ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
เกร็ดประวัติศาสตร์

บรรยากาศวันฌาปนกิจศพปรีดี ณ สุสานแปร์ ลาแชส

2
พฤษภาคม
2563
บรรยากาศวันฌาปนกิจศพปรีดี ณ สุสานแปร์ ลาแชส

ปารีส เช้าวันที่ 2 พฤษภาคม 2526 นายปรีดี พนมยงค์ ตื่นขึ้นแต่เช้าเพื่อทำกิจวัตรประจำวัน เขามักจะตื่นเช้าเสมอ เพื่อตระเตรียมงานเขียนที่คั่งค้างไว้ แม้วัยจะร่วงโรยในวัย 83 ปี

สถานีวิทยุบีบีซี รายงานข่าวเหตุการณ์ของโลกและความเป็นไป ชาร้อนควันยังกรุ่นบนโต๊ะทำงาน กระดาษสีขาวกำลังรอการจรดหมึกเพื่อเป็นตัวหนังสือประวัติศาสตร์ ส่วนท่านผู้หญิงฯ กำลังตระเตรียมงานภายในบ้าน

11.00 น. โต๊ะทำงานถูกปลุก ด้วยอาการไหวเอน เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นถอดแว่น ขยี้ตา กล่าวถ้อยคำออกมาจับใจความไม่ได้ แล้วกลับทรุดนั่งลงอย่างเดิมด้วยอาการสั่นไหว 

ท่านผู้หญิงฯ เข้าประคองร่างของสามีที่โต๊ะทำงาน ลูกหลานช่วยกันอุ้มมาห้องนอน ต่างช่วยกันผายปอด ปั๊มหัวใจ ใบหน้าท่านเริ่มมีเลือดฝาดดีขึ้น หายใจเป็นห้วง ๆ แพทย์และพยาบาลเร่งช่วยเหลือกันเต็มความสามารถ

แต่ในที่สุดท่านก็หลีกหนีกฎธรรมชาติไปได้ไม่ ท่านจากเราไปด้วยอาการสงบนับแต่วินาทีนั้น

ปรีดี พนมยงค์ อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ รัฐบุรุษอาวุโสของไทย ได้จากโลกนี้ไป ท่ามกลางความโศกเศร้าของภรรยาคู่ชีวิต เหลือไว้แต่ผลงานอันเป็นสัจจะ อมตะ

13.00 น. บ่ายวันที่ 9 พฤษภาคม 2526 ณ สุสานแปร์ ลาแชส ด้านหน้าวิหารที่จะประกอบพิธีนั้น บรรดาญาติมิตรต่างยืนเข้าแถวถือรูป พวงหรีด พานดอกไม้ธูปเทียน ดูเป็นระเบียบ เพื่อรอเวลาทำพิธี

พวงหรีดเคารพศพส่งมาจากกลุ่มนักเรียนไทยในกรุงปารีส เยอรมันและอังกฤษ จากรัฐบาลฝรั่งเศส แขกที่มาร่วมพิธีมีเอกอัครราชฑูตไทยประจำกรุงปารีส พร้อมกับตัวแทนจากสถานเอกอัครราชฑูตจีน เวียดนาม ลาวและตัวแทนของรัฐบาลฝรั่งเศส แต่ไม่ปรากฎหรีดจากรัฐบาลไทย

ผู้เข้าร่วมพิธีศพส่วนหนึ่งเป็นชาวไทยในฝรั่งเศสและชาวฝรั่งเศส บรรดาแขกเริ่มทยอยเข้าไปในวิหาร ที่เหลือยืนเรียงรายอยู่โดยรอบ นับผู้ร่วมงานได้หลายร้อยคน สภาพในวิหาร ความกว้างเปรียบได้กับภายในของวัดเบญจมบพิตร แต่เป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรป มีเวทียกสูงขึ้นคล้ายโรงละคร ผนังข้างในสุดจะเป็นเตาเผา

ท่านปัญญานันทภิกขุ แห่งวัดชลประทานรังสฤษดิ์ ได้เดินทางมาในพิธีนี้พร้อมด้วยพระสงฆ์อีก 10 รูป เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา ภิกษุทั้ง 11 รูป นั่งอยู่ในทางด้านขวาของวิหารด้วยอาการสำรวม ตรงกลางเป็นหีบศพของนายปรีดี คลุมด้วยธงไตรรงค์ ตามขั้นบันไดประดับไว้ด้วยเครื่องราชอิสริยาภรณ์ขั้นสูงสุดแห่งประเทศฝรั่งเศส และหรีดเคารพศพ

หีบศพที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเวทีนั้น หาได้เป็นหีบทองมีลวดลายวิจิตรบรรจงแบบของไทยไม่ หากแต่เป็นโลงไม้ธรรมดาแบบคริสต์

14.15 น. เริ่มพิธีบังสุกุล ไม่มีการสวดใด ๆ เริ่มด้วยท่านปัญญาฯ ทอดผ้าบังสุกุล หลังจากนั้นท่านได้กล่าวไว้อาลัย พอสรุปใจความได้ดังนี้

“...ท่านปรีดี ไม่เสียทีที่เกิดมาเป็นมนุษย์ แม้ตัวจะตายไป แต่คุณงามความดีนั้นจะยังคงอยู่ตลอดไป ไม่มีใครจะลบเลือนได้…83 ปี ท่านได้ใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้ ขณะเมื่อมีชีวิตในเมืองไทยนั้น ได้ร่วมกันต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่อให้ชาติไทยได้เจริญรุดหน้าทัดเทียมกับประเทศที่ศิวิไลซ์ทั่วไป”

“แต่หลังจากนั้น เหตุการณ์กลับแปรเปลี่ยนไปด้วยผลทางการเมือง เพราะท่านเป็นคนทำความดี ซื่อสัตย์ และใจบริสุทธิ์เกินไป จนไม่วายที่จะเกิดการริษยากันระหว่างกลุ่มบุคคลที่ไม่อยากให้อีกคนหนึ่งก้าวหน้าได้ดิบได้ดีหรือเกินไปกว่าตัว มีการทำลายกัน...จนท่านทานต่อการกดดันบีบรัดไม่ได้ จำต้องระหกระเหินจากแผ่นดินแม่ ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน จวบจนกระทั่งสิ้นชีวิต แม้แต่ปฐพีสยาม ท่านก็ไม่มีโอกาสได้สัมผัส จะขอเพียงเศษธุลีกลบหุ้มร่างกายเมื่อชีวิตหาไม่นั้นก็เป็นสิ่งแสนเข็ญนัก”

“กิเลสเป็นพิษเป็นภัยต่อความก้าวหน้าของสังคม เราควรทำลายกิเลส คือสิ่งชั่วร้ายภายในร่างกายที่จะเกิดขึ้น”

หลังจากนั้นนายปิแอร์ มีเลท์ ตัวแทนของรัฐบาลฝรั่งเศสได้ขึ้นมากล่าวคำสดุดี เมื่อกล่าวจบ แขกผู้มีเกียรติต่างทยอยขึ้นไปคารวะศพ จนเมื่อแขกท่านสุดท้ายได้ลงจากเวทีแล้ว ท่านผู้หญิงฯ และลูกหลาน ได้เชิญหีบศพจากวเทีเพื่อไปทำพิธีเผา โดยเชิญลงไปฌาปนกิจทางด้านหลังของวิหาร ซึ่งเป็นห้องคล้ายเมรุของไทยเรา

กลุ่มควันลอยขึ้นบาง ๆ เป็นกลุ่ม ๆ สู่ท้องฟ้า สายลมพริ้วพัดพา ควันลอยลับขึ้นบนหมู่เมฆครึ้มทมึน ละอองฝนโปรยปรายลงมาทั่ว ประหนึ่งน้ำอบทิพย์จากสรวงสวรรค์ประทานเพื่อรับวิญญาณอันบริสุทธิ์

ทะเลน้ำตาทะลักออกมาจากความรู้สึกของญาติ ลูกศิษย์ เสียงร่ำไห้ ระคนกับใบหน้าซึ่งหมองเศร้าด้วยแววแห่งอาลัย ช่างภาพวีดิโอควักผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาตัวเอง อีกทั้งพยายามสะกดความรู้สึก แต่มิวายจะได้ยินเสียงสะอื้นของเขา

หนังสือพิมพ์เลอมองด์ หนังสือพิมพ์เฮรัลด์ ทรีบูน ตลอดทั้งบีบีซี ต่างร่วมกันเสนอข่าวมรณกรรมและสดุดีรัฐบุรุษอาวุโสของไทย

สำหรับคนไทยในประเทศทันทีที่ทราบข่าว ได้ส่งโทรเลขแสดงความเสียใจไปยังท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ และครอบครัวได้แก่ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ถนัด คอมันตร์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา รมต.ต่างประเทศ มารุต บุนนาค พิชัย รัตตกุล ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ป๋วย อึ้งภากรณ์ ฯลฯ