สำหรับในเรื่องของเงินทุนนั้น นายปรีดี พนมยงค์ มีแนวความคิดที่จะแสวงหาเงินทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศทั้งจากภายในประเทศและจากภายนอกประเทศ ทั้งนี้โดยรัฐบาลจะทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาเพื่อป้องกันมิให้เงินทุนส่วนใหญ่ต้องตกอยู่ในอาณัติของบรรดานายทุนทั้งในและนอกประเทศ ในส่วนที่เป็นเรื่องภายในประเทศ รัฐบาลอาจจัดตั้งธนาคารชาติ (ซึ่งมีบทบาทเป็นธนาคารออมสิน) สำหรับระดมเงินออมของราษฎร ธนาคารดังกล่าวนั้จะมีทุนสำรองอย่างมั่นคงให้เป็นที่เชื่อถือของราษฎร และจะได้นำเงินออมที่ราษฎรนำมาฝากไปใช้ในการพัฒนาประเทศ ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ (ขณะนั้นยังมีขอบเขตที่จำกัดมาก) ก็จะเป็นธนาคารเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจของวิสาหกิจเอกชน
นอกจากนั้น รัฐบาลก็อาจจะใช้นโยบายการคลังโดยการจัดเก็บภาษีทางอ้อม ซึ่งราษฎรจะไม่รู้สึกเดือดร้อนนัก โดยการจัดเก็บในอัตราที่ต่ำ ซึ่งผู้ใดใช้จ่ายมากก็จะเสียภาษีทางอ้อมมาก และผู้ใดใช้จ่ายน้อยก็จะเสียภาษีน้อย การเน้นในเรื่องภาษีทางอ้อมมิได้เป็นเพราะว่าการจัดเก็บภาษีทางตรง เช่น ภาษีเงินได้ยังไม่อยู่ในวิสัยที่จะทำได้เป็นกอบเป็นกำในสมัยนั้น หากนายปรีดี พนมยงค์ ไม่เห็นความจำเป็นของภาษีเงินได้จากการผลิตภายใต้ระบบเศรษฐกิจสหกรณ์ประการหนึ่ง อีกทั้งเห็นว่า ความเป็นธรรมของการเสียภาษีอยู่ที่การบริโภค ซึ่งเป็นการนำเอาของที่เป็นส่วนรวมไปยังประโยชน์ส่วนบุคคลเป็นอีกประการหนึ่ง ดังนั้นระบบภาษีทางอ้อมจึงเหมาะสมและสอดคล้องกับเค้าโครงการเศรษฐกิจของนายปรีดี พนมยงค์
นอกจากแนวความคิดในการจัดตั้งธนาคารเพื่อระดมเงินออมสำหรับการพัฒนา และนโยบายภาษีอากรที่เน้นการเก็บภาษีทางอ้อมหรือภาษีการบริโภคที่จะไม่ทำให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อนแล้ว นายปรีดี พนมยงค์ ยังเห็นประโยชน์ของสลากกินแบ่งที่ราษฎรสามารถเสี่ยงโชคด้วยเงินจำนวนเล็กน้อย ซึ่งอาจจะถือว่า เป็นการระดมเงินออมในอีกทางหนึ่งที่ราษฎรไม่เดือดร้อนด้วย สำหรับการกู้เงินจากความร่วมมือของผู้ที่มั่งมีในประเทศ ก็เป็นแหล่งเงินทุนของชาติที่อยู่ในวิสัยจะทำได้อีกทางหนึ่ง โดยรัฐบาลออกพันธบัตรเงินกู้เป็นเรื่อง ๆ ไป
การออกพันธบัตรเงินกู้นี้ นายปรีดี พนมยงค์ ได้นำไปสู่การปฏิบัติจริงเมื่อว่าเป็นการบุกเบิกในประเทศไทยในเรื่องนี้ เมื่อปี 2483 ในการตั้งธนาคารชาติ ซึ่งขั้นตอนแรกคือการจัดตั้งสำนักงานธนาคารชาติขึ้นเป็นทบวงการเมืองในกระทรวงการคลังระหว่างที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อีก 2 ปี ต่อมา สำนักงานธนาคารชาติก็ได้พัฒนาขึ้นเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย
สำหรับการจัดหาเงินทุนจากต่างประเทศนั้น นายปรีดี พนมยงค์ มีแนวความคิดที่จะใช้ทั้งวิธีการกู้เงินจากต่างประเทศและการชักจูง (ส่งเสริมการลงทุนในสมัยนี้) ให้ต่างประเทศเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทย ตลอดจนการสั่งซื้อเครื่องจักรกลในการผลิตสินค้าโดยตรงจากต่างประเทศ โดยการผ่อนชำระเป็นงวด ๆ การพึ่งพาอาศัยเงินทุนจากต่างประเทศมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ได้มาซึ่งเครื่องจักรอุปกรณ์และสินค้าประเภททุนที่ไทยไม่อาจผลิตได้เอง ทั้งนี้มิได้ประสงค์ที่จะเห็นเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามามีอิทธิพลเป็นตัวกำหนดการดำเนินเศรษฐกิจของประเทศไทย นายปรีดี พนมยงค์ มีแนวความคิดในการพัฒนาไทยให้พึ่งตนเองได้ โดยรัฐบาลจะต้องจัดการให้มีการผลิตสินค้าทั้งที่เป็นผลิตผลการเกษตรและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในประเทศโดยทำด้วยตนเอง จนกระทั่งในที่สุดไม่จำเป็นจะต้องอาศัยต่างประเทศ ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจที่ธำรงไว้ซึ่งเอกราชและอธิปไตยของชาติ มิใช่การพัฒนาในลักษณะของอาณานิคมของต่างชาติ
นโยบายการจัดการเศรษฐกิจของชาติทั้งในด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และเงินทุน ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีดังกล่าวนั้น โดยเน้นการดำเนินเศรษฐกิจแบบสหกรณ์และรัฐวิสาหกิจ เป็นวิถีทางในเค้าโครงการเศรษฐกิจของนายปรีดี พนมยงค์ ที่จะสร้างระบบประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจในประเทศไทย ทั้งนี้เนื่องจากราษฎรโดยสหกรณ์และรัฐบาลจะเป็นทั้งเจ้าของและผู้ใช้ปัจจัยการผลิตในประเทศส่วนใหญ่ และความเป็นเจ้าของดังกล่าวก็จะนำไปสู่การที่ราษฎรแต่ละบุคคลจะได้รับส่วนแบ่งจากมูลค่าเพิ่มที่ตนมีส่วนร่วมสร้างขึ้นอย่างเป็นธรรม โดยไม่ถูกกดขี่และเบียดเบียนจากนายทุนทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจโดยแท้จริงนั้นคือการที่ราษฎรส่วนใหญ่เป็นผู้ควบคุมปัจจัยการผลิต และได้รับส่วนจัดสรรส่วนแบ่งในมูลค่าเพิ่มที่ได้ร่วมกันสร้างขึ้นอย่างเป็นธรรม
อย่างไรก็ตาม นายปรีดี พนมยงค์ มิได้มีแนวความคิดที่จะห้ามหรือกีดกันการประกอบการเศรษฐกิจของวิสาหกิจเอกชน ในทางตรงข้าม นายปรีดี พนมยงค์ สนับสนุนให้ราษฎรที่เป็นเอกชนประกอบการเศรษฐกิจตามความรู้ความสามารถของแต่ละบุคคล โดยรัฐบาลก็จะได้ให้ความสนับสนุนถ้าหากเอกชนเหล่านั้นสามารถที่จะยืนอยู่บนขาของตนเองได้ นายปรีดี พนมยงค์ มีวัตถุประสงค์ที่จะจัดระบบเศรษฐกิจที่เหมาะสมสำหรับราษฎรส่วนใหญ่ของประเทศที่ไม่อาจจะช่วยตนเองได้ และการจัดการเรื่องเศรษฐกิจมีความสำคัญเป็นส่วนรวมของประเทศเท่านั้น ความเสมอภาคและเสรีภาพในทางเศรษฐกิจตามแนวความคิดของนายปรีดี พนมยงค์ จะต้องเข้าใจในบริบทตามที่กล่าวมาข้างต้นนี้.
หมายเหตุ :
- ถอดจากตอนหนึ่งในหนังสือ แนวความคิดทางเศรษฐกิของรัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ พิมพ์ครั้งที่ 2
- ปรับวรรคย่อหน้า โดยกองบรรณาธิการ