ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ศิลปะ-วัฒนธรรม

นินาท บุญโพธิ์ทอง กับครรลอง ‘ ครูละคร ’ Director of Music, Performing Arts and Creative Media

10
มีนาคม
2569

 

photo : ครูจุ๊บ นินาท บุญโพธิ์ทอง รองผู้อำนวยการ OpenSchool for Creatives and Design

 

เมื่อกว่าสามสิบปีก่อน ในสถาบันการศึกษาระดับมัธยมตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ น้อยนักที่จะบรรจุวิชาการละครเข้าไปในแผนการเรียนอย่างในปัจจุบันนี้ เพราะยังไม่เป็นที่รู้จักตระหนักชัดด้วยวิสัยทัศน์ในวงกว้างว่า ศิลปะการแสดงประเภท ละครเวที (Stage Play) มีกระบวนการที่สามารถพัฒนาทักษะผู้เรียนได้ในหลายด้าน (Better Self) เป็นฐานการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงต่อยอดได้มากกับศาสตร์หลากแขนง แม้ไม่ได้ยึดการแสดงเป็นอาชีพก็ตาม  แต่ ณ เวลานั้น อ.นินาท บุญโพธิ์ทอง ครูรุ่นกลางผู้ผ่านการศึกษาวิชาการละครจากหลายสำนักตระหนักในจุดนี้ดี มีวิสัยทัศน์ จึงจัดทำโครงการ ‘ ชุมนุมการละคร ’ ร่วมกับโรงเรียนต่าง ๆ และสร้างกลุ่มละครเพื่อการพัฒนาขึ้นในนาม “ หน้ากากเปลือย ” (Naked Masks) และจัดกิจกรรมสนับสนุนในนาม “ Ninart Studio ”  ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ ‘ ละครเวทีร่วมสมัย ’ เพิ่งเข้ามาในเมืองไทยได้ไม่นาน การต่อสู้เพื่อดำรงอยู่กับสิ่งที่รักไม่ง่ายนักในเมืองไทย ถึงปัจจุบัน ผลจากการยืนยันตัวตน ‘ ครูจุ๊บ ’ จึงได้รับรางวัลแห่งความอดทน เป็นคนที่ได้ร่วมงานกับ “ THE NEWTON GROUP ” ออกแบบโครงสร้างแนวทางการศึกษาแผนใหม่ ที่ทันสมัยเหมาะกับยุคเปลี่ยนผ่านด้วย กระบวนการละครภาพยนตร์ และสื่อสร้างสรรค์ ของสถาบัน “ OPENSCHOOL FOR CREATIVES AND DESIGN ” สถานศึกษา ในระดับมัธยมที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริงร่วมกับบุคคลากรระดับมืออาชีพ เนพื่อการเริ่มต้นค้นหา ‘ ตัวตนบนความฝัน’ ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ซึ่งล้วนมีทางเลือกมากมาย แต่ไม่ง่ายสำหรับหลายคนที่จะดั้นด้นไปให้ถึงจุดหมาย หากปัจจัยแวดล้อมไม่พร้อมจะเกื้อกูล

นินาท บุญโพธิ์ทอง (Ninart Boonpothong) นักการศึกษาสาขาละครเวที ผู้กำกับเปี่ยมอุดมการณ์ นักเขียนบทผู้ชนะเลิศ ‘รางวัลบทละครเวทีดัดแปลงยอดเยี่ยม’ จาก ชมรมวิจารณ์ศิลปะการแสดง (IATC-Thailand Dance and Theatre Awards) ถึง 3 ปี

  • เกมยุติธรรม Poetic Justice (2014)
  • Fallen Memory (2015)
  • Uma Kali (2023)

เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มละครเวที หน้ากากเปลือย Naked Masks และ Ninart Studio กลุ่มกิจกรรมสายละครและภาพยนตร์ ปัจจุบันครูจุ๊บมีบทบาทสำคัญต่องานพัฒนาการศึกษาสายศิลปะการแสดง ในตำแหน่งของ

  • อาจารย์พิเศษ Basic Acting for Film คณะดิจิทัลมีเดีย และศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
  • อาจารย์พิเศษ ชุมนุมการละครและภาพยนตร์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (รุ่นมัธยมต้นเป็นผู้ฝึกฝน รุ่นพี่มัธยมปลายและศิษย์เก่าร่วมสนับสนุน)

ฯลฯ

 

 

  • เมื่อกว่า 30 ปีก่อน จากจุดเริ่มก่อตั้งกลุ่มละคร หน้ากากเปลือย Naked Masks คนตัวเล็กดิ้นรนเปิดโรงละครจิ๋ว เจาะจงลงตรงใจกลางย่านธุรกิจสำคัญ สยามสแควร์ บนชั้น 2 ของ โรงภาพยนตร์ลิโด ที่ค่าดำเนินการไม่ถูกนักสำหรับคนทำงานสร้างสรรค์ศิลป์กินอุดมการณ์กับงานที่รัก ซึ่งไม่ก่อให้เกิดรายได้พียงพอต่อรายจ่าย แต่ใจที่ไม่ยอมแพ้แม้ล้มลุกคลุกคลานแค่ไหนก็ไม่ใช่อุปสรรค ด้วยความรักในละครเวทีทำให้ปัจจุบันนี้ ครูจุ๊บ ได้รับรางวัลชีวิตเป็น รองผู้อำนวยการและหัวหน้าภาคของสถาบัน“ Openschool for Creatives and Design ” (สถานที่ตั้งเป็นตึกแถวขนาดใหญ่สองคูหาห้าชั้น ถูกออกแบบตกแต่งใหม่ในบริเวณสยามสแควร์ ซอย 6 ใกล้กับโรงละครจิ๋วบนโรงหนังลิโด้นิดเดียว) ครั้งนี้มีบทบาทเป็น Director of Music , Performing Arts  and Creative Media ดูแลงานกระบวนการเรียนการสอนศิลปะการละครอย่างครบวงจรสื่อสร้างสรรค์ ร่วมกับกลุ่ม “ OPENSCHOOL OPENMAG MUPAC ACTION ” (ดนตรี การแสดง และสื่อสร้างสรรค์)  สนับสนุนการทำงานของศิลปินในด้านบริหารจัดการธุรกิจ โดย คุณโทนี่ อภิธา วัลลภศิริ ผู้อำนวยการสถาบัน (School Director)

 

photo : คุณโทนี่ อภิธา วัลลภศิริ ผู้อำนวยการ OpenSchool for Creatives and Design

 

“ OpenSchool for Creatives and Design ” คือส่วนหนึ่งของโครงสร้างใหญ่ในเครือโรงเรียนนานาชาติ  “ The Newton Group ” (เสมือนเป็น ‘คณะ’ หนึ่งในมหาวิทยาลัย) ประกอบด้วย

  • โรงเรียนนิวตัน (The Newton Sixth For School)
  • โรงเรียนนิวตันบิสซิเนส (The Newton Business School)
  • โรงเรียนนิวตันเทค (The Newton Tech)
  • โรงเรียนดิเอสเซนส์ (The Essence School)
  • โรงเรียนอาร์ต แอนด์ ดีไซน์ บาย โอเพ่นสคูล (Art and Design School by OpenSchool) 

 

Openschool เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนในเครือ THE NEWTON GROUP ที่เน้นหลักสูตรพิเศษเพื่อการพัฒนาทักษะเฉพาะด้าน ซึ่งเป็นแผนงานสำคัญตามความฝันของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ [1] (อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการผู้เป็น ประธานกรรมการบริหารเดอะนิวตันกรุ๊ป (President of The Newton Group) ที่ต้องการสร้างโรงเรียนซึ่งสามารถมอบวุฒิบัตรเพื่อศึกษาต่อตามที่นักเรียนต้องการได้ และไม่ให้เป็น ‘ อินเตอร์สุดโต่ง ’ (แต่ผิดทาง) ต้องการแก้ปัญหานักเรียนอินเตอร์ที่สูญเสียความเป็นไทย และแก้ไขจุดขาดที่โรงเรียนสามัญทั่วไปมีเรียนครบทุกวิชาการ แต่ไม่มีหลักสูตรกับผู้รู้สอนเรื่องศิลปะ ในขณะที่เด็กเลือกอนคตเพราะใจรักศิลปะ กระบวนการค้นหาตัวตนและแนะแนวทางจึงถูกออกแบบสร้างเพื่อช่วยแก้ปัญหา ให้สามารถทำงานจริงได้

ครูจุ๊บจึงได้นำกลุ่มละคร “ หน้ากากเปลือย ” ที่ก่อตั้งมาแต่ต้นเข้าร่วมเครือข่ายขยายฐาน (Artist Residence) เป็นส่วนสำคัญในแผนงานพัฒนาการละครไปพร้อมกับฝึกฝนทีมงานศิษย์สถาบัน Openschool (กลุ่มละคร Youth Drama Plus) แผนงานการผลิตจึงแบ่งเป็นมืออาชีพโดยหน้ากากเปลือยจัดแสดงโดยมี Openschool เป็นทีมงานทั้งเบื้องหลังเบื้องหน้า ผลิตละคร ภาพยนตร์ ดนตรี ประจำปี ประจำภาค และรวบรวมครูละครที่เป็นนักแสดงมืออาชีพ นักวิชาการในสถาบันต่าง ๆ มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านงานแสดงจริง มีผลงานแลกเปลี่ยนเวียนแสดงหลายจุดในเครือข่าย ปีละหลายเรื่องต่อเนื่องไม่ขาดสาย เริ่มไตรมาสแรกของปี 2569  เริ่มด้วย Naked Masks Spring Season 2026

Naked Masks Spring Season 2026 ผลงานพันธมิตร กิจกรรมและละครเวที

Jan. 2026 / Romantic Spring Plays / Naked Masks Thailand - Youth Drama Plus - Young Pack Action

Feb. 2026 / Fabulous Friday, Spectacular Saturday, and Sunday Special / OpenSchool and Ninart Studio

March 2026 / Youth Leadership Transforming :  Youth Leadership Programme for Transforming Lung Health : World No Cigarette Day ผ่านละครเวที เรื่อง “ BREATHS ” : A Stage Play By NewEd / Lung Health Symposium / Newton Group - OpenSchool - Youth Drama Plus - Thai Health Promotion Foundation

 

 

Ninart Studio : ผลงานละครเวทีร่วมกับ OpenSchool ในปี 2026

- Fabulous Friday, Spectacular Saturday, and Sunday Special / OpenSchool and Ninart Studio

- Deep ลึกไปไหน / Ninart Studio

- Glass Ceiling / Ninart Studio

- The Massacre at Mount Zero สังหารหมู่เขาศูนย์  / Ninart Studio

 

 

ด้วยฐานที่มาจากความเป็นนักเขียนบทของครุจุ๊บ ที่มักจัดกิจกรรมอบรมฟรีมาตลอดหลายปีอย่างต่อเนื่องในนาม Ninart Studio (แม้ต่อมาขยับเปิดคลาสจัดเต็ม แต่ยังเก็บตังค์แบบช่วยนักเรียนทุนต่ำ) จัดร่วมกับกลุ่ม Dream Masks Group อบรมเขียนบทดัดแปลงเพื่อการแสดง Adapted NewED Creatives & Design by OpenSchool เป็นหนึ่งในโปรแกรมการเรียนการสอนของโรงเรียนรูปแบบใหม่สายครีเอทีฟ ภาพยนตร์ โดยเฉพาะ เรียนวันเสาร์ 1 ปี จบ ม.ปลาย พร้อมสอบเข้ามหาลัยในคณะนิเทศศาสตร์ และอีกหลายคณะในสายศิลป์ ฯลฯ … หอมกลิ่นความฝัน…

สนใจสมัครหรือสอบถามได้ที่ INBOX FB Ninart Studio

ลงทะเบียนรับชม Open House โรงเรียน พร้อมปรึกษาแผนการเรียน

และทดลองเรียน คลิก : https://forms.gle/JfikvvjqEnhJv1VN6

 

 

หลังจากสอนให้เขียนบทกันแล้ว ต้องมีความต่อเนื่องตามลำดับการเรียนรู้ ครูชวนเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นผลงานจริง วิ่งสู่กระบวนการด้วยประกาศเกณฑ์นักเรียน มัธยมปลาย ทุกสาย ใครที่มีความฝันอยากลองทำหนังสั้น หรือเล่นละครเวที เชิญมาร่วมกิจกรรม “ Youth Drama Plus Acting & Film Workshop : Turn ideas into work ”  ร่วมเรียนรู้พื้นฐานการแสดง การกำกับการแสดง และการทำหนังสั้นแบบมืออาชีพ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นโครงการนำล่องเปิดให้น้อง ๆ ทดลองสร้างฝันสร้างสรรค์ตามเสียงในหัว ติดตามข่าวได้ที่ fb page : Youth Drama Plus MAX

 

 

OpenSchool for Creatives and Design

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยในไทยย้ายไปสังกัด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 โดย กระทรวง อว. ทำหน้าที่กำกับดูแลมาตรฐานการศึกษาระดับปริญญา ทั้งมหาวิทยาลัยรัฐในระบบ, มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ (ออกนอกระบบ) และมหาวิทยาลัยเอกชน  ทุกมหาวิทยาลัยต้องปรับแผนการเรียนการสอนให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลของโลกยุคใหม่ โจทย์ใหญ่ที่ภารกิจร่วมของทุกฝ่าย คือ การคัดกรองคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าศึกษา (โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐ) การพัฒนาวิชาการไม่ใช่ด้านเดียวไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป แต่ต้องมีความเป็น ‘ พหูสูตร ’  คือผู้รอบรู้หลายด้าน เป็นคนที่ต้องมีประสบการณ์  ทะเยอทะยาน รักในสายงาน มีทักษะเฉพาะด้านที่ต้องโดดเด่น และสามารถบันดาล Portfolio ที่ ‘ โก้พอ ’ จึงจะผ่าน ซึ่งต้องฝึกประสบการณ์ไม่น้อย ดังนี้

• Active Learning : ทักษะการตั้งคำถาม และการค้นหาคำตอบอย่างรอบด้านด้วยตนเอง

• Presentation : การสื่อสารและนำเสนออย่างสร้างสรรค์ ตามที่คิดฝันไว้

• Self-Growth : เรียนรู้ ฝึกทักษะ ลองผิดลองถูกกับศาสตร์ที่ชอบ เพื่อทำในสิ่งที่ใช่ และตรงกับใจที่ต้องการ

 

 

ปัจจุบันหลายสถาบันต้องปรับหลักสูตรใหม่ให้ทันสมัยและรองรับความต้องการ บางแห่งตั้งขึ้นมาด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเพื่อการศึกษาทางเลือก หรือเฉพาะทาง อาทิ “ OpenSchool for Creatives & Design ” เป็นโรงเรียนมัธยมปลาย และหลักสูตรเฉพาะทางด้าน ศิลปะ การออกแบบ และสื่อสร้างสรรค์ เน้นการเรียนรู้แบบสมรรถนะ (Competency-based) หลักสูตรจากประเทศอังกฤษ เพื่อสร้างผลงาน Portfolio

  • แนวทางการสอน: มุ่งเน้นการทำชิ้นงาน (Coursework) แทนการสอบบรรยาย เพื่อให้นักเรียนมีเวลาเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย
  • กิจกรรมและโอกาส : ได้ร่วมงานกับผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับทุกสาขา อาทิ ละครเวที ภาพยนตร์ แฟชัน (Bangkok Design Week 2025) และทำกิจกรรมเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สาขาต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

 

จัดระดับชั้นเรียน ม.3-ม.6 เทียบเท่า Year 10-13 หรือ GRADE 9-12

แบ่งสายการเรียนออกเป็นหลักสูตรหลัก 4 สาขา ได้แก่

- Architect & Designer

- Performing Arts : Actor & Idol

- Media Creator & Influencer

- Music  Singer & Music Entrepreneur

 

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ OpenSchool Siam Square Soi6

Inbox : m.me/OpenSchool.ac.th

Care Center : 065-998-6484, 065-998-6485

Line : @OpenSchool https://lin.ee/z97L54u

 

 

ก้าวแรกกับแผนก้าวหน้าหลังเปิดตัวสถาบัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน 2565 เดอะนิวตันกรุ๊ป (The Newton Group) ผนึกกำลังกับ 4 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ  ร่วมลงนามด้วยข้อตกลงร่วมมือในการเตรียมความพร้อมด้านการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน เสริมสร้างและต่อยอดศักยภาพของนักเรียน รวมถึงงานการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาของเด็กและเยาวชนไทย เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนในเครือเดอะนิวตันกรุ๊ป (The Newton Group) สามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีสาขาศิลปะและการออกแบบ และสาขาบริหารธุรกิจ ได้อย่างเต็มศักยภาพ

โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานในพิธีการลงนาม พร้อมด้วย นายแพทย์ ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ประธานกรรมการบริหารเดอะนิวตันกรุ๊ป (The Newton Group) , คุณธานินทร์ เอื้ออภิธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเดอะนิวตันกรุ๊ป (The Newton Group) , ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้า , ดร.สถาพร อมรสวัสดิ์วัฒนา รองอธิการบดีอาวุโสสายงานวิชาการและงานวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้า , รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน , รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และ ดร.ณัฐพงศ์ โชติกเสถียร ผู้อำนวยการวิทยาลัยผู้ประกอบการสร้างสรรค์นานาชาติรัตนโกสินทร์ ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์

 

NewEd OpenSchool

 

 

NewED FilmED ฝันของคนรักหนัง

นอกจาก Open School  จะสอนการละครแล้ว การผลิตภาพยนตร์ก็เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่เชื่อมโยงด้วยสามศาสตร์สำคัญ คือ การเขียนบท การแสดง และการถ่ายทำ โดย NewED FilmED ร่วมพัฒนาแนวการศึกษาทางเลือกใหม่ไปพร้อมกัน ด้วยหลักสูตรล้ำยุค BTEC (BTEC HNC&HND) มุ่งเน้นการปฏิบัติจริง (Work-related) สำหรับคนที่ต้องการทักษะทำงาน HNC (1 ปี) เทียบเท่าอนุปริญญาปี 1 / ส่วน HND (2 ปี) เทียบเท่าอนุปริญญาปี 2 สามารถโอนหน่วยกิตเรียนต่อปริญญาตรี (Top-up) อีก 1-2 ปี นิยมใช้เป็นทางลัดเข้าทำงานหรือต่อมหาวิทยาลัยได้  นักเรียนจึงสามาถสอบติดมหาลัยตั้งแต่อายุ 16 - 17 ปี เทียบวุฒิ ม.6 โดยไม่ต้องสอบ โดยใช้วุฒิ BTEC Level 3 การเรียนการสอนเป็นภาษาไทย ไม่มีการสอบระหว่างเรียน เน้นการทำ Project ส่ง เพื่อเป็น Portfolio ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ชอบการปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี และต้องการความก้าวหน้าเร็วในสายอาชีพ เป็นการเรียนมัธยมปลายรูปแบบใหม่ ฝันของคนทำหนังตั้งแต่เยาว์วัยพร้อมส่งให้สร้างผลงานได้จริง มี 2 สายการเรียนเฉพาะทางให้เลือกคือ

  • Business 
  • Creative and Design

 

NewEd OpenSchool โรงเรียนรูปแบบใหม่สายครีเอทีฟ เปิดรับสมัครนักเรียนหลักสูตรพิเศษ เน้นสายภาพยนตร์ “ Cinema Academia ” เรียนวันเสาร์เป็นหลัก จบมัธยมปลายภายใน 1 ปี พัฒนาทักษะให้สามาถสอบติดมหาลัยได้ โดยใช้วุฒิ BTEC Level 3 เป็นหลักสูตรอาชีวศึกษาระดับสูงลิขสิทธิ์จากประเทศอังกฤษ  ได้รับการรับรองจาก ทปอ. (ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย องค์กรหลักที่ดูแลและจัดสร้างระบบ TCAS -Thai University Central Admission System เป็นระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยของไทย)

 

หลักการสำคัญของ BTEC (HND & HNC) ประเทศอังกฤษ

  • BTEC HNC (Higher National Certificate): ใช้เวลาเรียน 1 ปี (Full-time) หรือ 2 ปี (Part-time) เทียบเท่ากับระดับ 4 ในกรอบคุณวุฒิที่ได้รับการควบคุม (RQF) ของ สหราชอาณาจักร
  • BTEC HND (Higher National Diploma): ใช้เวลาเรียน 2 ปี (Full-time) เทียบเท่ากับระดับ 5 (ปี 1 และ 2 ของปริญญาตรี)
  • จุดเด่น: เน้นการทำโครงการ (Project-based learning) และ Coursework มากกว่าการสอบทฤษฎี ทำให้นักศึกษาได้ทักษะที่นำไปใช้จริงในสายงานนั้นๆ
  • การเชื่อมโยงการศึกษา: หลังจากจบ HND สามารถสมัครเรียนต่อปีสุดท้าย (Top-up Degree) ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยในอังกฤษและประเทศอื่น ๆ ได้
  • หน่วยงานที่ออกวุฒิ: Pearson Edexcel เป็นหน่วยงานหลักที่ได้รับการรับรอง

ลงทะเบียน เข้าทดลองเรียน 1 Day Experience

คลิก : https://forms.gle/KK4SdZ6ZZTVfEW7k9

พร้อมปรึกษาการเรียน และทดลองเรียน คลิก : https://forms.gle/JfikvvjqEnhJv1VN6

สอบถามรายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage: NewEd

ลงทะเบียนรับชม Open House โรงเรียน

พร้อมปรึกษาการเรียน และทดลองเรียน คลิก : https://forms.gle/JfikvvjqEnhJv1VN6

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ OpenSchool Siam Square Soi6

Inbox : m.me/OpenSchool.ac.th

Care Center : 065-998-6484, 065-998-6485

 

 

Youth Drama Plus Theatre & Film : High School Summer Camp

 

กิจกรรมเสริมทักษะ กระบวนการละครและภาพยนตร์ ระดับมัธยม อบรมฟรี

Summer Production กับละครเวทีแนว Samurai-Romance และ ภาพยนตร์มังงะสไตล์ (Manga Style)

 

ครั้งที่ 1 : วันที่ 7 - 8 มีนาคม 2569 | สนุกกับพื้นฐานละคร และภาพยนตร์

ครั้งที่ 2 : วันที่ 14 - 15 มีนาคม 2569 | สร้างสรรค์ละคร และภาพยนตร์เพื่อสุขภาวะ

ครั้งที่ 3 : วันที่ 21 - 22 มีนาคม 2569 | บูรณาการทักษะ pre-production ภาพยนตร์ และ ละครฤดูร้อน

 

เวลา 10.00 - 17.00 น. สถานที่ OpenSchool ArtSpace , Siam Square Soi 6

 

ไม่เสียค่าใช้จ่าย ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://forms.gle/pNEdvEG8ivxk7WuGA

 

 

Youth Leadership Programme

Transforming Lung Health Symposium x Design Hero

 

Youth Leadership Programme Transforming Lung Health , แผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ , สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ Newton Group , OpenSchool for Creative & Design , หน้ากากเปลือย Naked Masks และ Youth Drama Plus MAX

 

วันเสาร์ที่ 14 และ วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 - 18.00 น.

อาคาร Siam Scape ชั้น 1

09:00 - 09.30 น. ลงทะเบียนกิจกรรม

09:30 - 12.00 น. เวทีเสวนา Design Hero “จากเวทีแสดงผลงาน สู่เครือข่ายการเปลี่ยนแปลง”

หมวดศิลปะการแสดง คุณสวนีย์ นาวินธนันท์ชัย - นักแสดงมืออาชีพ

หมวด Graphic Design คุณประพัฒน์ สมบูรณ์สิทธิ์ - แบรนด์ Q Design & Play

หมวดผลงานศิลปะหรือของตกแต่ง คุณวิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ - แบรนด์ Wishulada

หมวด VIDEO CLIP คุณสมชาติ ศรีมารัตน์ - Youtube และ Tiktok ช่อง “บิ๊กกี้ แครี่”

 

12:00 - 12.20 น. การแสดงละครเวที เรื่อง “หมอก - ไร้ - ควัน” จาก OpenSchool for Creative & Design

 

12:20 - 12.40 น. การแสดงละครเวที เรื่อง “The Lost Dream”

จาก Nova Drama Club / The Newton Sixth Form School

 

12:50 - 12.55 น. การแสดงละครเวที ชื่อผลงาน “ลมหายใจ ลมหายไป”

บทเรียน ความกล้า อนาคต จาก TK Lanna Dramatic โรงเรียนต้นแก้วผดุงพิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่

 

12:55 - 13.00 น. การแสดงละครเวที ชื่อผลงาน “ตายผ่อนส่ง” จาก บ้านละครโรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย จังหวัดนครราชสีมา

 

13:10 - 13.25 น. การร้องเพลงประสานเสียง จาก OpenSchool

for Creative & Design - ยามเย็น / What a Wonderful World / รักไม่รู้ดับ / การแสดงเต้นรณรงค์สุขภาวะทางปอด

 

13:25 - 14.40 น. ปาฐกถา - บรรยายเรื่องราวหรือเนื้อหาทางวิชาการ

 

14.40 - 15.40 น. พิธีมอบถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

 

15.40 - 16.00 น. การแสดงละครเวที จากเครือข่าย Youth Drama Plus

 

16.00 - 16.40 น. การแสดงละครเวที “I Love Syndrome” จาก OpenSchool for Creative & Design

 

16.40 - 17.00 น. เวทีเสวนา “กระบวนการละคร กับ การขับเคลื่อนสังคม”

 

17.00 - 17.30 น. ภาพยนตร์สุขภาวะ จาก Youth Leadership Programme / Newton Group / OpenSchool for creatives & Design / เครือข่าย Youth Drama Plus

 

17.30 - 18.00 น. เวทีเสวนา “ภาพยนตร์เยาวชน กับ การขับเคลื่อนสังคม”

 

** ไม่เสียค่าเข้าร่วมกิจกรรม **

ติดตามข่าวสารและสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่

Inbox Facebook : Thailand Youth Leadership Programme : Transforming Lung Health

 

 

‘ ภาพยนตร์แนว Manga Style ’ คือภาพยนตร์ที่มี ‘ สไตล์แบบมังงะ ’ (หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น) ซึ่งมักจะไม่ได้หมายถึงแค่การเอาเนื้อเรื่องมาสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่ยังรวมไปถึงการใช้เทคนิคทางศิลปะและการเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากหน้ากระดาษมาไว้บนหน้าจอ

ไปสนุกกับ Summer Production กับละครเวทีแนว Samurai-Romance และ ภาพยนตร์มังงะสไตล์ (Manga Style)

ไม่เสียค่าใช้จ่ายเข้าร่วมกิจกรรม

เข้าร่วมกิจกรรม ได้ที่ (คลิกลิงค์หน้า Bio) https://forms.gle/pNEdvEG8ivxk7WuGA

 

 

Samurai-Romance คือ Genre ที่ผสมผสานโลกของ ซามูไร (Samurai) ที่เต็มไปด้วยระเบียบวินัย การต่อสู้ และเกียรติยศ เข้ากับเนื้อหาด้าน ความรัก (Romance) ที่ลึกซึ้งและมักจะมีความขัดแย้งทางอารมณ์สูง

 

เชิญไปสนุกกับ Summer Production กับละครเวทีแนว Samurai-Romance และ ภาพยนตร์มังงะสไตล์ (Manga Style)

 

Youth Drama Plus Theatre & Flim: High School Summer Camp

กิจกรรมอบรมกระบวนการละครและภาพยนตร์ สำหรับน้อง ๆ มัธยม

 

ครั้งที่ 1 : วันที่ 7 - 8 มีนาคม 2569 | สนุกกับพื้นฐานละคร และภาพยนตร์

ครั้งที่ 2 : วันที่ 14 - 15 มีนาคม 2569 | สร้างสรรค์ละคร และภาพยนตร์เพื่อสุขภาวะ

ครั้งที่ 3 : วันที่ 21 - 22 มีนาคม 2569 | บูรณาการทักษะ เตรียมโปรดักชั่นภาพยนตร์ และ ละครฤดูร้อน

 

เวลา 10.00 - 17.00 น. | OpenSchool ArtSpace , Siam Square Soi 6

 

ไม่เสียค่าใช้จ่ายเข้าร่วมกิจกรรม

เข้าร่วมกิจกรรม ได้ที่ (คลิกลิงค์หน้า Bio) https://forms.gle/pNEdvEG8ivxk7WuGA

 

OpenSchool 2025 : Performing Arts   

 

 

ละครครู

แผนการเรียนวิชาศิลปะการแสดงและการผลิตละครเวทีของ Openschool ครูจุ๊บเน้นให้นักเรียนฝึกทักษะการแสดง โดยเรียนรู้ประสบการณ์จริงบนเวที สร้างงานร่วมกับครูสอนการแสดงและนักแสดงมืออาชีพเป็นหลัก นับเป็นองค์กรเอกชนซึ่งเปิดพื้นที่สำหรับกลุ่มละคร สนับสนุนการทำงานอย่างต่อเนื่อง ในบทเรียนระดับ Advance ที่เป็น ‘ ละครครู ’ และเปิดให้คนดูเป็นผู้ร่วมคลาส สามารถแนะนำให้คำวิจารณ์ ตัวอย่างการสร้างงาน อาทิ ละครเวทีเรื่อง “ The Tragedy of King Lear - ราชันเลียร์ ” มหากาพย์แห่งโศกนาฎกรรมสุดคลาสสิกของ วิลเลี่ยม เชกสเปียร์ ที่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยผลงานละครเวที โดย Dream Masks Group ร่วมกับ The Naked Masks ได้รับการสนับสนุนโดย OpenSchool for Creatives and Design

 

 

บทประพันธ์ โดย วิลเลียม เชกสเปียร์

แปลบทประพันธ์ โดย ศวา เวฬุวิวัฒนา

กำกับการแสดง โดย นินาท บุญโพธิ์ทอง

 

นำแสดงโดย

 

พิศาล พัฒนพีระเดช ผู้เข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 33 สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม

บุญส่ง นาคภู่ ผู้เข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 30 สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม

สิโรรส เอ็มอธิ สุรฐาชัยวัฒน์

ณัฐ อมรบวรวงศ์

ธนพัฒน์ วงษ์วิสิทธิ์

พิชญะ อุดมศรีโยธิน

พิชญธิดา จงจรูญทรัพย์

ลัล เลิศวงศ์วงณิชย์

ศิววงศ์ อินทรภาษิต

พัฐฐากร แถมต้าน

แพรวา ลือเสียงดัง

 

นักเรียน OpenSchool ที่เข้าร่วมแสดงละครเวทีเรื่อง “ The Tragedy of King Lear - ราชันเลียร์ ”

ภริศกร เติมธนากร                        นักเรียน OpenSchool Performing Art Year 11

ณัฐวิภู ไทยผดุงพานิช                   นักเรียน OpenSchool Performing Art Year 12

จิรเมธ ผึ้งน้อย                              นักเรียน OpenSchool Performing Art Year 12

ธีร์รัฐ เรืองไกรวัฒนโชค                 นักเรียน OpenSchool Performing Art Year 12

บุญประจักษ์ แสงหิรัญวัฒนา          นักเรียน OpenSchool Performing Art Year 13

ร่วมด้วยนักแสดงสมทบ

เอกวิชญ์ โสภาศรีพันธ์

ธิษณามดี มาเปี่ยม

อภิวิชญ์ บัวผัน

ลลิภัทร เหล่าภักดีพงศ์

ศิรัสวยา คงพิพัฒน์เกษม

นันธาวิน เหมาะตัว

วรรณิดา เดชศักดา

 

จัดแสดง 6 รอบ 28 - 31 ส.ค. เวลา 19.00 น.

ณ OpenSchool ArtSpace 4F , Siam Square Soi6

บัตรราคา 400 บาท นักเรียนและนักศึกษา 250 บาท

* ราคาพิเศษสำหรับ 3 ที่นั่งขึ้นไป ท่านละ 300 บาท

* ไม่จำกัดจำนวนที่นั่งทุกรอบการแสดง

 

 

สิโรรส เอ็มอธิ สุรฐาชัยวัฒน์ นักแสดงฝีมือดีมีอายุงานครบ 7 ปี ที่ได้ร่วมเล่นละครเรื่องแรกกับครูจุ๊บ “ Murder in the House of General ฆาตกรรมซุ้มนายพล ”  ซึ่งเป็นละครเรื่องแรกใน ไตรภาค  “ แฟ้มคดีกิเลนแดง ” ที่ภาคต่อมาคือ “To Kill a Yellow Bird ” (และภาคปิดท้ายที่แว่วว่าจะมาภายในปีนี้ 2569) เรื่องนี้ เอ็ม สิโรรส รับบทเด่นเป็น ‘เอ็ดการ์’  บุตรคนโตตามกฏหมายของ เอิร์ล แห่ง กลอสเตอร์ ผู้ถูกน้องชายนอกสมรสป้ายสีจนชีวีต้องพลิกผัน ก่อนจะกลับมาประจันหน้ากับปรปักษ์เพื่อทวงคืนความเป็นธรรมให้แก่ตนเอง ต้องบรรเลงหลากบุคลิกหลายอารมณ์ เอ็มแสดงได้คมทุกครั้งและเพิ่มพลังขึ้นทุกตอนตามลำดับการปรากฎตัว บทบ้าเข้มก็ข่มทุกคนจนโดดออกมา โดยเฉพาะในช่วงท้ายได้เทียบรุ่นกับ ครูบอย พิศาล ยิ่งส่งให้เห็นทักษะในการแสดงที่แฝงตัวตน ‘คนเปลี่ยนวิญญาณ’ ได้ดีไม่แพ้รุ่นพี่เลย น้องๆ นักเรียนทุกคนได้ร่วมฝึกผนึกพลังกันเข้มแข็งดีไม่มีแผ่ว ได้ port เป็นผลงานเด่นประดับประวัติดาวทุกดวงอีกเรื่องให้รุ่งเรืองต่อไป

 

 

“ To Kill a Yellow Bird : Red Kiren Files สกัดแผนฆ่านกสีเหลือง : แฟ้มคดีกิเลนแดง ”

 

“ To Kill a Yellow Bird : Red Kiren Files ” ละครเวทีแนวสืบสวนสายลับยุคสงครามเย็น ผลงานกำกับและเขียนบทละครเวทีลำดับที่ 60 โดย นินาท บุญโพธิ์ทอง (Ninart Boonpothong) ครูผู้มีจุดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในการเลือก ‘ โจทย์ ’ ที่ ‘ ยาก ’  มีหลากมิติที่ลุ่มลึก แต่ซับซ้อนสำหรับนักเรียนระดับมัธยม ผู้ชมต้องมีสมาธิกับรายละเอียดของบทซึ่งล้วนสำคัญ และได้รับคำชื่นชมตลอดการทำงานกว่า 30 ปี ที่ผ่านมา กระบวนการเรียนการสอนละครเวทีของครูจุ๊บ จึงไม่ต่างจากบทเรียนของนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ด้วยความมั่นใจในศักยภาพของนักเรียน เพราะครูมองเห็นวุฒิภาวะความเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งซ่อนอยู่ในคนวัยแรกรุ่นที่พร้อมเปิดรับ จึงปรับเรื่องให้เข้ากับบริบทไทย ครูจุ๊บยืนยันตัวอย่างการสร้างงานว่า

“ ละครเวที สิ่งสำคัญที่สุดคือนักแสดง ละครเรื่องนี้รวมนักแสดงที่มี charisma และพลัง มาเป็นตัวแทนของอำนาจจากมุมต่าง ๆ ของโลก จึงเป็นการจำลองสงครามเย็นที่ดูสงบ แต่ก็รุนแรงมาไว้บนเวที ”  เห็นลายเซ็นชัดเจนของครูจุ๊บ นอกจากประวัติศาสตร์ที่อาจยุ่งเหยิงซับซ้อนแล้ว ยังเต็มไปด้วยสิ่งที่คนทั่วไปไม่คุ้นเคยนั่นคือ ‘ รหัสลับ ’ แต่มั่นใจได้ว่าผู้ชมสามารถสนุกไปกับวิธีการแสดงของตัวละครที่สาดภาษาซับซ้อนซ่อนกลบนเนื้อหา (ชี้ชะตาประเทศ ผ่านการเมืองและผลประโยชน์ระดับชาติ ซึ่งเต็มไปด้วย ‘ สัญญะลักษณะไทย ’) ใส่กันอย่างเมามันได้ภายใต้รหัสลับที่ต้องถอดความนามว่า “ รหัสอัลแบร์ตี ”  [ The Alberti Cipher คือจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ของการเข้ารหัสลับ เพราะความเป็น Polyalphabetic Cipher (ระบบการแทนที่หลายตัวอักษร) แบบแรกของโลก ที่ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1467 โดย เลออน บัตติสตา อัลแบร์ตี (Leon Battista Alberti) สถาปนิกและพหูสูตชาวอิตาลีผู้ได้รับฉายาว่า “ บิดาแห่งวิทยาการรหัสลับตะวันตก ” ]

 

กลไกในนวัตกรรม  “ The Alberti Cipher ”

หัวใจสำคัญของรหัสนี้คือ จานหมุนเข้ารหัส (Cipher Disk) ซึ่งประกอบด้วยจานโลหะสองแผ่นซ้อนกัน:

  • จานนอก (Stabilis) : เป็นจานคงที่ มีตัวอักษรละตินพิมพ์ใหญ่และตัวเลข 1–4 สำหรับข้อความต้นฉบับ (Plaintext)
  • จานใน (Mobilis) : เป็นจานที่หมุนได้ มีตัวอักษรพิมพ์เล็กแบบสลับลำดับสำหรับข้อความรหัส (Ciphertext)

ความเหนือชั้น ของรหัสอัลแบร์ตีเมื่อเทียบกับรหัสสมัยโบราณ (เช่น Caesar Cipher) คือการที่อักษรตัวหนึ่งไม่จำเป็นต้องถูกแทนที่ด้วยอักษรตัวเดิมเสมอไป ผู้ส่งสามารถหมุนจานเปลี่ยนตำแหน่ง ระหว่างการเขียนข้อความเพื่อเปลี่ยนชุดอักษรแทนที่ ทำให้ยากต่อการถูกแกะรหัสด้วยวิธี Frequency Analysis (การวิเคราะห์ความถี่ของตัวอักษร) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานในยุคนั้น

 

 

เรื่องราวเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ฆาตกรรม ‘ ซุ้มนายพล ’ (กลุ่มก้อนทางการเมืองหรือขั้วอำนาจที่มีนายทหารชั้นผู้ใหญ่เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง) โดยมี ‘ กิเลนแดง ’ สายลับแตกแถว แฝงตัวเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ภาษาจีน เข้ามาพัวพันกับคดีลอบสังหารนักเคลื่อนไหว ที่ขัดแย้งกับกลุ่มผลประโยชน์โรงงานถลุงแร่ในจังหวัดใหญ่ทางตอนใต้ ประจวบกับเหตุการณ์ฆาตกรรมต่อเนื่องนักกิจกรรมหลายคดี จนเขาสืบพบว่ามีสายลับคนใหม่เข้ามาแทรกซึม

 

นำแสดงโดย

พิศาล พัฒนพีระเดช

ศดานนท์ ดุรงคเวโรจน์

ภูธิป สุกกรี

ภวินท์ แย้มกลีบ

อ้อมทิพย์ เกิดผลานันท์

ธารภา อู่โชตนานันท์

 

 

“คนจรหมอนหมิ่น             ยินช่างตัดเสื้อแอบฟังเสียง

ทหารกล้าหยัดสู้เคียง          นายเรือเบี่ยงใบเปลี่ยนเส้นทาง”

‘ คิริน ’ รับบทโดย ศดานนท์ ดุรงคเวโรจน์ เป็นสายลับแผ่นดินใหญ่ในตำนานชาวอุยกูร์ในคราบนักหนังสือพิมพ์ จนมาพัวพันกับคดีฆาตกรรมหัวหน้าพรรคการเมืองฝั่งซ้าย ดาวดวงใหม่หน่วยก้านดี ได้บทเด่น เล่นดี มีแววรุ่งมาหลายเรื่องแล้ว ครั้งนี้ได้บทหนักเห็นทักษะการแสดงแซงรุ่นเดียวกัน รอวันแจ้งเกิดในวงการอย่างเต็มตัว

 

“ เกิดระเบิดหน้าศาลากลางเสียชีวิต 15 คน ยืนยันแหล่งข่าวเป็นของจริง ”

“ ในสงครามสายลับ ไม่มีใครจริงใจกับใครทั้งนั้น ”

เหมยฮัว รหัส สายข่าวแมนจูเรีย รับบทโดย ธารภา อู่โชตนานันท์

“ หนึ่งคนกระตุกเส้น มือที่ยึดใยจำต้องขยับ ลูกกำลังทำแบบเดียวกับที่รัฐบาลต้องการ ”

‘ ศาสตราจารย์ ’ รหัส นกสีเหลือง หัวหน้าพรรคฝ่ายซ้าย เป้าหมายของการลอบสังหาร รับบทโดย พิศาล พัฒนพีระเดช

“แค่หมุดคณะราษฎร์อันเล็กๆ ก็เพียงพอที่จะประกาศความยิ่งใหญ่ของเจตจำนงค์ประชาชนแล้ว”

‘ จาตุรงค์ ’ รหัส ช่างตัดเสื้อแห่งมอสโคว์  รับบทโดย ภวินท์ แย้มกลีบ

 

“ฮานอยแตก เวียงจันทร์พ่าย สาละวินเป็นไฟ ไม่เกี่ยวกับเมืองไทยจะเป็นคอมมี่… เธอคิดว่าคนจนเลือกเป็นคอมมิวนิสต์ เพราะอุดมการณ์เหรอ? ไม่หรอก…เพราะพวกเขาไม่มีทางเลือก”

‘ ธีระ ’  รหัส ทหารอเมริกันในพนมเปญ  รับบทโดย ภูธิป สุกกรี

“พ่อเป็นคนของพรรค พ่อไม่ใช่นักการเมือง และก็ไม่ได้เป็นสายให้ใคร

ตัดใยทิ้งไป ทุกอย่างก็จบ...พ่อจะเป็นคนคุมเกม”

‘ วัลยา ’ รหัส คนจรแห่งซัวเถา รับบทโดย อ้อมทิพย์ เกิดผลานันท์

 

“ ผมเข้าใจว่าทุกคนมีอุดมการณ์ของตัวเอง และผมก็ไม่ได้มีความสุขกับเอกสารที่ผูกมือศาลชุดนี้ แต่หน้าที่ผมวันนี้คือ ผู้พิพากษาไม่ใช่นักศึกษาปารีสในอดีต ”

‘ ตุลาการสองสถาบัน ’ รับบทโดยเสฎฐวุฒิ จันทร์เพ็ญสุข

 

จัดแสดง 7 รอบ 4 -7 เม.ย.  2568 ความยาว 1 ชั่วโมง 30 นาที

OPENSCHOOL ARTSPACE 4F SIAM SQUARE SOI 6

 

แสดงที่ OPENSCHOOL ARTSPACE 4F

SIAM SQUARE SOI 6

 

ราคาบัตร 650 บาท โปรโมชั่น 3 คนขึ้นไป เหลือเพียงท่านละ 600 บาท

 

 

“ To Kill a Yellow Bird : Red Kiren Files ” หรือ “ สกัดแผนฆ่านกสีเหลือง แฟ้มคดีกิเลนแดง ” [ ชื่อชวนให้คิดถึง “ To Kill a Mockingbird ” (ผู้บริสุทธิ์) นวนิยายแนว Modern Classic ของอเมริกา เขียนโดย Harper Lee ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1960 วรรณกรรมชิ้นนี้ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ (Pulitzer Prize) ถูกนำไปสร้างภาพยนตร์จนได้รับรางวัลออสการ์ในปี 1962 ]  เหตุการณ์ในเรื่องตรงกับการเมืองไทยในช่วง 2518-2519  ก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ไม่นาน เกิดการรุกรานของ ‘สงครามเย็น’ เป็นการปะทะระหว่างขั้วอำนาจเก่ากับลัทธิใหม่ในนาม ‘ทุนนิยม’ ที่กำลังโหมถล่มประเทศไทยผ่านตัวละคร 6 คน ที่มาชุมนุมกัน ณ ที่ทำการพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ที่ทุกคนต่างมีวาระซ่อนเร้น เน้นการชำแหละตัวละครหลัก และการเสาะหาไส้ศึกที่แทรกซึมเข้ามา รูปแบบของการสนทนาวงในได้รับแรงบันดาลใจจากงาน จอห์น เลอ คาร์เร เรื่อง “ Tinker Tailor Soldier Spy ” บรรยากาศสาดใส่ทั้งในอารมณ์และเหตุผลบนโต๊ะในห้อง เหมือนการพิจารณาคดีในศาลผ่านลูกขุน ทำให้คิดถึงอีกเรื่อง “ 12 Angry Men ” เน้นการพิสูจน์หลักฐานศาลนอกงานนี้บอกความ ‘เซียน’ ตั้งแต่คนเขียนบทจนถึงผู้รับบทหลักที่อาการหนักทุกคน!  ตลอด 2 ชั่วโมงกว่าที่ทุกคนแสดงเหมือน ‘ด้น’ แต่ไม่ใช่ ล้วนมีเทคนิคเฉพาะในการจำบทที่ไม่ซ้ำ นำความสนานสนุกมาปลุกท่านผู้ชมด้วยอารมณ์ดรามาในเนื้อหาซ้อนซับ นับตั้งแต่เรื่องครอบครัวผัวเมีย นัวเนียประวัติศาสตร์การเมืองเรื่องรอบโลกที่นำมาโขลกรวมกับไทย ได้รสชาติกลมกล่อมกำลังดี แม้มีมึนกับรายละเอียดเฉียดสารคดี แต่นี่คือเสน่ห์เฉพาะตัวในงานละครของครูจุ๊บที่ ครูบอย พิศาล พัฒนพีระเดช ผู้รับบท ศาสตราจารย์ นักอุดมการณ์ ยืนยันเช่นกันว่า

 

 

“ เล่นละครกับพี่จุ๊บมาตั้งแต่ปี 2553 รวมแล้วสิบกว่าเรื่อง งานดีบทมีความเป็นวารไรตี้ที่ทำให้เราได้แสดงออกไม่เคยซ้ำเลย ข้อดีคือจุ๊บไว้ใจปล่อยให้ตีความบท อย่าง อิสระ ทำให้เริ่มเห็นในรายละเอียด ในความเป็นนักแสดงข้อดีคือเราก็ทำงานเฉพาะบทเรา ไม่ต้องไปตีความบทคนอื่น ถ้าเราเป็นผู้กำกับต้องตีความทุกตัวละคร เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งที่มีส่วนเชื่อมโยงมาจากครอบครัวผู้เขียนบทอยู่แล้ว พี่จุ๊บเป็นคนเขียนบทโดยที่มีจังหวะการ direct อยู่ใน dialogue อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเาจะล่อยให้เรา design ตัวละคร แล้วเราก็จะเล่นไปขายเขาว่าซื้อมั้ยแบบนี้ พูดยังไงในแบบที่เขาชอบ ยังไงที่เราเล่นสนุก ตัวศาสตราจารย์บางช่วงเล่นด้วย politic บางช่วงเล่นด้วย tactic บางช่วงทะเลาะกับลูกจริง ๆ บางช่วงทะเลาะกับลูกเพื่อเปลี่ยนเรื่องก็มี

ตัวละคร ศาสตราจารย์ เป็นนักการเมืองเพราะจำต้องเป็น อุดมการณ์ หมายความว่าเขาไม่ใช่คอมมิวนิสต์ แต่เขามองภาพเป็นอุดมคติ ว่าสังคมสามารถจะสมบูรณ์แบบได้นะ แต่ต้องเป็นสังคมนิยมทุกคนเท่าเทียมกัน (Socialism) เลยพยายามผลักให้พรรคสังคมนิยมเกิดขึ้น ประเด็นในเรื่องถึงได้พูดว่า Fascism กับ Communism ไม่เหมือนกัน พอทำไปก็เอาหลายคนมาช่วย เอาลูกสาวมาสมัครเข้าพรรค เอาแฟนลูกมาเพื่อขับเคลื่อนเรื่องต่าง ๆ สิ่งที่ไม่รู้คือแฟนลูกดันเป็นคนสืบราชการลับส่งข้อมูลให้ให้อีกฝ่ายหนึ่ง แต่เราก็ไม่ต้องไปรู้ว่าส่งข้อมูลอะไร เพราะเขาเป็นคนที่เราไม่ได้รู้สึกระแวง พอเริ่มรู้สึกระแวงก็ให้นักสืบเข้ามาสืบ เพราะเราระแวงทุกคนแม้กระทั่งลูกสาว แล้วเลิกจ้างแลงลี่เข้ามาเป็น ‘ ว่าที่หัวหน้าพรรค ’ เป็นการจำลองภาพมาเพราะบ้านเราไม่มีพรรคนี้ ตัวละครนี้ inspire มาจาก ดร.ซุน ยัตเซ็น 40 เปอร์เซ็นต์ คือไม่ได้เปรียบเทียบกับนักการเมืองในประเทศเรา เพราะไม่มีใครเป็นศาสตราจารย์ ในความเป็นจีน ไต้หวัน ดร.ซุน ยัตเซ็น ทำสำเร็จ มีสังคมนิยมที่ไม่ใช่คอมมิวนิสต์เหมือนจีนแผ่นดินใหญ่

 

 

ในประเด็นครอบครัว ตัวศาสตราจารย์รู้เพียงว่า เขา แฟนเขา กับลูกสาว กินปลาทอดที่บางปะกง รู้แค่นี้ แล้วที่เหลือคือรู้ว่าเมียพาลูกสาวไปกินข้าวกับชู้ในร้านที่มีกังหันลมและเต่า ทุกครั้งที่ลูกสาวพูดศาสตราจารย์จึงขึ้นพีคตลอด เพราะแม่ทำให้ลูกเชื่อว่ามันคือร้านเดียวกัน แล้วลูกคิดว่าแม่เป็นอัลไซเมอร์ ลูกก็เลยเชื่อแม่ว่ามันคือร้านเดียวกัน แต่เรารู้ว่ามันไม่ใช่ แล้วแม่ก็เป็นนักสืบทำงานทุกอย่างให้ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล นั่นคือรัฐเซีย ไม่ใช่ในประเทศ ชู้ก็เป็นคนรัสเซีย ตัวคิรินจริง ๆ ก็เป็นคนอุยกูร์ไม่ใช่คนไทย ชู้ แลงลี ก็เป็นฝรั่ง แต่ทั้งหมดต้องปรับให้เป็นคนไทย

เพราะฉะนั้นเราก็ตีความเฉพาะของตัวเองเพื่อให้ได้เล่นอย่าง flow ที่สุด ตรงไหนต้องระเบิดอารมณ์ ตรงไหนต้องเก็บอารมณ์ ถามผู้กำกับตอบว่าใช่ก็จบ การที่ผมออกแบบตัวละครศาสตราจารย์เป็นความ ‘ Compromise ที่ Compromise ไม่ได้ ’ เพราะความที่เขาเป็นนัก ideal เป็นนัก Socialism เขาพยายามจะประณีประนอมระคับประคองทุกคนตลอดเวลา จนสุดท้ายตัวเขาเองที่ทนไม่ได้ จนบอกลูกสาวว่า “ แน่ใจใช่ไหมว่านี่ไม่ใช่เรื่องของชู้ ” เพราะลูกก็รู้ว่าเราเลิกกับแม่มาเอาเหมยฮัวเลขา ถ้าตีความจริง ๆ ตัวละครนี้ต้องเป็นคนที่มาจาก เหมา เจ๋อตุง

ข้อดีคือเราไม่ต้องทำอะไรให้ใครสงสัย เพราะเป็นคนถูกฆ่าตาย ประเด็นที่เหลือคือแล้วเราทำอะไรกับใครบ้าง มีเรื่องกับลูกกับแฟนลูกยังไง เราจ้างนักสืบ จ้างทหารมาทำอะไร จะเริ่มโยงความสัมพันธ์เข้ามาให้เห็น ได้เล่นแบบใส่สุด ไม่ต้องหยุดต้องยั้งแบบปล่อยทีละน้อย หรือค่อยไปเฉลยตอนจบ เสน่ห์ในงานของครูจุ๊บอยู่ที่ความซับซ้อน ตัวละครมีความกำกวมกำ้กึ่งไม่ชัดเจน เราไม่อาจ ไม่ควรพิพากษาว่าใครถูกผิดดีเลว เพราะนี่แหละคือความเป็นมนุษย์ที่ทุกคนมีทุกด้าน ไม่ต่างกัน

 

 

ครูจุ๊บ นินาท เขียนบท-กำกับ “ ผมเป็นคนชอบฟังดนตรีมี music collect ในบทพูดทุกคำถูกออกแบบเป็นจังหวะกับโน้ตหมดเลย การกำกับผมให้ในฐานะ ideology ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝั่งไหนตัวกลไกทางการเมือง เขาก็มีวิธีการทำกระบวนการเพื่อให้ได้คำตอบมาเป็นพื้นที่ทางศิลปะ พื้นที่ทางสังคมในรูปแบบกระบวนการได้ ผมเชื่อในเรื่องนี้มาก ๆ ว่าไม่ว่ากระบวนการไหน ถ้ามันมีกระบวนการที่ทำให้เกิดความคิดแล้วแอคชันได้อย่างเป็นรูปธรรม จะเป็น politic ที่สวยงาม แต่ในระหว่างนั้นมันก็มี tactic เต็มไหมดเลย ถ้า tactic หลายครั้งมันเป็น evil เพราะใช้กลโกง ทั้งที่การเมืองไม่ได้น่ากลัว กลายเป็นเรื่องของเทคนิคเพื่อผลประโยชน์ ต่างฝ่ายต่างใช้เทคนิค โดยเฉพาะสายลับมันคือการขโมยข้อมูล แอบเปลี่ยนแปลงข้อมูล การเมืองไม่บริสุทธิ์แล้ว เรื่องเลยกลับไปที่ความสัมพันธ์ทางครอบครัว ”

คุณโทนี่ ผู้อำนวยการ ช่วยเสริมว่า “ความหมายของ politic ในที่นี้ ไม่ใช่ความหมายของ ‘การเมืองไทย’ จึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว แต่เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดกระบวนการกลั่นกรอง (การตัดสินใจว่าอะไรต้องเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ต้องทำอะไร ใครจะได้อะไร เพื่อ Goodness society) ตัวละครแต่ละชื่อมีความหมายเฉพาะอยู่ ถ้าไม่เข้าใจจะกลายเป็นเขาพ่นบทออกมาเช่น อินทรีย์ นาค ครุฑ คืออะไร ต้อง reconfirm ว่าเข้าใจจริงไหม ต้องถามคนเขียนบท เพราะเด็กจะเห็นอีกแบบหนึ่ง เห็นแอคชันที่อยู่ตรงหน้าสนใจ character มากกว่า เพราะยังไม่เรื่องรู้การเมืองสมัยนั้นทั้งหมดส่วนการแสดงได้คุยกันให้ feedback จุ๊บอะไรเวิร์คไม่เวิร์ค ผู้ชมมี Interact ยังไงด้วย เพราะเราเป็น Production House นักเรียนมีศักยภาพด้านไหนจะสนับสนุนให้ทำงานจริงเลย เช่นในการเขียนบทก็จะได้ร่วมทีมเขียนบทกับมืออาชีพผลิตงานในอุตสาหกรรม ซีรีส์ ภาพยนตร์ ฯลฯ ด้วยครับ”

 

 

The most evil crime in Thai aviation History

“ Leaving On A Jet Plane ” ผลงานละครเวทีลำดับที่ 61 กำกับและเขียนบทโดย ครูจุ๊บ นินาท บุญโพธิ์ทอง ภายใต้ความร่วมมือของ Dream Masks Group , หน้ากากเปลือย Naked Masks Thailand และ Openschoolเรื่องมีเค้าโครงจากคดีอาชญกรรมทางอากาศ ชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์สยามประเทศเมื่อปี 2510 เมื่อผู้เป็น ‘พ่อ’ ถูกกล่าวหาว่าแอบซ่อนวัตถุระเบิด ให้ลูกสาวนำขึ้นเครื่องเพื่อหวังเงินประกัน จนเกิดระเบิดกลางแผ่นดินเวียดนาม เปิดสนามเดือดดุโดยนักแสดง 18 ชีวิต ในฉากว่าความในศาลกับคดีร้ายกาจประวัติศาสตร์สะเทือนตุลาการทั้งระบบ เมื่อผู้เป็น ‘ปู่’​ ต้องมาว่าความให้จำเลยผู้เป็น ‘ลูก’ ที่ถูกกล่าวหาว่าสังหาร ‘ลูกสาว’ พร้อมผู้โดยสารและลูกเรืออีกเกือบร้อยชีวิต โดยใช้ความเป็น ‘ตำรวจสนามบิน’ ก่อวินาศกรรมเพื่อหวังเอาเงินประกัน จนผู้มีอำนาจต้องเข้ามาร่วมเล่นเกมในศาล และเรื่องราวการต่อสู้ในศาลท่ามกลางสภาวะการเมืองร้อนแรง

 

 

“ Leaving On A Jet Plane ”

นำแสดงโดย

พิศาล พัฒนพีระเดช

สายฟ้า​ ตัน​ธนา

สิโรรส เอ็มอธิ สุรฐาชัยวัฒน์

ธนพัฒน์ วงษ์วิสิทธิ์

กอใจ อุ่ยวัฒนพงศ์

เสฎฐวุฒิ จันทร์เพ็ญสุข

อ้อมทิพย์ เกิดผลานันท์

ณัฐภัทร มาเดช

วิธวินท์ ธนะชัย

พิชญะ อุดมศรีโยธิน

อภิวิชญ์ บัวผัน

นพกร รักรุ่ง

พิชญธิดา จงจรูญทรัพย์

เจตนิพัทธ์ จริยเลิศบวร

ศิรัสวยา คงพิพัฒน์เกษม

พัทธดนย์ อรุณไพโรจนกุล

ภาคภูมิ ธงพิน

อภิญญ์พิชชา สิมะพิเชฐ

 

จัดแสดง 5 รอบ เมื่อวันที่ 10 , 13 , 14 ธันวาคม 2568

ณ OpenSchool for Creatives & Design , Siam Square Soi6

บัตรราคาปกติสำหรับบุคคลทั่วไป 400 บาท /นักเรียน นักศึกษา 250 บาท

* Special Offer

บุคคลทั่วไป 3 ที่นั่งขึ้นไป ราคาบัตร 300 บาท (จากปกติ 400 บาท)

นักเรียน นักศึกษา 5 ที่นั่งขึ้นไป ราคา 200 บาท (จากปกติ 250 บาท)

 

 

GAME MECHANIC : YOU ARE A LAWYER ON THE 700Z CASE

เป็นงานที่ผู้ชมได้รับเชิญเขาไปเป็นนักกฎหมายร่วมพิพากษาคดีดังที่ถูกลืม

ด้วยคำโฆษณาที่มีชั้นเชิง…เชิญชวนให้ก้าวเข้าไปสังเกตการณ์ใน ‘ ศาลเตี้ย ’

“ นาฬิกากำลังนับถอยหลัง... ก่อนที่ความจริงจะถูกฝัง! มาร่วมไขคดีไปพร้อมกัน ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป! ” นินาท บุญโพธิ์ทอง : ผู้กำกับ

 

“ คุณได้รับแต่งตั้งให้เป็น ‘ นักกฎหมายประจำคดี 7X0Z’

ภารกิจแรกของคุณคือ เลือกหลักฐานที่จะวิเคราะห์ก่อน

เลือกดี ๆ เพราะผลลัพธ์จะกำหนด ‘ บทบาทนักกฎหมาย ’ ของคุณ

บางหลักฐานไม่ควรหลุดออกมาได้ แต่ตอนนี้มันอยู่ในมือคุณแล้ว ”

 

ในทุกยุคจะมีทั้ง Antigone และ Creon แต่ในที่สุด คนที่ตัดสินไม่ใช่บทละคร แต่คือ ‘ คนเขียนประวัติศาสตร์ ’

จอมพล : ผู้ใช่กฎหมายเป็นอำนาจ

“ คนที่ทำผิดเพราะ ‘อุดมการณ์’ ยังเป็นคนดีอยู่ไหม ”

สมชาย : จำเลยผู้ก่อวินาศกรรม

เมื่อไหร่คุณพ่อกับคูณปู่ จะเลิกทำ ‘เสียงน่ากลัว’ ใส่กันคะ

สนธยา : ผู้โดยสารบนเครื่องบินมรณะ

“ ความยุติธรรมไม่ใช่การแขวน ‘คนหนึ่งคน’ เพื่อรับผิด ‘คนทั้งเมือง’ ”

ทนายสนธิ์ : ‘พ่อ’ ของจำเลย -  ‘ปู่’ ของผู้เสียเชียวิต

พวกเราต้องตัดสินใจว่าจะเป็นแค่ ‘ คนอ่านข่าว ’ หรือจะยอมขึ้นไปยืนบนเวที

เสก : นักศึกษานักเคลื่อนไหว

มาดู กฎหมาย กับ จิตใจมนุษย์ แต่ถ้ามี นางเอกแถม… ก็ไม่ขัดข้อง

วีระ : นักศึกษากฎหมายหลงไหลเศรษฐกิจใหม่

 

 

เป็นละครเวทีอีกเรื่องซึ่งโดดเด่นด้วยลายเซ็นที่เป็นเอกลักษณ์ของ ครูจุ๊บ ซับซ้อนด้วยรายละเอียดของคดีดัง ที่ถูกขุดขึ้นมาให้สะเทือนขวัญอีกครั้งด้วยคำถามที่เคยค้างคา ว่าเพราะเหตุใดจำเลยถึงพ้นผิดทั้งที่มีหลักฐานมัดตัวดิ้นไม่หลุด หรือถูกอุดด้วย ‘ อำนาจเหนืออำนาจ? ’ นินาทหาญกล้าท้าพิสูจน์ ‘ ความบริสุทธิ์ ’ จุดประเด็น ด้วยการชวนผู้ชม นักละคร นักวิชาการ คนดัง ไปนั่งวิเคราะห์ละครอย่างสำราญ ผ่านบทบาทของนักแสดงรวมรุ่นชุดใหญ่ ร่วมใจกันประชันฝีมือฝึกปรือความรู้ ทั้งครูและนักศึกษาวิชาการละคร ที่ถูกฝึกสอนให้รับมือกับ ‘ บท (เรียน) ยาก’ มากเรื่องราวประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ การเมืองไทย ในช่วงปี 2511-2515 เป็นพื้นหลัง ซึ่งยังคงขลังด้วยโครงสร้างทางมหาอำนาจนาม ‘ ปีศาจรัฐไทย ’ อย่างไม่มีวันสิ้นสุด ละครหยุดอธิบายขยายความด้วย movement คั่นเป็นช่วงๆ อย่างชาญฉลาด ประกาศนัยด้วยกลไกศิลปะการแสดงแจ้งให้ประจักษ์ตระหนักรู้ หวังต่อสู้ความจริงที่เร้นลึก โดยคนดูไม่รู้สึกถูกยัดเยียดให้เกลียดชังหรือกำลังเลือกฝ่าย แต่ทำให้เข้าใจง่ายขึ้นมาก จากเรื่องนี้ ครูบอย พิศาล รับบท จอมพล คนที่สนุกกับการบริหารอำนาจ ชี้ขาดให้ผู้คนรอบตัวต้องเดินในกรอบที่เขากำหนด กดขี่เหมือนคนไม่มีหัวใจ ไม่เห็นแก่ใครเลยนอกจากตัวเอง ซ่อนความเป็นนักเลงโหดเหี้ยมด้วยวาทะศิลป์ได้ดังใจหมาย จึงกลายเป็นคู่กุมเกมและบรรยากาศของเรื่องร่วมกับ พ่อ (รับบท สมชาย ตำรวจสนามบิน โดย สิโรรส เอ็มอธิ สุรฐาชัยวัฒน์) งัดง้างสร้างเงาทะมึนขึ้นครอบพื้นที่โดยมี ปู่ ( ทนายสนธิ์ รับบทโดย สายฟ้า​ ตัน​ธนา) นักละครฝีมือดีร่วมเพิ่มความเคลือบแคลงคลี่คลุมละครไว้ตลอดสามชั่วโมงครึ่ง!!! สามครูผู้แสดงนำทำให้ผู้ชมใจสลายกับความโหดร้ายของชะตากรรม ใครกำหนดบทลงโทษ

 

กระบวนการละครกับกิจกรรมสายสังคม

 

 

กิจกรรมสายสังคม โดย นักเรียน OpenSchool และ หน้ากากเปลือย Naked Masks Thailand ร่วมกันสร้างสรรค์ละครเร่ เพื่อรณรงค์เรื่องสุขภาวะทางปอด ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ณ โรงเรียนวัดปทุมวณา และร่วมทำกระบวนการละครเพื่อการศึกษา ในวิชา Working in Creative Education ที่ The Essence School ละครประถมศึกษา เรื่อง “ The Jungle Book ” และ ละครมัธยมศึกษา เรื่อง “Rocket Boys” จัดแสดง ในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 ที่ ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

“ Rocket Boys ” นับเป็นผลงานละครเรื่องล่าสุดจากการร่วมมือระหว่าง THE ESSENCE และกลุ่ม หน้ากากเปลือย คือเหตุการณ์จริง ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั้งโลกด้วย ‘ วิทยาศาสตร์แห่งการหลุดพ้น ’

 

นินาท บุญโพธิ์ทอง - ภวินท์ แย้มกลีบ กำกับการแสดง

ครูบอย พิศาล พัฒนพีระเดช นักแสดงรางวัลสุพรรณหงส์ ให้เกียรติรับเชิญ

เรื่อง : ณัฐนนท์ หู้เต็ม สาขาสื่อสารการแสดง วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

สำหรับ โฮเมอร์ ฮิกแคม คำว่า “ จากเหมืองดิน สู่ดวงดาว ” ไม่ได้เป็นเพียงการเปรียบเทียบเชิงวรรณกรรมเท่านั้น แต่คือการเดินทางผ่านกฎด้วยฟิสิกส์และความพยายามอย่างหนักเพื่อเอาชนะแรงดึงดูดของโชคชะตา แสดงให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขในตำรา แต่มันคือ ‘ อิสรภาพ ’ โฮเมอร์ใช้หลักการทางฟิสิกส์เพื่อเปลี่ยนความฝันที่จับต้องไม่ได้ ให้กลายเป็นโลหะที่พุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า จากเด็กที่มือเปื้อนฝุ่นถ่านหิน กลายเป็นวิศวกรนาซ่าที่ส่งมนุษย์ไปอวกาศ เขาพิสูจน์แล้วว่า แม้ร่างกายจะอยู่ในเหมืองดิน แต่ถ้าใจเรามีวิทยาศาสตร์และความมุ่งมั่น เราก็สามารถไปถึงดวงดาวได้เสมอ

"เหมืองคือตัวตนของพ่อ ไม่ใช่ของผม"

Coalwood เมืองเล็ก ๆ ในรัฐเวสต์เวอร์จีเนีย ที่ชีวิตกว่า 80% ต้องอยู่ในวังวนของการทำเหมือง เหมืองคือหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนให้เมืองนี้มีชีวิตรอดต่อไป ไม่แปลกที่หลายครอบครัวจะคาดหวังให้บุตรชายของตนมีบทบาทสำคัญในการรับช่วงต่อกิจการเหมือง การทำงานที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่นโดยยินยอม หรือเด็กพวกนี้เขาไม่มีทางเลือกกันแน่

ทุนการศึกษา ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางรอดในการออกไปจากเมืองนี้ โดยไม่ต้องอยู่บ้านทำเหมือง สิ่งนี้เหมือนจะเป็นแสงสว่างของหลายครอบครัว แต่… อาจเป็นความมืดที่กำลังบดบังชีวิตวัยเด็กได้เช่นกัน

การเป็นตัวเองนี่แหละดีที่สุด การขีดเขียนสร้างเรื่องราวบทใหม่ของตัวเองขึ้นมา เรื่องราวที่เราเป็นผู้แต่งและกำกับมัน จงใช้ชีวิตในแต่ละวัยด้วยความสุขและความฝัน โดยไม่ต้องตามใคร อย่าให้ช่วงเวลาของช่วงชีวิตต้องติดอยู่กับกฎเกณฑ์รอบตัว จงเป็นผู้นำในความกล้าและตัดสินชีวิตของตน

จัดแสดงเมื่อ วันที่ 31 มกราคม 2568 เวลา 16.00 น. ชมฟรี

ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

 

 

ในปี 2569 OPENSCHOOL & NAKED MASKS เข้าร่วมงาน “ เหลียวหน้าแลหลัง สร้างยุทธศาสตร์​”  แผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ จัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โดย แผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ ภายใต้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสรุปบทเรียนและวางทิศทางการทำงานด้านศิลปวัฒนธรรมเพื่อสุขภาวะในอนาคต ร่วมกับภาคีภาคกลาง มูลนิธิสุกรี เจริญสุข ชุมชนโคกสลุง ชุมชนบางลำพู ชุมชนขนมจีน อยุธยา และอีกหลายเครือข่ายร่วมออกแบบแนวทางยุทธศาสตร์ด้านสื่อสุขภาพ และ ชุมชนสุขภาวะ ในงานนี้ น้องเขียร์ บุญประจักษ์ แสงหิรัญวัฒนา นักเรียน OpenSchool Yr13 Performing Arts Track (One Year Program) ได้รับเกียรติจาก อ.ไพจิตร ศุภวารี ศิลปินอาวุโส มอบของรางวัลการนำกระบวนการ ในบทของ กระบวนกรคนเก่ง

ล่าสุดปีนี้ 2569 นักเรียน OpenSchool สายการแสดงทำกระบวนการละครรณรงค์ต้านบุหรี่ไฟฟ้า ที่โรงเรียนวัดปทุมวนาราม ...  ใน Youth Leadership Program Transforming Lung Health โดย Newton Group ร่วมกับ แผนงานสื่อศิลปะวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สสส. นักเรียนได้ไปทำกิจกรรมสร้างสรรค์ และแสดงละครเร่เพื่อรณรงค์เรื่องสุขภาวะทางปอด ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ณ โรงเรียนวัดปทุมวณา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในรายวิชา Working in Creative Education นำทีมกิจกรรม โดย น้องต้นกล้า และ น้องเชียร์ Year 13 การแสดงละครสั้นต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้า โดยนักเรียน Year 12 และน้อง ๆ ทีมงานจาก Year 12 - 13

 

ที่โรงเรียนคุณครูได้รับสารล่าสุดจากผู้ปกครองคุณRattana Thanasarakij [2]  เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 

 

“ ขอบคุณ OpenSchool for Creatives and Design  และครูพี่จุ๊บ Ninart Boonpothong  ที่เมตตาให้โอกาส น้องเชียร์ ได้เป็นตัวแทนของ OpenSchool  ในการทำโปรเจคละคร และหนังสั้น เพื่อต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน จากประสบการณ์ที่ลูกเคยเป็นกลุ่มเสี่ยง และโชคดีที่เขาหยุดทันก่อนที่จะถลำลึก จึงถ่ายทอดได้ดีมากอย่างเข้าใจ ”

 

photo : บุญประจักษ์ แสงหิรัญวัฒนา (เชียร์)

 

นักเรียน OpenSchool Yr13 Performing Arts Track (One Year Program)

‘แม่หุย’ พร้อมให้รายละเอียดต่อพัฒนาการของลูกชาย ‘น้องเชียร์’ บุญประจักษ์ แสงหิรัญวัฒนา นักเรียน OpenSchool Yr13 Performing Arts Track (One Year Program) ไว้อย่างน่าสนใจว่า 

 

“ อยากแบ่งปันเรื่องลูกคนเล็กอีกหน่อย

เพราะเชื่อว่า มันจะช่วยเหลือเด็กๆได้จำนวนมาก

 

ลูกคนเล็กของหุยนั้น เหมือนหุยในวัยเด็กและวัยรุ่น

ถ้าวัดคุณค่าของเด็กที่ผลการเรียน เราเป็นเด็กที่ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐาน

ลูกชายของหุยยังดีกว่าหุย ที่ได้เกรด 1.6 ติดลบหนักมาก

ไปที่ไหน ใครก็ส่ายหน้า

 

แต่สิ่งที่เราทำ คือ การพัฒนาตนเองในเรื่องทักษะการทำงาน

หุยอยู่อัสสัมคอนแวนต์ ทำงานโรงเรียนเยอะมาก

ช่วยจัดงาน จัดโต๊ะ เก้าอี้ เวลาโรงเรียนมีงาน ช่วยทำความสะอาด และอื่นๆ

ทักษะนี้ไม่ได้ช่วยให้เราเรียนดี แต่ทำให้เรา ‘ เป็นคน ’

ไม่ได้โดนตราหน้าว่า ‘ ไม่มีประโยชน์ ’ ไม่ได้สร้างความภูมิใจให้ครอบครัว

 

ลูกชายนั้น ได้เรียนด้านการละคร เพราะเขาได้ลองทำงานชมรม Creative Drama

และรู้สึกว่าเวลาวัน ๆ ไม่ได้หมดไปอย่างไม่มีอนาคต

เด็กที่ไม่เห็นอนาคตตัวเองเขาทุกข์มาก จึงไปแสดงออกผ่านการเล่นเกม หรือใช้ยาเสพติด

การดุด่าเด็กเหล่านี้ไม่ได้ช่วยอะไร แต่สิ่งที่ช่วยคือ ‘ พาเขาไปหาอะไรทำ ’

ให้เขาเห็นคุณค่าของตัวเอง ว่าสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โลกนี้ดีขึ้น

 

เมื่อเขาค้นพบว่าอย่างน้อยเขามีก็มีคุณค่าในงานละคร ลูกชายจึงเบนเข็มไปงานละคร

และได้สั่งสมประสบการณ์มากมายผ่านโปรเจคละครของ OpenSchool for Creatives and Design เรื่องแล้วเรื่องเล่า

ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่เรียนหลักสูตร BTEC ของอังกฤษ

เค้าต้องทำโปรเจคเพื่อสร้างประสบการณ์ และทำงานรีเสิร์ชจำนวนมากตามมาตรฐาน

และยื่นส่งผลงานไปที่อังกฤษเพื่อให้ได้วุฒิการศึกษา

แต่สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ตรงนั้น

 

It's not Who you are ,

but it's about how to become who you are"

 

ปลายทาง…เขาจะเป็นอะไร เป็นเรื่องของพระเจ้า

แต่ เส้นทางที่หล่อหลอมเขาต่างหากที่เราต้องการ

เราอยากให้เขาได้เรียนรู้การเป็นนักสู้แบบครูพี่จุ๊บ Ninart Boonpothong

ได้เรียนรู้การทำงานด้วย จิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์

 

จากเด็กที่อ่อนแอ ไม่เห็นคุณค่าของตัวเองและจับจด บ่นทุกเรื่องที่ไม่ชอบทำ

ตอนนี้เขาทำงานเก่งมาก  รับมือกับความล้มเหลวผิดพลาดได้

พยายามเรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองยังอ่อนด้อย และพร้อมพัฒนาตนเองตลอดเวลา

นี่ต่างหาก คือ คุณสมบัตืที่เราต้องการ

 

Resilience หรือ ความยืดหยุุ่นในโลกอนาคตที่แม้แต่เราก็มองเห็นไม่ชัด

คนเรา ต้องปรับตัวอีกเยอะ เพราะโลกยังเปลี่ยนไม่เสร็จเลย

จะรอให้โลกเปลี่ยนเสร็จเราอาจจะแก่เกินที่จะพัฒนา

ดังนั้น จงให้ลูกได้ฝึกค่ะ อย่าไป Fix Mindset กับเค้าว่าเขาต้องเรียนอันนี้ เพื่อเป็นสิ่งนั้น

เพราะเอาเข้าจริง ๆ อาชีพที่เรามองมันอาจจะกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้

 

สรุปคือ จงอย่าไปด่าใคร หรือตัดสินใคร ว่าเขาจะมีอนาคตหรือไม่

จงให้กำลังใจ และให้โอกาสให้เขาไปทำอะไรที่ฝึกเค้าได้

มีอะไรมากมายที่ต้องฝึกค่ะ จะกวาดบ้าน ถูบ้าน ก็รวยได้นะคะ

เคยมีผู้ขายคนนึง เป็นคนที่ไม่มีเงินเรียน จึงรับงานทำความสะอาดบ้าน

สุดท้าย โตมาเปิดบริษัทรับทำความสะอาดบ้านและเขียนหนีงสือขายดี

คู่มือทำความสะอาดบ้านอย่างไรให้เร็ว รวยจากการเริ่มต้นด้วยการทำความสะอาด

 

เราไม่มีทางรู้ว่า ใครจะเจออะไรเมื่อไหร่ สิ่งที่มันไม่ Work สำหรับเรา

มันอาจจะเป็นบทเรียนของเขาที่ต้องฝึกก็ได้ ”

 

 

OpenSchool : Music , Performing Arts and Creative Media

ทุกโรงเรียนในเครือ The Newton Group ต่างเอื้อต่อกัน ให้ความสำคัญกับงานการศึกษาแผนใหม่ เมื่อวันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2569 OpenSchool ได้จัดกิจกรรม “ Guided Discovery Programme ”  ให้กับนักเรียนระดับชั้น ม.3 ที่ The Essence School แนะแนะนำสายการเรียน Creatives & Design เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมปลาย โดยมี คุณโทนี่ อภิธา วัลลภศิริ (School Director) , ครูจุ๊บ นินาท บุญโพธิ์ทอง (Deputy School Director) , Mr.James Winters (Head of Art and Design Department) เป็นวิทยากรแนะแนว รวมถึงมีน้องโรส น้องซุหลิง และน้องนีน นักเรียน OpenSchool รับหน้าที่เป็นรุ่นพี่ช่วยให้คำแนะนำกับน้อง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

 

 

พื้นที่ของการออกแบบโครงสร้างทางการศึกษา

ในปี 2568 กรุงเทพมหานครได้ประกาศนโยบายใหม่ เกี่ยวกับการก้าวเข้าสู่อีกระดับของงานพัฒนาการศึกษาแบบ Future School : Makerspace Learning [3] ที่มีหัวใจสำคัญคือทำอย่างไรให้เด็กรู้สึกว่าเป็นเจ้าของการเรียนรู้ของเขาเอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการที่ต้องลงมือทำ การได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ประกอบกับการใช้เทคโนโลยี ซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่าการทำ Makerspace คือการพัฒนาเด็กได้ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยมีพื้นที่ในเขตบางพลัดสามารถพัฒนาจนเป็นต้นแบบได้แล้ว 5 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนวัดรวก โรงเรียนวัดคฤหบดี (จันทรสถิตย์) โรงเรียนวัดพระยาศิริไอยสวรรค์ โรงเรียนวัดเปาโรหิตย์ และโรงเรียนบางยี่ขันวิทยาคม ก่อนพัฒนาเผยแพร่ขยายผลไปสู่ 437 โรงเรียน เพื่อยกระดับเมืองแห่งการเรียนรู้และขับเคลื่อน Maker Education สู่ Future School อย่างยั่งยืน การดำเนินงานนี้เกิดจากการรวมพลังของกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนในพื้นที่ ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ ที่เน้นการลงมือปฏิบัติ (Hands-on Learning) การคิดเชิงสร้างสรรค์ และการบูรณาการเทคโนโลยี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายใหม่ในงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของกรุงเทพมหานคร เช่นเดียวกับนโยบายของ OpenSchool for Creatives and Design ที่ได้ผ่านการทดสอบและเห็นผลจริง จนเป็นที่ยอมรับ แม้ว่าเพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการมาเพียง 3  ปี [ เริ่มเปิดดำเนินการและรับสมัครนักเรียนรุ่นแรกในปี 2565 โดยเป็นการขยายตัวจากกลุ่มการศึกษานานาชาติ The Newton Group เพื่อเป็นโรงเรียนทางเลือกสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6 หรือ Year 10-13) ที่เน้นทักษะด้านศิลปะและการออกแบบโดยเฉพาะ ]

 

photo : ครูจุ๊บ นินาท บุญโพธิ์ทอง รองผู้อำนวยการ OpenSchool for Creatives and Design

 

บันทึกวันปีใหม่ของครูจุ๊บ นินาท บุญโพธิ์ทอง เมื่อ 1 มกราคม 2026 เวลา 21:34 น.

“ วันแรกของปี กลับมาที่ทำงาน … เมื่อคืนได้สนทนากับน้องคนหนึ่ง แม้ยังเป็นนักเรียนแต่มักตั้งคำถามชวนคิดเสมอ อุปมาหากเราผลิตแหวนเพชร ระหว่าง แหวน หรือ เพชร เราเลือกอะไร เราเจียระไนเพชรให้เข้ากับแหวน หรือเราออกแบบแหวนให้เหมาะกับเพชร คุณหมอ (นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้ก่อตั้ง OpenSchool) พูดเสมอว่า “ เราไม่ได้สร้างความรู้ เราออกแบบโครงสร้างสำหรับการเรียนรู้ ” ผ่านมาแล้วสามปี ยังคงตั้งใจเสมอที่จะออกแบบนิเวศการเรียนรู้ที่เหมาะสมและยั่งยืน เห็นทั้งครู ทั้งพี่เลี้ยง ทั้งทีมงานที่ตั้งใจและจริงใจกันมากเหลือเกิน เห็นนักเรียนที่เลือกทางสายนี้ เห็นผู้ใหญ่ที่มุ่งมั่นกับการสร้างพื้นที่นี้ เราเองในฐานะผู้ออกแบบโครงสร้างยังทำได้ไม่ถึงศักยภาพที่แท้จริง ยังต้องฝึกฝนอีกมาก อีกมากจริง ๆ … ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นปีแห่งการเรียนรู้ และสร้างสรรค์ชุมชนคนรักศิลปะภาพยนตร์และการแสดง ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันครับ ”   Ninart Boonpothong

 

หมายเหตุ

ขอบพระคุณภาพและข้อมูลข่าวจาก

OpenSchool for Creatives and Design

Ninart Studio

Dream Masks Group
 


[1] ถอดมุมคิด “นพ.ธีรเกียรติ” บทบาทครูแนะแนวเรียนต่อนอก  https://www.prachachat.net/breaking-news/news-411520

[2] Rattana Thanasarakij พัฒนาการองลูก นักละคร     https://www.facebook.com/share/p/1C9o1EFFCG/

[3] กทม.เปิดกิจกรรม Open School – Future School ขับเคลื่อน Makerspace ยกระดับการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21   https://pr-bangkok.com/?p=556094