ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
แนวคิด-ปรัชญา, เกร็ดประวัติศาสตร์

รายงานสอบสวนค่าใช้จ่ายเสรีไทย และคำชี้แจงของปรีดี พนมยงค์

4
มิถุนายน
2569

รายงานลงวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ (แห่งสภาผู้แทนราษฎร) สอบสวนและสะสางทรัพย์สินของชาติซึ่งคณะเสรีไทยได้ใช้จ่ายทั้งภายในและภายนอกประเทศ

 

คณะกรรมาธิการวิสามัญนี้ประกอบด้วย

(1) พระยาเทพวิทุรพหุลศรุตาบดี(อดีตอธิบดีศาลฎีกา และอดีตเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม และอดีตรัฐมนตรีว่าการยุติธรรม)   ประธาน
(2) พระยานลราชสุวัจน์(อดีตอธิบดีหลายศาล และอดีตรัฐมนตรียุติธรรม)  กรรมการ
(3) พระยาวิกรมรัตนสุภาษ(อดีตประธานศาลฎีกา)  กรรมการ
(4) พระยานิติศาสตร์ไพศาล(อดีตอธิบดีกรมกฤษฎีกา และอธิบดีศาลอาญา และอดีตรัฐมนตรียุติธรรม)  กรรมการ
(5) นายพิชาญ บุลยง(มองซิเออร์ เรอเน กียอง ที่ปรึกษาคณะกรรมการกฤษฎีกา)  กรรมการ

 

พระยาเทพวิทุรพหุลศรุตาบดี (บุญช่วย วณิกกุล) ประธานกรรมาธิการสอบสวนค่าใช้จ่ายเสรีไทย

 

งรายงานคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นมีความดังต่อไปนี้

 

คัดจากหนังสือของนายดิเรก ชัยนาม ชื่อ “ไทยกับสงครามโลก ครั้งที่ 2” หน้า 1118-1134

 

ตามที่คณะกรรมาธิการได้รับมอบหมายมาสอบสวนสะสางทรัพย์สินของชาติ ซึ่งคณะเสรีไทยได้ใช้จ่ายทั้งภายในและภายนอกประเทศนั้น เบื้องต้นคณะกรรมาธิการอยากจะเสนอเสียก่อนว่า คำว่า ทรัพย์สิน ของชาติที่ให้สอบสวนสะสางนี้หมายถึงอะไรบ้าง คณะกรรมาธิการได้เชิญผู้เสนอญัตติมาชี้แจงต่อที่ประชุม นายบุญช่วย อัตถากร ชี้แจงว่า ไม่มีหลักฐานอันใดว่าใครทุจริตในข้อไหนอันใด แต่ได้มีการซุบซิบในทำนองไม่งดงาม เห็นจะหมายความว่า ได้มีใครในคณะนี้เอาเงินทองไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวในเมื่อได้รับเงินมาจากกองบัญชาการเสรีไทย ส่วนในเรื่องทรัพย์สินอย่างอื่น เช่นเครื่องยุทโธปกรณ์นั้นไม่มีใครกล่าวอ้างถึง แต่ตามคำชี้แจงของฯพณฯปรีดี พนมยงค์ ว่าเครื่องยุทโธปกรณ์เหล่านี้ได้รับมาจากฝ่ายสัมพันธมิตรโดยมิได้เบิกจ่ายมาจากรัฐ เครื่องยุทโธปกรณ์เหล่านี้บางทีจะยกให้แก่ประเทศไทย ดังนี้ เป็นที่เข้าใจว่า ทางเสรีไทยมิได้รับเครื่องยุทโธปกรณ์ของรัฐมาใช้สอยในกิจการนี้ เครื่องยุทโธปกรณ์เหล่านี้จึงไม่อยู่ในข่ายพิจารณาของกรรมาธิการ

 

ต่อไปจะได้รายงานถึงเรื่องจำนวนเงินต่างๆ ที่เสรีไทยได้รับและใช้จ่ายไปในกิจการของเสรีไทยทั้งในและนอกประเทศตามที่มีญัตติเสนอในเรื่องนี้ ซึ่งเดิมขอสอบสวนสะสางเฉพาะภายในประเทศ แล้วจึงมี ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ขอให้ขยายไปถึงกิจการภายนอกประเทศด้วย

 

คณะกรรมาธิการได้ตรวจพิจารณาตามเอกสารต่างๆ ที่ได้ยื่นไว้ต่อคณะกรรมาธิการ ปรากฏว่าตามเอกสารหมาย ง. หน้า 2 ว่า รายรับและจ่ายตั้งแต่พ.ศ. 2485 มีรายการว่า เงินของประเทศไทยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งฝากไว้ในแนชนัลซิตี้แบงค์แห่งนิวยอร์ค เป็นเงิน 2,730,478.61 เหรียญ ได้จ่ายไปแล้วคือ (1) จ่ายทางสถานทูต ณ กรุงวอชิงตัน 657,092.39 เหรียญ (2) จ่ายทาง โอ.เอ๊ส.เอ๊ส. สำหรับหน่วยเสรีไทย 411,557.95 เหรียญ (3) จ่ายทาง โอ.เอ๊ส.เอ๊ส.สำหรับส่งทองไปเป็นค่าใช้จ่ายในเมืองไทย 63,124.18 เหรียญ

 

จำนวนเงินยอดที่ (1) ที่จ่ายทางสถานทูตไทย คือ 6 แสนเศษนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง เพราะเป็นค่าใช้จ่ายทางสถานทูตไทยทางซึ่งจ่ายสำหรับกิจการของสถานทูต ดังปรากฏในหน้า 4 แห่งเอกสารหมาย ง. ฉบับเดียวกันนั้นว่า จ่ายไปสำหรับเงินเดือนข้าราชการ และค่าใช้สอยของสถานทูต เงินค่าดูแลนักเรียน เงินค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนรัฐบาล และนักเรียนส่วนตัว เงินเดือนนายคอลเบร์ เงินค่าเดินทางของครอบครัว ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช กลับเมืองไทย เงินบำนาญ ดร. เอลล์ลิส บำนาญพระยานิเทศทวิรัชกิจ เงินเดือนและค่าเดินทางนายเอกภัท ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเสรีไทยในอังกฤษ ค่าเครื่องแบบนายทหารเสรีไทยในอเมริกา และทุนจ่ายให้แก่ผู้พึ่งถูกส่งออกไปจากเมืองไทย

 

จริงอยู่ เงินจำนวน 6 แสนเศษนี้ ไม่เกี่ยวกับประเด็นโดยตรง แต่มีที่น่าสังเกตในยอดต่าง ๆ 3 ยอด คือ (ก) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเสรีไทยในอังกฤษ ว่าเป็นจำนวนเงิน 34,747.00 เหรียญ กับ (ข) ค่าเครื่องแบบนายทหารเสรีไทยในอเมริกา 13,451.34 เหรียญ และ (ค) เงินค่าครองชีพให้ผู้ถูกส่งออกไปจากเมืองไทย เป็นจำนวนเงิน 63,417.55 เหรียญ สำหรับเงินยอด (ก) และ (ข) นั้น คงไม่มีปัญหาอันใด เพราะหลวงวิจิตรวาทการ ผู้เป็นเจ้าหน้าที่การเงินในเรื่องนี้รับรองมาเป็นอันว่าได้จ่ายจริงถูกต้องแล้ว แต่ตามยอด (ค) นั้นว่าเป็นเงินค่าครองชีพ ซึ่งในที่สุดทางสถานทูตก็เรียกคืนได้ จึงไม่น่าจะเกี่ยวกับหน้าที่ของกรรมาธิการชุดนี้

 

จำนวนเงินยอดที่ (2) ที่ว่าจ่ายทาง โอ.เอ็ส.เอ็ส. สำหรับหน่วยเสรีไทย 411,557.95 เหรียญนั้น ต้องเป็นที่เข้าใจว่าจ่ายสำหรับเสรีไทยนอกประเทศ ซึ่งหมายถึงเสรีไทยในอเมริกาโดยเฉพาะ เพราะตามยอดเงินหมายเลข (1) ได้แยกรายการค่าใช้จ่ายสำหรับเสรีไทยในอังกฤษไว้ต่างหาก ดังปรากฏในหน้า 4 ที่รายการหมายเลข 14 ซึ่งในเอกสารหมาย ง. หน้า 5 ชี้แจงว่า นายมณี สาณะเสน จะรวบรวมบัญชีส่งเข้ามาตรวจสอบ (ทางสถานทูตในอเมริกา) และส่งเงินคืนถ้ามีเหลือ จำนวนเงินตามยอดที่ (2) นี้มีรายละเอียดตามเอกสารหมายอักษร ข. ตอน 2 ว่า โอ.เอ๊ส.เอ๊ส. ได้รับเงิน 500,000 เหรียญมาแล้ว ได้ใช้จ่ายไปเป็น 6 รายการ มีเงินเดือน ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการ ค่าอีควิบเมนต์ ค่าตึกบัญชาการในจีน ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายรายวันนอกทะเล คงเหลือเงิน 88,442.05 เหรียญ ซึ่งได้ส่งคืนเข้าบัญชีของรัฐบาลแล้ว เงิน 6 รายการเหล่านี้ ทางสถานทูตสหรัฐอเมริกา มีนายพันตรี เจมส์ . เอช. ดับลยู. ทอมป์สัน ลงนามในจดหมายลงวันที่ 17 เมษายน 1946 มาว่า ทางการได้จ่ายจริงตามนี้ และเงินจำนวน 411,557.95 เหรียญนี้ ทางสถานทูตไทยในวอชิงตัน มีหลวงดิฐการฯ ลงนามรับรองรายจ่ายนี้ไว้ดังปรากฏในเอกสารหมาย ง. หน้า 2 และในเอกสารหน้าเดียวกันนี้ หลวงดิฐการฯ ลงนามรับรองว่า โอ.เอ๊ส.เอ๊ส. ได้ส่งคืนเงินที่เหลือเป็นจำนวน 88,442.05 เหรียญเข้าบัญชีคงคลัง (ของไทย) ที่แนชนัลซิตี้แบงค์แห่งนิวยอร์ค เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2489 เงิน 2 ยอดนี้ทั้งที่จ่ายไปและส่งคืนนี้ ถ้ารวมกันก็เป็น 500,000 เหรียญ เท่าที่ โอ.เอ๊ส.เอ๊ส. ได้รับไป

 

คณะกรรมาธิการเห็นว่า จำนวนเงิน 500,000 เหรียญ ซึ่ง โอ.เอ๊ส.เอ๊ส. ได้รับไปเพื่อใช้จ่ายในการเสรีไทยนอกประเทศนั้น ได้ใช้จ่ายไปจริงถูกต้องแล้วตามหลักฐานที่ได้ยื่นมา และเงินที่เหลือก็ได้คืนให้รัฐบาลไทยแล้ว ยอดที่ได้จ่ายไปเป็นเงิน 411,557.95 เหรียญ และส่งคืนเป็นเงิน 88,442.05 เหรียญ คงรวมกันเท่ากับยอดเงิน 500,000 เหรียญ ที่ โอ.เอ๊ส.เอ๊ส. ได้รับไปถูกต้องตรงกันแล้ว

 

คราวนี้ว่าถึงเงินยอดที่ (3) ตามหนังสือสถานทูตในวอชิงตัน หน้า 2 คือเงินที่ใช้จ่ายเกี่ยวกับเสรีไทยอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวกับกิจการทางในเมืองไทย เป็นจำนวน 63,124.18 เหรียญ เงินจำนวนนี้มีคำอธิบายในหน้า 6 ว่าได้ซื้อทองคำส่งไปเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการต่อต้านในเมืองไทย งวดแรกเป็นเงิน 49,957.06 เหรียญ และค่าใช้จ่ายในการนี้ 128.62 เหรียญ กับส่งไปให้นายถวิล อุดล ในเมืองจีนอีก 13,038.50 เหรียญ รวมเป็นเงิน 63,124.18 เหรียญ

 

เมื่อได้หักเงินจำนวนนี้ออกจากเงินที่จัดสรรไว้สำหรับเสรีไทยในประเทศ 500,000 เหรียญแล้ว คงเหลือเงิน 436,875.82 เหรียญ ทั้งมีรายการแจ้งอยู่ในบัญชีรายละเอียดของ โอ.เอ๊ส.เอ๊ส. เรียกว่าบัญชีเงินไทย เอ๊ฟ.อี.2 ค่าใช้จ่ายระหว่าง 17 เมษายน 1945 ถึง 19 พฤศจิกายน 1945 ทั้งนี้ตามเอกสารหมาย ง. หน้า 7

 

คณะกรรมาธิการเห็นว่า เงินจำนวน 49,957.06 เหรียญ เป็นจำนวนที่ถูกต้องซึ่งกองบัญชาการเสรีไทยในประเทศได้รับไว้ ดังที่ปรากฏในเอกสารหมาย ก. ซึ่งเป็นจดหมายของสถานทูตสหรัฐอเมริกา ซึ่งลงนาม ชาลส์. ดับลยู. โยสต์ ลงวันที่ 17 เมษายน 1946 ถึงนายดิเรก ชัยนาม รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ ยืนยันว่าทองคำซึ่งทาง โอ.เอ๊ส.เอ๊ส. ได้ส่งมายังกรุงเทพฯ เพื่อใช้จ่ายสำหรับขบวนเสรีไทยในฤดูใบไม้ผลิ ค.ศ. 1945 เป็นจำนวนเงิน 49,957.06 เหรียญ นอกจากเอกสารหมาย ก. นี้ ยังมีบัญชีรายการละเอียดส่งมาประกอบการใช้จ่ายเงินรายนี้อีก คือจดหมายสถานทูตสหรัฐอเมริกา ลงนามนายพันตรี เจมส์ เอช. ดับลยู. ทอมป์สัน ลงวันที่ 17 เมษายน 1946 ถึง ฯพณฯ ปรีดี พนมยงค์ ซึ่งกรรมาธิการหมาย ข. ในรายการหมายเลข 3 ว่า “ทองคำส่งมอบที่กรุงเทพฯ ราคา 49,957.06 เหรียญ” ทองคำรายนี้ นายวิจิตร ลุลิตานนท์ ประจำกองบัญชาการเสรีไทยในประเทศ พร้อมด้วยนายทวี ตะเวทิกุล ได้ลง นามรับมอบไว้จาก พ.ต. เวสเตอร์ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2488 ซึ่งมีหลักฐาน นายดิเรก ชัยนาม บันทึกไว้ว่า “ข้าพเจ้าได้เห็นถูกต้องแล้ว วันนี้ ด.ช. 9 เมษา 88”  ทองคำนี้หนักประมาณ 50 ก.ก. ตีราคาเป็นเงินอเมริกัน 49,957.06 เหรียญ ทั้งนี้ต่ำกว่าจำนวนที่ระบุมาในจดหมายสถานทูตสหรัฐอเมริกาและรายงานสถานทูตไทยในวอชิงตันเพียง 50 เซ็นต์ กรรมาธิการได้สอบถามนาย วิจิตร ลุลิตานนท์แล้ว ชี้แจงว่าการรับมอบกันครั้งนั้นผู้นำมาไม่มีบัญชีกำกับ เร่งนับคำนวณกันโดยด่วนในบ้านลี้ลับซ่อนเร้นแห่งหนึ่ง ซึ่งใช้เป็นสถานแห่งกิจการของเสรีไทย คณะกรรมาธิการเห็นว่าผิดกันเพียงจำนวนเล็กน้อย (50 เซ็นต์เท่านั้น) ทั้งนี้ปรากฏตามเอกสารหมาย ค.

นายวิจิตร ลุลิตานนท์ ได้จัดการให้ธนาคารจำหน่ายทองคำนี้โดยหักค่าป่วยการของธนาคารแล้วได้เงิน  1,460,184.84 บาท ตามเอกสารหมาย ค. หน้า 2 เงินจำนวนนี้ทางกองบัญชาการเสรีไทยในประเทศได้ใช้ จ่ายไปรวม 18 รายการ ตามเอกสารหมาย ฌ. คือ

 

1.ค่าใช้จ่ายส่งคนไปต่างประเทศ184,605.00 บาท
2.ค่าใช้จ่ายหน่วยอุตรดิตถ์-สุโขทัย20,000.00 บาท
3.ค่าใช้จ่ายหน่วยบางกะปิ20,000.00 บาท
4.ค่าใช้จ่ายหน่วยเลย36,000.00 บาท
5.ค่าใช้จ่ายหน่วยกาญจนบุรี3,500.00 บาท
6.ค่าใช้จ่ายหน่วยนครศรีธรรมราช-เพชรบุรี42,100.00 บาท
7.ค่าใช้จ่ายหน่วยชัยภูมิ5,000.00 บาท
8.ค่าใช้จ่ายหน่วยหัวหิน-ปราณบุรี1,000.00 บาท
9.ค่าใช้จ่ายหน่วยระนอง80,000.00 บาท
10.ค่าใช้จ่ายหน่วยสกลนคร นครพนม-หนองคาย มหาสารคาม อุดร-อุบล165,200.00 บาท
11.ค่าใช้จ่ายสายลับพิเศษ47,000.00 บาท
12.ค่าใช้จ่ายในการเรือขนส่งทางน้ำ168,253.30 บาท
13.ค่าใช้จ่ายค่ายอังกฤษ158,292.10 บาท
14.ค่าใช้จ่ายค่ายอเมริกัน165,510.00 บาท
15.ค่าใช้จ่ายในการวิทยุสื่อสารลับ211,127.00 บาท
16.ค่าใช้จ่ายสายจีน57,197.51 บาท
17.ค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง30,800.00 บาท
18.ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด-รับรอง-พาหนะ-เบี้ยเลี้ยง ซ่อมแซมพาหนะ124,599.93 บาท
รวมทั้งสิ้น 1,410,184.84 บาท

 

เป็นอันว่าเงินจำนวน 4 หมื่น 9 พันเหรียญเศษนั้น ได้จ่ายหมดสิ้นไปแล้ว ตามเอกสารหมาย ฌ. ซึ่งนายวิจิตร ลุลิตานนท์ ลงนามรับรองว่าได้ใช้จ่ายไปในการรับรองเสรีไทยจริง

 

วิจิตร ลุลิตานนท์ ผู้รับผิดชอบการเงินของขบวนเสรีไทยภายในประเทศ

 

ส่วนเงินอีกรายการหนึ่ง ตามจดหมายของสถานทูตสหรัฐอเมริกา เอกสารหมาย ข. คือค่าปฏิบัติการ (Operating Expenses) 128.62 เหรียญนั้น มีคำสนับสนุนในรายงานของสถานทูตไทยในวอชิงตัน หมายอักษร ง. หน้า 5 ว่า ค่าใช้จ่ายในการนั้น (หมายถึงการซื้อทองคำส่งมาให้เสรีไทยในประเทศ) เงิน 128.62 เหรียญ และในเอกสารหมาย ง. นี้ หน้า 7 ยังแสดงรายละเอียดในเงินจำนวนนี้ว่า (1) ค่าหลอมทองคำของโรงกษาปณ์ เงิน 72.08 เหรียญ กับ (2) ค่าขนส่งในสหรัฐอเมริกา เงิน 56.54 เหรียญ ซึ่งเมื่อคำนวณบวกกันดูก็เป็นเงิน 128.62 เหรียญตรงกัน เอกสารเหล่านี้มีเจ้าหน้าที่เป็นผู้ลงนามยืนยันมาโดยเรียบร้อย ฉะนั้นจึงถือได้ว่าได้จ่ายไปจริง

 

กับอีกจำนวนหนึ่ง คือเงิน 13,038.50 เหรียญ ซึ่งในเอกสารหมาย ข. ระบุไว้ในรายการหมายเลข 4 ว่า “ทองคำส่งให้ ถวิล อุดล” เงิน 13,038.50 เหรียญ ทั้งนี้มีเอกสารหมาย ง. ซึ่งเป็นรายงานของสถานทูตไทยในวอชิงตัน หน้า 6 ว่า “ส่งมอบทองให้นายถวิล อุดล รวมเป็นราคา 13,038.50 เหรียญ” และในเอกสารฉบับเดียวกันนี้ หน้า 7 ว่า ซื้อทองคำส่งไปให้นายถวิล อุดล เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 1945 เงิน 11,788.54 เหรียญ กับเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 1945 อีก 1,249.96 เหรียญ เงินสองจำนวนนี้รวมกันเป็น 13,038.50 เหรียญ เอกสารสองฉบับนี้มีเจ้าหน้าที่ลงนามรับรองยืนยันมา ฉะนั้นจึงเป็นอันถูกต้องว่าได้ใช้จ่ายไปจริงในกิจการของเสรีไทย

 

เมื่อรวมเงินรายย่อย 3 ราย คือ ซื้อทองคำส่งมาให้กองบัญชาการเสรีไทยในประเทศ 49,957.06 เหรียญ กับค่าใช้จ่ายในการนั้นอีก 128.62 เหรียญ และจ่ายให้นายถวิล อุดล อีก 13,038.50 เหรียญแล้ว คงรวมเป็นจำนวนเงิน 63,124.18 เหรียญ และเมื่อเอาเงินจำนวนที่ โอ.เอ๊ส.เอ๊ส. ส่งคืนเข้าบัญชีรัฐบาลตามเอกสารหมาย ง. หน้า 7 เป็นเงิน 436,875.82 เหรียญ มาคำนวณบวกกันเข้า คงได้จำนวนเลข 500,000 เหรียญ เท่ากับจำนวนเงินที่จัดสรรสำหรับเสรีไทยในประเทศจ่ายให้ โอ.เอ๊ส.เอ๊ส. ไป ฉะนั้นจึงเป็นอันว่าเงินค่าใช้จ่ายของเสรีไทยในประเทศที่เอามาจากเงินเหรียญที่ถูกกักไว้ในอเมริกานั้นเป็นอันถูกต้องแล้ว ไม่มีการหายหกตกหล่นประการใด เงินจำนวน 4 แสนเหรียญเศษปรากฏในเอกสารหมาย ง. หน้า 3 ว่า ส่งคืนเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2488

 

สรุปความว่า เงินที่ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ได้จัดสรรจ่ายให้ โอ.เอ๊ส.เอ๊ส. ไป 2 จำนวน จากเงินของรัฐบาลที่ถูกกักอยู่ที่อเมริกา เป็นเงินคราวละ 5 แสนเหรียญ รวม 1 ล้านเหรียญนั้น เจ้าหน้าที่จำหน่ายบัญชีได้ถูกต้องตรงกันแล้ว ไม่มีสูญหายประการใดเลย

 

ส่วนเงินในงบประมาณแผ่นดินที่เรียกว่า “งบช่วยประชาชน” หรือที่เรียกในภายหลังว่า “งบสันติภาพ” นั้น มีรายการเลข 1 ว่า เงินใช้ในการต่อต้านญี่ปุ่นถึง 10 สิงหาคม 2488 เป็นเงิน 8,867,989.87 บาท ตามเอกสารหมาย ฉ. นั้น เจ้าหน้าที่ได้ใช้จ่ายไปหมดสิ้นแล้ว ตามเอกสารหมาย ญ. มีรายการดังนี้ คือ

 

1. หน่วยทหาร300,000.00 บาท
2. หน่วยตำรวจ2,000,000.00 บาท
3. หน่วยชลบุรี567,450.00 บาท
4. หน่วยกาญจนบุรี528,000.00 บาท
5. หน่วยสุพรรณบุรี217,500.00 บาท
6. หน่วยปราจีน-ฉะเชิงเทรา39,217.16 บาท
7. หน่วยอ่างทอง-อยุธยา350,465.00 บาท
8. กองบัญชาการ42,000.00 บาท
9. หน่วยอุบล53,000.00 บาท
10. หน่วยมหาดไทย536,441.87 บาท
11. หน่วยสุโขทัย-อุตรดิตถ์120,000.00 บาท
12. หน่วยสื่อสาร223,000.00 บาท
13. หน่วยกระทุ่มแบน25,310.50 บาท
14. หน่วยแพร่6,117.72 บาท
15. หน่วยต่างประเทศ109,287.97 บาท
16. หน่วยสกลนคร52,000.00 บาท
17. หน่วยอีสาน100,000.00 บาท
18. หน่วยโคราช50,000.00 บาท
19. หน่วยเชื้อเพลิง-ค่าขนส่ง3,548,199.65 บาท
รวม 8,867,989.87 บาท
 

ในการใช้จ่ายตามรายการเหล่านี้ มีเจ้าหน้าที่กองคลังแห่งกรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรี คือ นายอรุณ ประสานทอง ลงนามรับรองว่า รายการต่าง ๆ ถูกต้องแล้ว ได้ใช้จ่ายไปในกิจการเสรีไทยจริง จึงเป็นอันว่าเงินยอดใช้ในการต่อต้านญี่ปุ่นรวม 8,867,989.87 บาท ตามงบประมาณช่วยประชาชน รายการเลข 1 นั้น จำหน่ายบัญชีได้ครบถ้วนถูกต้องแล้ว

 

อนึ่ง ตามเอกสารหมาย ฉ. คืองบช่วยประชาชน มีรายการหมายเลข (2) เงินใช้จ่ายในงบสันติภาพ ได้กำหนดไว้เป็นจำนวนเงิน 15,088,998.20 บาท ตามเอกสารหมาย ฉ. นั้น มีการใช้จ่ายสืบเนื่องเกี่ยวกับเสรีไทยภายหลังที่ญี่ปุ่นยอมจำนน รวม 9 รายการ เป็นเงิน 737,439.91 บาท ตามเอกสารหมายอักษร ป. มีเจ้าหน้าที่การคลังแห่งกรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรีลงนามรับรองว่า ได้จ่ายไปจริงตามรายการนั้น ๆ ในกิจการของเสรีไทย ฉะนั้นจึงเป็นอันว่า มีการจำหน่ายบัญชีได้ถูกต้องตามระเบียบปฏิบัติของขบวนเสรีไทย มีรายการดังนี้ คือ

 

1.หน่วยกาญจนบุรี488.10 บาท
2.หน่วยปราจีน-ฉะเชิงเทรา61,260.49 บาท
3.หน่วยอ่างทอง-อยุธยา28,752.39 บาท
4.หน่วยกระทุ่มแบน1,650.00 บาท
5.หน่วยอุบล8,485.00 บาท
6.หน่วยสกลนคร190,000.00 บาท
7.หน่วยนครปฐม10,000.00 บาท
8.หน่วยโฆษณาและการรับรอง323,139.23 บาท
9.หน่วยขนส่งเชื้อเพลิง113,664.70 บาท
รวม 737,439.91 บาท

 

ภาพหมู่สมาชิกขบวนเสรีไทยและฝ่ายสัมพันธมิตร

 

กับอนึ่ง ตามเอกสารหมาย ช. ปรากฏว่าได้มีการใช้จ่ายบางรายในกิจการของเสรีไทยยังมิได้รับเงินสดใช้ที่เขาได้ออกไป เช่น น.อ. กาจ เก่งระดมยิง ร้องขอรับเงินสดใช้ที่ได้จ่ายไปแล้ว เป็นเงิน 144,860 บาท เงินที่มีผู้ได้ใช้จ่ายไปในกิจการของเสรีไทยนี้ เมื่อยังมิได้รับชำระก็เป็นเรื่องที่หัวหน้าเสรีไทยจะพิจารณาเงินรายใดชดใช้ให้เขาตามสมควร

 

คณะกรรมาธิการขอชี้ให้เห็นว่า ขบวนการกระทำอย่างลับ ๆ ชนิดนี้นั้น จะหวังให้มีบัญชีรายละเอียดและใบคู่จ่ายอย่างบัญชีงบดุลแห่งบริษัทหรือสมาคมในยามสงบนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ ผู้สอบถามน่าจะต้องพอใจเมื่อเห็นว่าเงินนั้นได้จ่ายไปเป็นการพิเศษ จำเป็นสำหรับความสำเร็จแห่งขบวนการกระทำนั้น ตามที่ปรากฏข้างบนนี้ คณะกรรมาธิการเห็นว่า โรงทหาร สนามบิน ค่าย กองบัญชาการ ฯลฯ ได้ก่อสร้างในอาการที่ลำบาก ด้วยสมรรถภาพที่น่าชมเชย และเป็นผลแสดงว่าเงินที่ใช้จ่ายไปแล้วนั้นสมควรแก่การงานที่กระทำไป นายพล  เจ๊กส์ โดยเฉพาะ ได้กล่าวทักว่าสนามบินที่เสรีไทยได้ก่อสร้างทำไปนั้น ว่าโดยทั่ว ๆ ไปแล้วก่อสร้างได้ถูกมาก ทั้งนี้ย่อมเป็นที่น่านับถือ (Credit) ในบุคคลที่รับผิดชอบในการนี้

 

ย่อมเป็นการจำเป็นที่จะต้องใช้เงินในรายการที่นายพล เจ๊กส์ เรียกว่า จำนวนเงินงบบัญชีไม่ได้ (Unaccountable) เป็นต้นว่า จำนวนเงินที่ให้ไปแก่นักโดดร่มชูชีพในดินแดนศัตรู

 

ความจริงในเมื่อเกิดกรณีซ่อนเร้นและน่าอันตรายเช่นนั้น ต้องระวังกันอย่างกวดขัน อย่าให้เป็นภัยแก่ผู้มีส่วนในขบวนการกระทำนั้น ต้องปกปิดนามกัน เช่น หัวหน้าเสรีไทยก็กระทำไปในนามแฝงว่า “รู้ธ” เอกสารโดยเฉพาะ เช่น เช็ค ใบคู่จ่าย ใบเสร็จ คำสั่ง ฯลฯ ย่อมจะเปิดเผยนามผู้รับ ผู้ใช้จ่ายไม่ได้ เพราะจะเกิดผลให้รู้ว่าใครเป็นใคร บุคคลที่เกี่ยวข้องอาจจะต้องเสี่ยงชีวิตเนือง ๆ ซึ่งถ้าข้าศึกได้ค้นพบเอกสารอันเป็นโทษเหล่านั้นเข้า จะเป็นภัยอย่างยิ่ง โค้ดลับเท่านั้นที่จะใช้เป็นอุบายป้องกันผลอันน่ากลัว มิให้บังเกิดขึ้นในเวลาพลาดท่าพลาดทางลง

 

ข้อนี้มิใช่เป็นกรณีพิเศษสำหรับประเทศไทยเท่านั้น แม้เหตุการณ์เช่นเดียวกันเกิดขึ้นในประเทศอื่น ก็จักต้องปฏิบัติเช่นเดียวกัน นายพันตรีทอมป์สัน ก็ได้มาชี้แจงยังคณะกรรมาธิการว่า ขบวนต่อต้านในฝรั่งเศสก็ต้องรักษาความลับ ต้องเชื่อถือไว้วางใจกัน ไม่ควรเข้าใจผิดอย่างในประเทศไทย นายนาวาตรี แมคโคแนลด์ ก็ได้ชี้แจงว่า ทาง โอ.เอ๊ส.เอ๊ส. ไม่ต้องการรายละเอียดค่าใช้จ่ายอย่างไรเลย นายพลเจ๊กส์ หัวหน้า วัน.ธรี.ซิกซ์. ของอังกฤษ ได้อ้างถึงคำสั่งทั่วไปว่า ไม่ให้เก็บเอกสาร ใบรับ หรือนามบุคคล โดยให้รักษาความลับอย่างที่สุด เพราะว่าอาจนำไปซึ่งการจับกุม กระทำให้เสียซึ่งโครงการ ถูกทำลายสิ้นไป และความจริงเพื่อหลักประกัน (Security) ทางเสรีไทยได้ถูกร้องขอโดยค่าย ฟอร์ซ 136 ให้ทำลายบรรดาเอกสารทั้งสิ้นที่อาจเป็นภัย ในทางปฏิบัติย่อมถือเอาซึ่งการงานที่ได้รับมอบหมายไปกระทำ ส่วนรายละเอียดโดยเฉพาะย่อมต้องปิดบัง

 

ฉะนั้น คณะกรรมาธิการจึงมีความเห็นว่า การที่กระทำไปในประเทศไทยย่อมต้องเป็นไปเช่นเดียวกับที่กระทำกันในประเทศอื่น และในกรณีเช่นนี้ย่อมเป็นการผิดวิสัยและพ้นวิสัยที่จะขอร้องรายละเอียดแห่งรายการต่าง ๆ ที่กล่าวข้างบน

 

(ดูเหมือนต้นเหตุแห่งเหตุการณ์คราวนี้ เกิดขึ้นจากความเข้าใจผิดในจำนวน 5 แสนเหรียญในอเมริกา ซึ่งจัดจำแนกไว้สำหรับเสรีไทยเป็นเบื้องต้น ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ดูเหมือนคิดไว้แต่ต้นจะส่งเงินจำนวนนี้มาให้ขบวนเสรีไทยในประเทศไทย แต่ภายหลังมีการส่งมาทางเอเชียรวมทั้งสิ้นเพียง 63,124.18 เหรียญ ส่วนเงินจำนวนนอกนั้นคงยังอยู่ในสหรัฐอเมริกา มิได้สูญหายประการใด ข้อนี้ตามทางสอบสวนได้ความชัด แต่หากก่อนหน้านั้นเกิดการสับสนในความตั้งใจและในข้อเท็จจริง จึงทำให้บางคนเกิดสงสัยว่าเงินจำนวนนี้จะได้สูญหายไปเป็นบางส่วน)

 

พึงสังเกตว่า ความเข้าใจผิดเช่นนี้ แม้จะโดยสุจริตก็ดี อาจทำให้เกิดเล่าลือแพร่หลายได้ง่าย ๆ ในเมื่อการเมืองกับการเงินเข้าปะปนกันขึ้น อย่างไรก็ดี คณะกรรมาธิการทำให้รู้แน่ได้ว่า ข่าวลือเหล่านั้นไม่มีมูลความจริง จากการตรวจสอบเอกสารและบัญชีที่ยื่นต่อคณะกรรมาธิการ ปรากฏชัดว่า ทุกสิ่งถูกต้องตรงกัน ในการสอบสวนของคณะกรรมาธิการ ปรากฏว่า ผู้เสนอญัตติไม่มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงอันใดที่จะเสนอต่อคณะกรรมาธิการ เพื่อให้เห็นว่าข่าวลือนั้นเป็นความจริงให้เกิดการสงสัย (เช่นว่าการยักยอกเงินของชาติ หรือใช้จ่ายไปนอกเหนือกิจการเสรีไทย หรือทำให้เสียหายตกหล่นอย่างไร ฯลฯ)

 

ขบวนการเสรีไทย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ขบวนใต้ดินนี้ มีข้อเท็จจริงซึ่งตามกฎหมายได้ถือว่าได้ปฏิบัติการช่วยเหลือเผื่อแผ่แก่ราชศัตรูตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 110 อาจมีโทษถึงตายก็เป็นได้ จึงเป็นผู้ที่เสี่ยงชีวิตเพื่อเห็นแก่ประเทศชาติในยามคับขัน เพราะมีอุดมคติตั้งใจจะกอบกู้ฐานะของประเทศมิให้เสียเอกราชฐานะผู้แพ้สงคราม หรือมิฉะนั้นก็เป็นประเทศเอกราชแต่ในนามตามสัญญาสงบศึก

 

ตามเอกสารหมาย ค. ซึ่งเป็นคำตอบของผู้รักษาการในตำแหน่งรัฐมนตรีสหรัฐอเมริกา ถึงหัวหน้าเสรีไทย ให้คำรับรองว่าจะเคารพ (Respect) ความเป็นเอกราชของประเทศไทย และตามเอกสารหมาย ต. นาย เอช. อาร์. เบิต (อุปทูตรักษาการสถานทูตอังกฤษ) ก็ได้กล่าวว่า ผลของขบวนเสรีไทยต่อต้านญี่ปุ่นนั้น ได้กระทำให้รัฐบาลอังกฤษแนะเสนอข้อตกลงอย่างเบาที่สุด และว่า ถ้าเป็นรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามแล้ว ข้อตกลงที่เสนอนั้นจะหนักต่างกันอย่างยิ่ง เพราะจะถือว่าไทยเป็นประเทศศัตรู ทำนองเดียวกับเยอรมนีและญี่ปุ่น

 

ตามเอกสารหมาย ถ. เป็นสำนวนถ้อยแถลงของนายเบวิน เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2488 เกี่ยวกับเสรีไทย ว่ารัฐบาลอังกฤษยอมรับรู้ในการที่ขบวนเสรีไทยต่อต้านญี่ปุ่นได้ให้ความช่วยเหลือ แต่จะลบล้างการที่ไทยได้ประกาศสงครามต่ออังกฤษ ซ้ำยังรับเอาดินแดนของอังกฤษไปจากมือญี่ปุ่น หรือไม่ประการใดนั้น ต้องรอดูเจตนารมณ์ของไทยต่อไปในการรับรองทหารฝ่ายอังกฤษที่จะเข้าไปในประเทศไทย

 

ตามเอกสารหมาย ท. เป็นถ้อยแถลงของนายโยสต์ (อุปทูตรักษาการสถานทูตสหรัฐอเมริกา) กล่าวตอบรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2489 ใจความเกี่ยวกับเสรีไทยว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกายังจำได้อยู่เสมอด้วยความขอบคุณและชมเชย ว่า ขบวนเสรีไทยใต้ดินได้ซื่อสัตย์ช่วยเหลือสัมพันธมิตร

 

ตามเอกสารหมาย บ. เป็นถ้อยแถลงของนายฮาริงตัน เกี่ยวกับเสรีไทยว่า ขบวนเสรีไทยได้มีส่วนอย่างยิ่งที่ทำให้อเมริกาเชื่อแน่ว่าไทยเป็นมิตร จึงพร้อมที่จะช่วยเหลือทางการเงิน เพื่อบูรณะการเศรษฐกิจของประเทศ

 

ตามเอกสารต่าง ๆ เหล่านี้ แสดงให้เห็นว่า ขบวนเสรีไทยได้กอบกู้ฐานะของประเทศชาติเนื่องจากสงครามคราวนี้ได้เป็นอย่างดี สมควรเป็นเจ้าหนี้บุญคุณแก่ปวงชนชาวไทย และถ้ามีทางใดที่ประเทศชาติจะสมนาคุณแก่ผู้ที่เสี่ยงชีวิตเข้ามาในการกอบกู้ฐานะของประเทศชาติเช่นนี้ ก็น่าจะเป็นที่ยินดียิ่ง

 

(ในสุดท้ายขอให้ระวังอย่าให้เกิดการท้อถอยอิดหนา ระอาใจจนไม่มีใครคิดริเริ่มกระทำกิจการสิ่งใดในเมื่อเกิดเหตุการณ์คับขันในอนาคต หากว่าบุคคลซึ่งริเริ่มกระทำการสิ่งนั้นถูกไต่สวนในเรื่องการเงินอันพ้นวิสัยจะปฏิบัติได้ ในกรณีเช่นนี้ ผลของงานย่อมสนองนโยบาย และผู้ซึ่งได้รับมอบหมายที่จะกอบกู้ฐานะของประเทศชาติย่อมจะต้องเชื่อถือกัน และหนทางที่เขากระทำไปเพื่อบำบัดความยุ่งยากก็ควรจะเชื่อถือด้วย)

 

(ลงชื่อ) เทพวิทุร

(ลงชื่อ) นลราชสุวัจน์

(ลงชื่อ) วิกรมรัตนสุภาษ

(ลงชื่อ) นิติศาสตร์

(ลงชื่อ) พิชาญ บุลยง

 

คำชี้แจงเพิ่มเติม ของ นายปรีดี พนมยงค์ เรื่อง ค่าใช้จ่ายของเสรีไทย

1.ระยะแรกระหว่างเดือนธันวาคม 2484 ถึงสิงหาคม 2485 นั้น ขบวนการต่อต้านของไทย (Thai Resistance Movement) ซึ่งต่อมาได้รวมกับเสรีไทยใน ส.ร.อ. และในอังกฤษเป็น “ขบวนการเสรีไทย” เดียวกันนั้น ได้ใช้จ่ายสำหรับกิจการต่อต้านภายในประเทศจากเงินดังต่อไปนี้

 

(1) เงินประเภทค่ารับรองประจำตำแหน่งผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง

(2) เงินประเภทค่ารับรองประจำตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ส่วนของนายปรีดี พนมยงค์)

(3) เงินที่ผู้รักชาติจำนวนหนึ่งได้อุทิศช่วยการต่อต้านญี่ปุ่น

(4) เงินส่วนตัวของเสรีไทยแต่ละคนที่ปฏิบัติการ อาทิ นายจำกัด พลางกูร ซึ่งเป็นผู้แทนคนแรกของเสรีไทยภายในประเทศเดินทางไปยังประเทศจีนเพื่อติดต่อกับสัมพันธมิตรนั้น ก็ได้ใช้จ่ายเงินส่วนตัวของตน และต่อมานายสงวน ตุลารักษ์ กับคณะที่เดินทางไปประกอบภารกิจดังกล่าวนั้น ก็ได้ใช้จ่ายเงินส่วนตัวเช่นเดียวกัน ฯลฯ

 

2.เมื่อจอมพลพิบูลฯ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2487 แล้ว นายควง อภัยวงศ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมนั้น และจัดตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้นเมื่อวันที่ 2 เดือนนั้น โดยมีนายทวี บุณยเกตุ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นผู้สั่งราชการของสำนักนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย ขบวนการเสรีไทยภายในประเทศได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลควงฯ ซึ่งได้อนุมัติให้ขบวนการเสรีไทยเบิกค่าใช้จ่ายจากงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งเดิมเรียกชื่องบนั้นว่า “งบช่วยประชาชน” แล้วต่อมาเปลี่ยนชื่องบนั้นว่า “งบศานติภาพ” ดังปรากฏตามรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญแห่งสภาผู้แทนราษฎรดังกล่าวแล้ว

 

รายชื่อหน่วยต่าง ๆ ที่ปรากฏในรายงานนั้น หมายถึงเฉพาะหน่วยที่เบิกค่าใช้จ่ายโดยตรงจากกองบัญชาการเสรีไทย แต่มีอีกหลายหน่วยที่เบิกค่าใช้จ่ายจากหน่วยใหญ่ซึ่งรับเงินไปจากกองบัญชาการ คือ

 

2.1 ทหารเสรีไทยที่มีตำแหน่งหน้าที่ราชการส่วนใด ก็ใช้จ่ายทางตำแหน่งนั้นตามงบประมาณกระทรวงกลาโหม อีกส่วนหนึ่งเบิกจากกองบัญชาการเสรีไทยจากงบ “หน่วยทหาร” ที่ตั้งไว้ 300,000 บาท

2.2 ตำรวจเสรีไทยหน่วยต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักรไทย ภายใต้ พล.ต.อ. อดุล อดุลเดชจรัส รวมทั้ง “หน่วยชุมพร” ซึ่ง ร.ต.อ. เฉียบ ชัยสงค์ (อัมพุนันทน์) เป็นหัวหน้านั้น เบิกค่าใช้จ่ายจากงบ “หน่วยตำรวจ” ที่ตั้งไว้ 2,000,000 บาท

2.3 เสรีไทยประเภทที่ “ลอร์ดเมานท์แบทเตน” เรียกว่า Numerous Passive Supporters แปลว่า “ผู้ต่อสู้อย่างสงบไม่หวั่นไหว” (Passive Resistance) จำนวนมากมาย ซึ่งนาวาเอกบุง ศุภชลาศัย ร.ม.ต. มหาดไทย รับไปมอบให้ข้าหลวงประจำจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอ ฯลฯ จัดตั้งทุกหมู่บ้านทั่วราชอาณาจักรนั้น ผู้มีตำแหน่งหน้าที่ทางราชการส่วนใดก็เบิกใช้จ่ายตามตำแหน่งของเสรีไทยนั้น ๆ จากงบประมาณกระทรวงมหาดไทย อีกส่วนหนึ่งเบิกจากกองบัญชาการเสรีไทย “หน่วยมหาดไทย” ที่ตั้งไว้ 536,441.87 บาท

2.4 เสรีไทยฝ่ายช่วยรบซึ่งเป็นครูโรงเรียนมัธยมและโรงเรียนประชาบาลทั่วทั้งราชอาณาจักร ซึ่งนายทวี บุณยเกตุ ร.ม.ต. ศึกษาธิการ รับไปเตรียมจัดตั้งนั้น เบิกจากค่าใช้จ่ายของกระทรวงศึกษาธิการ

3.ในรายงานคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรนั้น ปรากฏชัดแจ้งว่า เสรีไทยทั้งภายนอกและภายในประเทศไทยมิได้รับเงินของ โอ.เอ๊ส.เอ๊ส. แต่ตรงกันข้ามเรารักษาเกียรติและศักดิ์ศรีเอาไว้ โดยสถานทูตไทยได้จ่ายเงินจำนวน 5 แสนเหรียญให้แก่ โอ.เอ๊ส.เอ๊ส. เพื่อนำไปใช้จ่ายเกี่ยวกับการงานของเสรีไทย

 

ปรีดี พนมยงค์

ชานกรุงปารีส

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2522


อ้างอิง

  • ปรีดี พนมยงค์, “ภาคผนวก 4 รายงานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ สอบสวนทรัพย์สินของชาติซึ่งเสรีไทยใช้จ่าย” ใน จดหมายของนายปรีดี พนมยงค์ ถึงพระพิศาลสุขุมวิท เรื่องหนังสือจดหมายเหตุของเสรีไทยเกี่ยวกับปฏิบัติการในแคนดี นิวเดลฮี และสหรัฐอเมริกา กับภาคผนวกของเสรีไทยอีกบางประการ (กรุงเทพฯ: อมรินทร์การพิมพ์, 2522), น. 86-99.

 

  • ปรีดี พนมยงค์, “ภาคผนวก 5 คำชี้แจงเพิ่มเติมของนายปรีดี พนมยงค์ เรื่องค่าใช้จ่ายของเสรีไทย” ใน จดหมายของนายปรีดี พนมยงค์ ถึงพระพิศาลสุขุมวิท เรื่องหนังสือจดหมายเหตุของเสรีไทยเกี่ยวกับปฏิบัติการในแคนดี นิวเดลฮี และสหรัฐอเมริกา กับภาคผนวกของเสรีไทยอีกบางประการ (กรุงเทพฯ: อมรินทร์การพิมพ์, 2522), น. 100-102.