Skip to main content

ข่าวสาร

วันที่ 16 กันยายน 2569 คุณสุดา พนมยงค์ และคุณปรีดิวิชญ์ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการสถาบันปรีดี พนมยงค์ ในฐานะทายาทปรีดี–พูนศุข พนมยงค์ เข้าร่วมงาน “100 ปี ชาตกาล พิชัย รัตตกุล แห่งการรับใช้ ภาวะผู้นำ และสันติภาพ” ณ อาคารพุทธวิชชาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร โดยมี ดร.พิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และบุตรของนายพิชัย รัตตกุล ให้การต้อนรับ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมรำลึกอย่างคับคั่ง
วันที่ 15 กันยายน 2569 สถาบันปรีดี พนมยงค์ โดยนายปรีดิวิชญ์ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการสถาบันฯ ได้ให้การต้อนรับ ดร.เจมส์ โกเมซ (James Gomez) ผู้อำนวยการภูมิภาค Asia Centre เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา และบทบาทของภาคประชาสังคมกับสื่ออิสระในการส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ การสนทนาเป็นไปด้วยความเห็นพ้องในแนวทางส่งเสริมสันติภาพและความร่วมมือระหว่างประชาชน โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อสันติภาพในภูมิภาคช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2570 ซึ่งจะได้หารือรายละเอียดและประสานงานร่วมกันต่อไป
สารแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันชาติเวียดนาม และวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม

บทความ

20
Sep
2569
เดือนกันยายน พ.ศ. 2569 เป็นวาระครบ 50 ปีเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และครบ 9 ปีการจากไปของ รศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ บทความนี้จึงนำเอกสารคำบอกเล่าของ พลเรือโท ศรี ดาวราย นายทหารเรือผู้รับรู้แผนและเตรียมกำลังสนับสนุนการอภิวัฒน์ 2475 ทว่าชื่อไม่ปรากฏในบัญชีผู้ก่อการอย่างเป็นทางการ ซึ่งสุธาชัยเรียบเรียงจากการสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2534 กลับมาเผยแพร่อีกครั้ง พร้อมชีวประวัติโดยสังเขปของทั้งผู้เล่าและผู้บันทึก ย้อนไปสู่โลกของนายทหารสามัญชนก่อน 2475 ตั้งแต่ความเหลื่อมล้ำในการได้ทุนศึกษาต่อต่างประเทศ ระบบอุปถัมภ์ในราชการ และการดุลข้าราชการในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ ไปจนถึงการก่อตัวของคณะราษฎรสายทหารเรือ เหตุที่กลุ่มโรงเรียนชุมพลทหารเรือมิได้เข้าปฏิบัติการในพระนครเช้าวันที่ 24 มิถุนายน และชีวิตราชการหลัง 2475 ขณะเดียวกันเอกสารชิ้นนี้ยังเป็นตัวอย่างการทำงานทางประวัติศาสตร์ของคนเดือนตุลาฯ ผู้หันกลับไปสนทนากับคนรุ่น 2475 เพื่อสร้างคลังความทรงจำนอกกรอบประวัติศาสตร์ราชการ
20
Sep
2569
รำลึกวันพระบรมราชสมภพรัชกาลที่ 8 ผ่านพระราชบทบาทด้านเอกราช สันติภาพ และประชาธิปไตย ท่ามกลางสงครามโลกครั้งที่สองและการฟื้นฟูประเทศ โดยมีปรีดี พนมยงค์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ควบคู่กับการนำขบวนการเสรีไทย ก่อนดำรงตำแหน่งรัฐบุรุษอาวุโสและนายกรัฐมนตรี ขณะที่พระราชโทรเลข พระราชดำรัส และการยกย่องปรีดีเป็นรัฐบุรุษอาวุโส สะท้อนถึงความไว้วางพระราชหฤทัยและการให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงความร่วมมือระหว่างพระมหากษัตริย์ รัฐบาล และสภาผู้แทนราษฎรในการสถาปนารัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2489 ซึ่งยืนยันอำนาจอธิปไตยของปวงชน ความเสมอภาค และเสรีภาพ อันเป็นพระราชกรณียกิจสำคัญก่อนเสด็จสวรรคตเพียงหนึ่งเดือน
วรรณกรรมไทยที่เกี่ยวเนื่องกับสงครามโลกครั้งที่สองมีมากมายหลายชิ้น โดยส่วนมากมักจะกล่าวถึงสถานการณ์ของสงครามและความรักของหนุ่มสาว แต่ในเรื่องเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับขบวนการเสรีไทยมักจะถูกละเลยไม่พูดถึงหรือพูดถึงก็พูดในด้านแง่ลบ ทำให้เรื่องราวข้อเท็จจริง ผลงาน คุณูปการของเสรีไทยและอาจารย์ปรีดีพนมยงค์นั้นถูกบิดเบือนไป แต่ในสายตาของนักเขียนสาว ผู้ใช้นามปากกาว่า “แขไข เทวินทร์“ นั้นกลับสร้างสรรค์งานเขียนที่แตกต่างนักเขียนคนอื่นๆ ซึ่งสะท้อนเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของโลกในยุคนั้นได้อย่างไม่บกพร่อง
16 กันยายน 2500 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจจากรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ท่ามกลางปัญหาการทุจริตเลือกตั้งและความขัดแย้งทางการเมือง แม้สฤษดิ์จะได้รับความนิยมจากการแสดงท่าทีรับฟังประชาชน แต่ในปี 2501 กลับทำรัฐประหารซ้ำและรวบอำนาจเข้าสู่ฝ่ายบริหารการปกครองดังกล่าวนำไปสู่การยกเลิกรัฐธรรมนูญและจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ปรีดี พนมยงค์ จึงวิจารณ์การใช้อำนาจเผด็จการและความเชื่อว่าผู้นำที่มีอำนาจเด็ดขาดจะสามารถแก้ปัญหาการทุจริตได้ บทความชี้ให้เห็นถึงวงจรรัฐประหาร การสืบทอดอำนาจ และผลกระทบต่อพัฒนาการประชาธิปไตย พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐธรรมนูญและระบบตรวจสอบอำนาจมีความสำคัญต่อการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
พิชัย รัตตกุล เป็นนักการเมืองผู้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมประชาธิปไตยและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเขาร่วมเรียกร้องรัฐธรรมนูญก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และร่วมสถาปนาความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม อีกทั้งยังเป็นประธานโรตารีสากลคนแรกของไทย ซึ่งสะท้อนบทบาทด้านการสร้างความร่วมมือ โดยแนวคิดสำคัญของเขาคือการรับฟัง เคารพผู้อื่น และไม่เพิกเฉยต่อความไม่เป็นธรรม เรื่องราวชีวิตสะท้อนทั้งความสำเร็จ ความขัดแย้ง และข้อจำกัดในการทำงานการเมือง โดยมรดกทางความคิดของเขาเป็นบทเรียนเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและการเคารพความเห็นต่างซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับการเมืองและการสร้างสันติภาพในคนรุ่นต่อไป
บทเพลง “เดือนเพ็ญ” ของ อัศนี พลจันทร (นายผี) ถ่ายทอดความคิดถึงบ้านและผู้คนในถิ่นกำเนิดผ่านภาพแสงจันทร์ ท้องนา และวิถีชีวิตชนบท จนกลายเป็นบทเพลงที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ฟังหลายรุ่น อัศนีเป็นทั้งนักกฎหมาย อัยการ นักเขียน และกวีผู้ยืนหยัดต่อสู้กับความอยุติธรรม โดยใช้ทั้งงานเขียนและบทบาททางสังคมสะท้อนปัญหาของประชาชน นอกจากนี้ เขายังมีความผูกพันทางความคิดกับ ปรีดี พนมยงค์ และยืนเคียงข้างท่านในช่วงที่เผชิญการโจมตีทางการเมือง ชีวิตและผลงานของอัศนีจึงสะท้อนทั้งความรักต่อบ้านเกิด ความมุ่งมั่นในอุดมการณ์ และการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคมไทย
บทสัมภาษณ์พิเศษจาก ดร.พิจิตต รัตตกุล ที่เล่าเรื่องราวของ พิชัย รัตตกุล ผู้เป็นทั้งบิดาและนักประชาธิปไตย ที่ยอมรับความเห็นต่างและเปิดโอกาสให้คนหลายๆคนในสังคมได้มีโอกาสในการแสดงออกและพูดคุย รวมทั้งยึดมั่นในเจตนารมณ์ของสันติภาพ และได้ก้าวสู่เส้นทางนักการเมืองที่ก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิตการเมือง กับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ร่วมเปิดทางสู่การสร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่แท้จริง ซึ่งสิ่งที่ พิชัย รัตตกุล ได้ริเริ่มและลงมือทำนั้นได้แรงบันดาลใจจากอาจารย์ปรีดี พนมยงค์และคุณูปการในการก่อร่างสร้างประชาธิปไตยของคณะราษฎรเป็นแรงผลักดันนั่นเอง
คดีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 ถือเป็นประเด็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานของรัฐกับประชาชน ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีที่น่าจับตามอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่สามารถคัดค้านการกระทำใดๆ ที่ไม่ชอบธรรมต่อสังคมและในเรื่องดุลพินิจของศาลปกครองที่จะต้องตรวจสอบการทำงานของรัฐอย่างตรงไปตรงมา และไม่ควรถูกอำนาจอันไม่ชอบธรรมเข้าครอบงำ จากจุดเริ่มต้นของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่เกิดขึ้นโดยดำริอาจารย์ปรีดี พนมยงค์และคณะราษฎรเพื่อจะใช้เป็นกลไกในการตรวจสอบการทำของรัฐที่เกิดปัญหาต่อชาติได้พัฒนาการมาสู่การเป็นศาลปกครองกลางที่มีความเป็นอิสระ และสามารถใช้อำนาจในการตรวจสอบได้มากขึ้น ดังจะเห็นได้จากผลการวินิจฉัยในคดีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 ที่ถือเป็นผลสัมฤทธิ์ของระบอบประชาธิปไตยจากปี 2475 ได้อย่างแน่นอน
จากจุดเริ่มต้นของการสร้างกลไกในการตรวจสอบการทำงานของรัฐจากคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ตั้งขึ้นโดยอาจารย์ปรีดีจนถึงปัจจุบันที่กลายมาเป็นศาลปกครองกลาง ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานถึงเก้าทศวรรษ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นยังไม่สามารถที่จะให้คำตอบอันชัดเจนกับคดีความข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับประชาชน เช่น คดีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 ซึ่งอาจเป็นเพราะศาลปกครองกลางยังไม่มีอำนาจมากพอที่จะนำมาใช้เพื่อสร้างความยุติธรรมให้แก่ทุกฝ่ายหรืออำนาจฝ่ายการเมืองจะสามารถเอื้อมมือเข้าไปครอบงำการตรวจสอบในครั้งนี้ได้
จากจุดเริ่มต้นในประเทศอังกฤษ เมื่อ เล้ง ศรีสมวงศ์ และอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ได้ร่วมหัวจมท้าย มุ่งมั่นที่จะก่อร่างสร้างประชาธิปไตยให้ความเจริญเข้าสู่ประเทศไทย นับเป็นเวลากว่าหลายสิบปีที่ท่านทั้งสองได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจแก่ชาติ ช่วยเหลือกัน ทั้งในหน้าที่การงานและในฐานะของเพื่อน แม้ว่าจะประสบปัญหาและความยากลำบากอย่างมากมาย จดหมายจาก เล้ง ศรีสมวงศ์ถึงอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ถือเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในคำว่าเพื่อนและความปราถนาดีต่อผู้ร่วมงานของทั้งสองท่านได้เป็นอย่างดี
ศาลปกครองกลางของไทย ถือได้ว่าเป็นศาลพิเศษที่แตกต่างออกไปจากศาลแพ่งและศาลอาญา ซึ่งหลักใหญ่ใจความของศาลปกครองนั้น มีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินคดีความที่เกี่ยวข้องระหว่างรัฐกับประชาชนที่ลึกซึ้งและละเอียดอ่อนมากกว่าการลงโทษตัดสินลงโทษตามหลักทั่วไป โดยความพิเศษของศาลปกครองนั้นอาจเปรียบเสมือนได้กับองค์กรอิสระที่ใช้ในการตรวจสอบอำนาจหน้าที่ของรัฐ ซึ่งศาลปกครองนี้เองไม่ได้ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพียงในชั่วระยะเวลาไม่กี่ 10 ปี ตามความรับรู้ของประชาชนคนไทย แต่ศาลปกครองนั้นนับเป็นอีกหนึ่งในมรดกที่เกิดขึ้นจากอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ที่จัดตั้งคณะกรรมการกฤษฎีกาขึ้นเพื่อให้เป็นที่พึ่งแก่ประชาชนในยามที่เกิดความขัดแย้งกับภาครัฐ

หนังสือขายดี

ผู้เขียน : ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี
พิมพ์ครั้งที่่ 1 : มิถุนายน 2564

สันติสุข โสภณสิริ บรรณาธิการ
240 หน้า
ราคา 195 บาท

เนื่องในวาระ 81 ปี พระเจ้าช้างเผือก
ชุด พระเจ้าช้างเผือก 200 บาท
+ DVD พระเจ้าช้างเผือก

หนังสือแนะนำ

หนังสือหายาก

ความเป็นอนิจจังของสังคม
เหลือ 12 เล่ม

แนวความคิดประชาธิปไตยของปรีดี พนมยงค์
เหลือ 5 เล่ม

ประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดย ปรีดี พนมยงค์
เหลือ 10 เล่ม