ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
แนวคิด-ปรัชญา, ศิลปะ-วัฒนธรรม, บทสัมภาษณ์

เมืองนิมิตร ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ "เสรีไทย" ผ่านละครเพลง

4
กรกฎาคม
2569

 

นิมิตร พิพิธกุล

อยากจะขอเกริ่นว่าทำไมเมืองนิมิตรถึงได้มาจัดแสดงที่นี่นะครับ เมื่อ พ.ศ. 2544 ที่สถาบันปรีดีฯ แห่งนี้ในช่วงเวลานั้นจะมีกลุ่มที่เรียกว่ากลุ่มคณะละครต่าง ๆ มา

แสดงละคร มาใช้เวทีของที่สถาบันในการจัดแสดงอยู่ หนึ่งในนั้นก็มีกลุ่มพระจันทร์เสี้ยวที่เคยมาร่วมแสดงด้วย ณ เวลานั้นเรามีความรู้สึกว่าพระจันทร์เสี้ยวอาจจะทำละครที่เป็นลักษณะของละครพูด ละครเชิงสังคมใด ๆ แต่เราคิดว่ามันน่าจะมีการการทำงานร่วมกัน (Collaburation) หรือการสร้างสรรค์ร่วมกัน

ในเวลานั้นได้มีโอกาสทำงานร่วมกับนักร้องของสวนพลูคอรัสของครูดุษฎี พนมยงค์จึงเกิดมาเป็นละครเมืองนิมิตรเมื่อ พ.ศ. 2544 ผ่านมา 25 ปีแล้ว โดยอาจารย์นพ ประทีปเสน ท่านเป็นคนประพันธ์เพลงไว้ และ ณ วันนี้ใน พ.ศ. 2569 ที่เราคิดว่าเป็นเวลาสำคัญที่ละครเรื่องนี้น่าจะได้กลับมา ซึ่งบังเอิญว่าอยู่ในช่วงเวลาที่ตัวสถาบันก็ได้เปิดโรงละครแห่งนี้ด้วยพอดี ก็คือวาระที่เราอยู่ในสงครามครับ

เรารู้กันดีว่าเราพยายามจะไม่ให้มีคำว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 แต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเกิดขึ้นภายใต้การต่อสู้ ภายใต้การแก้ปัญหา เช่น เมื่อยกตัวอย่างเสรีไทยในวันนั้นคือการต่อสู้เราเรียกว่าเชิงนโยบาย ใช้เชิงอุดมคติ ใช้เชิงการเจรจา ใช้วิธีการแก้ปัญหาเพราะว่าเราไม่ได้เป็นประเทศที่พร้อมจะไปสู้รบปรบมือกับใครได้ในยุทโธปกรณ์ที่มากเพียงพอและเราไม่ได้ต้องการที่จะเป็นผู้รบ เราต้องการจะเป็นประเทศที่ต้องการความสงบ

ดังนั้นเมืองนิมิตรก็เลยกลับมาโดยที่เราได้มีโอกาสทำงานกับวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต เพราะเรามองว่า ณ จุดนี้ คนรุ่นใหม่ควรจะเป็นผู้ที่สืบทอดต่อ และอาจารย์นพ ท่านสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยรังสิตด้วย รบกวนอาจารย์แนะนำตัวก่อนเราจะเข้าสู่การเสวนาและพูดคุยเรื่องเสรีไทยต่อไปครับ

 

รศ.ดร.เด่น อยู่ประเสริฐ

ผม เด่น อยู่ประเสริฐ นะครับ คณบดีวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต ผมรู้สึกตอนที่อาจารย์นพมาบอกว่า พี่หนืด (นิมิตร พิพิธกุล) อยากจะนำเมืองนิมิตรมาจัดแสดงซ้ำ (Restage) ก็รู้สึกมีความยินดีมาก ๆ เพราะว่ามันเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม และยังเป็นครบรอบ 120 ปีชาตกาลของครูมาลัย ชูพินิจ

พอในช่วงเวลานี้ การที่เราจะนำศิลปะ นำวรรณกรรม นำดนตรีมาเล่าเรื่อง ทำให้อย่างน้อง ๆ คนรุ่นใหม่จะไม่รู้จักเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วผมว่ามันเป็นวิธีที่ง่ายมากเลย ทั้งที่ทำให้เขาได้มีโอกาสที่จะเข้าใจว่าในอดีตเกิดอะไรขึ้นแล้วส่งต่อในหนังสือ คือบางครั้งเด็กสมัยใหม่อาจจะไม่มีโอกาสอ่าน ผมว่าการที่พี่หนืดเอามาทำเป็นละครเพลง มันก็ทำให้เด็กสามารถที่จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น แล้วเราก็มีโอกาสที่จะถ่ายทอดประวัติศาสตร์ ถ่ายทอดความรู้สึกของอดีตมาจนสืบทอดให้คนที่อยู่ปัจจุบันได้รู้สึก ได้สัมผัส มันเป็นวิธีการที่ค่อนข้างแยบยลครับ

 

 

นิมิตร พิพิธกุล

จริง ๆ แล้วมีคนถามบอกว่าคำว่าเสรีไทยในวันนั้น ณ วันนี้ เรายังมีเสรีไทยอยู่ไหม ว่ากันตามตรงยังมีคนทำงานในลักษณะนั้นอยู่ มีคนที่อยากเห็นบ้านเมืองที่ดี และคำว่าเสรีไทยในวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้นะครับ ว่าเด็กรุ่นใหม่ที่เขารักชาติบ้านเมือง เขาก็กำลังทำงาน อาจจะเรียกได้ว่าเป็นแบบเดียวกันกับเสรีไทย สิ่งที่พวกเขาคุยกันในโลกออนไลน์ สิ่งที่พวกเขากำลังพยายามที่จะทำให้บ้านเมืองของเขาดีขึ้น เรากำลังจะมาพูดเรื่องนี้กันนะครับ

เวลาเราพูดถึงเรื่องประวัติศาสตร์แล้วเราเอามาทำเป็นละครหรือการแสดง เรามักจะพูดในเรื่องของมหภาคคือผู้ปกครองผู้บริหารหรือผู้ที่จะต้องใช้นโยบายในการแก้ไข ในหนังสือเล่มนี้ของคุณสันติสุขได้ระบุไว้ว่าจริง ๆ แล้วในกระบวนการมันไม่ได้มีเรื่องนานาชาติอย่างเดียวมันเป็นเรื่องของชุมชนล้วน ๆ เลยนะครับ อันนี้มีการระบุถึงเรื่องของว่าในช่วงเวลานั้นต้องมีการโหมการโฆษณายิ่งขึ้นแก่ชาวไทย โดยมีจุดประสงค์ปลุกเร้าความเห็นอกเห็นใจของราษฎรไทย ทำให้พวกเขาตระหนักถึงความรุนแรงของทุพภิกขภัยทั่วไปในโลก

โฆษณากระทำให้ชาวไทยกลัวเกรงทุพภิกขภัยแล้วมีการคำนึงถึงเรื่องของปากท้องสินค้าอาหาร มีการพูดถึงว่าพระสงฆ์ของหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน กลไกของพุทธจักรของไทย ขอบริจาคข้าว เจ้าคณะจังหวัดต้องเข้าร่วมประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้

เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วการต่อสู้กับสงครามไม่ได้ต่อสู้ในเรื่องของการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ไปรบราฆ่าฟันอย่างเดียว มันคือต่อสู้กับความอดอยากด้วย ต่อสู้กับสภาวะที่บ้านเมืองกำลังแย่ลง

ว่ากันตามตรงถ้าเราดูในข่าวทั่วโลกตอนนี้ สงครามที่เกิดขึ้นได้สร้างความอดอยากให้กับทั่วโลก เราอยู่ในบ้านเมืองที่อาจจะมีข้าวมีกินแต่เราไม่ได้รู้เลยว่าเมื่อเราจะต้องเริ่มสู้เรากำลังต้องสู้กับการดำรงอยู่ให้ได้ร่วมกันนะครับ นี่คือสิ่งที่ ณ เวลาวันวานนั้นมีกระบวนการทำงานที่เรียกว่าเสรีไทยที่ลงไปในทุก ๆ กระบวนเลยนะครับ

อย่างในเมืองนิมิตรเองมีการกล่าวถึงตัวละครซึ่งคุณมาลัย ชูพินิจ พยายามที่จะจำลองว่านี่คือหมู่บ้านหรือชุมชนขนาดเล็กที่ทุกคนต่างมีบทบาทใน การแก้ไขแต่ปัญหามันคือการแย่งกันทำงานหรือเรียกว่าแย่งกันรักชาติ

คำว่าแย่งกันรักชาติเราคงพอจะเข้าใจประเด็นนี้ดี ทุกคนต่างบอกว่าตัวเองเป็นผู้ถูก เป็นพระเอก เป็นผู้เปลี่ยนแปลงเป็นผู้แก้ไขด้วยนโยบายความคิดของตัวเอง แต่เราไม่ได้ฟังกันและกันว่านโยบายเหล่านั้นจริง ๆ ว่ามันทับกันอยู่ มันช่วยเหลือกันเเละทำให้แก้ไขปัญหานั้นได้อย่างไร

ที่สำคัญโดยสังคมที่เราอยู่ทุกวันนี้ขณะที่เราทำละครเรื่องนี้อยู่ เราคุยกับน้อง ๆ ว่า จริงไหมที่วันนี้เราถูกปลูกฝังความรักชาติ ให้เราเกลียดประเทศเพื่อนบ้านผมขอไม่เอ่ยชื่อ เราคงจะเข้าใจดีพอมีการพูดถึงวัฒนธรรมของเราของเขา เราพากันโจมตีแล้วเราก็บอกว่าพวกเขาคือศัตรู

ในเรื่องของมาลัย ชูพินิจได้เขียนไว้ว่า “ข้อความศัตรูผู้เป็นมิตรทำอย่างไรศัตรูจึงเป็นมิตรแล้วทำยังไงเราถึงจะก้าวพ้นความบาดหมางแล้วก็ความเกลียดชังนั้นได้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยังคงเป็นปัญหาอยู่”

ในส่วนของเรื่องนี้ที่ทำไมเราลองเอาเมืองนิมิตมาเป็นตัวต้นทางของการลองพูดคุยกันดูคือว่าครูมาลัย ชูพินิจ บอกว่าอยากให้เรื่องนี้มันเป็นวรรณกรรมที่ทำให้เรามีความเชื่อมั่นและความฝันว่าวันหนึ่งเราอาจจะสร้างเมืองนิมิตขึ้นมาได้สำเร็จ

ในเรื่องของเมืองนิมิตรคือตัวละคร ดิ เลก เป็นนักเขียนพยายามเอาทุกคนที่อยู่ในชุมชนเเห่งนี้ มาเขียนเพื่อจะสร้างยูโทเปีย ที่เราอยากเห็นเมืองที่อาจจะเป็นยุคพระศรีอารย์ที่เราอยากเห็น แต่ท้ายที่สุดคือ มันอาจจะเป็นแค่ความฝันที่เราต้องการ แต่ในความจริงต่างหากคือสิ่งที่เราต้องสร้างในตอนท้ายวรรณกรรมมีประโยคพูดหนึ่งของเสรีไทยที่พูดไว้ว่า “ไม่ได้ห่วงเลยในเวลาที่สังคมเนี่ยเต็มไปด้วยความขัดแย้งหรือสงคราม แต่ห่วงเวลาที่พวกเราอะสงบและพยายามที่จะบอกว่าตัวเองน่ะมีสันติสุขเวลานั้นคือเวลาที่น่าห่วงที่สุดสาเหตุเพราะว่าเมื่อใดที่พวกเราสงบยามนั้นเรารบกันเอง”

 

 

สิ่งนั้นอยู่ในตอนท้ายของวรรณกรรมเมืองนิมิตรเพราะฉะนั้นเมื่อเรากำลังมีศัตรูที่ เราใช้คำว่าศัตรูหรือเหตุการณ์บ้านเมืองที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งอยู่รอบ ๆ บ้านเมือง

เราพิจารณาตรงนั้นมากแค่ไหนเราเอามาเป็นแรงผลักดันในการเปลี่ยนแปลงขับเคลื่อนสังคมมากแค่ไหนที่ผมยกตัวอย่างกรณีนี้ที่ของคุณสันติสุขที่ได้กล่าวไว้ เราไม่ได้พูดเรื่องสงครามนะครับ เราพูดเรื่องอนาคตของโลกที่กำลังจะเปลี่ยน เราพูดเรื่องปากท้อง เราพูดถึงเรื่องของทุกข์ภิกภัย เราพูดถึงเรื่องเอลนีโญ เรายังคงพูดแต่เรื่องแค่ว่า ปัญหาปัจจุบันคืออะไรแต่ปัญหาของอนาคตคือเวลาที่เราต้องร่วมกันสร้าง และนั่นเวลานั้นอาจจะเป็นเวลาที่เสรีไทยปรากฏอีกครั้งหนึ่ง ที่เป็นเสรีไทยที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาทุกสิ่งร่วมกันที่ไม่ใช่แค่ปัญหาสังคมบ้านเมืองและความขัดแย้งเท่านั้น

ผมขออนุญาตอ่านส่งท้ายนี้เป็นหนังสือที่แนะนำให้อ่าน “เสรีไทยอุดมการณ์ที่ไม่ตาย” ไม่มีสุขใดเสมอด้วยความสงบสันติ เล่มนี้จริง ๆ แล้วมีคอนเซ็ปต์เนื้อหาดี ๆ หลายส่วนนะครับ

วันนี้เราอยู่ในช่วงของโลกตลาดเสรี และในความเป็นตลาดเสรีนี้แหละที่เขาบอกว่ามันเป็นช่องว่างทางเศรษฐกิจที่มันถ่างกว้างอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และมันกำลังก่อปัญหาในโลกที่เราใช้คำว่าโลกเสรีนี้อย่างมาก

ในโครงสร้างสันติบอกว่าวิธีชีวิตที่สันตินอกจากจะออกมาจากสำนึกที่ใฝ่สันติแล้วยังต้องอาศัยสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เกื้อกูลมาเป็นตัวรองรับ เช่น เป็นสังคมที่สงบสันติไม่ส่งเสริมการเอารัดเอาเปรียบ มีแบบแผนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และสังคมที่อำนวยให้ชีวิตอยู่ด้วยดีไม่อดอยาก หรือมีการริดรอนสิทธิในความเป็นมนุษย์”

กล่าวอีกนัยหนึ่งเป็นสังคมที่ปราศจากความรุนแรงเชิงโครงสร้างถ้าอ่านข้อความนี้ก็มีส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับหลักหกประการ ที่ได้มีการกล่าวไว้เช่นกัน เพราะฉะนั้น วันนี้เราคงเป็นการเรียกว่าพูดคุยแลกเปลี่ยนแล้วก็มองเสรีไทยในมุมที่ เป็นปัจจุบัน มองเสรีไทยให้โอกาสกับคนรุ่น ต่อไปที่เขาอยากจะเป็นเสรีไทยได้เช่นกัน

และมองเรื่องของสื่อว่าเมื่อเรากำลังพัฒนาสื่อประวัติศาสตร์ทุกวันนี้ แน่ใจหรือเปล่าว่าเรากำลังพัฒนาหรือเพียงแต่สร้างสื่อที่เป็นแฟชั่น ตอนนี้ละครประวัติศาสตร์นี่เป็นเรื่องหมดเลยเราไม่มีปัญหา เรื่องความหลากหลายทางเพศแต่ว่าเรากำลังมองเรื่องแฟชั่นการออกแบบ วรรณกรรมสื่อสารประวัติศาสตร์หรือเรากำลังมองว่าประวัติศาสตร์นั้นกำลังบอกเล่าปัจจุบันและทำให้ทุกคนร่วมกันพูดเรื่องอนาคตด้วยกัน

 

 

วันนี้ก็ขอบคุณสำหรับการมีส่วนร่วมตรงนี้เเละขอบคุณคุณวันใหม่ด้วยที่ส่งเรียกว่า สัญญาณมาจากต่างประเทศ เดิมทีจะต้องเข้าร่วมในพื้นที่ วันนี้ก็ได้ส่งข้อมูลมาร่วมกับเราด้วยแล้วก็ขอบคุณทางวิทยาลัยดนตรีมหาวิทยาลัยรังสิตกับละครเมืองนิมิตร

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์ไว้ว่าที่เห็นนั้นเป็นเพียงการเริ่มต้นที่พวกนักเเสดงกำลังเริ่มฝึกซ้อมกันละครจะเกิดขึ้นจริงในช่วงปลายสิงหาคมที่มหาลัยรังสิต เป็นละครเวทีเต็มรูปแบบเดิมทีต้องการต้องการจะให้แสดงในวันที่ 16 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันสำคัญที่เราอยากจะประกาศตรงนั้นไปพร้อมกัน แต่ด้วยระยะเวลาเลยเคลื่อนไปตอนช่วงปลายสิงหาคม สามารถไปติดตามได้ที่มหาวิทยาลัยรังสิต ขอบคุณครับ