในวิดีโอ ในรูปแบบ PDF พร้อมรายการแหล่งอ้างอิงท้ายบท หากมีการอ้างข้อมูล สถิติ ข้อความ หรือแนวคิดของผู้อื่น
  4. ไฟล์วิดีโอ หรือ URL สำหรับเปิดดูและดาวน์โหลดไฟล์ แนะนำให้ใช้ Google Drive หรือ YouTube

กรณีไฟล์มีขนาดใหญ่ สามารถอัปโหลดผ่านบริการฝากไฟล์ เช่น Google Drive หรือ OneDrive แล้วส่งลิงก์ทางอีเมล โดยตั้งค่าสิทธิ์ให้ผู้จัดเปิดดูและดาวน์โหลดได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตเพิ่มเติม และคงไฟล์ไว้จนประกาศผลรอบคัดเลือก

ผลงานและเอกสารต้องส่งถึงอีเมลของผู้จัดภายในกำหนด หากส่งฉบับแก้ไขก่อนปิดรับสมัคร ให้ระบุว่า “ฉบับแก้ไข” โดยผู้จัดจะใช้ฉบับล่าสุดที่ได้รับทันกำหนด ผู้สมัครต้องไม่เปลี่ยนเนื้อหาในไฟล์ที่ส่งผ่านลิงก์หลังปิดรับสมัคร

ผู้จัดจะตอบกลับเพื่อยืนยันการรับอีเมลภายใน 3 วันทำการ หากไม่ได้รับการตอบกลับ ผู้สมัครสามารถติดตามทางอีเมลเดิมได้ ทั้งนี้ การยืนยันรับอีเมลยังไม่ถือเป็นการรับรองว่าผ่านการตรวจคุณสมบัติ

หากพบปัญหาการเปิดไฟล์หรือสิทธิ์เข้าถึง ผู้จัดจะให้เวลาแก้ไขปัญหาทางเทคนิคภายใน 2 วันทำการนับจากวันที่แจ้ง โดยไม่อนุญาตให้เปลี่ยนเนื้อหาหรือส่งผลงานใหม่แทนหลังพ้นกำหนด

8. หลักเกณฑ์รอบชิงชนะเลิศ

8.1 ผู้ผ่านเข้ารอบต้องยืนยันสิทธิ์ภายในกำหนด หากไม่ยืนยันสิทธิ์หรือสละสิทธิ์ ผู้จัดจะเรียกผู้มีรายชื่อสำรองตามลำดับ
8.2 ใช้หัวข้อเดียวกับรอบคัดเลือก โดยสามารถปรับปรุงบทสุนทรพจน์ได้ และต้องส่งบทฉบับรอบชิงชนะเลิศพร้อมแหล่งอ้างอิงตามกำหนด
8.3 ผู้เข้าประกวดแต่ละคนมีเวลาพูด 5 นาที โดยช่วงเวลาที่ได้คะแนนการใช้เวลาเต็มคือ 4 นาที 30 วินาที ถึง 5 นาที 30 วินาที
8.4 ผู้เข้าประกวดต้องรายงานตัวก่อนเริ่มการแข่งขันอย่างน้อย 30 นาที และจับฉลากลำดับการพูดก่อนเริ่มการแข่งขัน 15 นาที
8.5 เริ่มจับเวลาตั้งแต่ถ้อยคำแรกของสุนทรพจน์ รวมคำทักทาย จนถึงถ้อยคำสุดท้าย ผู้จัดให้สัญญาณเมื่อครบ 4 นาที 30 วินาที 5 นาที และ 5 นาที 30 วินาที และยุติการพูดเมื่อครบ 6 นาที
8.6 อนุญาตให้ใช้บัตรคำสั้น ๆ แต่ไม่อ่านบททั้งหมด ไม่ใช้สไลด์ คลิปวิดีโอ ดนตรี หรือบุคคลอื่นประกอบการนำเสนอ
8.7 หากอุปกรณ์ของผู้จัดขัดข้อง ให้หยุดจับเวลา และให้ผู้เข้าประกวดพูดต่อหรือเริ่มใหม่ตามความเหมาะสม โดยไม่เสียคะแนนจากเหตุขัดข้องดังกล่าว
8.8 คะแนนรอบคัดเลือกไม่นำมารวมกับคะแนนรอบชิงชนะเลิศ

9. เกณฑ์การให้คะแนน

ใช้เกณฑ์เดียวกันทั้งสองรอบ รวม 100 คะแนน

9.1 เนื้อหา 60 คะแนน

  • ความสอดคล้องกับหัวข้อและความชัดเจนของประเด็นหลัก 15 คะแนน - เนื้อหาตอบหัวข้อ มีสารสำคัญชัดเจน และเชื่อมโยงกับชีวิตประชาชนได้
  • ความถูกต้องของข้อมูลและความน่าเชื่อถือของหลักฐาน 15 คะแนน - ใช้ข้อมูลอย่างถูกต้อง มีแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้ และไม่บิดเบือนข้อความหรือบริบทของแหล่งข้อมูล
  • การวิเคราะห์และการใช้เหตุผล 15 คะแนน
     อธิบายความสัมพันธ์ของประเด็น ยกตัวอย่างสนับสนุน และมีข้อสรุปหรือข้อเสนอที่มีเหตุผลรองรับ
  • การเรียบเรียงและความต่อเนื่อง 10 คะแนน
     มีบทนำ เนื้อเรื่อง และบทสรุปที่สัมพันธ์กัน ใช้ภาษาเหมาะสมกับการสื่อสารต่อผู้ฟัง
  • ความคิดสร้างสรรค์และคุณค่าของข้อเสนอ 5 คะแนน - แสดงมุมมองของตนเอง และชวนให้ผู้ฟังคิดต่ออย่างมีสาระ

9.2 การนำเสนอ 40 คะแนน

  • ความชัดเจนของถ้อยคำและการสื่อความหมาย 10 คะแนน
  • การใช้น้ำเสียง จังหวะ และการเน้นสารสำคัญ 10 คะแนน
  • การสื่อสารกับผู้ฟังและการรักษาความสนใจ 10 คะแนน
  • ท่าทางและการแสดงออกที่เหมาะสมกับเนื้อหา 5 คะแนน
  • การใช้เวลาตามเกณฑ์ 5 คะแนน

การประเมินการนำเสนอให้พิจารณาประสิทธิภาพการสื่อสาร โดยไม่ใช้รูปลักษณ์ สำเนียงท้องถิ่น ข้อจำกัดทางร่างกาย หรือความหรูหราของเครื่องแต่งกายเป็นเหตุลดคะแนน และพิจารณาร่วมกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ผู้จัดตกลงไว้ล่วงหน้า

การให้คะแนนด้านเวลา

  • รอบคัดเลือก: พูดตั้งแต่ 3 นาที ถึง 5 นาที ได้ 5 คะแนน
  • รอบชิงชนะเลิศ: พูดตั้งแต่ 4 นาที 30 วินาที ถึง 5 นาที 30 วินาที ได้ 5 คะแนน
  • นอกช่วงเวลาที่กำหนด หักจากคะแนนด้านเวลา 1 คะแนนต่อทุก 15 วินาทีหรือเศษของ 15 วินาที โดยคะแนนด้านเวลาต่ำสุดเท่ากับ 0
  • ไม่หักคะแนนซ้ำในหมวดอื่นเพียงเพราะพูดเกินหรือขาดเวลา

10. ความเป็นเจ้าของผลงานและการใช้ AI

10.1 ห้ามคัดลอกบทสุนทรพจน์ของผู้อื่นมาเป็นผลงานของตน การอ้างข้อความหรือแนวคิดต้องระบุแหล่งที่มาในบทที่ส่งประกวด และกล่าวถึงที่มาตามความเหมาะสมขณะพูด
10.2 ไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นหรือ AI เขียนบททั้งหมดหรือส่วนสาระสำคัญแทนผู้สมัคร อนุญาตให้ใช้เครื่องมือช่วยตรวจคำสะกดหรือค้นหาแหล่งข้อมูลเบื้องต้นได้ โดยผู้สมัครต้องตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลจริงและรับผิดชอบต่อเนื้อหาทั้งหมด
10.3 ผู้สมัครต้องแจ้งลักษณะการใช้ AI หากมี ในแบบรับรองผลงาน
10.4 หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของผลงาน ผู้จัดอาจขอคำชี้แจง แหล่งข้อมูล หรือร่างระหว่างการจัดทำ โดยเปิดโอกาสให้ผู้สมัครชี้แจงก่อนตัดสิน และไม่ใช้ผลจากเครื่องมือตรวจจับ AI เพียงอย่างเดียวเป็นหลักฐานตัดสิทธิ์
10.5 หากตรวจสอบพบการปลอมแปลงคุณสมบัติ คัดลอกผลงาน หรือฝ่าฝืนเงื่อนไขสำคัญ ผู้จัดอาจตัดสิทธิ์หรือเพิกถอนรางวัล โดยแจ้งเหตุผลให้ผู้สมัครทราบ

11. รางวัลและเกียรติบัตร

  • รางวัลชนะเลิศ 1 รางวัล: เงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 1 รางวัล: เงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 1 รางวัล: เงินรางวัล 2,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
  • รางวัลชมเชย 2 รางวัล: เงินรางวัล รางวัลละ 1,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

การสนับสนุนค่าเดินทางหรือที่พักสำหรับผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศ คนละ 500 บาท

12. การใช้ข้อมูลและการเผยแพร่ผลงาน

12.1 ผู้จัดใช้ข้อมูลผู้สมัครเพื่อดำเนินการประกวด ตรวจสอบคุณสมบัติ ติดต่อ ประกาศผล และจัดทำเกียรติบัตร โดยแจ้งรายละเอียดการใช้ข้อมูล ระยะเวลาเก็บรักษา และช่องทางติดต่อเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลในเอกสารสมัคร
12.2 การประกาศผลเผยแพร่เฉพาะข้อมูลที่จำเป็น เช่น ชื่อ–นามสกุล สถานศึกษา และรางวัล โดยไม่เผยแพร่เอกสารยืนยันตัวตนหรือข้อมูลติดต่อส่วนบุคคล

 

ติดต่อสอบถาม

สถาบันปรีดี พนมยงค์
อีเมล: [email protected]
ผู้ประสานงาน: คุณพลอยไพลิน โทร: 063-894-2427


ช่องทางประกาศผลอย่างเป็นทางการ: เว็บไซต์ pridi.or.th หรือเฟซบุ๊กเพจ https://www.facebook.com/pridibanomyonginstitute ของสถาบันปรีดี พนมยงค์