ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

สถาบันปรีดี พนมยงค์

• บุคคล, วันนี้ในอดีต
19
ตุลาคม
2569
“ศิษย์ที่รักคนหนึ่งของข้าพเจ้า” คือถ้อยคำที่ปรีดี พนมยงค์ ใช้ระลึกถึง ร.ท. อู๊ต นิตยสุทธิ ผู้เดินทางมาแจ้งข่าวสำคัญในเหตุการณ์กบฏบวรเดช พ.ศ. 2476 ความไว้วางใจที่ก่อตัวขึ้นในวันนั้นสืบเนื่องเป็นความผูกพันที่ธรรมศาสตร์ และการร่วมงานในรัฐสภาและขบวนการเสรีไทย ในฐานะผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา อู๊ตนำเรื่องโรคภัย ถนน การศึกษาผู้ใหญ่ และความแห้งแล้งเข้าสู่สภาอย่างต่อเนื่อง ประวัติการทำงานของเขาช่วยให้เห็นความหมายของการรับใช้ราษฎรผ่านปัญหาที่ประชาชนเผชิญในชีวิตประจำวัน ขณะที่คำรำลึกของปรีดีเผยความอาลัยต่อศิษย์และผู้ร่วมงานที่จากไปก่อนจะได้พบกันอีก ในวาระ 124 ปี ชาตกาล 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569 สถาบันปรีดี พนมยงค์ ชวนอ่านเรื่องราวชีวิต งาน และความผูกพันของทั้งสอง
14
ตุลาคม
2569
วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2569 มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ และสถาบันปรีดี พนมยงค์ เข้าร่วมงานรำลึกครบรอบ 53 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพมหานคร เพื่อแสดงความอาลัยต่อวีรชนผู้เสียสละชีวิต และแสดงความเคารพต่อผู้บาดเจ็บ ผู้รอดชีวิต ตลอดจนครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์
14
ตุลาคม
2569
ในวาระรำลึก 53 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 สถาบันปรีดี พนมยงค์ โดย อังคณา นีละไพจิตร เป็นผู้แทนกล่าวรำลึก ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เพื่อคารวะวีรชนและร่วมสานต่อเจตนารมณ์ของผู้เสียสละเพื่อสิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตย คำกล่าวนำแนวคิด “ชัยชนะก้าวแรก” และ “ประชาธิปไตยสมบูรณ์” ของปรีดี พนมยงค์ มาทบทวนความหมายของการรำลึกที่เชื่อมโยงกับชีวิตของราษฎร ทั้งสิทธิในการกำหนดอนาคต ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และการเคารพศักดิ์ศรีของผู้เห็นต่าง พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูปหกด้าน ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ กองทัพ กระบวนการยุติธรรม การกระจายอำนาจ หลักประกันชีวิต ไปจนถึงการพิทักษ์ความจริงทางประวัติศาสตร์ เพื่อให้ความเสียสละในอดีตเป็นรากฐานของความเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนสัมผัสได้
• เกร็ดประวัติศาสตร์, วันนี้ในอดีต
13
ตุลาคม
2569
14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนร่วมเรียกร้องรัฐธรรมนูญจนผู้นำเผด็จการต้องพ้นจากอำนาจ ชัยชนะครั้งนั้นมีทั้งความหวังของสังคมและความสูญเสียจากการปราบปราม ปรีดี พนมยงค์ เรียกความสำเร็จนี้ว่า “ชัยชนะก้าวแรก” พร้อมเตือนว่าพลังและทัศนะที่ค้ำจุนเผด็จการอาจยังคงดำรงอยู่ แม้ผู้ครองอำนาจเดิมจะพ่ายแพ้ไปแล้ว บทความตอนแรกย้อนพิจารณารากเหง้าของเหตุการณ์ การก่อตัวของขบวนการประชาชน และความหมายของ “ประชาธิปไตยสมบูรณ์” ในความคิดปรีดี ซึ่งเชื่อมสิทธิทางการเมืองเข้ากับความเป็นอยู่ของราษฎรและทัศนะของสังคม ตลอดจนข้อเสนอที่มุ่งให้ประชาชนเข้าถึงและควบคุมอำนาจได้จริง จากเสรีภาพที่ขยายตัวหลัง 14 ตุลาคม สู่การสังหารและรัฐประหาร 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 บทเรียนช่วงนี้เผยให้เห็นความยากลำบากในการรักษาชัยชนะ และภารกิจที่ยังต้องสานต่อ เพื่อให้ความเสียสละของวีรชนเกิดผลเป็นสิทธิ ศักดิ์ศรี และความผาสุกที่มั่นคงในชีวิตราษฎร
6
ตุลาคม
2569
วันที่ 6 ตุลาคม 2569 มูลนิธิและสถาบันปรีดี พนมยงค์ เข้าร่วมงาน “ครบรอบ 50 ปี 6 ตุลาคม 2519” ณ สวนประติมากรรมประวัติศาสตร์ “ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย” มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งนับเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมสำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองไทย
6
ตุลาคม
2569
ในวาระครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ และสถาบันปรีดี พนมยงค์ ร่วมรำลึกถึงนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนผู้เสียชีวิต พร้อมแสดงความเคารพต่อผู้บาดเจ็บ ผู้ถูกจับกุม ครอบครัว และผู้ได้รับผลกระทบ โดยมีคุณอังคณา นีละไพจิตร เป็นผู้แทนกล่าวรำลึก ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คำกล่าวชวนพิจารณาคำเตือนของปรีดี พนมยงค์ เรื่องการฟื้นระบอบเผด็จการ และความแตกต่างระหว่างการต่อต้านระบบกับการต่อต้านผู้เผด็จการบางคน ควบคู่กับบทบาทของบันทึกป๋วย อึ๊งภากรณ์ ในการรักษาข้อเท็จจริงเพื่อให้สังคมตรวจสอบข้อกล่าวหาและการใช้อำนาจ ตลอดจนความหวังของท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ที่ให้อนุสรณ์วีรชนเป็นสื่อปลูกสำนึกประชาธิปไตยแก่คนรุ่นหลัง การรำลึกครั้งนี้ยืนยันความสำคัญของการเปิดเผยความจริง การตรวจสอบความรับผิด และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ด้วยหลักการว่า ความเห็นต่างทางการเมืองไม่อาจเป็นเหตุให้ผู้ใดถูกทำร้ายหรือสังหาร และอำนาจรัฐต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและความรับผิดชอบต่อประชาชน
• บุคคล
28
กันยายน
2569
ในปี 2563 สุโข สุวรรณศิริ ได้ให้สัมภาษณ์แก่สถาบันปรีดี พนมยงค์ผ่านวิดีโอคอล แม้จะมีอายุกว่า 90 ปีแล้วก็ตามท่านได้ถ่ายทอดความทรงจำเกี่ยวกับธรรมศาสตร์และผู้ประศาสน์การ ผู้เปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่ชีวิตของท่าน หกปีต่อมา สถาบันฯ ได้มอบรูปปั้นปรีดี พนมยงค์ให้ท่านในโอกาสเปิดที่ทำการแห่งใหม่ภาพท่านประคองรูปปั้นอาจารย์ไว้ด้วยสองมือจึงกลายเป็นความทรงจำอันทรงคุณค่า สุโข สุวรรณศิริ ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 สิริอายุ 98 ปี ท่านเป็นอดีตเอกอัครราชทูตและศิษย์ ต.ม.ธ.ก. รุ่นที่ 6 ผู้จดจำคุณค่าของการศึกษาเสมอมา ตลอดชีวิต ท่านได้นำความรู้และประสบการณ์มาร่วมสืบสานงานของมูลนิธิและสถาบันปรีดี พนมยงค์ด้วยศรัทธาและกตเวทิตา
17
กันยายน
2569
วันที่ 15 กันยายน 2569 สถาบันปรีดี พนมยงค์ โดยนายปรีดิวิชญ์ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการสถาบันฯ ได้ให้การต้อนรับ ดร.เจมส์ โกเมซ (James Gomez) ผู้อำนวยการภูมิภาค Asia Centre เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา และบทบาทของภาคประชาสังคมกับสื่ออิสระในการส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ การสนทนาเป็นไปด้วยความเห็นพ้องในแนวทางส่งเสริมสันติภาพและความร่วมมือระหว่างประชาชน โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อสันติภาพในภูมิภาคช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2570 ซึ่งจะได้หารือรายละเอียดและประสานงานร่วมกันต่อไป
• แนวคิด-ปรัชญา
25
สิงหาคม
2569
ในวันที่ระเบียบโลกได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มหาอำนาจอย่างเช่นสหรัฐอเมริกา จีนหรือรัสเซีย พยายามที่จะนิยามพื้นที่เขตแดนใหม่ให้แก่ประเทศของตน ผ่านนโยบายการต่างประเทศที่แข็งกร้าว หรือการใช้กำลังทางทหารรุกรานเพื่อนบ้าน คำถามสำคัญที่น่าสนใจก็คือ ในภาวะเช่นนี้ ประเทศไทยจะรับมืออย่างไรเมื่อแนวคิดเกี่ยวกับภูมิรัฐศาสตร์ของโลกกำลังถูกสั่นคลอน การดำรงไว้ซึ่ง “สันติภาพ” จะเป็นได้ได้แค่ไหนในยุคที่การทูตแบบดั้งเดิมเริ่มอาจจะไม่ตอบโจทย์ต่อโลกยุคปัจจุบัน
• แนวคิด-ปรัชญา
18
สิงหาคม
2569
ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา นอกจากนำมาซึ่งกับสูญเสียของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทยแล้ว ผลที่กระทบต่อเสถียรภาพบริเวณชายแดน ก็ถือเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสไม่แพ้กัน คำถามที่หลายคนเฝ้าถามมาตลอดนับตั้งแต่สงครามครั้งใหม่เริ่ม ก็คือจะมีหนทางใดบ้างที่จะสามารถลดระดับความขัดแย้งระหว่างสองชาติลง และเดินสู่การเจรจาที่นำไปสู่สันติ แต่ความซับซ้อนทางการเมืองและการทูต ทำให้ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาไม่อาจได้บทสรุปโดยง่าย
Subscribe to สถาบันปรีดี พนมยงค์