ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
แนวคิด-ปรัชญา

ปรีดี พนมยงค์ กับหลักธรรมในการสร้างชาติ ตอนที่ 2

14
กุมภาพันธ์
2569

หลักการที่จะสร้างคนให้เป็นคนนั้น เราได้สนทนากันว่ามี ๒ ชั้น ดังที่กล่าวมาแล้ว คนชั้นแก่นคือจิตใจเอาอะไรสร้าง คนชั้นเปลือกคือกายเอาอะไรสร้าง ก็ได้ความวินิจฉัยออกมาจากมวลนักปราชญ์ทั้งหลายว่า การที่จะสร้างจิตใจให้ซื่อสัตย์สุจริต ไม่ให้คดโกงและให้จิตใจบริสุทธิ์สะอาดเป็นนักปราชญ์บัณฑิตนั้น นอกจากศาสนาแล้วไม่มีอะไรจะสร้างได้ ให้มีทรัพย์ตั้งหมื่นล้านมากองไว้ เพื่อจะให้ช่วยสร้างปัญญา ก็สร้างไม่ได้ หรือจะเอามาสร้างกายที่ไม่สวยไม่งามให้สวยให้งามก็ไม่ได้ จิตใจนี้มีศาสนามีธรรมมีบุญเป็นสมบัติ ฉะนั้นจึงต้องเอาศาสนาเท่านั้นสร้างแก่นคนคือจิตใจ ให้สำเร็จเป็นใจคน ไม่ให้เป็นใจสัตว์ มนุสูสมนุสูโส คนแท้ ๆ มนุสูสเทโว คนเทวดา

การที่จะเอาศาสนามาสร้างคนนั้น ได้พูดกันว่า ก่อนอื่นต้องได้มนุษยธรรม ธรรมที่ทำให้เป็นคน มนุษยธรรมได้แก่เบญจศีลหรือกุศลกรรมบท เบญจศีลมี ๕ ถ้าเป็นกุศลกรรมบทมี ๑๐ แต่ว่าโดยความหมายอันเดียวกัน ก็ได้ความว่าเมื่อมารดาบิดาจะหล่อลูกแต่ละคน ต้องเอาศีล ๕ ลงด้วย คล้ายหล่อพระมีทองคำใส่ลงไว้ให้มีเนื้อทอง ถ้าสร้างลูกสร้างคนไม่มีศีล ๕ ไม่มีกุศลกรรมบทลงไปด้วยแล้ว ก็ไม่เป็นคนแท้ มักจะเป็นคนเปรต คนเดรัจฉาน คนหมู ๆ หมา ๆ เวลานี้ประเทศไทยเราเห็นจะมากด้วย ฆ่ากันทุกวันตามข่าว สร้างคนให้เป็นศัตรูแก่ตนเอง แก่สังคม แก่ประเทศชาติ และแก่พระศาสนา เมื่อไม่ช้ามานี้วัดมหาธาตุฯ ถูกขโมยช้างศึกม้าศึกและมโหระทึก ตำรวจสามารถไปนำเอาคืนมาได้ สั่งให้รางวัลตำรวจหมื่นหนึ่ง ตำรวจจับเข้าคุกหมด ๘ คนด้วยกัน

ข้อที่ว่าเอาศาสนามาสร้างจิตใจนั้นก็เพื่อให้จิตใจมีธรรม เพื่อให้จิตใจเป็นธรรม ส่วนกายนั้นไม่สำคัญนักเท่าไร เพราะกายเป็นคนใช้ ดังที่มีคำสุภาษิตพังเพยว่า ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว ถ้าใจซึ่งเป็นนายเป็นผู้บัญชาการดีแล้ว ถึงกายซึ่งเป็นคนใช้ก็ดีไปตามเอง แม้จะประดับตกแต่งกายให้สวยงามสักเท่าใด ก็บังคับใจไม่ได้และมีประโยชน์น้อย อาตมภาพในฐานะที่เป็นพระอยู่แต่ในวัดและมีวงจำกัดมองเห็นไปว่า เวลานี้โลกจ่ายทรัพย์เสริมสร้างบ่าวมากเหลือเกิน จนเงินเดือนไม่พอใช้ ส่วนนายปล่อยให้โง่ ๆ เง่า ๆ ปล่อยให้ฆ่ากันอิจฉาริษยาบังเบียดกันไปเรื่อย ๆ นี่ก็น่าคิด ขอฝากท่านผู้ฟังไว้คิด

เดี๋ยวนี้เราไม่ค่อยได้สนใจสร้างใจซึ่งเป็นนาย เอาใจใส่แต่เรื่องจะสร้างกายซึ่งเป็นบ่าว แต่งตัวกันโก้หรู มีรถยนต์สวย ๆ เพียงแต่ให้กันนั่ง คิดดูก็รู้สึกว่าโง่กันไปหน่อย ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ สมบัติกายนั้นตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ ส่วนสิ่งที่จะเอาไปได้ไม่ค่อยคิดสร้างกัน วัดมหาธาตุฯ มีสมภารมาถึงปัจจุบัน ๑๘ องค์ มรณภาพไปแล้ว ๑๖ องค์ องค์ที่ ๑๘ เป็นมา ๒ หนแล้ว แต่ก็ยังไม่ตาย ก็ไม่เห็นสมภารองค์ใดเอาสมบัติไปด้วยได้ ทิ้งไว้ให้สมภารปัจจุบันเป็นภาระดูแลรักษา จนให้เขามาลักมาขโมยดังกล่าวแล้ว นี่ก็เห็นชัด เอาไปไม่ได้จริง ๆ

 

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถระ)
ที่มา : อภิธรรมโชติกะวิทยาลัย

 

ส่วนสมบัติในใจนั้นเอาไปด้วยได้ ท่านผู้ฟังทั้งหลาย ที่เรามาทำบุญฟังปาฐกถาธรรมวันนี้ จุดหมายสำคัญเราต้องการจะทำบุญสนองพระคุณท่านรัฐบุรุษอาวุโสปรีดี พนมยงค์ เมื่อเราทำบุญแล้วบุญจะถึงคนตายไหม ก็น่าคิด สำหรับอาตมภาพคิดมานานแล้ว จะพูดแสดงให้ฟังต่อไป

มนุษย์เราเกิดมาแล้วเรียกว่าโชคดีเหลือเกิน ดีอย่างไร ดีกว่าเป็นหมามาก หมาไม่รู้จักไหว้เจ้าของ รู้แต่ประจบกินอย่างเดียว ว่านโมก็ไม่ได้ ไหว้ก็ไม่เป็น ยังขี้รดอีก เกิดเป็นคนนั้นแสนประเสริฐเพราะเหตุใด เพราะการเกิดมาแต่ละคนได้รถยนต์มาคนละ ๑ คัน 

จะขอเชิญพระบาลีมาพูดให้ฟังต่อไป อิทํ สรีรยนฺตํ อันว่ารถยนต์คือสรีระร่างกายคันนี้ จตุกกํ มีล้อสี่ นวทวารํ มีท่อไอเสียเก้า สรีรํ มีร่างกายเป็นเรือนรถ จิตตํ มีจิตใจเป็นเครื่องยนต์ บุญญานิ มีบุญกุศลเป็นน้ำมัน สติโหวาริกํ มีสติเป็นโชเฟอร์ขับรถ กี่อย่างนับดู 

ที่จริงเรามีรถมาคนละคันทุกคนแล้ว ก็ไม่น่าจะฮึกเหิมเสริมสร้างรถอะไรมากมายขึ้นมาอีก ใช้ได้ดีกว่ารถซื้อมาเป็นไหน ๆ รถคันนี้ขี่ไปนิพพานได้นะท่านผู้มีเกียรติ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับโชเฟอร์และน้ำมัน ถ้าโชเฟอร์ขับรถเก่ง ไม่ตกเหวตรงไปได้ ก็ไปถึงนิพพาน หรือมิฉะนั้นน้ำมันไม่หมด สั่งสมน้ำมันไว้ไม่ให้ขาด อย่าขี้เกียจใส่บาตรเติมน้ำมัน ขอโฆษณาให้ช่วยใส่บาตรพระ ไม่ให้พระเณรอดอยากมาก เดี๋ยวจะสึกเสียหมด การทำบุญเป็นการสั่งสมเก็บน้ำมันรถไว้ใช้ คนเราที่จะตาย ๑ เพราะหมดอายุ ๒ เพราะหมดบุญ หมดอายุ คนเราอายุ ๑๐๐ ปีเป็นกำหนด ในระหว่างจวน ๑๐๐ ปีตายแล้ว อย่าง ฯพณฯ ปรีดี ท่านอายุ ๘๓ แก่กว่าอาตมภาพ ๓ ปี

รถคันนี้ ถ้าเราฝึกโชเฟอร์ไว้ให้ดี เตรียมน้ำมันไว้ไม่ให้ขาด ไปถึงนิพพานได้ ถ้าไม่อยากไปนิพพานไว จะไปชมเมืองฟ้าเมืองสวรรค์ เมืองอินทร์เมืองพรหมก็สนุกสุขสบายเหมือนกัน ขี่รถคันนี้แหละไปชม โดยเฉพาะรถคันนี้ไม่ได้ซื้อ ได้มาเอง บุญบันดาลมาพร้อมกับเกิด ซึ่งคนโบราณเขาเรียกว่าบุญวาสนา รถบางคันก็ดี บางคันก็ไม่สมบูรณ์ เพราะเจ้าของที่สร้างรถไม่สมประกอบ

ที่กล่าวมานี้ว่าถึงเรื่องสมบัติใจคือแก่นคน เอาศาสนาสร้างใจให้ใจทรงธรรม ส่วนเปลือกคนคือกายนั้น ใช้สถาบันชาติสร้าง ถ้าชาติใดเป็นหลักฐานมั่นคงดำรงอยู่โดยดี ประชาราษฎรมีสิทธิเสรีภาพและทำมาหากินได้สะดวกสบาย ชาตินั้นก็จะทำให้ราษฎรมีพลานามัยสมบูรณ์ คนที่มีจิตใจเป็นนักปราชญ์ มีร่างกายพลานามัยสมบูรณ์ก็ชื่อว่าเป็นผู้สมบูรณ์แล้ว คือแก่นคนก็เฉลียวฉลาดเป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต คนใช้คือรถได้แก่ร่างกายก็มีพลานามัยสมบูรณ์ ใช้ให้ทำอะไรก็ได้ และจะเป็นอย่างนี้ได้ชาติต้องเป็นปกติมีหลักฐานมั่นคง บ้านเมืองเป็นปกติ 

ข้อที่ได้สนทนากับท่านรัฐบุรุษอาวุโส จะช่วยกันสร้างชาติโดยเอาศาสนามาสร้างใจ เอาสถาบันชาติมาสร้างกาย แล้วอาตมภาพยังได้เรียนท่านว่า ฯพณฯ เป็นฝ่ายอาณาจักร จงสร้างชาติตามหลักการก็แล้วกัน คณะสงฆ์ซึ่งเป็นฝ่ายพุทธจักรจะช่วยสร้างศาสนา

เพื่อที่จะสร้างคนให้สำเร็จตามเป้าหมาย อาตมาจึงจัดส่งพระภิกษุที่มีสมรรถภาพ ไปศึกษาเล่าเรียนวิชาความรู้เพิ่มเติม คือจัดส่งไปศึกษาอยู่พม่า อินเดีย ศรีลังกาและญี่ปุ่น ทำไปทำมาในที่สุดก็ถูกจับเข้าคุก หาว่าเป็นหัวหน้าคอมมิวนิสต์ เลยเป็นอย่างนี้ไป เพราะคนเราไม่เหมือนกัน หรือว่าชาติบ้านเมืองสะกดคนให้ไม่สมประกอบ ตาสั้น หูสั้นก็เป็นได้ มีแสงสว่างไม่แจ่มแจ้ง เห็นคนดีเป็นคนเลว เห็นคนเลวเป็นคนดี ถ้าเราได้คนอย่างนี้เป็นผู้นำเป็นผู้สร้างชาติบ้านเมือง ก็นับว่าเป็นกรรมของชาติ

ตามที่กล่าวมานี้ อาตมภาพเสียดายท่านรัฐบุรุษอาวุโส ที่ว่าเสียดายนั้นก็คือเสียดายความรู้ความสามารถของท่าน ถ้าท่านได้อยู่ได้เป็นที่ปรึกษาหารือกันถึงท่านจะแก่ชราแล้วสติปัญญาท่านก็ยังดี เมื่อตะกี้ได้เรียนถามท่านผู้หญิงได้ความว่า ท่านเขียนหนังสืออยู่ดี ๆ ก็ถึงแก่อสัญกรรมอย่างกะทันหัน หมอฝรั่งก็ชมว่าตายดีจริง ๆ ก็คนมีบุญย่อมตายงามตายดี เป็นไปตามธรรมดาของหลักธรรม น่าเสียดายอยู่อันหนึ่งก็คือว่า ขณะที่ ฯพณฯ ยังเป็นหนุ่มแข็งแรง เฉลียวฉลาด ประเทศไทยเราก็ไม่ให้โอกาสแก่ท่านบริหารราชการ ให้ท่านหนีไปเสีย อันนี้น่าเสียดาย ถ้าเราเปิดโอกาสเปิดทางให้ท่านได้สร้างประเทศชาติไปตามหลักการ เข้าใจว่าขโมยจะน้อยลงหรือหมดสิ้นไป

ท่านผู้ฟังเห็นไหมว่า เพราะเราไม่ได้เอาศาสนามาสร้างใจ ขโมยจึงเต็มบ้าน ที่ว่าการที่จะเอาศาสนามาสร้างคนนั้น ศาสนาพุทธมี ๓ ขั้น ขั้นที่ ๑ ปริยัติศาสนา คือเรียนพระไตรปิฎก ขั้นที่ ๒ ปฏิบัติศาสนา คือเจริญสมถกัมมัฏฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐาน ขั้นที่ ๓ ปฏิเวธศาสนา คือการได้บรรลุมรรคผลเป็นพระโสดาสกิทาคา อนาคา อรหันต์ คนเราถ้าได้เอาศาสนามาสร้างจิตใจให้เป็นใจคนก่อน ต่อไปค่อยเลื่อนให้เป็นใจเทวดาใจพระอริยเจ้า ประเทศชาติของเราก็จะเจริญไปในทางที่ดี เมื่อ ๓ ปีมาแล้ว อาตมภาพได้มีโอกาสไปประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ที่นั่นไม่มีขโมยเลย อาตมภาพไม่พูดถึงเรื่องขโมยเลย อายเขา กลัวเขาจะถาม ในสมัยนี้ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ก็หาขโมยไม่ได้ แต่ประเทศสหรัฐอเมริกามีมาก ประเทศสวิสเซอร์แลนด์อนุโมทนา บ้านไม่ต้องมีรั้ว ปลูกต้นไม้แทนรั้ว ลืมของไว้ตามรถเมล์ก็ส่งคืนให้ถึงบ้านเลย

เวลาเห็นจะหมดแล้ว ในโอกาสนี้ อาตมภาพได้ทราบว่าคณะศิษยานุศิษย์ ญาติมิตรใน ฯพณฯ พากันแสดงความกตัญญูกตเวทิตาธรรมแด่ดวงวิญญาณของท่าน ทั้งสมัยถึงอสัญกรรมครบ ๗ วัน ครบ ๕๐ วัน แทนที่จะทำวันเดียว นี่ยังจะมีต่อไปอีก น่าอนุโมทนาสาธุการมากเหลือเกิน แต่ที่มาพูดวันนี้ใคร่จะขอให้บรรดาศิษย์ท่านรัฐบุรุษอาวุโสปรีดี พนมยงค์ พากันได้สร้างลูกให้ดี ๆ ตามหลักการ อย่าไปตอนกันเสียหมด ไม่พูดว่าเป็นบุญหรือบาป แต่ว่าเป็นการกันนักปราชญ์ไม่ให้มีโอกาสได้เกิด การตอน นักปราชญ์ไม่มาเกิดเป็นคนที่หนึ่ง เพราะเหตุใด เพราะพ่อแม่ยังหลงทางอยู่ บุตรคนแรก ๆ จึงไม่ฉลาด ไปฉลาดคนหลัง ๆ ถ้าไปตอนเสียหมดแล้ว ลูกดี ๆ ไม่มีโอกาสได้เกิด ชาติเราจะเป็นอย่างไรถ้ามีแต่คนโง่ ๆ เกิดมามาก ๆ 

ดังนั้น อาตมภาพจึงใคร่เชิญคำสุภาษิตเกี่ยวกับเรื่องสร้างลูกของนักปราชญ์ระดับโลกผู้หนึ่งมาแสดงไว้ ณ ที่นี้ว่า 

“แม่ผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงลูกที่มีสติปัญญา ความเฉลียวฉลาด ความสามารถ และมีพลานามัยสมบูรณ์นั้น ชื่อว่าได้ทำหน้าที่กรณียกิจให้แก่ประเทศชาติอย่างดียิ่ง ลูกผู้มีคุณลักษณะดังกล่าวจัดเป็นสมบัติอันล้ำค่าของชาติ และรับใช้สังคมได้เป็นอย่างดี”

ที่สุดนี้ ขอเชิญชวนคณะศิษยานุศิษย์ญาติมิตรและท่านผู้ฟังทั้งหลาย โปรดได้พากันน้อมจิตใจอันประกอบไปด้วยบุญกุศลนี้ไปถึงดวงวิญญาณของท่านรัฐบุรุษอาวุโสปรีดี พนมยงค์ ในปรโลก และขออัญเชิญดวงวิญญาณท่านรัฐบุรุษอาวุโสโปรดได้รับทราบว่าขณะนี้คณะศิษยานุศิษย์ญาติมิตรกำลังทำบุญอุทิศให้อยู่ ขอได้โปรดส่งดวงวิญญาณมารับทราบและอนุโมทนา ขอให้กุศลผลบุญนี้จงสำเร็จเป็นพลวปัจจัยอำนวยผลดลบันดาลให้ ฯพณฯ จงมีความสุขเกษมสำราญอยู่ในภพที่บังเกิดนั้น ๆ จงทุกประการเทอญ


หมายเหตุ :

  • คงอักษระตัวสะกดตามต้นฉบับ
  • คงเลขไทยตามต้นฉบับ
  • ตัดจากตอนหนึ่งในหนังสือ ปริติธรรม