ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ศิลปะ-วัฒนธรรม, บทสัมภาษณ์, เกร็ดประวัติศาสตร์

เกาะประวัติศาสตร์เสรีไทย ต้นแบบของละครเพลง เมืองนิมิตร

5
กรกฎาคม
2569

 

นิมิตร พิพิธกุล

เพื่อให้ได้เห็นภาพ วันนี้เรามีคุณวันใหม่ซึ่งอยู่ที่ต่างประเทศ จะ Zoom เข้ามาร่วมคุยกับเราในเรื่องของเสรีไทย ภารกิจที่ท่านอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ได้นำขบวนแล้วทำให้พวกเรารู้ว่าการทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาจนเราสามารถที่จะก้าวผ่านพ้นวิกฤตการณ์นั้นไปได้เป็นอย่างไรนะครับ

 

วันใหม่ นิยม

สวัสดีทุกท่านนะครับ เสรีไทยหรืองานขบวนการใต้ดินทั้งหลาย คือกลุ่มคนที่ขณะนั้นพยายามแก้ปัญหายามสงครามโลกที่ 2 หลายท่านในที่นี้อาจทราบเรื่องอยู่แล้ว แต่อาจยังมีน้อง ๆ ที่ยังไม่ทราบเรื่องนะครับ

เราเห็นภาพคร่าว ๆ ว่ามีฐานญี่ปุ่นบุกไทย จากในฉากของละครเมืองนิมิตร ที่มีนายทหารญี่ปุ่น ผู้หมวดสุริยะ หรือภาพยนตร์เรื่องคู่กรรม ที่มีทหารญี่ปุ่นบุกประเทศไทย และมีคนไทยสู้กับญี่ปุ่นในแนวหน้าตอนนั้นปี พ.ศ. 2484 และไม่นานประเทศไทยต้องยินยอมให้ให้กองทัพญี่ปุ่นเดินทัพผ่านประเทศไทย แล้วเกิดเงื่อนไขที่รัฐบาลไทยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ผูกมิตรกระชับมิตรกับญี่ปุ่นมากขึ้น  อาจจะเพื่อความอยู่รอด หรือเพื่อความหวังดีต่อชาติ ปัญหาคือการผูกมิตรญี่ปุ่นมันจะกลายเป็นผลระยะยาว ที่ญี่ปุ่นตอนปลายสงครามเป็นฝ่ายแพ้แล้วทำให้ไทยกลายเป็นผู้ร่วมมือ และเกิดความเสียหาย

ญี่ปุ่นเข้าตั้งฐานทัพในประเทศไทยเพราะต้องการทรัพยากรในการทำสงคราม เพื่อที่จะรุกต่อในเอเชียอาคเนย์ พม่า อินเดีย มลายู ฟิลิปปินส์ มีการกว้านซื้อทรัพยากรจำนวนมหาศาล คือแย่งกินแย่งคนไทยกินแย่งคนไทยใช้ และมีปัญหาการรบกับคนไทย คนไทยหลายคนยังรู้สึกว่าแม้ญี่ปุ่นจะเป็นพันธมิตร แต่ก็ยังอยู่ในลักษณะที่ทำตัวข่มเหนือกว่าหรือได้อภิสิทธิ์ รถไฟก็ได้ใช้ก่อน และสถานะประเทศถ้าพูดโดยพฤตินัย ก็คือเป็นการเสียเอกราชกับญี่ปุ่นไป

เพราะฉะนั้น ไทยที่มีสภาพถูกยึดครอง ก็เกิดขบวนการต่อต้านญี่ปุ่น ใช้คำว่าต่อต้านญี่ปุ่นก่อน เพราะมันก็มาจากหลายกลุ่ม ยังไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ต่างคนต่างทำก่อนในช่วงต้นสงคราม เช่น อ.ปรีดี ที่ก่อตั้งเสรีไทย ตั้งโดยกลุ่มนักการเมือง สส.คณะราษฎรสายพลเรือนหรือสายทหารเรือนะครับ อาจจะมีภารกิจเช่นสืบข่าว โดยการส่งคุณจำกัด พลางกูร ไปประสานที่ประเทศจีน หรือนอกประเทศก็มีกลุ่มของหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมทย์ ที่อยู่สหรัฐอเมริกา เป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ ส่วนที่อังกฤษจะมีท่านชายชิ้น หม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์วงศ์สนิท สวัสดิวัตน์, อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จึงสามารถประสานกันในต่างแดนได้

 

ภาพประกอบโดย วันใหม่ นิยม

 

ตัวแทนเสรีไทยอย่างคุณจำกัด พลางกูร ได้ผ่านความยากลำบาก จนได้เจอกับทั้งตัวแทนเสรีไทยสายอังกฤษ อเมริกา ส่วนในประเทศเองก็เริ่มประสานคนเข้ามาและยังมีกลุ่มอื่น ๆ อย่างกลุ่มจีนโพ้นทะเลหรือตำรวจ ในที่สุดก็สามารถตั้งขบวน สามารถประสานได้และมีการตั้งกองกำลังในประเทศเตรียมสู้ขับไล่ญี่ปุ่นผู้รุกราน รวมถึงสามารถทำความเข้าใจกับฝ่ายสัมพันธมิตร

อันนี้หลัก ๆ ก็เป็นความร่วมมือของเสรีไทย เป็นกลุ่มเฉพาะกิจ และที่น่าสนใจคือในที่สุดเสรีไทยสามารถรวมคนไทยที่หลากหลายฝ่าย หลายอุดมการณ์ ที่เราอาจจะเห็นทะเลาะกันบ้างในทุกวันนี้ ทั้งฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา ฝ่ายประชาธิปไตย ฝ่ายราชการ ประชาชน พลเรือน หรือคนหลากหลายเชื้อสาย ถ้าสมมติว่าเสรีไทยถูกเชิดชูแล้วเอามาเป็นเครื่องเตือนใจ ว่าคนหลากฝั่งหลากอุดมการณ์ก็เคยทำงานร่วมกันในอดีต และแก้ปัญหาให้ประเทศชาติในยามสงครามนะครับ

ผมขอพูดถึงนายพลนากามูระ หรือชื่อเต็มคืออาเคโตะ นากามูระ เป็นทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกที่สองนายหนึ่ง เรียกว่าเป็นนายพลสายพิราบคนหนึ่งที่ถูกส่งมาประจำประเทศไทย นโยบายหลักคือการสร้างความเป็นระหว่างไทยกับญี่ปุ่น อย่างการแก้ปัญหาด้านพฤติกรรมของทหารญี่ปุ่น ที่พฤติกรรมข่มขู่คนไทย แย่งยึดทรัพย์สินราวกับประเทศไทยเป็นประเทศเชลย ไปจนถึงการทำร้ายพระสงฆ์ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้าแม่ทัพมากามูระจะมาประจำที่ประเทศไทยนะครับ

 

ภาพประกอบโดย วันใหม่ นิยม

 

ภาพประกอบโดย วันใหม่ นิยม

 

พอแม่ทัพนากมูระเข้ามาถือว่ามีคุณความดีอยู่ เพราะบทบาทของเขาคือการปรับปรุงพฤติกรรมทหารญี่ปุ่น เรื่องของการพูดคุยที่เป็นมิตรกับคนไทย การได้อะไรต้องซื้อ รวมถึงการให้เกียรติสถานที่ ที่ญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมอย่างออนเซ็น ที่ประเทศไทยต้องนุ่งห่มให้เรียบร้อย ให้เกียรติคนไทย จริง ๆ เคยที่จะพยายามจะย้ายเชลยฝ่ายสัมพันธมิตรที่เป็นกรรมกรของหน่วยกรมรถไฟทหาร ให้มาในดูแลของหน่วยกองทัพญี่ปุ่นประจำประเทศไทยที่เป็นของนากามูระ พยายามที่จะแก้ปัญหาเรื่องมนุษยธรรมต่อเชลย เพราะมองว่าจะกลายเป็นปัญหาความสัมพันธ์ในระยะยาว

นายพลนากามูระ เป็นแม่ทัพที่ไม่เฉพาะรัฐบาลไทย แม้แต่เสรีไทยบางคนเอง เช่น ทวี บุญเกตุ, ดิเรก ชัยนาม ก็ยังให้การยอมรับแม้ว่าจะมีฐานะเป็นศัตรูใต้ดิน แต่มีมนุษยธรรมกับคนไทย

 

นิมิตร พิพิธกุล

หลายท่านคงรู้สึกว่าคุ้น ๆ นะครับ เรื่องที่พระเอกเป็นคนญี่ปุ่นแล้วรักกับสาวไทย เมื่อสักครู่ที่เราเห็นในตัวอย่าง จะเห็นว่ามีการวางตัวละครไว้หลากหลายคู่ ตัวละครหลักที่ถูกเล่าผ่านเรื่องนี้คือนักข่าว คือ ครูมาลัย ชูพินิจ เอง และแสดงความหมายของการพยายามที่จะให้ข้อมูลกับประชาชนในทุก ๆ อย่างที่ควรรู้ แต่ปรากฏว่าสิ่งที่รู้มากไปมันก็อันตรายนะครับ

ในเรื่องนี้พยายามจะชี้ให้เห็นตั้งแต่วรรณกรรมเริ่มต้นเลย ว่าทุกครั้งที่เกิดขึ้นสื่อมวลชนคือบทบาทสำคัญของการเคลื่อนที่ของกระบวนการทำงาน แต่สื่อมวลชนกลับกลายเป็นศัตรูของเสรีไทยด้วยเช่นกันนะครับ เพราะเนื่องจากว่าเสรีไทยต้องการปกปิดความลับและไม่ต้องการให้รู้ใด ๆ ทั้งสิ้น ภายใต้ความไม่รู้นั้นเรื่องได้ถูกเฉลยในช่วงหลังว่า ปรากฏว่าญี่ปุ่นก็เป็นผู้ช่วยเสรีไทยเช่นกัน

วรรณกรรมเรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจมาสู่คู่กรรมที่เรารู้จักกันดีนะครับ ที่ทำให้เราเกิดโรแมนติก มีความรู้สึกว่า “โอ้ตายแล้วฉันต้องรักเขาที่เป็นศัตรู” แต่ในความเป็นจริงแล้วโลกคงไม่สามารถจะบอกได้ว่าโรแมนติกของความรักมันคือคำตอบจริงหรือเปล่า

คุณวันใหม่ครับเมื่อสักครู่นี้ได้พูดถึงเรื่องของตัวของอ.ปรีดี ที่จะเชื่อมโยงสู่กระบวนการของเรื่องราวนี้

 

 

วันใหม่ นิยม

ครับ ผมได้พูดถึงภาพรวมของสงครามมหาเอเชียบูรพา ที่ญี่ปุ่นบุกไทยนะครับ รวมถึงการร่วมมือแกมบังคับระหว่างรัฐบาลไทยกับกองทัพญี่ปุ่น เช่นเราถูกเกณฑ์ทหารไปรบเชียงตุง

และมีเรื่องของเศรษฐกิจ ที่เงินไทยถูกลดค่าเงินเท่าญี่ปุ่น เรื่องของการกว้านซื้อที่ดิน รวมถึงสภาพกึ่งประเทศถูกยึดครองนะครับ ที่เราต้องกลายเป็นฝ่ายญี่ปุ่นไป จนกระทั่งเกิดขบวนการต่อต้านญี่ปุ่น “เสรีไทย”

ขบวนการเสรีไทยนะครับ ในประเทศก็มีอ.ปรีดี นะครับ และรวมกับฝ่ายต่าง ๆ ถ้าเกิดผมแบ่งเป็นช่วงต้นสงคราม และช่วงท้ายสงคราม ต่างฝ่ายต่างทำ มีฝ่ายเป็นไทย อ.ปรีดี ฝ่ายตำรวจของหลวงอดุลเดชจรัส  ที่อาจช่วยกลุ่มนักโทษต่อต้านญี่ปุ่น หรือจีนโพ้นทะเลไม่ให้อยู่ในมือญี่ปุ่น รวมถึงเสรีไทยนอกประเทศ

และอีกอย่างคือค่ายเชลยที่ธรรมศาสตร์ ก็ต้องถือว่าเป็นความร่วมมือแรกระหว่างฝ่าย อ.ปรีดี กับฝ่ายตำรวจหลวงอดุล อดุลเดชจรัส ที่ใช้กักตัวฝรั่งส่วนหนึ่งในมือไทย เพื่อไม่ให้อยู่ในมือญี่ปุ่น ไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรม

 

ภาพประกอบโดย วันใหม่ นิยม

 

แล้วก็ทีนี้ต่อมาก็อ.ปรีดี หรือฝ่ายเสรีไทยนอกประเทศได้พยายามหาทางประสานติดต่อให้ได้ว่าใครเป็นใคร ซึ่งสามารถประสานได้สำเร็จ เริ่มจากก้าวแรกที่ได้มอบหมายคุณจำกัด พลางกูร ไปประสานในประเทศจีน พบกับตัวแทนเสรีไทยจากประเทศตัวแทนสัมพันธมิตร รับรู้ว่ามีเสรีไทยในประเทศนอกประเทศ

จนกระทั่ง การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลจากจอมพล ป. พิบูลสงคราม มาเป็นรัฐบาลของนายควง อภัยวงศ์ ที่เป็นที่เป็นแนวเสรีไทย พอตั้งรัฐบาลในประเทศเสร็จก็สามารถรับเสรีไทยนอกประเทศที่เข้ามาประสาน รวมถึงการจัดตั้งกองกำลังขับไล่ญี่ปุ่นได้

แม้แต่ตำรวจเองก็กลายเป็นพวกเดียวเสรีไทย นักโทษเรือนจำ นักโทษใต้ดินก็ถูกส่งต่อไปทำงานใต้ดินต่าง ๆ แม้แต่กองทัพเองที่เคยเป็นลูกน้องจอมพล ป. ก็กลายเป็น กำลังหลักหนึ่งในการร่วมมือกับเสรีไทย ยังรวมไปถึงข้าหลวง กองโจร ครู ซึ่งเป็นกำลังหลัก และ

อีกด้านคือการสร้างความเข้าใจกับประเทศสัมพันธมิตรที่ประเทศไทยได้ประกาศสงคราม ซึ่งเสรีไทยได้แสดงความจริงใจที่จะต่อต้านญี่ปุ่น ทำให้บริเตน (ประเทศอังกฤษ) เห็นความจริงใจตรงนี้ มีความร่วมมือเต็มที่ดูกับอังกฤษ ประสานงานเป็นอย่างดี และสามารถวางเครือข่ายส่องข้อมูลที่เขาต้องการได้ทั้งเครือข่ายข่าววิทยุชาญบุญนาคตำรวจสายสืบอะไรทั้งหลายนะฮะ

จนกระทั่งวันสำคัญก็คือการประกาศสันติภาพไทยตอนสงครามสิ้นสุด ตามคำแนะนำของแม่ทัพสมรภูมิคือเมานต์ แบตเทน (Mountbatten) ให้ประกาศว่าเจตนารมณ์ของคนไทย คือ ต้องการสันติภาพไม่ได้ต้องการรุกรานใคร และต้องการขับไล่ผู้รุกรานคือญี่ปุ่น นี่ความสามารถผลงานในการนำของอ.ปรีดี ที่สามารถนำเจตนารมณ์ของคนไทยฝ่ายต่าง ๆ

ผมต้องการให้เห็นความหลากหลายของกระบวนการ และที่ยอมรับการนำของผู้สำเร็จการแทนพระองค์ ปรีดี พนมยงค์ ที่สามารถรวมคนไทยที่เป็นพระราชวงศ์เป็นฝ่ายขวาเป็นฝ่ายคณะราษฎรที่ไม่ถูกกันมาก่อน หรือเอานักเรียนนอกมาทำงานกับชาวนาได้นะครับ นักเรียนนอกสมัยนั้นคือไฮโซสูงส่งมาก รวมถึงตำรวจทหารที่อาจจะเคยเขม่นกับบรรดา สส.อีสาน ก็มาอยู่ในขบวนการหรือยุทธศาสตร์เดียวกัน

หรือคนจีนที่อาจจะยังเรียกว่าอยู่นอกขบวนการก็ยังสามารถทำให้การทำงานเป็นทิศทาง จนกระทั่งเป็นภาพยุทธศาสตร์เสรีไทยด้วยกันได้ ทั้งกองกำลัง ทั้งการทูต หรือฝ่ายสื่อ สื่อมวลชนจริง ๆ เขาต้องเสนอข่าวแบบใบ้ ๆ ไปในตัว แม้จะต้องอวยญี่ปุ่นไปก่อนก็ตาม

จริง ๆ ผมมีโปรเจกต์ส่วนตัวคือการตามรอยเก็บเก็บงานเสรีไทย หรืองานขบวนการใต้ดินที่ต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาค เพราะตอนนี้เราจะรู้จักชื่อเสียงเสรีไทยอีสาน เสรีไทยแพร่ เสรีไทยตาก เป็นต้นนะครับ ตอนนี้ก็รวมได้มีฉะเชิงเทรา, กรุงเทพฯ, อยุธยา นครศรีธรรมราช กระบี่ และอีกหลายจังหวัดนะครับ

นี่ก็เรียกได้ว่าเป็นฝีมือของไทยทั้งชาติแล้วกัน คนไทยทุกชนชั้นที่ร่วมแก้สถานการณ์ และต้องขอบคุณยุทธศาสตร์ของผู้นำเช่นอ.ปรีดี คุณทวี บุญยเกตุ หลวงอดุลเดชจรัส หม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์วงศ์สนิท สวัสดิวัตน์ที่สามารถทำให้คนไทยไม่แย่งกันรักชาติเกินไปจนความแตกนะครับ ขออนุญาตใช้ภาษาง่าย ๆ แบบนี้แล้วกันนะครับ

 

นิมิตร พิพิธกุล

จากที่คุณวันใหม่ได้ศึกษา คำว่าเสรีไทยในวันนั้นมันมีเกณฑ์คุณสมบัติไหมครับ ว่าใครที่จะสามารถเป็นเสรีไทยได้

 

วันใหม่ นิยม

นี่เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมากในโลกออนไลน์ โลกออนไลน์จะชอบบอกว่าเสรีไทยคือพวกนอกประเทศ ที่เรียกว่าใต้ดิน ผมต้องถือว่า เสรีไทย คือคนที่อยู่ร่วมยุทธศาสตร์ของทั้งอ.ปรีดี ทั้งหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ที่ถือว่าทำงานด้วยกัน ทั้งบรรดานักเรียนนอกที่มาช่วยงาน แต่ถ้าในประเทศไทยคำว่าเสรีไทยมันยังพูดไม่ได้ในขณะนั้นเพราะว่าจะทำให้ญี่ปุ่นรู้ จะพูดกันว่า ใต้ดิน แนวที่ห้า ส่วนนอกประเทศก็พูดคำว่าเสรีไทยได้เพราะเป็นดินแดนสัมพันธมิตร

เพราะฉะนั้นบรรดาคนที่พยายามแก้ปัญหาและอาจจะอยู่ในกระบวนยุทธศาสตร์เดียวกัน ทั้งกำลังรบ การทูต การสื่อสารประชาสัมพันธ์อะไรทั้งหลาย ก็สามารถเรียกเสรีไทยได้นะครับ แม้แต่ตำรวจ ทหาร ครู พลชั้นต่าง ๆ ที่อยู่ในร่วมกระบวนเดียวกัน

บางคนอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำงานด้วยกันกับเสรีไทย เช่น บรรดาพวกกองทัพสนามทั้งหลายในประเทศตอนนั้น พวกบรรดาเจ้านายเขาก็รู้ว่าร่วมมือกับเสรีไทย หรือบางพวกอาจไม่ได้ประสานกับอ.ปรีดี อาจจะไม่ได้ถือเป็นเสรีไทยโดยหน้าที่ แต่อ.ปรีดี ก็ยกย่องให้ร่วมสวนสนาม เช่น บุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์ ที่ช่วยเชลยสัมพันธมิตรที่กาญจนบุรี ลักลอบหายารักษาโรคให้

แม้ว่าจะไม่ได้ชื่อว่าเป็นเสรีไทย แต่อ.ปรีดี ได้ให้มาร่วมสวนสนามกับเสรีไทยเมืองกาญจนบุรีด้วยนะครับ อ.ปรีดีก็ยังให้ความเคารพยกย่อง เรียกว่าเป็นงานช่วยกันทำแล้วกันนะครับ อ.ปรีดีก็ยอมรับเองว่าเสรีไทยส่วนหนึ่งอาจจะมีประมาณสักหลักหมื่นหลักแสนคน ในขณะที่คนไทยอีก 17 ล้านคนในยุคนั้น ทั้งประเทศคือผู้กู้ชาติที่แท้จริง

อ.ปรีดียังไม่ยอมให้เรียกเสรีไทยว่าผู้กู้ชาติ ให้เรียกว่า ผู้รับใช้ชาติ นะครับ ก็ยังถือว่าเป็นงานทั้งหมดของคนไทยทั้งประเทศจริง ๆ นะครับ ต้องถือว่าเป็นงานที่ช่วยกันกู้ชาติทั้งประเทศ

 

นิมิตร พิพิธกุล

ดูเหมือนใบเบิกทาง ณ เวลานั้นคือคำว่าอุดมการณ์นะครับ ผู้ใดก็ตามแต่ที่มีอุดมการณ์เพื่อชาติบ้านเมือง ณ วันนั้นคือวันที่เราบอกได้ว่า เราคือหนึ่งในเสรีไทยที่ร่วมกู้ชาติได้ด้วยเช่นกัน

จริง ๆ ในวรรณกรรมเมืองนิมิตรเล่าตรงนี้ไว้หมด เพราะมีตั้งแต่ชาวบ้าน มีตั้งแต่อธิบดี มีตั้งแต่ครู พูดง่าย ๆ ว่าในกลุ่มที่มีอยู่ทั้งหมด ในชุมชนทั้งหมด เขากำลังจะบอกว่าทุกคนมีส่วนร่วม แต่ทุกคนต่างไม่พยายามจะสื่อสารหรือบอกกันว่าฉันกำลังทำอะไรและทำให้การเคลื่อนที่ของบ้านเมือง หรือการแก้ปัญหาช้าแล้วคอยจับผิดกันและกัน คอยตำหนิกันและกัน คอยโจมตีกันและกัน มันก็เลยทำให้บ้านเมืองเดินไปได้อย่างที่เรียกว่าไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาอะไรได้ในเวลานั้นนะครับ

 

วันใหม่ นิยม

ขออนุญาตเสริมท้าย ว่าความสัมพันธ์ประหลาดตรงนี้ที่แบบทั้งเป็นมิตรทั้งเป็นศัตรู แม้แต่คนแบบดิเรก ชัยนามที่เป็นเบอร์ต้น ๆ เสรีไทยต่าง ๆ สงครามก็ยังแลกส.ค.ส.กับนากามูระอย่างจริงใจจนกระทั่งแก่ชราตายจากทั้งคู่

แล้วผมอยากให้ฉากกรุงเทพ เพราะว่าฉากในเมืองนิมิตรเท่าที่ดูมันคือกรุงเทพกับชานเมือง แล้วถ้ากรุงเทพมันสำคัญไฉนในสงครามมันก็ทำเป็นศูนย์กลางรัฐบาลศูนย์กลางคมนาคม ท่าเรือ รถไฟ ตามมาด้วยทั้งการตั้งกองทัพญี่ปุ่นในกรุงเทพ ก็กุมเส้นทางและภัยทางอากาศ เป็นอีกความเดือดร้อนหนึ่งของสงครามที่ทำให้คนมองญี่ปุ่นไม่ดีว่ามาอยู่แล้วทำให้ทิ้งระเบิดเพราะด้วยความเป็นจุดค้ำรวมศูนย์รวมคมนาคมและก็เป็นจุดฐานทัพญี่ปุ่นทำให้เกิดการทิ้งระเบิด เกิดความเสียหาย เกิดการต่อสู้สำคัญ เรายิงเครื่องบินญี่ปุ่นได้นะครับ เครื่องบินที่มาทิ้งระเบิดเป็นเครื่องบินสมรภูมิที่มาจากเมืองจีนบ้าง อินเดียบ้าง

 

ภาพประกอบโดย วันใหม่ นิยม

 

ความเสียหายผมเน้น พ.ศ. 2487 ถึง พ.ศ. 2488 เป็นปีที่ทิ้งระเบิดเข้มข้นที่สุด คนเสียชีวิตและบาดเจ็บมากกว่า 4,000 คน ทั้งยังสิ้นเนื้อประดาตัวอีกกว่า 200 คน รวมไปถึงบ้านเรือนและรถไฟที่เสียหาย มูลค่าทรัพย์สินกว่า 78.5 ล้านบาท ที่พูดถึงความเสียหายตรงนี้เพื่อให้เห็นว่ามันคือความน่ากลัวแค่ไหนนะครับ และเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงในบทแรก ๆ ของเมืองนิมิตรที่พูดถึง และกลายเป็นการทำร้ายกันและกันของคนบนเครื่องบินที่ไม่รู้จักคนข้างล่าง และสร้างความเดือดร้อนเจ็บปวดแค่ไหนหรือคนเครื่องบินก็เสี่ยงที่จะถูกยิงตกแล้วก็กลายเป็นเชลยหรือเสียชีวิตเช่นกัน

 

ภาพประกอบโดย วันใหม่ นิยม

 

ผมอยากเสริมก่อนหน้านี้ ในฉากการอพยพ ผมอย่างอย่างหนึ่งคือตอนที่กลุ่มผู้อพยพบอกว่า จะไม่ทิ้งกันนะ หรือถ้าจะต้องตายเพราะการปะทะทางบกที่จะเกิดขึ้นระหว่างเสรีไทยกองทัพหรือกองทัพญี่ปุ่น ก็จะกอดคอกันตายกันตรงนั้น

แต่ในขณะการอพยพมันก็มีความเกื้อกูลชุมชน ผมอยู่สถาบันอาศรมศิลป์ซึ่งอยู่ละแวกบางมด ในสมัยสงครามโลกที่สอง คลองบางมดจะมีมัสยิด คนเจริญกรุงมาลี้ภัยสงคราม หนีทิ้งระเบิด เพราะเจริญกรุงเป็นแหล่งฐานทัพญี่ปุ่นเลย แล้วจนกระทั่งต่อมาชุมชนมุสลิมบางมดต้องการมัสยิดคืน ก็มีการรื้อไม้มัสยิดเก่ามาให้คนบางมดสร้างมัสยิดที่ยังอยู่ปัจจุบัน

 

ภาพประกอบโดย วันใหม่ นิยม

 

ขวาล่าง (ภาพประกอบข้างบน) คือผู้ดีบางกอกหนีสงครามมาจากในเมืองก็มาอยู่บางมดเหมือนกัน ไปอยู่ในสวนคนจีน สร้างบ้านเรือนไม้หนีภัยเสร็จด้วยความขอบคุณเจ้าของที่ดิน เจ้าของสวนส้มที่ให้ลี้ภัยก็ยกบ้านไม้ให้และยังอยู่ถึงทุกวันนี้ เป็นบ้านของปราชญ์สวนส้มบางมด ชื่อลุงสมจิตร อันนี้อาจจะเรียกว่าความรักชาติที่แม้ไม่ได้ต่อต้านญี่ปุ่นแต่ก็มีความเกื้อกูลคนในชาติด้วยกันที่หนีร้อนมาพึ่งเย็นสงคราม

หลังจากเปลี่ยนไปเป็นรัฐบาลเสรีไทย ควง อภัยวงศ์ ฝ่ายต่าง ๆ ประสานได้ กองบัญชาการเสรีไทยมีความชัดเจน มีรูปที่ธรรมศาสตร์ การประชุมกองบัญชาการที่มีทั้งตำรวจพลเรือน ทหาร และมีเชลยฝรั่งที่ได้รับการดูแลที่ดีจากฝ่ายไทยและเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้ฝรั่งสัมพันธมิตรยอมรับประเทศไทย นี่คือสภาพที่ต่างจากเชลยในมือญี่ปุ่นโดยสิ้นเชิง

ส่วนนี่คือบรรดาหน่วยที่อาจจะเห็นว่าตั้งป้อมเตรียมสู้รบในกรุงเทพหรือสิ่งที่พวกอพยพกังวลว่าจะลามมาถึงชานเมือง เช่นพวกทหารกองพันหนึ่งที่สันติบาลใต้ดิน ฐานกองพลหนึ่งคือกำลังฐานบกที่ตั้งป้อม ในนิยายก็ปรากฏว่ามีการตั้งป้อมเผชิญหน้าญี่ปุ่นคือพวกนี้ สันติบาลใต้ดินก็คือตำรวจตายภายใต้อธิบดี ซึ่งอธิบดีในนนิยายก็เข้าใจว่าเป็นคนเดียวกับอธิบดีกรมตำรวจ หลวงอดุลเดชจรัส

 

ภาพประกอบโดย วันใหม่ นิยม

 

หรือเรือรบกองบินทั้งหลาย สารวัตรทหาร มีทั้งสารวัตรทหารที่อยู่ในประจำการ และรับนิสิตจุฬา นักศึกษาธรรมศาสตร์ เด็กเตรียมอุดม เด็กเตรียมมธก.มาเป็นกองกำลังอาสาสมัคร เตรียมสู้เป็นกองโจรเป็นกองกรุงเทพ เป็นกองโจรในต่างจังหวัด เป็นต้นและพวกกรมสุลกากรที่เป็นเรือคอยขนตัวเสรีไทยต่างประเทศเข้ามาประสานกับอ.ปรีดี หรือขนคนไทยในประเทศเตรียมไปฝึกประสานกับเมานต์ แบตเทน ในต่างประเทศอย่างงี้เป็นต้น และพวกขบวนการอื่น ๆ คนจีน คอมมิวนิสต์ที่อาจจะดูแย่งกันรักชาติอะไรทั้งหลาย

อันนี้ผมพยายามให้เป็นฉากหลังของที่มีทั้งความเดือดร้อนภัยทางอากาศที่มันจะสอดคล้องกับนิยาย สังคมผู้อพยพที่เรียกว่ามีความรักชาติอีกแบบและมีเรื่องของเสรีไทยที่เป็นเฉพาะบริบทท้องถิ่นกรุงเทพ โอเค ผมขอให้ประมาณนี้ก่อนครับ

 

นิมิตร พิพิธกุล

คุณวันใหม่มีอะไรจะเสริมไหมครับในช่วงท้ายนี้

 

วันใหม่ นิยม

ถ้าเกิดโดยภาพประวัติศาสตร์จากที่ครูหนืดพูดมาว่ามันมีปัญหาว่าทุกวันนี้ เราต้องการคนที่แก้ปัญหาต่าง ๆ ในยามสันติสุขที่มันมีหลากหลายมิติ แล้วจริง ๆ แม้แต่สงครามก็ยังมีคนอีกหลากหลายมิติที่ผมก็ต้องถือว่าแก้ปัญหาในระหว่างสงคราม ปัญหาปากท้อง ปัญหาเครื่องใช้ไม้สอยทั้งหลายอุปโภคบริโภค ปากท้องเราอาจจะมีข้าวกิน เครื่องใช้ไม้สอยก็ขาดแคลน แต่โดยรวมและการเอาชีวิตรอดของแต่ละคน แต่ละครอบครัว การเอาชีวิตรอดจากลูกระเบิด

ผมอยากจะเรียกว่าเป็นความหรือการพยายามที่จะหรือฝ่ายบ้านเมืองที่ไม่เกี่ยวกับอาวุธสู้รบปรบมือการเงินเศรษฐกิจ ความพยายามต่อรองดึงค่าเงิน การค้าญี่ปุ่น การค้ากับญี่ปุ่น ไม่ให้ญี่ปุ่นกว้านซื้อคนไทยจนเกินไป เป็นต้น

ผมว่าพวกนี้คือคนที่รักชาติและทำให้ได้ไม่แพ้ที่เป็นอาวุธเลยนะครับ จะเป็นทหารอากาศไทยใต้ดินหรืออะไรทั้งหลาย เป็นคนที่ทำให้เศรษฐกิจสถาบัน ชีวิตชุมชนอยู่ได้ และพวกนี้จะเป็นรากฐานประเทศไทย เอาเข้าจริงก็คือเป็นรากฐานของคนไทยปัจจุบันที่อาจจะเรียกว่าไม่เกินสามสี่ชั่วคนมานี่เอง

ถ้าคนเหล่านี้ไม่รักษาชีวิตรอดก็อาจจะไม่มีเราในทุกวันนี้ได้ นอกเหนือจากที่ทำให้ประเทศเป็นเอกราชในยามสงคราม หลังสงครามแล้วก็คือคนเหล่านี้ คนสามัญอะไรทั้งหลายที่ทำให้ สังคมไทย องคาพยพทั้งหลายยังมีชีวิตรอด ยังดำเนินไปได้และกลายเป็นบรรพบุรุษในอีกไม่กี่รุ่นที่มาเป็นพวกเราทุกวันนี้นะครับ ผมขออยากให้พื้นที่เหล่ากับคนเหล่านี้ไว้ด้วย คนไทยธรรมดาครับ ขอบคุณครับ