
Thailand Choreography Symposium 2026 [1]
วาระก่อตั้ง ศูนย์การออกแบบท่าเต้นแห่งประเทศไทย
National Choreography Centre of Thailand
ในวันที่งานรัฐพิธีกำลังอยู่ในวาระเฉลิมครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐฝรั่งเศส และสานต่อสายสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 340 ปี (นับตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช) ศิลปินผู้ทำหน้าที่ทูตวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องมานาน ก็ได้นำศิลปะและเทคนิคของการแสดงนาฏศิลป์ไทยในขนบ ไปร่วมฉลองที่สถาบัน ARTA - Cartoucherie de Vincennes - Paris เมื่อ วันที่ 1-5 มิถุนายน 2026 หลังจากจัดแสดง “ Miscellany of KHON ” ครั้งล่าสุดในพิธีปิดการประชุม “ Thailand Choreography Symposium 2026 ” ซึ่งปีนี้มีวาระพิเศษสำคัญ คือพันธกิจเพื่อการก่อตั้ง “ศูนย์การออกแบบท่าเต้นแห่งประเทศไทย” (National Choreography Centre of Thailand) ที่ได้ดำเนินงานการวิจัยต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปีก่อน โดยร่วมกับการขับเคลื่อนจากเครือข่ายหลายสถาบัน พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน ประชุมเชิงปฏิบัติการและเวทีแลกเปลี่ยน องค์ความรู้ด้านการออกแบบท่าเต้นระดับนานาชาติ เมื่อ วันที่ 21-24 กุมาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

การประชุมเชิงปฏิบัติการการออกแบบท่าเต้นแห่งประเทศไทย (Thailand Choreography Symposium 2026) เมื่อ วันที่ 21 - 24 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์ศิลปการละครสดใส พันธุมโกมล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Bangkok Kunsthalle มีกิจกรรมย่อยประกอบด้วย การเสวนา , การนำเสนอผลงาน และการสาธิตของศิลปินนานาชาติ , การรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในแง่มุมของการจัดตั้งศูนย์การออกแบบท่าเต้นแห่งประเทศไทย ฯลฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างพื้นที่สำหรับการวิจัย สร้างสรรค์ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่าง นักออกแบบท่าเต้น , นักเต้น , ครูผู้สอน , นักวิชาการ , ผู้จัดการศิลปะ , ผู้ผลิตการแสดง และ ผู้กำหนดนโยบายด้านวัฒนธรรม เพื่อร่วมกันพัฒนาศิลปะการแสดงร่วมสมัยของไทยในบริบทสากล
โครงการจัดตั้ง “ ศูนย์การออกแบบท่าเต้นแห่งประเทศไทย ” (National Choreography Centre of Thailand) ได้ดำริและเริ่มดำเนินงานมานานกว่า 15 ปี ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน ภายใต้การนำของ จิตติ ชมพี ผู้อำนวยการโครงการฯ ศิลปินศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง ปี พ.ศ. 2568 และ พิเชษฐ กลั่นชื่น ศิลปินศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง ปี พ.ศ. 2549 ศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิ ในวงการศิลปะการแสดง(เต้น)ร่วมสมัย ภายใต้การสนับสนุนของ กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย , สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศส , ศูนย์ศิลปะการละครสดใส พันธุมโกศล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , สถาบันเกอเธ่แห่งประเทศไทย (Goethe Institut Thailand) และภาคเอกชน Bangkok Kunsthalle , บางกอกโพสต์ และ แคนนอนประเทศไทย

จิตติ ชมพี (ครูโอ๋) [2]ผู้ก่อตั้ง “ 18 monkeys Dance Theatre ” (Contemporary Dance) , ผู้ก่อตั้งเทศกาล “ Unfolding Kafka Festival ” , ที่ปรึกษา “ โครงการ KKCD Junior Company ” , ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ “ โครงการศูนย์การออกแบบท่าเต้นแห่งประเทศไทย ” NCCT - National Choreography Centre of Thailand Project (Director and Choreographer) , เป็นศิลปิน ผู้กำกับ และผู้ออกแบบการแสดง ที่ทำงานหนักต่อเนื่องมามากกว่า 20 ปี โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศทางศิลปะ (Arts Ecosystem) ผ่านความร่วมมือระหว่างศิลปิน สถาบันศิลปะ และเครือข่ายนานาชาติ เพื่อผลักดันศิลปะการแสดงร่วมสมัยของไทยสู่เวทีระดับนานาชาติ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็น “ ศิลปินร่วมสมัยดีเด่น ศิลปาธร สาขาสาขาศิลปะการแสดง ประจำปีพุทธศักราช 2568 ” โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม (ประกาศ ณ อาคารหอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม เมื่อวันพุธที่ 24 กันยายน 2568)
“ ศูนย์การออกแบบท่าเต้นฯ ” ในวิสัยทัศน์ของ ครูโอ๋ จิตติ ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมดั้งเดิมและอนุรักษ์นิยม โดยตระหนักว่าสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของการแสดงออกทางศิลปะและความเหมาะสมทางวัฒนธรรม การรำไทยดั้งเดิม โดยเฉพาะโขน ได้สั่งสมองค์ความรู้มายาวนานหลายศตวรรษ ทำให้ละครไทยสามารถสร้างสรรค์ศิลปะการแสดงที่มีความซับซ้อนสูงได้ ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระบวนการทางศิลปะมีความเสี่ยงที่จะยึดติดกับแบบแผนบางอย่าง ส่งผลให้เกิดต้นแบบบางอย่างขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งนำไปสู่ความเข้าใจผิดของคนภายนอกว่า การยึดติดกับแบบแผนอย่างเคร่งครัดเป็นเอกลักษณ์ของละครไทยดั้งเดิม
ครูโอ๋ มองศิลปะการรำไทยดั้งเดิมด้วยมุมมองใหม่ พบว่ามีองค์ประกอบมากมายที่สามารถยกระดับศิลปะการรำไทยดั้งเดิมให้สูงขึ้น และองค์ประกอบเหล่านี้ยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้นักแสดงร่วมสมัยได้สร้างสรรค์ใหม่ และคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ หลายคนเข้าใจผิดว่าการรำไทยดั้งเดิมนั้นตายตัวและเป็นไปตามแบบแผน ซึ่งไม่เป็นความจริง กลับพบว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดสามารถก่อให้เกิดแนวคิดใหม่ ที่นำไปสู่ท่ารำใหม่ สิ่งสำคัญคือไม่ควรพึ่งพาเกณฑ์ภายนอกในการกำหนดว่าใครควรทำอะไร แต่ควรระบุลักษณะเฉพาะตัวของนักเต้นแต่ละคน รวมถึงมือใหม่ด้วย นี่คือจุดเริ่มต้นของการออกแบบท่ารำร่วมสมัย ซึ่งตั้งอยู่บนฐานการสังเกตอย่างลึกซึ้งถึงศักยภาพของนักเต้นแต่ละคน ต้นแบบและแบบจำลอง อาจมีประโยชน์ในฐานะจุดเริ่มต้น แต่ในท้ายที่สุด นักเต้นที่สามารถค้นพบตัวเองและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้เองต่างหาก ที่จะนำความก้าวหน้ามาสู่โลกแห่งศิลปะการแสดงสากล

ในเวทีการประชุมนานาชาติ “ Thailand Choreography Symposium 2026 ” ทุกปีมีเทศกาลการแสดงเป็น Highlight สำคัญ คือ “ Unfolding Kafka Festival” เป็นเวทีศิลปะการแสดงนานาชาติที่จัดขึ้นทุก 2 ปี ก่อตั้ง โดย จิตติ ชมพี (ครูโอ๋) ศิลปินนักออกแบบท่าเต้นชาวไทย และผู้กำกับการสดงแนวร่วมสมัย ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ เทศกาล “ Unfolding Kafka Festival ” ] ครูโอ๋ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างงานเทศกาลสำหรับนาฏศิลป์ร่วมสมัยในประเทศไทย โดยใช้คำว่า ‘Kafka’ เป็นสัญลักษณ์แทนแนวคิดและวิธีการทดลอง หลังจากได้ชมผลงาน “ Der Bau ” โดย Isabelle Schad และ Laurent Goldring ที่งาน “ Tanzplattform 2014 ” [3]ในเมืองฮัมบูร์กประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นการแสดงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนวนิยายของ ฟรานซ์ คาฟกา ทำให้ตระหนักว่า ผลงานชิ้นนี้ซึ่งคิดขึ้นมาในฐานะงานเต้นรำสามารถพิจารณาได้ว่าเป็น ‘ ศิลปะทัศนศิลป์ ’ ได้เช่นกัน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Tanzplattform 2014 ได้สร้างชื่อเสียงและเป็นเวทีสำคัญในการอำนวยความสะดวกให้กับการแสดง และการร่วมมือจากศิลปินรับเชิญระดับนานาชาติ (ในปี 2024 ตรงกับวันครบรอบ 100 ปี แห่งการเสียชีวิตของ ฟรานซ์ คาฟกา)
เทศกาล “Unfolding Kafka” ครั้งที่ 6 ในปีนี้ 2026 นำเสนอรูปแบบใหม่ที่ทะเยอทะยานยิ่งขึ้น โดยเปลี่ยนจากเทศกาลที่เน้นการนำเสนอผลงาน มาเป็น Platform การสร้างสรรค์ร่วม และการลงทุนร่วม แนวทางที่ขยายออกไปนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างผลกระทบทางศิลปะที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนสำหรับภาคศิลปะการแสดงของไทย แทนที่จะมุ่งเน้นเฉพาะผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ เน้นการทำงานร่วมกันในระยะเริ่มต้น โดยนำศิลปิน โปรดิวเซอร์ ภัณฑารักษ์ และสถาบันต่าง ๆ ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ มารวมกันตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาไปจนถึงการนำเสนอต่อสาธารณะ แต่ละโครงการได้รับการสนับสนุนจากการประชุม รับฟังความคิดเห็นอย่างเป็นระบบ (Roundtable เน้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระ เป็นกันเอง และไร้ลำดับชั้น) การสนทนาเชิงวิพากษ์ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการทัวร์ในระดับนานาชาติ ความร่วมมือระยะยาว และการลงทุนในอนาคต โดยเปิดการประชุมด้วยหัวข้อสำคัญเพื่อระดมความคิดเห็น “Does Thailand Need a National Choreography Centre?”
โมเดลนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเร่งการสร้างสรรค์ผลงานการแสดงร่วมสมัยที่มีศักยภาพในการ “ทัวร์ระดับนานาชาติ”, ส่งเสริมการลงทุนในระยะเริ่มต้นจากเทศกาล สถาบัน และหน่วยงานให้ทุน และ เปลี่ยนเทศกาลให้เป็น platform ที่มุ่งเน้นทำการตลาดแบบยั่งยืนมากกว่าเป็นเพียงกิจกรรมครั้งเดียวจบ (event) ในขณะที่ความสนใจทั่วโลกซึ่งมีต่อแนวทางการสร้างสรรค์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญในการกำหนดโครงสร้างพื้นฐานด้านศิลปะการแสดงร่วมสมัยใหม่ เทศกาล “ Kafka Festival 2026 ” ตอบสนองต่อบริบทนี้โดยตรง ด้วยการวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็น “ ศูนย์กลางระดับภูมิภาค สำหรับการวิจัยด้านการออกแบบท่าเต้น นวัตกรรมทางศิลปะ และความร่วมมือระหว่างประเทศ ” ซึ่งเชื่อมโยงความเป็นเลิศทางศิลปะกับนโยบายทางวัฒนธรรม , การพัฒนาเศรษฐกิจ และการถูกมองเห็นในระดับโลก

ภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอีกภาคส่วนของ Unfolding Kafka ครั้งที่ 6 ร่วมจัดการประชุม กิจกรรม และการแสดง “ Thailand Choreography Symposium 2026 ” ระหว่างวันที่ 21-24 ก.พ. 2569 ภายในงานประกอบไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ นำเสนอการแสดงเต้นร่วมสมัย Workshop การเสวนา รวมถึงการระดมความคิดเห็นระหว่าง Stakeholders ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งศิลปิน สถาบันการศึกษา หน่วยงานที่สนับสนุนงานวัฒนธรรมภาครัฐ หน่วยงานที่สนับสนุนงานวัฒนธรรมนานาชาติ ฯลฯ โดยจัดขึ้นที่ Bangkok Kunsthalle และ ศูนย์ศิลปการละครสดใส พันธุมโกมล คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “ โครงการก่อตั้ง ศูนย์การออกแบบท่าเต้นแห่งระเทศไทย ” (National Choreography Centre of Thailand Project – NCCT) เป็นโครงการระยะเวลา 1 ปี ภายใต้การร่วมมือของรัฐบาลฝรั่งเศส , Bangkok Kunsthalle , กระทรวงวัฒนธรรม , KKCD - Khon Kaen Choreography Development : คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ ภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบไปด้วยกิจกรรมการแลกเปลี่ยนต่าง ๆ ในพื้นที่ศิลปะการแสดงร่วมสมัย อันจะนำไปสู่การก่อเกิดโครงสร้างพื้นฐาน และองค์กรสาธารณะ (ไม่แสวงหาผลกำไร) ทางด้านการออกแบบท่าเต้น ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อรองรับการพัฒนาศักยภาพทั้งในเชิงทักษะและสวัสดิภาพของศิลปินไทย
ภายในระยะเวลาเพียง 4 วัน จึงเป็นก้าวสําคัญสําหรับ ศูนย์การออกแบบท่าเต้นแห่งประเทศไทย ที่ กรุงเทพคุนสธาเล่ และ ศูนย์ศิลปะละครสดใส พันธุมโกมล ได้ต้อนรับเพื่อนร่วมงานจาก 19 ประเทศ ทั้งศิลปิน นักวิชาการ ผู้นําทางวัฒนธรรม นักวิจารณ์ นักโปรแกรมเมอร์ และผู้ผลิต ที่ไม่เพียงมาสังเกตการณ์ แต่ยังร่วมแบ่งปัน และสร้างสรรค์ร่วมกัน การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่แค่ ‘งาน’ แต่คือการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการสร้างสะพานระหว่างรุ่น เรียนรู้จากรากเหง้าทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาดั้งเดิมของประเพณี ช่วยให้สิ่งนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เป็นบทสนทนาร่วมสมัยที่อุดมไปด้วยมรดกและจิตวิญญาณ แต่มรดกต้องไม่นิ่ง ควรต้องขยับ ต้องหายใจ และต้องพัฒนาไปพร้อมกัน นั่นคือเหตุผลสำคัญที่ “ ศูนย์การออกแบบท่าเต้นแห่งประเทศไทย ” ต้องเกิดขึ้นและดำรงอยู่อย่างมีศักยภาพ
- เพื่อเป็นบ้านสําหรับการเต้น
- เพื่อบํารุงศิลปินรุ่นใหม่
- เพื่อเชื่อมโยงชุมชน
- เพื่อเติบโตไปด้วยกัน
สำหรับคนที่ต้องการศึกษา ค้นคว้า เกี่ยวกับการพัฒนาท่าเต้นในประเทศไทย “ National Choreography Centre of Thailand Project ” จึงไม่ใช่สถานที่เพียงไปเพื่อพบปะ เยี่ยมชม ทัศนศึกษา แต่เป็น ‘ สถานที่ที่สามารถใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความหมายร่วมกัน ’

Thailand Choreography Symposium 2026
ประชุมเชิงปฏิบัติการและเวทีแลกเปลี่ยน
องค์ความรู้ด้านการออกแบบท่าเต้นระดับนานาชาติ
Unfolding Kafka Festival 2026
Thailand Choreography Symposium 2026 “ ประชุมเชิงปฏิบัติการ และเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการออกแบบท่าเต้นระดับนานาชาติ ” ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดตั้งเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เป็นพื้นที่สำหรับการวิจัย การสร้างสรรค์ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างนักออกแบบท่าเต้น นักเต้น ครูผู้สอน นักวิชาการ ผู้จัดการศิลปะ ผู้ผลิตการแสดง รวมถึงผู้กำหนดนโยบายด้านวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาศิลปะการแสดงร่วมสมัยของไทยในบริบทสากล
กิจกรรมสำคัญภายในงานประกอบด้วย
- การแสดงร่วมสมัยระดับนานาชาติ จากศิลปินไทยและศิลปินต่างประเทศ
- การเสวนาหลังการแสดง ว่าด้วยการพัฒนาศิลปะการแสดงไทยจากรากวัฒนธรรมสู่บริบทร่วมสมัย
- การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการออกแบบท่าเต้น จากศิลปินและผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ
วันที่ 21–24 กุมภาพันธ์ 2569
สถานที่ Sodsai Pantoomkomol Center of Dramatic Arts
และ Bangkok Kunsthalle
- กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการเสวนา
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.30–18.00 น.
Sodsai Pantoomkomol Center of Dramatic Arts
การแสดง “ Morlam Collective ”
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.30–18.00 น.
Sodsai Pantoomkomol Center of Dramatic Arts
การแสดง
วันที่ 21.02.69 เวลา 19:00–20:00 น.
• Chapter 2 โดย Pichet Klunchun / Bangkok Kunsthalle
วันที่ 22 .02.69 เวลา 18:00–19:00
• ผลงานจาก Fast Track Master Class โดย Olivier Dubois ร่วมกับศิลปินไทย
เวลา 12:00-13:00 น.
• RIDING THE RHYTHM A WORK-IN-PROGRE โดย Kornkarn Rungsawang
วันที่ 23.02.69 เวลา 19:00–20:00 น.
• Isan Brazil โดยศิลปิ นจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับนักออกแบบท่าเต้นชาวบราซิล Vitor Hamamoto
วันที่ 24.02.69 เวลา 17:00–18:00
• Morlam Collective โดย โครงการพัฒนาการออกแบบท่าเต้นขอนแก่น (KKCD) และ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
เวลา 19:00–20:00 น.
• Miscellany of Khon โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร (โรงละครแห่งชาติ)
Keynote Speakers และศิลปินรับเชิญ
DAVY BRUN (Director, Centre national de la danse (CND), Lyon)
LAURENT MEHEUST (Director of Le Gymnase CDCN)
EDDIE NIXON (Artistic Director, The Place, London)
ศิลปินร่วมสมัยนานาชาติ
OLIVIER DUBOIS , HIROAKI UMEDA , PICHET KLUNCHUN ,VITOR HAMAMOTO , HILLEL KOGAN , RON COHEN , NACERA BELAZA , KORNKARN RUNGSAWANG
กิจกรรม workshop
- MASTER CLASS20 Open Lab: Hiroaki Umeda with Local Artists โดย Hiroaki Umeda
- Fast Track Master Class โดย Olivier Dubois
- Master Class Workshop โดย Hillel Kogan
กระบวนการ workshop จากจุดเริ่มต้น : Khon Kaen Choreography Development (KKCD) เปิดรับสมัครเยาวชนและนักศึกษาที่สนใจการแสดงร่วมสมัย เพื่อเข้าร่วมกระบวนการพัฒนานักเต้น KKCD รุ่นใหม่ ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและภาคอีสาน เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ผู้ผ่านการคัดเลือกได้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ การฝึกปฏิบัติ และการสร้างสรรค์ผลงานของ KKCD ร่วมทำงานกับศิลปินมืออาชีพ เพื่อพัฒนาศักยภาพสู่การเผยแพร่ผลงานในเวทีระดับประเทศและนานาชาติ “ Thailand Choreography Symposium 2026 ” และ “ National Choreography Centre of Thailand ”
กระบวนการพัฒนาและการเผยแพร่ผลงานของ KKCD ร่วมกับ NCCT “ Movement Language and improvisation as a Tool for Development ” ที่ปรึกษาโครงการ รศ.ดร ธนัชพร กิตติก้อง และ ผศ.ดร พงศธร ยอดดำเนิน กรรมการคัดเลือก : จิตติ ชมพี และ Juan Kruz Díaz de Garaio Esnaola

“ CHAPTER 2 ” by Pichet Klunchun
อีกหนึ่ง company ที่เป็นตัวแทนศิลปินไทยในฐานะทูตวัฒนธรรม เดินทางนำผลงานการแสดงไปเจริญสัมพันธไมตรีรอบโลก และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี คือ พิเชษฐ กลั่นชื่น (ผู้ร่วมก่อตั้ง NCCT) ปัจจุบันเป็นครูพิเชษฐและคณะในนาม “ Pichet Klunchun Dance Company ” ล่าสุดขณะกำลังนำหลักการของงาน “ หมายเลข 60 ” นาฏศิลป์ไทยร่วมสมัยไปเผยแพร่ในยุโรปหลายประเทศ ทางเขตเอเชียญี่ปุ่นได้มีมติมอบ “ รางวัลฟุกุโอกะ ประจำปี 2026 ” ให้กับ PKDC (Fukuoka Prize 2026 [4] รางวัลเพื่อการส่งเสริมสันติภาพ การอนุรักษ์ และการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนของวัฒนธรรมเอเชียให้ดียิ่งขึ้น) มีการประกาศเกียรติคุณ และการตอบขอบคุณย่างน่าชื่นชม เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยและเอเชีย
คำประกาศเกียรติ “ พิเชษฐ์ กลั่นชื่น เป็นนักเต้นและนักออกแบบท่าเต้นชาวไทย ที่ได้ศึกษาและสืบทอดศิลปะการแสดง โขน ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงสวมหน้ากากแบบดั้งเดิมของไทยอย่างลึกซึ้ง พร้อมทั้งนำเสนอในมุมมองร่วมสมัย และแสดงออกถึงศิลปะการแสดงออกทางร่างกายแบบเอเชียบนเวทีระดับนานาชาติ โดยอาศัยพื้นฐานจากวัฒนธรรมทางกายภาพแบบดั้งเดิมของเอเชีย และการมีส่วนร่วมอย่างจริงใจกับสังคมร่วมสมัย พิเชษฐ ได้ขยายขอบเขตความเป็นไปได้ของศิลปะการรำทั้งในด้านวัฒนธรรมและสังคม ”
“ ผมขอขอบคุณ Fukuoka Prize Committee และทุกท่านที่เกี่ยวข้อง สำหรับเกียรติอันสำคัญนี้ รางวัลนี้ไม่ได้เป็นเพียงการยอมรับตัวบุคคล แต่คือการมองเห็นคุณค่าของศิลปะการแสดงร่วมสมัย ที่เติบโตจากรากวัฒนธรรมไทยและเอเชีย
ขอบคุณทุกแรงสนับสนุน ครู ศิลปิน นักเต้น ผู้ร่วมงาน และผู้ชมทุกคน ที่ร่วมเดินทางมาตลอดหลายทศวรรษ ” พิเชษฐ์ กลั่นชื่น

การแสดงในพิธีเปิดงานวันแรก 21 กุมาพันธ์ 2026 คือ “ CHAPTER 2 ” by Pichet Klunchun หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง National Choreography Centre of Thailand 20 ปีหลังจาก “ I AM A DEMON ” การแสดงเดี่ยวที่พาเขาไปสู่เวทีนานาชาติ พิเชษฐ กลั่นชื่น กลับมาพร้อมผลงานการแสดงเดี่ยวชุดใหม่ “ Chapter 2 ” ผลงานการค้นหาที่ทั้งกล้าหาญ ละเอียดอ่อน และซับซ้อน ผ่านการตั้งคำถามกับ “ ร่างกายมนุษย์ ” ในโลกยุคดิจิตอล “ Chapter 2 ” คือการหันกลับมามองร่างกายของตนเองอีกครั้ง ผ่านประสบการณ์ชีวิต การบาดเจ็บ และมาตรฐานอันเข้มงวดของโขน พร้อมเปิดบทสนทนากับ AI ว่าด้วยการแสดงออก ความรู้สึก และเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับการทำซ้ำแบบเครื่องจักร จากผู้ที่เคย “ถอดรื้อโขน” พิเชษฐก้าวสู่การเป็นนักปรัชญาแห่งการเคลื่อนไหว ตั้งคำถามว่า “ โขนจะอยู่รอดอย่างไรในโลกใหม่ ” และ “ ร่างกายมนุษย์จะอยู่ร่วมกับอีกฝ่ายที่เป็นจักรกลได้อย่างไร ”
“ Chapter 2 ” คือการแสดงวิธีในการตั้งคำถามต่อร่างกาย การเคลื่อนไหว วัฒนธรรม และโลกปัจจุบัน เป็นผลงานเดี่ยวล่าสุดของ พิเชษฐ กลั่นชื่น ศิลปินศิลปาธรและนักออกแบบท่าเต้นร่วมสมัย ที่เปิดบทสนทนากับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่าด้วยร่างกาย ความรู้สึก และเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับการทำซ้ำแบบเครื่องจักร โดย present ผ่านการสนทนาระหว่างมนุษย์กับ AI ในเรื่องราวลึกล้ำนำเหตุผลของการทำสงครามระหว่างพระลักษณ์กับพระราม ใน “ รามเกียรติ์ ” มาตั้งคำถามถึงความถูกต้องในวิธีคิดและเหตุผลของการกระทำ เพื่อทดลองการทำงานร่วมระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยี โดยไม่โชว์คำตอบที่ชัดเจนเป็นตรรกะในวรรณคดี แต่มีผลลัพธ์ที่สื่อสาระสำคัญคือ AI ยังไม่ถูกพัฒนาถึงระดับที่มีคุณสมบัติที่มีสมอง มีความคิดใกล้เคียงคน โดยเฉพาะเหตุผลของการกระทำ แต่กำลังจะมีคุณลักษณะท้าเทียบคนในอีกไม่กี่ปีที่จะถึง โดยเฉพาะการมีรสนิยมในด้านศิลปะ

“ RIDING THE RHYTHM ”
“ RIDING THE RHYTHM ” (Work-in-Progress) การแสดงวิธีการตั้งคำถามต่อร่างกาย การเคลื่อนไหว วัฒนธรรม และโลก เป็นผลงานของ กรกาญจน์ รุ่งสว่าง นักเต้นและนักออกแบบท่าเต้นรุ่นใหม่ ที่ชวนสำรวจ “ จังหวะ ” ในฐานะองค์ความรู้ ซึ่งถ่ายทอดผ่านร่างกาย ความสัมพันธ์ และธรรมชาติ โดยมีที่มาจากศิลปะการแสดงพื้นบ้าน และประสบการณ์ชีวิตของศิลปิน ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากมากสำหรับการถ่ายทอดอย่างเป็นรูปธรรม ผู้ชมที่เป็นชาวต่างชาติจึงรับรู้ได้เพียงท่าเต้น (แม้เน้นลักษณะของม้า) ที่มาใกล้เคียงกับท่า exercise โดยไม่เข้าใจความหมาย ว่ามีที่มาจากภูมิหลังของนักแสดง (ผ่านการบอกเล่าในช่วงท้ายเท่านั้น)

“Fast Track Master Class” [5] by Olivier Dubois [6] with Thai artists
22/2/2026 CU. 6-7 pm. โอลิเวียร์ นักออกแบบท่าเต้นและผู้กำกับศิลป์ชาวฝรั่งเศส กล่าวนำก่อนการแสดงผลงานหลังการเวิร์คชอ็ปวันแรก (21/2/2026) ซึ่งเป็นการรวมตัวของเหล่าศิลปินผู้เข้าอบรมจากหลายประเทศ ร่วมกันถ่ายทอดวิชาออกมา เปลี่ยนบรรยากาศทางวิชาการให้เป็นงานเต้นรำที่สนุกสนาน เร้าใจให้ผ่อนคลาย ไม่ได้มุ่งสื่อความหมายซับซ้อน แต่ถ้อยคำที่โอลิเวียร์กล่าว กลับเป็นการอ่านบทกวีที่ไพเราะมากความหมายจากสายใย ที่มีต่อการเต้น สังคม ผู้คน ที่ดลให้เกิดองค์ความรู้ และเขามีความปรารถนาดี ที่จะมีส่วนร่วมผลักดันในการก่อเกิดสิ่งนี้ … NCCT
เมื่อฉันได้รับการเสนอให้ก้าวสู่เส้นทางสายอาชีพด้านการออกแบบท่าเต้นอย่างรวดเร็ว
โดยมุ่งเน้นที่ศูนย์กลางของศูนย์การออกแบบท่าเต้นแห่งชาติ
ฉันรู้สึกตื่นเต้นในทันที บางอย่างดูชัดเจน ราวกับเป็นสัญชาตญาณ เหมือนคำเชิญที่ปฏิเสธไม่ได้
แต่ไม่นานฉันก็พบว่าตัวเองต้องเผชิญกับความรู้
ที่มาในรูปแบบศิลปะ ภูมิหลังทางสังคม
และความสัมพันธ์ทางสังคมที่หลากหลายอย่างเหลือเชื่อ
จากนั้นก็เกิดคำถามสำคัญที่แทบจะทำให้เวียนหัว
ว่าเราจะสามารถถ่ายทอดอะไรได้อย่างแท้จริง?
ฉันจะนำอะไรมาได้บ้าง โดยเป็นอิศระจากการควบคุม ไม่ถูกบังคับ
ไม่ถูกนำเข้าจากภายนอก และไม่ตัดขาดจากความเป็นจริงของพวกเขา?
ฉันจะช่วยเหลือในการฝึกฝนนักแสดงและศิลปินรุ่นเยาว์
ไปพร้อม ๆ กับการสนับสนุนโครงการที่มีคุณค่าและเปราะบางนี้ได้อย่างไร
การอุบัติของบางสิ่ง ในบริบทที่ยังมีน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย ทำให้ฉันเข้าใจชัดเจนว่า คำตอบไม่ได้อยู่ที่การถ่ายทอดวิธีการ หรือรูปแบบความรู้ที่ตายตัว
สิ่งที่สำคัญสำหรับฉันคือการยกระดับหรือสร้างแรงบันดาลใจ
ประสบการณ์ชีวิต การเดินทางที่ต้องก้าวไปด้วยกัน
บางทีอาจหมายถึงการสร้างสรรค์ที่นี่ และตอนนี้
ความเป็นจริงของการที่กลุ่มคนร่วมกันสร้างสรรค์ ค้นคว้า ทำงานที่เคลื่อนไหว
เหนือสิ่งอื่นใดคือการพบปะกับผู้อื่น อีกฝ่าย ในฝั่งวัฒนธรรมอื่น จินตนาการอื่น หรือมุมมองอื่น
สำหรับฉัน การเต้นรำมักเกิดจากจุดนั้น
จากความสัมพันธ์และความปรารถนาโดยรวม
การอยู่ร่วมกันในพื้นที่เดียวกันและเวลาเดียวกัน
รวมตัวกันด้วยความปรารถนาร่วมกัน
และอยู่ใกล้ชิดกับสิ่งที่ขับเคลื่อนพวกเราอย่างลึกซึ้งที่สุด
ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเต้นรำ
เพราะพระเจ้าทรงรู้ดีว่า การจะอุทิศชีวิตให้กับการเต้นรำนั้น
ต้องอาศัยความกล้าหาญอย่างมหาศาล
ความกล้าหาญที่เปราะบางและไร้การควบคุม
บางครั้งเงียบสงบ บางครั้งลุกโชน
พลังที่ผลักดันให้เรายืนหยัด ต่อต้าน และก้าวต่อไป
แม้จะมีข้อสงสัย ข้อจำกัด การขาดโครงสร้าง
และจากสัญชาตญาณนี้เองที่ฉันเสนอให้เราใช้เวลาค่ำคืนนี้ร่วมกัน
ค่ำคืนแห่งการเปลี่ยนแปลง ค่ำคืนที่จุดอ้างอิงต่าง ๆ สลายไป
ที่ร่างกายเปิดรับในรูปแบบต่าง ๆ
ที่ถ้อยคำในยามค่ำคืนของเรา ใช่แล้ว ถ้อยคำในยามค่ำคืน
สามารถปลดปล่อยออกมาได้ในที่สุด ก่อนที่วันใหม่จะมาถึง
ในการข้ามผ่านครั้งนี้ ข้อเสนอมากมายได้ผสมผสานกัน
มีท่าทาง ความเงียบ ความพยายาม แรงกระตุ้น
การฟังอย่างมากมาย การซึมซับอย่างมากมาย และคำถามมากมายเช่นกัน
และเหนือสิ่งอื่นใด มีความหวังอย่างมากมาย
ความหวังที่ว่าสถานที่แห่งนี้จะมีอยู่จริง
ความหวังที่ว่าชุมชนศิลปะจะสามารถรวมตัวกัน
รู้จักตัวเอง และสนับสนุนซึ่งกันและกัน
ความหวังที่ว่าการเต้นรำจะกลายเป็นพื้นที่สำหรับการแบ่งปัน
การค้นคว้า และความสุข เพราะหัวใจสำคัญของทั้งหมดนี้ คือความสุข
ใช่ ความสุขของการได้อยู่ร่วมกัน ความสุขของการเต้นรำ การค้นหา
การไม่รู้ล่วงหน้า ความปรารถนาถึงอนาคต
ดังนั้นขอให้เราใช้เวลาค่ำคืนนี้กับพวกเขา อย่างมีความสุข.

การแสดง “ Isan Brazil ” โดยศิลปินจาก วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับนักออกแบบท่าเต้นชาวบราซิล Vitor Hamamoto
Victor Hamamoto คือหนึ่งในศิลปินเดี่ยวของงานนี้ที่ได้รับความสนใจมาก จากคุณสมบัติเด่นเป็นประจักษ์ ด้วยการแสดงเชิงพิธีกรรมที่เข้มขลังพลังสูง เมื่อได้แรงส่งโดยนักดนตรีจากมหาสารคาม คือคีตามากคุณค่าที่น่าจนจำ ตั้งแต่วินาทีแรกที่เปิดนำการแสดงด้วยดนตรีพื้นบ้านอีสานแท้ เสมือนการบอกเล่าด้วยลำนำ ผ่านพิธีกรรมขับกล่อม ชวนน้อมใจให้สักการะด้วยเครื่องบูชาที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนเลื่อนสายตาไปหยุดอยู่ที่ร่างนักเต้น ที่มีเส้นการเคลื่อนไหวซึ่งให้ความหมายมากกว่าที่ตาจะมองเห็น เริ่มจากความเป็นก้อนเนื้อขดนิ่งหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (จัดวางเครื่องเซ่นเป็นหิ้งบูชา) ก่อนค่อย ๆ คืบคลานอย่างมีลีลาจากจุดเริ่ม (ด้านซ้ายสุดของเวทีสี่เหลี่ยมผืนผ้า) ค่อย ๆ เคลื่อนเลื่อนมาอยู่ยังจุดกึ่งกลางระหว่างซ้ายขวา ตรึงสายตาผู้ชมด้วยทุกปมระริกไหวในกล้ามเนื้อ ทุกคนนิ่งและรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวที่ถูกควบคุมไว้อย่างเป็นระบบจากภายใน ทำให้ร่างกายภายใต้รอยสักงดงามมากสามารถสื่อแสดงความต่างระหว่างมนุษย์กับสัตว์ได้ชัดเจน หลังจบการแสดงเมื่อถูกถามว่า “ คุณควบคุมทุกอณูของกล้ามเนื้อได้อย่างไร ในทุกขณะที่เคลื่อนไหวขนาดนั้น? ” Victor Hamamoto ตอบยืนยันอย่างมั่นใจว่า “ อยู่ที่หมั่นฝึกฝน ” ก่อนขยายความตามจริง
เกี่ยวกับแนวทางการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ เขาได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมที่หลากหลาย และความท้าทายในทางปฏิบัติของการเป็นศิลปินอิสระ ยึดปรัชญาการแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ จากการศึกษาวิจัยทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง
แนวคิดสำคัญในการทำงานของเขาคือ ปรัชญา ศิลปะ และร่างกายในฐานะภาชนะ ศิลปินมองร่างกายเป็น “ ภาชนะ ” เน้นย้ำถึง “ สภาวะที่ไร้การควบคุม ” และ “ อิสรภาพในการแสดง ” เมื่อถูกถามถึงความหมายหรือสัญลักษณ์ใน movement เขาไม่ลังเลที่จะเปิดใจให้คำอธิบาย โดยไม่ได้นึกว่าจะเป็นการชี้นำทางความคิดแบบตีกรอบ ตอบว่าการแสดงมี “ ช้าง ” เป็นแรงบันดาลใจ ถูกยกมาเป็นสัญลักษณ์แทนพลัง และความปรารถนาที่จะ “ ใช้ชีวิต ” ในแบบคนที่เป็นเจ้าของชีวาอย่างแท้จริง

Victor Hamamoto มุ่งสร้างพื้นที่และเปิดโอกาสให้เกิดการแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าการควบคุมอย่างเข้มงวด การแสดงมุ่งไปสู่ “ ช่องทางเหนือธรรมชาติ ” โดยการดึงเอา “ ศักยภาพภายใน ” ออกมา โดยใช้ “ ความพร้อม ” ในทุกด้านเป็นฐานหลัก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตที่เปี่ยมชีวา เพราะผ่านการศึกษาวิจัยทางวัฒนธรรมไทยอีสานมาอย่างกว้างขวาง และเคารพในแนวทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งดนตรีอีสาน มีแนวนำความคิดคือการเชื่อมโยงและตีความวัฒนธรรมอย่างรอบด้าน ดึงจากดนตรีและลีลาการเคลื่อนไหวมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างงาน แทนที่จะเพียงแค่การบริโภคหรือเข้าถึงมันในเชิง “ ธุรกรรมเพื่อการเงิน ” เพียงอย่างเดียว เขาหลีกเลี่ยงการกำหนดกรอบของตนเอง แต่เลือกที่จะ “ ไหล ” ไปกับความรู้สึกและศึกษาปรัชญา ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมที่เปิดกว้าง เปิดใจ และเคารพซึ่งกันและกัน
ในมิติของการเรียนรู้และพัฒนา ศิลปินส่วนใหญ่เน้นที่จะ “ เรียนรู้ด้วยตัวเอง ” และทำการวิจัยส่วนตัวในโลกกว้าง มากกว่าการศึกษาในสถาบันอย่างเป็นทางการ เขารักการเดินทาง การจัด workshop และการเป็นศิลปินในพำนักของโครงการต่าง ๆ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งการเรียนรู้ และการหารายได้ เป็นความท้าทายของศิลปินอิสระในบราซิล ที่ทำงานเป็นฟรีแลนซ์ในโครงการต่าง ๆ มากมาย เขาเน้นย้ำให้เห็นถึงการขาดการสนับสนุนจากรัฐบาลบราซิลอย่างมาก ทำให้จำเป็นต้องพึ่งพาแหล่งเงินทุนจากทางเลือกอื่น ๆ
เขาย้ำถึงชะตากรรมของคนสร้างงานศิลปะ ที่ไม่ต่างกันในทุกประเทศว่า ความยั่งยืนทางการเงินเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับศิลปินที่ต้อง “ หาทุนเอง ” หรือพึ่งพาเงินสนับสนุนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่แน่นอน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต โดยเฉพาะการหาทุนสำหรับเดินทางไปต่างประเทศ เป็นเรื่องยากเป็นพิเศษ มักได้รับเงินทุนจาก “ ผู้ซื้อ ” (ผู้ชม) จากแพลตฟอร์มระดมทุนต่าง ๆ (เช่น Facebook , Soundcloud ฯลฯ) และการสนับสนุนจากเพื่อน ๆ แม้จะมากมีอุปสรรคเหล่านี้ แต่ศิลปินก็ยังคงทำงานอย่างขยันขันแข็ง เพื่อรักษาความรักในงานศิลปะและความเป็นอยู่ของตน … คือความเป็นจริงของการรักษา “ สถานะอาชีพศิลปิน ” ในบราซิล ที่ปราศจากการสนับสนุนจากสถาบันของรัฐ เพราะไม่มีการจัดสรรเงินทุนอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอเลย …

“ Morlam Collective ” [7]
การแสดงในวันที่ 23 กุมาพันธ์ 2569 “ Morlam Collective” มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมผลักดันศิลปะการแสดงร่วมสมัยสู่เวทีนานาชาติ เตรียมสร้างต้นแบบหลักสูตรการออกแบบท่าเต้นแห่งแรกของไทย ส่งผลงาน
“ Morlam Collective ”https://vt.tiktok.com/ZSxH96vDX/
เป็นการแสดงที่เรียกความสนใจสูงในงาน THAILAND CHOREOGRAPHY SYMPOSIUM 2026 เวทีสำหรับการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และพัฒนากระบวนการออกแบบท่าเต้น (Choreography Development) ร่วมกับศิลปินและผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบท่าเต้นจากหลายประเทศ การแสดงนี้พัฒนามาจาก “ การแสดงท้องถิ่นอีสานร่วมสมัยสู่การประชุมระดับนานาชาติ Thailand Choreography Symposium 2026 และการเผยแพร่ใน โครงการ National Choreography Centre of Thailand (NCCT) ที่ประเทศฝรั่งเศส ในปี 2026 ณ Center National de la Danse (CND) กรุงปารีสและเมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส”
โครงการนี้มีเป้าหมายในการสร้างต้นแบบการเรียนรู้และการวิจัยเชิงปฏิบัติการด้านการออกแบบท่าเต้น (Choreography) ที่ผสานความเป็นพื้นบ้านกับความเป็นสากลเพื่อพัฒนานักเต้นไทย ” ที่มุ่งนำองค์ความรู้และอัตลักษณ์การแสดงท้องถิ่นอีสานมาสร้างสรรค์ในบริบทร่วมสมัย และขยายการรับรู้สู่เวทีนานาชาติ ดำเนินงาน โดย ศุภณัฐ วงศ์โชติวนิช ภายใต้การให้คำปรึกษาของ ครูโอ๋ จิตติ ชมพี และ ครูพิเชษฐ กลั่นชื่น สนับสนุนโดย กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ประเทศไทย

จิตติ ชมชี ผู้กำกับศิลป์ ยังคงสำรวจการเคลื่อนไหว ภวังค์ และพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ด้วยการตีความใหม่ในหมอลำ ซึ่งเป็นประเพณีดนตรีและการแสดงที่มีรากฐานลึกซึ้งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ในประเทศไทย ผ่านมุมมองการออกแบบท่าเต้นร่วมสมัย ศึกษา และติดตามวิวัฒนาการของดนตรีหมอลำ ตั้งแต่ต้นกำเนิดในฐานะเสียงบำบัดและพิธีกรรม ไปจนถึงการพัฒนาเป็นหมอลำลูกทุ่ง ซึ่งเป็นรูปแบบศิลปะพื้นบ้านที่ยั่งยืน สามารถเลี้ยงชีพและพัฒนาไปสู่ระดับมืออาชีพ ทั้งในชุมชนท้องถิ่นและเวทีระดับนานาชาติ เส้นทางนี้เผยให้เห็นบทสนทนาที่ซ้อนทับกันข้ามกาลเวลา วัฒนธรรม และเศรษฐกิจการแสดง
ครูโอ๋ จิตติ ได้อธิบายขยายความขอบเขตการวิจัยด้านการออกแบบท่าเต้น โดยร่วมมือกับ กลุ่มพัฒนาการออกแบบท่าเต้นขอนแก่น (KKCD) เพื่อสร้างกรอบการแสดงใหม่ว่า ที่นี่ “หมอลำ” กลายเป็นวัตถุดิบในการออกแบบท่าเต้น—จังหวะ น้ำเสียง รูปแบบการหายใจ และท่าทางการแสดงถูกแยกส่วนและประกอบขึ้นใหม่ผ่านวิธีการเต้นร่วมสมัย ผลลัพธ์ที่ได้คือบทสนทนาทางกายภาพระหว่างประเพณีและการเปลี่ยนแปลง ที่ซึ่งความรู้พื้นบ้านและร่างกายร่วมสมัยอยู่ร่วมกัน ภายในกระบวนการสร้างสรรค์ใหม่ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง Morlam Collective รวบรวมวิสัยทัศน์ของจิตติ เกี่ยวกับคลังเก็บข้อมูลที่มีชีวิต—การแสดงที่รับฟังอดีตในขณะที่ด้นสดไปสู่อนาคต มันวางตำแหน่งหมอลำให้ไม่ใช่ในฐานะโบราณวัตถุทางวัฒนธรรม แต่เป็นพลังที่เคลื่อนไหวและปรับตัวได้ภายในภูมิทัศน์การแสดงร่วมสมัย
ศิลปินหมอลำคือผู้แสดงออกแห่งการตีความใหม่อย่างวิจิตร พวกเขาหลอมรวมรากเหง้าทางวัฒนธรรมเข้ากับพลวัตของโลกสมัยใหม่ ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรม และอิทธิพลจากกระแสโลก ผ่านกระบวนการลูกผสมเชิงสร้างสรรค์ ผสมผสานแนวเพลงตะวันตกและแนวโน้มร่วมสมัยเข้ากับอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่หยั่งรากลึก ด้วยความสามารถในการปรับเปลี่ยนและสังเคราะห์ หมอลำจึงดำรงอยู่ในลักษณะที่เปิดกว้าง เติบโตในหลากหลายรูปแบบและแนวทาง อีกทั้งยังเคลื่อนไหวไปในพื้นที่ระหว่างศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นดนตรี การเต้นร่วมสมัย หรือศิลปะระหว่างวัฒนธรรม หมอลำจึงมิได้เป็นเพียงการแสดงดนตรีพื้นบ้าน แต่คือพื้นที่แห่งการต่อรอง ความร่วมสมัย และการแสดงออกอันหลากหลายของจิตวิญญาณศิลป์ไทยในโลกปัจจุบัน

“ Morlam Collective ” [8]
ชมการแสดงเต็มโชว์ https://www.facebook.com/share/v/1CoP5F8cBG/
ใน “ Morlam Collective ” กับการแสดงครั้งล่าสุด จิตติ ชมพี ผู้กำกับการแสดง กำหนดแนวคิด และออกแบบฉาก (ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละสถานที่จัดแสดง) ยังคงสำรวจการเคลื่อนไหว สภาวะภวังค์ และพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของศิลปะการแสดงพื้นบ้าน โดยการนำดนตรีและศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่หยั่งรากลึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย (อีสาน) มาตีความใหม่ผ่านมุมมองการออกแบบท่าเต้นร่วมสมัย ผลงานนี้ติดตามวิวัฒนาการของดนตรีหมอลำ ตั้งแต่ต้นกำเนิดในฐานะเสียงบำบัดและพิธีกรรม ไปจนถึงการพัฒนาเป็นหมอลำลูกทุ่ง ซึ่งเป็นศิลปะพื้นบ้านที่ยั่งยืน สามารถเลี้ยงชีพและพัฒนาไปสู่ระดับมืออาชีพทั้งในชุมชนท้องถิ่นและเวทีระดับนานาชาติ เส้นทางนี้เผยให้เห็นบทสนทนาที่ซ้อนทับกันข้ามกาลเวลา วัฒนธรรม และเศรษฐกิจการแสดง
“ Morlam Collective ”
จัดแสดง : 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00 น.
สถานที่: ศูนย์ศิลปะการละคร สดใส พันธุมโมล มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์
กำกับการแสดง แนวคิด และออกแบบฉาก โดย จิตติ ชมพี
ร่วมมือกับ กองพัฒนาท่าเต้นขอนแก่น Khon Kaen Choreography Development (KKCD)
นักเต้น (KKCD): สุพนัต วงศ์โชควานิช, เกียรติศักดิ์ บุญเชียรยาว, ชาคริสต์ ชินโชติ, วันวิสา เขียนดี
ศิลปินหมอลำ: อธิท กำหงษา, ภานุวัฒน์ ศักดิ์รม, วุฒิกันต์ โชคสังนวล, จักรพันธ์เจริญ
ผู้กำกับเทคนิค: จิรัช เอี่ยมสาอาร์ด
ได้รับการสนับสนุนโดย
กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานศิลปะร่วมสมัยและวัฒนธรรม

“ Miscellany of Khon ”
by the Office of Performing Arts,
Fine Arts Department (National Theatre)
การแสดงชุดสุดท้ายในพิธีปิดการสัมนาเชิงฏิบัติการครั้งนี้ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 คือ “ Miscellany of Khon” โดย จิตติ ชมพี ได้นำเอาประเพณีรำโขนไทยแบบดั้งเดิมมาพิจารณาใหม่ ผ่านมุมมองการออกแบบท่าเต้นร่วมสมัย แทนที่จะเล่าเรื่องราวในตำนาน ผลงานชิ้นนี้ได้กระตุ้นแก่นแท้ของโครงสร้างของโขน นั่นคือ รหัสการเคลื่อนไหว การจัดวางดนตรี และระบบสัญลักษณ์ เชิญชวนให้ผู้ชมได้สัมผัสกับประเพณีในฐานะรูปแบบที่มีชีวิตและกำลังพัฒนา
องค์ประกอบทางดนตรีที่ได้รับการออกแบบเฉพาะเจาะจงสำหรับการแสดง “ Miscellany of Khon” ช่วยสนับสนุนการแสดงออกของบทบาทหลัก ได้แก่ ความสงบเยือกเย็นของวีรบุรุษ (พระ) อำนาจที่มั่นคงของอสูร (ยักษ์) และความมีชีวิตชีวาที่คล่องแคล่วของลิง (ลิง) สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการกำหนดบทเพลงตามลำดับชั้น เพศ และสถานะทางสังคมของตัวละคร ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของละครไทยคลาสสิก ท่วงทำนอง จังหวะ ระดับเสียง และความหนาแน่นของจังหวะ ช่วยเสริมสร้างลำดับชั้นและอัตลักษณ์บนเวทีอย่างละเอียดอ่อน ดนตรีในโขนไม่ได้เป็นเพียงแค่ดนตรีประกอบตัวละครเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงระเบียบทางสังคมผ่านเสียงอีกด้วย
ภายในวงปี่พาทย์ ชิง (Ching) สื่อถึงกรอบจังหวะแบบวนซ้ำ บ่งบอกการเปิดและปิดของวงจรจังหวะ และให้ความต่อเนื่องทางโครงสร้างในการแสดงสด ในทางตรงกันข้าม “แสก” (Baak) เป็นสัญญาณเสียงกระทบที่สร้างขึ้นเป็นหลักจากกลองและกระทืบ ซึ่งทำหน้าที่เป็นจังหวะเน้นย้ำ แสกบ่งบอกการเปลี่ยนท่าเต้น ส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ และช่วยให้เกิดการสนทนาแบบเรียลไทม์ระหว่างนักเต้นและนักดนตรี ดังนั้น เวลาทางดนตรีจึงกลายเป็นพลังขับเคลื่อนทางละครที่กระตือรือร้นมากกว่าเป็นเพียงฉากหลังที่เป็นกลาง
ในบริบทนี้ ประเภทของดนตรีจึงมีส่วนกำหนดโครงสร้างของท่าเต้นโดยตรง แม้ว่าบทเพลงจะไม่กำหนดการเคลื่อนไหวที่ตายตัว แต่ก็กำหนดจังหวะ น้ำหนัก การออกเสียงตามจังหวะ และคุณภาพของการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นปัจจัยที่กำหนดท่าทาง ท่วงท่า และการออกแบบพื้นที่ บทเพลงที่กว้างขวางและมีจังหวะที่มั่นคงช่วยสนับสนุนอำนาจที่สุขุมของตัวละครปีศาจ ในขณะที่โครงสร้างที่เร่งรีบและออกเสียงอย่างมีพลวัต ช่วยให้ตัวละครลิงมีความคล่องแคล่วด้วยลีลากายกรรม ดนตรีทำหน้าที่เป็น “สถาปัตยกรรมจลน์” รูปแบบหนึ่ง (เพราะมีโครงสร้างที่แข็งแรงและมีพลังงานการเคลื่อนไหวซึ่งเกิดขึ้นจากภายใน) ด้วยการลดความอลังการประดับประดา ในขณะที่ยังคงรักษาเทคนิคที่กำหนดไว้

ผลงานนี้จึงให้ความสำคัญกับความหมายมากกว่าการตกแต่ง ความสมจริงของมนุษย์มาบรรจบกับจินตนาการในตำนาน สร้างภูมิทัศน์การแสดงที่มีหลายชั้น “ Miscellany of Khon ” วางตำแหน่งละครไทยคลาสสิกให้ไม่ใช่ในฐานะ “มรดกที่หยุดนิ่ง” แต่เป็น “ระบบที่มีพลวัตและมีชีวิตชีวา” ซึ่งสถาปัตยกรรมดนตรี กับความรู้ที่ฝังอยู่ในร่างกาย และการตีความร่วมสมัย ต่างปรับเปลี่ยนซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่อง
โครงการนี้พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือกับนักรำโขนหลัก และวงปี่พาทย์จากโรงละครแห่งชาติของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อสำรวจว่าโขนแต่ละตอนถูกสร้างขึ้นอย่างไร หัวใจสำคัญของการสำรวจนี้อยู่ที่บทบาทของดนตรี ในโขนแบบดั้งเดิม วงปี่พาทย์ไม่ได้เพียงแค่บรรเลงประกอบเท่านั้น แต่ยังกำหนดโครงสร้างของเวลาในละคร กำหนดเอกลักษณ์ของตัวละคร และสื่อสารกับนักแสดงอย่างแข็งขัน ให้ความหฤหรรษ์กับผู้ชม ผู้เข้าร่วมประชุม และเหล่านักแสดงนานาชาติ จึงทำให้บรรยากาศจบลงด้วยความรื่นรมย์บ่มมิตรภาพ
“ Miscellany of Khon”
กำกับการแสดง, แนวคิด, ออกแบบฉาก และเครื่องแต่งกาย: จิตติ ชมพี
นักแสดงและคณะปี่พาทย์: กรมศิลปากร สำนักงานศิลปะการแสดง (โรงละครแห่งชาติไทย)
ผู้กำกับเทคนิค: จิรัช เอี่ยมสาอาร์ด
ผู้สร้างหน้ากากโขน: ขันธ์ชัย โฮมจันทร์
ล่าสุดจัดแสดงในระเทศไทย วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา: 19.00 น.
สถานที่: ศูนย์ศิลปะการแสดงสุดสายพันธุมกมล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ได้รับการสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ประเทศไทย

“The Miscellany of Khon"
การนำเสนอระดับนานาชาติ
“The Miscellany of Khon” เปิดการแสดงในยุโรปหลายวาระด้วย “ทัศนะใหม่” ที่เกิดจากการเสพศิลป์ข้ามถิ่นวัฒนธรรม นำมาซึ่งบทบาทที่ชัดเจนของศิลปะการแสดงร่วมสมัยในสถานะของ “ทูตวัฒนธรรม” ย้ำแนวคิดที่ไม่ยึดติดกับขนบนบประเพณี แต่มุ่งวิธีสื่อสารเพื่อการต่อยอด เพราะ …. “ ในมุมมองของชาวยุโรป การได้ชมผลงานของจิตติคือสภาวะของการแยกตัวออกจากความคุ้นเคย การสร้างสรรค์ท่าเต้นกระตุ้นให้เกิดความเชื่อมโยงกับตำนานดั้งเดิม แต่เป็นการกระตุ้นจินตนาการมากกว่าการเล่าเรื่องราวแบบดั้งเดิม การสร้างช่องว่างระหว่างประเพณีและการตีความใหม่ท้าทายความคุ้นเคยซึ่งผลักดันความคิดสร้างสรรค์ การใช้สัญลักษณ์กระตุ้นให้ผู้ชมคิดทบทวนและพิจารณาวรรณกรรมดั้งเดิมในมุมมองใหม่ ส่งผลให้เกิดความหมายใหม่ ความสมจริงในแง่มุมของความเป็นมนุษย์มาบรรจบกับองค์ประกอบของเหนือจริงในตำนาน ซึ่งสร้างโลกแห่งความขัดแย้งภายในผลงาน ด้วยการจับเอาแก่นแท้ของศิลปะดั้งเดิมมาผสมผสาน โดยลดทอนการตกแต่งแบบดั้งเดิมลง ชาวตะวันตกจึงค่อย ๆ เห็นว่า ‘งานศิลปะมีส่วนช่วยสร้างความหมายมากกว่าความสวยงาม เพื่อส่งเสริมเสรีภาพในการตัดสินใจด้วยตนเอง ซึ่งจะเพิ่มคุณค่าให้กับการพัฒนาความเป็นมนุษย์ผ่านงานศิลปะที่สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์’ ” จิตติ ชมพี [9]
- มิลล์ พลาโตซ์ CCN ลาโรเชลล์ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2023 รวมถึงการฉายรอบปฐมทัศน์โลกของสารคดีชุด 6 ตอน เรื่อง “The Miscellany of Khon” เป็นภาพยนตร์สารคดีซึ่งนำการผลิตโดย ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน และกำกับโดยจิตติ ชมพี ประกอบไปด้วย 6 ตอน ได้แก่ Thread, The Last Chui Chai, Femininity in Male Performers, Narration, Untold Stories, และ Baak ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ไม่ได้ถ่ายทอดโขนในรูปแบบระเพณีดั้งเดิมโดยตรง แต่ได้รับแรงบันดาลใจจากการบอกเล่าเรื่องราวในศาสตร์ของโขน และเทคนิคเฉพาะที่ค้นพบจากการวิจัยในศิลปะแบบดั้งเดิม สนับสนุนโดย กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
- โอเปรา เดอ ลิโมจส์ / ศูนย์ฌอง มูแลง ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2023
- เบียนนาเล่ อินเตอร์นาซิอองนาล เดอ ดานซา เดอ คาลี สาธารณรัฐโคลอมเบีย อเมริกาใต้ เมื่อวันที่ 10-12 พฤศจิกายน 2023 (ลา ลิโคเรรา – ศูนย์การเต้นและการออกแบบท่าเต้นแห่ง วาเย เดล กาอูกา)
- พิพิธภัณฑ์กีเมต์ ปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2024
- โรงละครดิลิเจนเทีย แอนด์ เปปิจน์ เดอะเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2024
- ครั้งล่าสุดที่ ARTA - Cartoucherie de Vincennes - ปารีส เมื่อ วันที่ 1-5 มิถุนายน 2026 [10]
“ Miscellany of Khon” ไปเปิดการแสดงครั้งล่าสุดที่ ARTA - Cartoucherie de Vincennes - ปารีส เมื่อ วันที่ 1-5 มิถุนายน 2026 นำเสนอองค์ประกอบของการเคลื่อนไหว และท่าทางในเทคนิคการรำแบบดั้งเดิม ปรับเปลี่ยนการด้นสดผ่านการเคลื่อนไหวเชิงเล่าเรื่อง พร้อมกับสำรวจเรียนรู้เทคนิค ปีศาจ และลิง ในโขน สำรวจหลักการของการเคลื่อนไหว ท่าทาง และการแสดงออกเชิงเล่าเรื่องในการรำโขนแบบดั้งเดิม โดยเน้นเฉพาะบทบาทของปีศาจ (ยักษ์) และลิง นำ workshop โดย อาจารย์จิตติ ชมพี ผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงโขน และเทคนิคตัวละคร มุ่งสำรวจว่า โครงสร้างการเคลื่อนไหวแบบคลาสสิกสามารถให้ข้อมูลแก่การด้นสดร่วมสมัยได้อย่างไร ในขณะที่ยังคงรักษาความสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมไว้ ผ่านการฝึกฝนแบบมีผู้แนะนำ ผู้เข้าร่วมอบรมได้พัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับความสมดุล ความแตกต่าง และการเล่าเรื่องผ่านร่างกาย เชื่อมโยงกับขนบดั้งเดิมของนาฏศิลป์ไทย พร้อมทั้งสำรวจความคิดสร้างสรรค์ในการแสดงด้วย

รายงานปฏิบัติการครั้งล่าสุดภายใต้ “โครงการฝึกอบรมการออกแบบท่าเต้นแห่งประเทศไทย” เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2026 เวลา 17:30 น. ณ Bangkok Kunsthalle ด้วยการแสดง (presentation) จากผลงานการอบรมเชิงปฏิบัติการโดยศิลปิน Vania Vaneau การสัมนาเชิงปฏิบัติการครั้งนี้อิงจาก แนวทางการปฏิบัติทางกายภาพที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Body-Mind Centering (BMC), Kundalini และ Authentic Movement รวมถึงแนวทางต่าง ๆ ในการด้นสดและการจัดองค์ประกอบ โดยสำรวจพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกของร่างกาย ด้วยการตั้งคำถามว่าร่างกายมีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมอย่างไร และมนุษย์เชื่อมต่อกับสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์อย่างไร เราจึงมุ่งหวังที่จะสำรวจความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างการรับรู้ การเคลื่อนไหว และจินตนาการ ห้องปฏิบัติการออกแบบท่าเต้นมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นจินตนาการ การฟังอย่างลึกซึ้ง และการสังเกตผู้อื่น ในขณะที่ทำงานร่วมกับร่างกายทั้งทางกายภาพและจิตใจในระดับต่าง ๆ โดยจะตรวจสอบความต่อเนื่องและความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างร่างกายในพื้นที่ร่วมกัน
ผู้เข้าร่วม workshop ได้ปฏิสัมพันธ์กับวัสดุที่มีรูปทรงและพื้นผิวที่หลากหลาย เช่น ผ้าหลายประเภทหลากที่มา เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างความรู้สึก จินตนาการ และการจัดองค์ประกอบ กระบวนการนี้อาจรวมถึงการวาดภาพและการเขียน ที่นับเป็นเครื่องมือในการพัฒนาภาษาเฉพาะตัว ทางกายภาพ และทางด้านการออกแบบท่าเต้นห้องปฏิบัติการนี้ยังสำรวจแนวคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงและพิธีกรรมการเยียวยา โดยนำเสนอประสบการณ์ทางกายภาพและประสาทสัมผัสหลายรูปแบบ ที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างความเป็นจริงและนิยายเลือนหายไป
การสัมมนาเชิงปฏิบัติการนี้จบลงด้วยการแสดงต่อสาธารณะ กระตุ้นพื้นที่และมีส่วนร่วมกับผู้ชม สร้างชุมชนของบุคคลสำคัญในตำนาน-ผี เทพเจ้า หรือสัตว์ประหลาดจากมิติอื่น ที่มาเยือนช่วงเวลาปัจจุบันผ่านนักแสดงผู้เข้าอบรม พลังของสิ่งที่มองไม่เห็นได้ปรากฏขึ้นต่อหน้า และเชื่อมโยงถึงจิตสัมผัสกับตัวแทนผู้ชม ที่เฝ้าติดตามผลงานของศิลปินในโครงการนี้อย่างต่อเนื่องมาตลอด ล่าสุดเมื่อ วันที่ 14 พฤษาคม 2569 ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ (Bangkok Kunsthalle) พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัย และศูนย์กลางทางวัฒนธรรมนานาชาติแห่งใหม่ของประเทศไทย สนับสนุนโดยกองทุน FEF-R และ Ambassade de France en Thaïlande สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจําประเทศไทย Sawasdee France

Vania’s Workshop
หอศิลป์ Society รายงาน : นิทรรศการร่ายรำแห่งจิตวิญญาณจาก Vania’s Workshop
ในโลกที่ความเร่งรีบมักทำให้เราหลงลืมการสดับฟังเสียงจากภายใน ศิลปินวาเนีย ได้นำเสนอมิติใหม่ของการเคลื่อนไหวที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของภาษาพูด ผลลัพธ์ของการเพาะบ่มคมความรู้จาก โครงการ Vania’s Workshop ภายใต้แผนงานโครงการก่อตั้ง National Choreography of Thailand ได้รับการถ่ายทอดออกมาเป็นท่วงท่าที่ทลายกำแพงระหว่าง “ ตัวตน ” และ “ จักรวาล ” การแสดงชุดนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การร่ายรำเพื่อความสวยงาม แต่คือการออกเดินทางสำรวจความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่าง “ ร่างกายภายใน ” (Internal Body) และ “ โลกภายนอก ” (External World) ผ่านศาสตร์แห่งศิลปะการเต้นร่วมสมัย (Contemporary Dance) ผสานกับการด้นสด (Improvisation) และกระบวนการ Somatic Practice หรือการตระหนักรู้ผ่านร่างกาย ซึ่งจะทำให้เราได้เห็นว่ามนุษย์เชื่อมโยงกับพื้นที่และสิ่งแวดล้อมอย่างไร แม้ในสิ่งที่ตาเปล่ามองไม่เห็น ผ่านพิธีกรรมแห่งการเยียวยา เมื่อความจริงและจินตนาการบรรจบกัน โดยมี highlight สำคัญของงานแสดงชุดนี้คือ การหยิบยกแนวคิดเรื่อง “การเปลี่ยนผ่าน” (Transition) และ “พิธีกรรมแห่งการเยียวยา” (Healing Ritual) มาตีความใหม่ผ่านผืนผ้า เสียง และปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักแสดง ผู้ชมได้เห็นการร่ายรำที่พร่าเลือน เส้นแบ่งระหว่างความจริงและเรื่องแต่ง นำพาจิตวิญญาณเข้าสู่โลกกึ่งฝันที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ของตัวตนที่ซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นภาพจำลองของเทพเจ้า หรือสิ่งมีชีวิตจากห้วงเวลาอื่น ทุกท่วงท่าคือการขุดค้นความรู้สึก และความทรงจำที่ซุกซ่อนอยู่ลึกที่สุดในจิตใจมนุษย์ เพื่อสะท้อนถึงการดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลในพื้นที่แห่งศิลปะ ที่เป็นดั่งโอเอซิสกลางเมืองใหญ่ ผ่านผลงานที่เป็นผลผลิตจากการเวิร์กชอปในโครงการ National Choreography of Thailand : Vania’s Workshop
จัดแสดง : วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 เวลาแสดง: 17.30 น.
สถานที่ : บางกอก คุนส์ฮาเลอ (Bangkok Kunsthalle)
สนับสนุนโดยกองทุน FEF-R
และ Ambassade de France en Thaïlande สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจําประเทศไทย Sawasdee France
เปิดแล็ปและเวิร์คช็อปโดย Vania Vaneau
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหว
- Instagram: @kkcd.official @ncc_thailand
- National Choreography Centre of Thailand
The NCCT is the country’s first platform bridging traditional, folk, and contemporary dance. shaping a new generation of Thai artists who move between heritage and innovation - keeping Thai dance alive, evolving, and connected to the world.

ความเคลื่อนไหวในภาครัฐมีการจัดดูงานโดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และคณะผู้แทนกระทรวงวัฒนธรรม ณ ศูนย์ศิลปะการเต้นแห่งชาติฝรั่งเศส (CND - Centre national de la danse สถาบันด้านการพัฒนาศิลปิน การวิจัย และเครือข่ายศิลปะการแสดงร่วมสมัยระดับนานาชาติ) ณ เมืองปองแตง สาธารณรัฐฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 [11] เพื่อหารือความร่วมมือด้านนาฏศิลป์ร่วมสมัย พร้อมศึกษาแนวทางการอนุรักษ์ จัดเก็บจดหมายเหตุ และยังได้พบหารือกับผู้แทนหน่วยงานวัฒนธรรมชั้นนำของฝรั่งเศส อาทิ Comité Colbert, Centre National de la Danse (CND) และ France Muséumsเพื่อผลักดันความร่วมมือหลักสำคัญใน 5 ด้าน [12] ได้แก่
- การพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและสร้างสรรค์
- การยกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์
- การแลกเปลี่ยนด้านศิลปะการแสดง
- ความร่วมมือด้านพิพิธภัณฑ์ และมรดกวัฒนธรรม
- การขับเคลื่อนความร่วมมือของเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO
ทำให้เห็นเป็นความหวังว่า น่าจะนำมาซึ่งการศึกษา , พัฒนานวัตกรรมด้านศิลปการแสดงร่วมสมัย , ให้ความสำคัญต่องานอนุรักษ์องค์ความรู้ด้านนาฏศิลป์ไทย , ร่วมเผยแพร่ผลงานการแสดง ฯลฯ เพื่อเป็นฐานในการค้นคว้า วิจัย ไปจนถึงงานสนับสนุน โครงการศิลปินในพำนัก ฯลฯ ซึ่งสามารถดำเนินงานร่วมกันเป็นเครือข่ายขยายฐานในระดับนานาชาติ ผ่านโครงการ “ National Choreography Center of Thailand ” เพื่อพัฒนาศักยภาพศิลปิน และร่วมสร้างเส้นทางวิชาชีพด้านศิลปการแสดงร่วมสมัย โดยให้การสนับสนุนระยะยาวอย่างยั่งยืน (เป็นนโยบายแห่งชาติ ไม่ขาดตอนตามสถานการณ์ทางการเมือง) ในฐานะ “ หอจดหมายเหตุนาฏศิลป์ร่วมสมัยไทย ในมาตรฐานสากล ” บนความร่วมมือของเครือข่ายศิลปินจากทั่วโลกต่อไป ทั้งในปัจจุบันและอนาคต.
ขอบพระคุณภาพและข้อมูลข่าว โดย
THAILAND Choreography Symposium 2026
Chitti Chompee
ศูนย์ศิลปะการละครสดใส พันธุมโกศล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โครงการพัฒนาการออกแบบท่าเต้นขอนแก่น (KKCD)
Bangkok Kunsthalle
กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
[1] Thailand Choreography Symposium 2026 https://www.unfoldingkafkafestival.com/wp-content/uploads/2026/01/SYMPOSIUM-PROGRAM-2.pdf
[2] Jitti Chompee https://www.jittichompee.com/the-national-choreography-centre-of-thailand-project-ncct/
[3] Tanzplattform http://www.tanzplattform.de/home
[4] Fukuoka Prize 2026 https://fukuoka-prize.org/en/about/
[5] Fast Track Master Class https://vt.tiktok.com/ZSxH9kwwr/
[6] Olivier Dubois https://www.olivierdubois.org/en/olivier-dubois/
[7] Morlam Collective https://www.facebook.com/share/p/1BRZn9HZo2/
[8] “ Morlam Collective ” https://www.facebook.com/share/v/1CoP5F8cBG/
[9] the “Miscellany of Khon” International tour https://www.jittichompee.com/miscellany-of-khon/
[10] À 𝒍𝒂 𝒓𝒆𝒄𝒉𝒆𝒓𝒄𝒉𝒆 𝒅𝒆 𝒍’é𝒒𝒖𝒊𝒍𝒊𝒃𝒓𝒆 : 𝒅𝒂𝒏𝒔𝒆𝒔 𝒕𝒓𝒂𝒅𝒊𝒕𝒊𝒐𝒏𝒏𝒆𝒍𝒍𝒆𝒔 𝒅𝒆 𝑻𝒉𝒂ï𝒍𝒂𝒏𝒅𝒆 https://www.facebook.com/share/p/17q8xGA3ZP/
[11] รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เยือนศูนย์ศิลปะการเต้นแห่งชาติฝรั่งเศส (CND) https://www.topnews.co.th/news/1583071
[12] ไทย–ฝรั่งเศส เดินหน้ายกระดับความร่วมมือทางวัฒนธรรม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ https://www.facebook.com/photo/?fbid=1605663738230952&set=a.345035197627152