ยูเนสโกประกาศยกย่องสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และนายปรีดี พนมยงค์ เป็นบุคคลสำคัญของโลก โดยองค์การยูเนสโกในการประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 30 ประจำปี พ.ศ. 2542 เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2542 ณ สำนักงานใหญ่ ปารีส ประเทศฝรั่งเศส มีมติให้ประกาศยกย่องสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในวาระครบรอบ 100 ปีพระราชสมภพ และนายปรีดี พนมยงค์ (รัฐบุรุษอาวุโส) ในวาระครบรอบ 100 ปีชาตกาล เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติอันยิ่งใหญ่ของโลกที่องค์การยูเนสโก จะเข้าร่วมฉลองกับรัฐบาลไทยในวาระครบรอบ 100 ปีชาตกาลของทั้งสองท่านไปปี ค.ศ. 2000-2001
สำหรับนายปรีดี พนมยงค์ ยูเนสโกได้จารึก ชื่อเป็นบุคคลสำคัญของโลกในวาระเฉลิมฉลองครบ รอบ 100 ปี ชาตกาล ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2543 ด้วยผลงานด้านการศึกษา ประชาธิปไตย สันติภาพ และความพยายามในการที่จะสนับสนุนการต่อสู้เพื่อเอกราช และการรวมกลุ่มในประเทศอาเซียนซึ่งเป็นที่ยอมรับระดับโลก
บทความนี้จึงใคร่เสนอประวัติความเป็นมาของยูเนสโกและวิธีประกาศรับรองบุคคล หรือเหตุการณ์สำคัญของโลก รวมถึงความเป็นมาและลำดับบุคคลสำคัญของไทย ซึ่งเคยได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกก่อนหน้านี้ และขั้นตอนการดำเนินการขอเสนอชื่อศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ เป็นบุคคลสำคัญของโลก
องค์การยูเนสโกและการร่วมฉลองครบรอบวันเกิดบุคคลสำคัญระดับโลก
องค์การยูเนสโก (UNESCO) มีชื่อเต็มว่า “องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ” (United Nations EducationalScientific and Cultural Organization) เป็นหน่วยงานหนึ่งในเครือของสหประชาชาติ เป็นทบวงชำนาญพิเศษซึ่งส่งเสริมและดำเนินการระหว่างประเทศในด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม ซึ่งรวมถึงการสื่อสารและการอนุรักษ์ต่าง ๆ ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติและที่เป็นมรดกโลก
องค์การยูเนสโกตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1946 มีสำนักงานใหญ่เป็นสำนักงานที่ตั้งถาวรอยู่ที่กรุงปารีสประเทศฝรั่งเศส มีประเทศสมาชิกถึง 186 ประเทศ มีผู้อำนวยการใหญ่ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการบริหาร เป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์การ
คณะกรรมการประกอบด้วยประเทศสมาชิก 58 ประเทศ ได้รับการคัดเลือกผลัดเปลี่ยนกันมาทำหน้าที่เป็นผู้กำหนดนโยบายดำเนินการและอนุมัติงบประมาณ
ทุกสองปีองค์การยูเนสโกจะมีหนังสือถึงประเทศสมาชิกเชื้อเชิญให้เสนอการเฉลิมฉลองวันครบรอบวันเกิดหรือวันเสียชีวิตของบุคคลสำคัญและเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่จะมีขึ้นในระดับชาติของประเทศนั้น ๆ ที่ประสงค์จะขอให้องค์การยูเนสโกเข้าร่วมในการเฉลิมฉลองด้วยในรอบ 2 ปีต่อไปข้างหน้าโดยบทบาท อุดมการณ์ หรือผลงานของบุคคลก็ดีเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ก็ดี จะต้องเกี่ยวข้องหรืออยู่ในกรอบอุดมการณ์และภาระหน้าที่ของยูเนสโก โดยจะต้องเสนอตามเงื่อนไข วิธีการ และภายในเวลาที่กำหนด
แนวทางการเสนอชื่อบุคคลสำคัญและเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของประเทศไทยไปยังยูเนสโก มีขั้นตอน ดังนี้
1. เมื่อยูเนสโกมีหนังสือเวียนแจ้งให้ประเทศต่าง ๆ ทราบถึงการเสนอชื่อภายในเวลาที่กำหนด
2. คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาฯ สหประชาชาติของไทย ได้เห็นชอบให้คณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ เป็นผู้พิจารณาเสนอชื่อโดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้
2.1 บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อจะต้องเป็นบุคคลสำคัญของชาติที่มีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางในระดับสากลเพื่อการพัฒนางานด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม หรือสื่อสารมวลชน โดยจะต้องมีอายุครบรอบวันเกิด หรือวันตายนับเป็นศตวรรษหรือมากกว่าขึ้นไป เช่น ครบหนึ่งร้อยปี สองร้อยปี สามร้อยปี เป็นต้น
2.2 เป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่จะเป็นอนุสรณ์ของชาติและต้องเป็นเหตุการณ์สำคัญที่นับเป็นศตวรรษหรือมากกว่าขึ้นไป เช่น ครบหนึ่งร้อยปี สองร้อยปี สามร้อยปี เป็นต้น
3. การเสนอชื่อบุคคลสำคัญหรือเหตุการณ์สำคัญของชาตินี้ เป็นการเสนอเพื่อให้ยูเนสโกบรรจุลงในปฏิทินการครบรอบวันเกิดหรือวันตายของบุคคลสำคัญและเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งจะส่งเวียนไปยังประเทศสมาชิกต่าง ๆ ของยูเนสโกทั่วโลก ทั้งนี้เพื่อเชิญชวนให้ประเทศสมาชิกได้ร่วมการเฉลิมฉลองนั้น อันจะก่อให้เกิดความคุ้นเคยซึ่งกันและกันในบรรดาประเทศสมาชิกโดยอาศัยบุคคลสำคัญและเหตุการณ์สำคัญระดับชาติเป็นสื่อกลาง
4. ประเทศสมาชิกยูเนสโกที่ได้เสนอชื่อบุคคลสำคัญหรือเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ไปยังยูเนสโก เพื่อบรรจุไว้ในปฏิทินรายชื่อบุคคลสำคัญและเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรมและสื่อสารมวลชน ควรจะได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในระดับชาติด้วย
5. รูปแบบให้เป็นไปตามตัวอย่าง หรืออย่างน้อยจะต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อ และควรจะต้องมีการบรรยายเกี่ยวกับบุคคลและเหตุการณ์นั้น ๆ อย่างสั้น ๆ เป็นภาษาอังกฤษจัดส่งให้คณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาฯ สหประชาชาติภายในเวลาที่กำหนด
6. คณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาฯ สหประชาชาติ รวบรวมรายชื่อบุคคลสำคัญและเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ผ่านความเห็นชอบจากฝ่ายเรียบร้อยแล้วให้คณะกรรมการแห่งชาติฯ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน พิจารณาให้ความเห็นก่อนแจ้งไปยังยูเนสโกต่อไป
ลำดับบุคคลสำคัญของไทยซึ่งเคยได้รับการยกย่องจากยูเนสโก
รัฐบาลไทยโดยคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาฯ สหประชาชาติ กระทรวงศึกษาธิการได้เสนอบุคคลผู้มีผลงานดีเด่น และยูเนสโกได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติมาแล้วตามลำดับ ดังนี้
ครั้งที่ 1 วันที่ 21 มิถุนายน 2505 ฉลองครบรอบ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ครั้งที่ 2 วันที่ 28 เมษายน 2506 สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
ครั้งที่ 3 วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2511 ฉลองครบรอบ 200 ปีวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ครั้งที่ 4 วันที่ 1 มกราคม 2524 ฉลองครบรอบ 100 ปีวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ครั้งที่ 5 วันที่ 26 มิถุนายน 2529 ฉลองครบรอบ 200 ปีเกิด กวีเอกสุนทรภู่
ครั้งที่ 6 วันที่ 14 ธันวาคม 2531 ฉลองครบรอบ 100 ปีเกิด พระยาอนุมานราชธน
ครั้งที่ 7 วันที่ 11 ธันวาคม 2533 ฉลองครบรอบ 200 ปีวันประสูติ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
ครั้งที่ 8 วันที่ 25 สิงหาคม 2534 ฉลองครบรอบ 100 ปีวันประสูติ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
ครั้งที่ 9 วันที่ 1 มกราคม 2535 ฉลองครบรอบ 100 ปีวันพระราชสมภพสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชนก
ครั้งที่ 10 วันที่ 11 พฤษภาคม 2543 ฉลองครบรอบ 100 ปี รัฐบุรุษอาวุโส นายปรีดี พนมยงค์ วันที่ 21 ตุลาคม 2543 ฉลองครบรอบ 100 ปีวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
รัฐบาลไทยเป็นผู้เสนอการเฉลิมฉลองครบหนึ่งร้อยปีวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และการเฉลิมฉลองหนึ่งร้อยปีชาตกาล ของศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ไปยังองค์การยูเนสโก เพื่อขอให้บรรจุไว้ในปฏิทินการเฉลิมฉลองปูชนียบุคคล และเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ยูเนสโกจะเข้าร่วมในการเฉลิมฉลองด้วยในปี ค.ศ. 2000 และ ค.ศ. 2001 ทั้งนี้โดยมีมติคณะรัฐมนตรี ในกรณีของ ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดีนั้น เสนอโดยกระทรวงศึกษาธิการและทบวงมหาวิทยาลัย ซึ่งเห็นชอบตามดำริของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้รับการจุดประกายในวาระเริ่มแรกจากชมรมศิษย์เก่าเตรียมปริญญาแห่งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง
ลำดับเหตุการณ์ วิธีการและขั้นตอน การเสนอชื่อศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์
21 ตุลาคม 2538 คุณดุษฎี พนมยงค์ มีหนังสือถึงชมรม ต.ม.ธ.ก. ให้ทำเรื่องขอให้ ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ เป็น “บุคคลดีเด่น ในรอบ 100 ปีขององค์การสหประชาชาติ” ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารชมรม ต.ม.ธ.ก. พิจารณาแล้วเห็นว่าควรให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการ ชมรมฯ เป็นเพียง “ผู้จุดชนวน” มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยศาสตราจารย์คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี นายกสภามหาวิทยาลัย มีคำสั่งที่ 27/2539 ลงวันที่ 11 มกราคม 2539 แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมงานเชิดชูเกียรติ ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ในโอกาสครบรอบ 100 ปีชาตกาล โดยนายกสภามหาวิทยาลัยเป็นประธานฯ และมีคำสั่งที่ 322/2539 ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2539 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสาขาอีก 4 คณะ คือ
1.คณะอนุกรรมการศึกษาวิจัยและประมวลผลงาน
2. คณะอนุกรรมการดำเนินการเสนอชื่อต่อองค์การยูเนสโก
3. คณะอนุกรรมการทำเหรียญทองฉลอง 100 ปีชาตกาล
4. คณะอนุกรรมการการเงินและการจัดหาทุน
โครงการเสนอชื่อศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ต่อองค์การยูเนสโก เพื่อขอให้ยูเนสโก บรรจุชื่อไว้ในปฏิทินการเฉลิมฉลองบุคคลสำคัญและเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ (Anniversaries of Great Personalities and Important Historic Events) เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีชาตกาล โดยมีนายวิเชียร วัฒนคุณ เป็นผู้รับผิดชอบโครงการและมีคณะอนุกรรมการฝ่ายดำเนินการเสนอชื่อ นายปรีดี พนมยงค์ ต่อองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ดังมีรายนามต่อไปนี้
1. นายวิเชียร วัฒนคุณ ประธานอนุกรรมการ
2. ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อนุกรรมการ
3. รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อนุกรรมการ
4. อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ อนุกรรมการ
5. รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อนุกรรมการ
6. ผู้อำนวยการกองสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อนุกรรมการ
7. ผู้อำนวยการกองการสังคม กรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ อนุกรรมการ
8. ประธานชมรม ต.ม.ธ.ก. สัมพันธ์ อนุกรรมการ
9. นายกสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ อนุกรรมการ
10. นายพนม เอี่ยมประยูร อนุกรรมการ
11. นายประณิต ภูมิถาวร อนุกรรมการและเลขานุการ
12. นางสาวสุทธิลักษณ์ จงอุดมสุข อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
การเสนอชื่อมีขั้นตอนดังนี้
การริเริ่มจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
↓
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
(ในฐานะประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ)
↓
คณะรัฐมนตรี
↓
UNESCO
โดยปกติจะมีการประชุมพิจารณา 2 ปีต่อครั้ง โดยที่ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ จะครบรอบ 100 ปีชาตกาล ในปี พ.ศ. 2543 จึงต้องเสนอให้ พิจารณาก่อนในปี 2540 หรือ 2542 ในปีเดียวกันประเทศหนึ่ง ๆ อาจจะเสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรมากกว่า 1 ชื่อก็ได้
การดำเนินการ ภายหลังที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้รับหนังสือของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ ทม 0701/3366 ลงวันที่ 7 มิถุนายน 2539 เรื่องการฉลองครบรอบ 100 ปีชาตกาลของ ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มีหนังสือที่ ศธ 0206/19189 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2539 แจ้งให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดทำโครงการเฉลิมฉลองระดับชาติส่งไปประกอบการพิจารณา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีหนังสือที่ ทม 0701/754 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2540 จัดส่งชีวประวัติและผลงานของศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ที่จัดทำ (พร้อมคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ) และโครงการเฉลิมฉลอง 100 ปี (พร้อมคำแปลภาษาอังกฤษ ส่งไปเพื่อดำเนินการต่อไป
นอกจากความเคลื่อนไหวขององค์กรต่าง ๆ ข้างต้นแล้ว นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาได้มีหนังสือลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2540 ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้นำเรื่อง การเสนอชื่อรัฐบุรุษอาวุโส เพื่อให้องค์การยูเนสโก ประกาศเกียรติคุณ เข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
ผลการประชุมรัฐมนตรี (รัฐบาลพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ) เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2540 ให้ความ เห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการและทบวงมหาวิทยาลัยเสนอ ทั้งนี้เนื่องจากวันที่ 11 พฤษภาคม 2543 จะเป็นวาระครบรอบชาตกาล 100 ปีของ ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ อดีตผู้ประศาสน์ การมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ผู้ซึ่งประกอบคุณงามความดีอันก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติ และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาส่งเสริมและปลูกฝังจิตสำนึกในด้านการศึกษา สันติภาพ ตลอดจนประชาธิปไตยแก่ชาวไทยและชาวโลก และเป็นผู้ที่ได้สร้างคุณูปการอย่างใหญ่หลวงแก่ประเทศชาติและราษฎรไทย โดยได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต กล้าหาญ เสียสละ ในตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน รัฐบุรุษอาวุโส นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง และเลขาธิการคนแรกของสภาผู้แทนราษฎร อันจะเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนของชาติที่จะทำนุบำรุงบ้านเมืองต่อไป
การดำเนินงานของคณะกรรมการทุกคณะภายใต้ชื่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้รับการสนับสนุนจากทุกหน่วยงาน จนเรื่องการเสนอชื่อจบลงด้วยการส่งคำขอไปยังองค์การยูเนสโกเมื่อ 30 กันยายน 2540 ยูเนสโกแจ้งว่าจะนำเข้าที่ประชุมพิจารณาครั้งที่ 156 ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นประมาณตุลาคม 2542
แม้จะมีกระแสต่อต้าน แต่ลูกโดมมิได้หวั่นไหวกลับรีบประชาสัมพันธ์โดยแผ่นพับ จัดประกวดโคลง กลอน เรียงความ สัมมนา
ต่อมากลางปี พ.ศ. 2541 มีการเสนอชื่อ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นบุคคลดีเด่นในรอบ 100 ปี ไปยังยูเนสโก มีกระแสต่อต้าน ดร.ปรีดี อีก กล่าวหาว่าแข่งบารมี จะให้ถอนชื่อออก และพยายามเบี่ยงเบนการพิจารณาว่า ชาติเดียวกันจะส่งชื่อได้คนเดียว กระแสให้ถอนชื่อมีมากขึ้น ๆ ทำให้ผู้สนับสนุนทั้งในและนอกประเทศลังเลใจ แต่ด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสผ่านทูตว่าพระองค์ท่านไม่มีอคติกับ ดร.ปรีดี ทำให้กระแสคัดค้านเงียบลง
การพิจารณาในวาระแรกของยูเนสโก โดยปกติที่ผ่านมาจะมีความสำคัญอยู่ที่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิก 58 ประเทศในปัจจุบัน สำหรับปีนี้ ยูเนสโกโดยคณะกรรมการบริหารได้วางกฎเกณฑ์และวิธีการที่เข้มงวดว่าการคัดเลือกจะต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ที่วางไว้อย่างเคร่งครัด โดยเน้นว่าจะต้องอยู่ในกรอบอุดมการณ์ และภารกิจของยูเนสโกด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ หรือ การสื่อสาร และจะต้องมีส่วนในการส่งเสริมความสัมพันธ์ของปวงชน สันติภาพ และความเข้าใจอันดีซึ่งกันและกัน การเฉลิมฉลองจะต้องสะท้อนถึงอุดมการณ์ คุณค่า และวัฒนธรรมต่าง ๆ
วิธีการที่คณะกรรมการกลั่นกรองซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่บริหารระดับอาวุโสขององค์การฯ ที่จะพิจารณากลั่นกรองคัดเลือกจากจำนวนที่มีการเสนอมาทั้งหมดในปีเดียวกันนี้มีประเทศต่าง ๆ เสนอเข้ามาถึง 107 ราย ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการกลั่นกรองเพียง 58 ราย เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริหารพิจารณา
เมื่อเรื่องไปถึงคณะกรรมการบริหารในวาระแรกปรากฏว่า มีเพียง 51 รายเท่านั้น ที่คณะกรรมการ กลั่นกรองเสนอผ่านผู้อำนวยการใหญ่ขึ้นมา และไม่มีชื่อศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ คงมีแต่พระนามของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเท่านั้น ลูกโดมและผู้สนับสนุนการเสนอชื่อศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ต่างสงสัยว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น การเสนอเรื่องไปผิดขั้นตอนหรืออย่างไร
อย่างไรก็ตามตราบใดที่ยูเนสโกยังไม่ประกาศเป็นทางการ ยังต้องผ่านการพิจารณาของที่ประชุมใหญ่อีก 2 อาทิตย์ข้างหน้า ลูกเหลืองแดงต่างต้องสู้แม้จะเป็นวินาทีสุดท้าย
เวลาเหลืออีกเพียง 2 อาทิตย์ ทีมงานการเสนอชื่อท่านผู้ประศาสน์การเข้าพบนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย เพื่อให้รัฐบาลไทยออกหนังสือยืนยันถึงยูเนสโกว่ารัฐบาลไทยสนับสนุนทั้ง 2 คน มิใช่คนเดียว ด้วยความร่วมมือจากคณะทูตไทย ณ กรุงปารีส และการสนับสนุนจากบรรดาชาติสมาชิกยูเนสโก อันมี บราซิล ฝรั่งเศส จีน เวียดนาม ญี่ปุ่น ฯลฯ ผลักดันจนไทยได้รับโอกาสให้ผู้แทนรัฐบาลไทย
ดร.วิเชียร วัฒนคุณ เพียงคนเดียวเข้าแถลงในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร (Executive Board) โดยให้เวลาเพียง 5 นาที มีหลายประเทศได้ทำตาม ประเทศไทย คือ ได้ร้องเรียนทำนองเดียวกัน และมีสิบห้าประเทศได้กล่าวแถลงสนับสนุนการร้องเรียนของไทย คือ ฝรั่งเศส อังกฤษ รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ บราซิล ยูเครน สาธารณรัฐเชก ไฮติ ซามัว บาบาโดส สโรวักเกีย ปากีสถาน และ อาร์เจนตินา ผู้แทนไทยใช้เวลา 7 นาทีแถลงในที่ประชุม โดยโจมตีการทำงานของคณะอนุกรรมการคัดสรรกลั่นกรอง (Intersectoral Committee) และผู้อำนวยการใหญ่ (Director General) ว่าออกหลักเกณฑ์การพิจารณาและระเบียบการดำเนินงานใหม่โดยไม่ให้เวลาบรรดาสมาชิกทำความเข้าใจได้ทันประเทศไทยขอให้กองเลขานุการจัดทำรายชื่อประเทศที่ไม่ได้รับการพิจารณาด้วยเหตุประการใดแจกจ่ายยังบรรดาประเทศสมาชิกให้ทันเวลาก่อนการประชุมใหญ่ (General Conference)
จากนั้น ดร.วิเชียร วัฒนคุณ ได้ชี้แจงประเด็นสำคัญให้เข้าหลักเกณฑ์ที่ยูเนสโกต้องการ โดยกล่าวถึงความเหมาะสมของศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ที่สมควรจะได้รับยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลก โดยหลักใหญ่ ๆ 3 ข้อคือ
1. ด้านการศึกษา ท่านได้ทำประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อประเทศไทย โดยก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของเมืองไทยที่เปิดโอกาสและส่งเสริมให้ข้าราชการและประชาชนแสวงหาความรู้ในระดับสูงได้อย่างแพร่หลาย ทำให้ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีความสามารถและมีอุดมการณ์ เมื่อจบการศึกษาสามารถรับใช้ประเทศชาติและสังคมเป็นที่ประจักษ์กันทั่วไป ปัจจุบันมหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดหนึ่งในสองของไทยที่นานาประเทศรับรอง มีการแลกเปลี่ยนอาจารย์และนักศึกษากับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศมีนักศึกษาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาศึกษาเป็นจำนวนไม่น้อย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้สร้างบุคคลชั้นนำและเป็นผู้นำในการธำรงไว้ซึ่งประชาธิปไตย ความยุติธรรมในสังคม และสิทธิมนุษยชน ผลิตบัณฑิตผู้มีความรู้ความสามารถในด้านต่าง ๆ เช่น นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ศาสตราจารย์ ดร.อดุล วิเชียรเจริญ ผู้เป็นคณะกรรมการท่านหนึ่งของยูเนสโกเป็นศิษย์เก่า เคยเป็นผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดังนั้นท่านจึงไม่อยู่ในฐานะที่จะพูดอะไรได้มากนัก จึงมีผู้แทนมาชี้แจง และ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยในชื่อของผู้ประศาสน์การ
2.ดร.ปรีดี พนมยงค์ เป็นนักมนุษยชาติ ผู้ใฝ่สันติ สนับสนุนเสรีภาพ อิสรภาพ ต่อสู้เพื่อความยุติธรรมของสังคม ทำให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ชื่อว่าเป็นจุดแห่งการปกป้องเสรีภาพและ ประชาธิปไตยของไทยตั้งแต่อดีตมาจนถึงทุกวันนี้ อีกทั้งเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับเกียรติจากสถาบันสมิทโซเนียน แห่งสหรัฐอเมริกา ให้ชื่อนกที่พบในประเทศไทยเมื่อ ค.ศ. 1948 เป็นภาษาละตินว่า CHLOROPSIS AURIFRONS PRIDII เพื่อเป็นเกียรติแด่ท่านในฐานะผู้นำขบวนการเสรีไทย และเป็นสัญลักษณ์แห่งเสรีภาพ ซึ่งท่านได้ต่อต้านการยึดครองและครอบครองประเทศไทยในสงครามโลกครั้งที่สอง

3. ดร.ปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้ส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาคนี้ ท่านมีอุดมการณ์และให้กำลังใจสนับสนุนประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว พม่า เขมร เวียดนาม และมลายู ที่ถูกปกครองโดยประเทศมหาอำนาจตะวันตกเพื่อให้ได้รับเสรีภาพ โดยมีแนวคิดจะก่อตั้งสันนิบาตประชาชาติเอเชียอาคเนย์ League of Southeast Asian Nations ตั้งแต่ในสมัยนั้นแต่ยังไม่ทันได้ก่อตั้ง ท่านก็ต้องอพยพลี้ภัยไปต่างประเทศ และแนวความคิดนี้กลายมาเป็น “สมาคมอาเซียน” ในปัจจุบัน
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าอุดมการณ์และความสำเร็จของ ดร.ปรีดี พนมยงค์ สอดคล้องอย่างมากกับอุดมการณ์และปฏิบัติการของยูเนสโกอันเกี่ยวกับการศึกษา สังคม และมานุษยวิทยา
ถ้อยแถลงอันชัดเจนในการชี้แจงของ ดร.วิเชียร วัฒนคุณ (ต.ม.ธ.ก.รุ่น 7) ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศญี่ปุ่นและฝรั่งเศส และประธานอนุกรรมการฝ่ายดำเนินการเสนอชื่อศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ต่อองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) แสดงถึงความมานะพยายามในอันที่จะเผชิญและต่อสู้กับกลุ่มต่อต้าน ซึ่งพยายามให้รัฐบาลถอนการเสนอชื่อ การพลิกสถานการณ์จากความล้มเหลวมาเป็นความสำเร็จ แสดงถึงความสามารถสูงของนักการทูตของ ดร.วิเชียร วัฒนคุณและความมุ่งมั่นของคณะทำงานจนประสบผลสำเร็จ
ผลก็คือหลังจากฟังคำชี้แจงของประธานคณะกรรมการกลั่นกรองแล้ว ประธานคณะกรรมการบริหารได้ขอมติที่ประชุมให้คณะกรรมการกลั่นกรองเรียกประชุมอีกครั้งหนึ่งเพื่อทบทวนมติเดิม โดยให้นำคำทักท้วง ข้อวิจารณ์และคำชี้แจงที่ได้อภิปรายกันในที่ประชุม ไปประกอบการพิจารณาแก้ไขรายการที่ได้รับการคัดเลือก เสนอคณะกรรมการบริหารอีกครั้งหนึ่งภายใน 2 วัน ผลสุดท้ายคณะกรรมการกลั่นกรองได้เพิ่มรายการอีก 7 รายการ จึงทำให้ชื่อของศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ผ่านไปยังคณะกรรมการบริหาร ซึ่งได้พิจารณาเห็นชอบเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2542 และในวันที่ 30 ตุลาคม 2542 ที่ประชุมใหญ่ ได้ประกาศว่า
“...ให้จารึกพระนามสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และชื่อศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ลงปูมการเฉลิมฉลองครบรอบร้อยปีของบุคคลผู้โดดเด่นและยิ่งใหญ่ กับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์บรรจุไว้ในปฏิทินกิจกรรมขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติสำหรับปี 2000” ("List of Anniversaries of Great Personalities and Historic Events in the UNESCO Calendar of Activities in the year 2000"
และมีการประกาศเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2542
การที่ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีชาตกาล ซึ่งผ่านการพิจารณาทั้ง 3 ขั้นตอนคือ อนุกรรมการกลั่นกรอง (Intersectoral Committee) คณะกรรมการบริหาร (Executive Board) และการพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ยูเนสโก (General Conference) ซึ่งได้คัดเลือกจาก 107 ชื่อทั่วโลก เหลือเพียง 58 ชื่อแบ่งเป็นบุคคลสำคัญ 44 ชื่อ และเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ 14 ชื่อ ซึ่งพระนามของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อยู่อันดับที่ 19 และชื่อศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ อยู่ในอันดับที่ 20 ได้รับการสนับสนุนแบบท่วมท้น
การที่คนไทยได้รับการยกย่องปรากฏชื่อและเกียรติคุณอยู่ในปฏิทินปูชนียบุคคลและเหตุการณ์สำคัญที่ยูเนสโกเข้าร่วมในการเฉลิมฉลองด้วยนั้น ย่อมเป็นเกียรติและชื่อเสียงของประเทศและคนไทยทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักว่ามีบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับสากลหรือระดับโลกที่นานาชาติให้การยอมรับนับถือ รัฐบาลไทยซึ่งได้แก่รัฐบาลของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ (พ.ศ. 2540) และรัฐบาลนายชวน หลีกภัย (พ.ศ. 2542) ย่อมสมควรได้รับการสรรเสริญที่ได้ส่งเสริมและเชิดชูคนดีที่ควรได้รับการเคารพโดยไม่ได้คำนึงถึงสถานะของบุคคลนั้น ๆ ว่าเป็นบุคคลผู้สูงศักดิ์หรือเป็นสามัญชน
ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ได้รับการบรรจุชื่อเป็นบุคคลสำคัญของโลก ถือเป็นกรณีสำคัญที่สามัญชนได้รับการเสนอชื่อจากประเทศไทยโดยได้รับการยกย่องในฐานะสามัญชนคนที่ 3 ที่เคย ได้รับเกียรตินี้จากยูเนสโก (คนแรกได้แก่ สุนทรภู่ คนที่สองได้แก่ พระยาอนุมานราชธน) และต้องนับได้ว่า คติประจำใจที่ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ยึดถือมาตลอดที่ว่า “ความดีที่กระทำไว้นั้นย่อมไม่สูญหาย” นั้นเป็นความจริง








-----------------------------------------------------------------
บรรณานุกรม
- ทองมา หงส์ลดารมภ์. “อโก สุจิณณสส ผล นนสสติ.” จุลสารชมรม ต.ม.ธ.ก. สัมพันธ์ 11, ฉบับพิเศษ 2 (30 มกราคม 2543): 5–6.
- พนม เอี่ยมประยูร. “การเตรียมงานเชิดชูเกียรติศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ในโอกาสครบ 100 ปี ชาตกาล.” ใน วันปรีดี พนมยงค์ 11 พฤษภาคม 2540, หน้า 37–46. กรุงเทพฯ: คณะกรรมการจัดงานวันปรีดี พนมยงค์, 2540.
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. โครงการฉลอง 100 ปี รัฐบุรุษอาวุโส นายปรีดี พนมยงค์ 11 พฤษภาคม 2541 – 11 พฤษภาคม 2543. กรุงเทพฯ, 2540.
- “ยูเนสโกยกย่องนายปรีดี พนมยงค์ เป็นบุคคลสำคัญของโลก ในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี.” จุลสารธรรมศาสตร์ 32, 9 (ตุลาคม 2542): 11.
- วิเชียร วัฒนคุณ. “การพิจารณาขององค์การยูเนสโกเกี่ยวกับการเสนอชื่อ ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ เพื่อบรรจุในปฏิทินบุคคลสำคัญของโลก ในปี ค.ศ. 2000–2001.” จุลสารชมรม ต.ม.ธ.ก. สัมพันธ์ 11, ฉบับพิเศษ 2 (30 มกราคม 2543): 3–4.
- วิเชียร วัฒนคุณ. “ปรีดี พนมยงค์ กับการฉลอง 100 ปีแห่งชาตกาล.” ใน คือวิญญาณเสรี ปรีดี พนมยงค์, หน้า 254–265. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2543.
- วิเชียร วัฒนคุณ, อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม. สัมภาษณ์, 23 กุมภาพันธ์ 2543.
- เอกสารประกอบการพิจารณาเรื่อง การเสนอชื่อศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ เป็นบุคคลสำคัญระดับโลก ต่อองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2540.