
วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2569 มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ และสถาบันปรีดี พนมยงค์ เข้าร่วมงานรำลึกครบรอบ 53 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพมหานคร เพื่อแสดงความอาลัยต่อวีรชนผู้เสียสละชีวิต และแสดงความเคารพต่อผู้บาดเจ็บ ผู้รอดชีวิต ตลอดจนครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์
ภายในงานมีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 14 รูป และพิธีทางศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลาม ก่อนเข้าสู่พิธีวางพวงมาลาและกล่าวรำลึก ผู้เข้าร่วมในส่วนของมูลนิธิและสถาบันปรีดี พนมยงค์ ประกอบด้วย อังคณา นีละไพจิตร สันติสุข โสภณสิริ ปริญญา เทวานฤมิตรกุล และอนุสรณ์ ธรรมใจ โดยร่วมวางพวงมาลาพร้อมกับผู้แทนองค์กรทางการเมือง สถาบันการศึกษา องค์กรภาคประชาสังคม และประชาชน


อังคณา นีละไพจิตร กล่าวรำลึกในนามสถาบันปรีดี พนมยงค์ โดยย้ำว่า แม้เวลาจะผ่านไป 53 ปี และผู้คนอาจจดจำเหตุการณ์แตกต่างกัน แต่สิ่งที่สังคมควรรักษาไว้ร่วมกัน คือความตระหนักว่า เบื้องหลังชัยชนะของประชาชนมีผู้เสียสละชีวิต มีครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก และมีความหวังในการสร้างสังคมที่เสรีและเป็นธรรมสำหรับคนรุ่นต่อไป

คำกล่าวได้อ้างถึงปรีดี พนมยงค์ ซึ่งเรียกผลการต่อสู้ของประชาชนในเหตุการณ์ 14 ตุลาคมว่า “ชัยชนะก้าวแรก” พร้อมมอบคำขวัญว่า “จงพิทักษ์เจตนารมณ์ประชาธิปไตยสมบูรณ์ของวีรชน 14 ตุลาคม” อังคณาอธิบายว่า การทำให้ผู้นำเผด็จการพ้นจากตำแหน่งเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจที่ยาวไกล ประชาชนยังต้องมีหลักประกันว่าสิทธิเสรีภาพจะได้รับความคุ้มครอง ผู้นำจะถูกตรวจสอบ และความขัดแย้งจะคลี่คลายผ่านวิถีทางประชาธิปไตยและสันติวิธี

อังคณายังกล่าวถึงแนวคิดประชาธิปไตยสมบูรณ์ของปรีดี ซึ่งเชื่อมโยงการเมือง เศรษฐกิจ และทัศนะอันเป็นคติธรรม โดยนำมาพิจารณาถึงสิทธิในการปกครอง โอกาสทางเศรษฐกิจ หลักประกันชีวิต และการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างอย่างเสมอภาค พร้อมย้ำว่าความยากจนและการเข้าไม่ถึงการศึกษาจำกัดโอกาสในการมีส่วนร่วมของประชาชน ขณะที่การตรวจสอบการจัดสรรทรัพยากรของรัฐเป็นส่วนสำคัญของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

ในวาระนี้ คำกล่าวรำลึกได้เสนอแนวทางปฏิรูปประเทศโดยนำหลักคิดของปรีดีมาประยุกต์กับสถานการณ์ปัจจุบันหกประการ ได้แก่
- การร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อให้กติกาสูงสุดยึดโยงกับประชาชน เคารพเสียงข้างมาก และคุ้มครองสิทธิและเสียงของคนกลุ่มน้อย
- การปฏิรูปกองทัพให้อยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนที่มาจากประชาชน ให้กำลังอาวุธมีไว้เพื่อความมั่นคงของประเทศและรับใช้ประชาชน พร้อมมีกลไกป้องกันการยึดอำนาจและตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
- การมีกระบวนการยุติธรรมและองค์กรอิสระที่เป็นอิสระ โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยกฎหมายต้องไม่ถูกใช้ในการคุกคามผู้เห็นต่าง
- การกระจายอำนาจอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ให้ประชาชนสามารถใช้อำนาจผ่านผู้แทนของตนและมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริงฝ
- การสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจและหลักประกันความมั่นคงของชีวิต ด้วยการคุ้มครองสิทธิแรงงานและส่งเสริมรัฐสวัสดิการสำหรับทุกคน
- การรักษาประวัติศาสตร์ด้วยการเปิดเผยความจริง คืนความยุติธรรมให้ผู้ถูกละเมิด ยุติวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิด และไม่ปล่อยให้การละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นอีก
อังคณาย้ำว่า ข้อเสนอเหล่านี้ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกคน โดยไม่มีใครถูกกีดกันหรือลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์เพียงเพราะความเห็นต่างทางการเมือง พร้อมยืนยันการยืนเคียงข้างวีรชนและครอบครัว และเรียกร้องให้สานต่อข้อเรียกร้องในเหตุการณ์ 14 ตุลา ผ่านการร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเปิดเผยและปราศจากความกลัว เพื่อให้ความเสียสละของวีรชนเป็นแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นต่อไปในการสร้างสังคมที่เป็นธรรม สันติ และมีที่ยืนสำหรับทุกคน


“คำกล่าวรำลึก 53 ปี 14 ตุลา: ชัยชนะก้าวแรกสู่ประชาธิปไตยสมบูรณ์”