ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ชีวิต-ครอบครัว

ตรุษสงกรานต์ในความทรงจำของพูนศุข

13
เมษายน
2564
ตรุษสงกรานต์ในความทรงจำของพูนศุข

สงกรานต์ปีนี้ ข้าพเจ้ามิได้หลบลมร้อนไปพักผ่อนต่างจังหวัด เดี๋ยวนี้ไม่ว่าที่ไหนๆ ในบ้านเรา อากาศร้อนทั้งนั้น การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างไม่จำกัดขอบเขต ปล่อยมลพิษขึ้นสู่ท้องฟ้าทำให้เกิด ภาวะเรือนกระจก (green house effect)

ข้าพเจ้าจำมาจากคำอธิบายของนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมถึงสาเหตุว่าทำไมอากาศจึงวิปริตเช่นทุกวันนี้ แต่ “เรือนกระจก” ในความเข้าใจของข้าพเจ้าซึ่งต่างกันนั้น ตรงกับ “green house” ในภาษาอังกฤษและ “serre” ในภาษาฝรั่งเศส เป็นเรือนกระจก สำหรับปลูกพืชผักในฤดูหนาวของประเทศแถบยุโรป ความอบอุ่นจากแสงแดดสาดส่องผ่านแผ่นกระจกใส ให้พ้นจากการรบกวนของลมหนาว และหิมะ ตอนที่ข้าพเจ้าอยู่บ้านอองโตนี ชานกรุงปารีส ในสวนหลังบ้านก็มีเรือนกระจกที่เจ้าของบ้านเดิมที่เป็นชาวฝรั่งเศสสร้างไว้ปลูกผัก 

 

บ้านอองโตนี ชานกรุงปารีส
บ้านอองโตนี ชานกรุงปารีส

 

เมื่อเราเข้ามาอยู่บ้านนี้แล้ว มีญาติมิตรจากเมืองไทยแวะมาเยี่ยมและพักด้วย นายปรีดีจึงให้ลูกๆ หลานๆ ช่วยกันคนละไม้ละมือ ดัดแปลงเรือนกระจกเป็นห้องพักแขก แล้วจ้างคนงานมาต่อน้ำ ต่อสายไฟ พื้นห้องต่ำกว่าพื้นสวนราว 40 ซม. วางเตียงพับ 2 ตัว ตู้พลาสติก 1 ใบ อ่างล้างหน้าเล็กๆ เครื่องทำความอุ่นพร้อมสรรพ

เชื่อว่าหลายคนที่เคยมาพักในห้องนี้ คงจะจำวิวจากหน้าต่างที่มองเห็นต้นเชอร์รี่ ต้นแอปเปิ้ล ต้นพลัม ในยามดอกไม้บานสะพรั่งช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน หรือผลไม้ เต็มต้นปลายฤดูร้อนในเดือนสิงหาคม เหมือนกับภาพโปสเตอร์แผ่นใหญ่ อย่างใดอย่างนั้น

วกกลับมาเทศกาลสงกรานต์กันดีกว่า ในสมัยข้าพเจ้ายังเด็กๆ เห็นผู้ใหญ่เรียกว่า “ตรุษสงกรานต์”

ปฏิทินเดิมของไทย เวลาที่พระอาทิตย์ย่างขึ้นสู่ราศีเมษ เรียกว่า มหาสงกรานต์ และก็เป็นนักขัตฤกษ์เนื่องในการขึ้นปีใหม่ ต่อจากนั้นเป็น วันเนา คือวันที่พระอาทิตย์โคจรอยู่ระหว่างสองราศี คือ มีนและเมษ และสุดท้ายเป็นวันเถลิงศกจุลศักราช ซึ่งในปัจจุบันได้กำหนด 3 วันนี้ ตามสุริยคติ เป็นวันที่13-14-15 เมษายน

ตามประเพณีที่ปฏิบัติกันมา ในช่วงตรุษสงกรานต์ ครอบครัว ข้าพเจ้าทำบุญบังสุกุลให้บรรพบุรุษที่ล่วงลับแล้ว และเมื่อย้ายมาอยู่ที่บ้านป้อมเพชร์ ถนนสีลม ก็ได้มาทำบุญกันที่วัดสระปทุม หรือวัดปทุมวนาราม เป็นประจำทุกปี

พวกเราเด็กๆ ในบ้านป้อมเพชร์ไม่ค่อยตื่นเต้นกับวันตรุษนี้เท่าไหร่นัก มารดาข้าพเจ้าให้พรรคพวกเชื้อสายมอญที่พระประแดงกวนกะละแม ข้าวเหนียวแดง หอมกลิ่นกะทิรสชาติกลมกล่อม ไม่เหนียวติดฟัน แล้วข้าพเจ้ากับพี่ๆ น้องๆ ผู้หญิงช่วยกันโรยหน้าด้วยงา บรรจุในห่อใบตองเอาไปแจกเพื่อนบ้านเป็นของขวัญวันปีใหม่

ในเวลานั้น บิดาข้าพเจ้า (พระยาชัยวิชิตวิศิษฏ์ธรรมธาดา-ขำ ณ ป้อมเพชร์) รับราชการเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้เข้าวังตามหมายกำหนดการ แต่จะมีพระราชพิธีใดบ้าง ข้าพเจ้าไม่ทราบ จำได้ว่าเวลากลับบ้านมีใบลานติดมือมา เรียกว่า “กระบองเพชร” และเพื่อเป็นสิริมงคลตลอดศกใหม่ ตรุษสงกรานต์มีการรดน้ำ ขอพรผู้ใหญ่ หมายถึงท่านผู้มีวัยสูงเกิน 60 ปี ผู้ใหญ่ที่ครอบครัวข้าพเจ้าเคารพนับถือก็มี มหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) อดีตเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ กระทรวงนครบาล และ กระทรวงมหาดไทย ฯลฯ

 

ครอบครัว บ้านป้อมเพชร์ พุทธศักราช 2474
ครอบครัว บ้านป้อมเพชร์ พุทธศักราช 2474

 

ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ท่านผู้นี้เป็นน้าชายของมารดาข้าพเจ้า (คุณหญิงเพ็ง ชัยวิชิตฯ สกุลเดิม “สุวรรณศร”) ขณะเดียวกัน มีศักดิ์เป็นพี่เขยบิดาข้าพเจ้า ท่านผู้หญิงตลับภรรยาท่านเจ้าคุณ[1] เป็นพี่สาวต่างมารดาของบิดาข้าพเจ้า 

 

ครอบครัว บ้านป้อมเพชร์ พุทธศักราช 2480
ครอบครัว บ้านป้อมเพชร์ พุทธศักราช 2480

 

ครั้นเมื่อข้าพเจ้าออกเรือน ญาติผู้ใหญ่ที่ไปรดน้ำขอพร นอกจากบิดามารดาข้าพเจ้าแล้ว ก็มีบิดามารดาของนายปรีดีและญาติผู้ใหญ่ที่มีอายุ 60 ปีแล้ว นอกจากนั้นยังไปทำบุญบังสุกุลให้บรรพบุรุษทั้งที่วัดปทุมวนาราม และวัดพนมยงค์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปเองไม่ได้ก็ให้ญาติมิตรไปทำบุญแทน และในปัจจุบันนี้ข้าพเจ้าไปทุกปี แต่เปลี่ยนจากช่วงสงกรานต์เป็นวันที่ 2 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันละสังขารของนายปรีดี

 

 

ในบั้นปลายชีวิตของนายปรีดีขณะพำนักที่ประเทศฝรั่งเศส สมาคมนักเรียนไทยในประเทศฝรั่งเศสจัดให้มีพิธีรดน้ำขอพรในวันสงกรานต์ที่หอลาว บริเวณเมืองมหาวิทยาลัย (Maison du Laos, Cité Universitaire) เป็นประจำทุกปี นับว่าคนหนุ่มสาวเหล่านี้แม้เรียนหรือทำงานในต่างแดน ยังรักษาขนบธรรมเนียมแบบไทยได้อย่างดี

 

 

ทุกวันนี้ มีลูกหลานมารดน้ำขอพรข้าพเจ้าในช่วงตรุษสงกรานต์หลายคนและหลายครอบครัวปฏิบัติตามประเพณีมาหลายสิบปีไม่เปลี่ยนแปลง

ข้าพเจ้ารู้สึกแปลกใจว่า ประเพณีสงกรานต์ในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากรดน้ำขอพรกลายเป็นรดน้ำดำหัว และ “อวยพร” บางทีก็หาใช่ผู้มีวัยวุฒิเกินวัย “แซยิด” (60 ปี หรือ 5 รอบ) และของที่นำไปไหว้ผู้ใหญ่ก็มิใช่ประเภทผ้าเช็ดหน้า หรือผ้าขนหนู จริงๆ แล้วคงไม่ต้องกะเกณฑ์ว่าต้องนำสิ่งของชนิดนี้ชนิดนั้นไปให้ผู้ใหญ่ เพียงแค่ไปรดน้ำขอพรด้วยกุศลจิตกับพวงมาลัยสักพวงก็พอแล้ว

เมื่อก่อนนี้ ในแต่ละถิ่นแต่ละภาค การทำบุญและการละเล่นรื่นเริงเหมือนกันบ้างต่างกันบ้าง เช่น เข้าวัดทำบุญฟังเทศน์ หรือการก่อกองทรายในวัดของชาวเหนือ หรือการทอยสะบ้าของชาวมอญที่พระประแดงหรือการสาดน้ำกันอย่างสนุกสนานในหมู่หนุ่มสาวที่มีความคุ้นเคยกัน น้ำใสเย็นสะอาดคลายความร้อนในเดือนเมษายน

แต่ในวันนี้ คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยแทนที่จะรดน้ำขอพรพ่อแม่ พระประจำบ้าน กลับออกมาสาดน้ำปะแป้งผู้คนเดินถนน ใช้กระบอกปืนพลาสติกฉีดน้ำ หรือใช้น้ำแข็งน้ำโสโครกสาดใส่กัน เป็นความสนุกสนานแบบไร้ขอบเขต บางครั้งสร้างความเดือดร้อนและอุบัติภัยแก่ผู้คนและรถราสัญจรไปมา แล้วจะหาผู้ใดรับผิดชอบ

อ่าน และ สามารถดาวน์โหลดไฟล์ PDF ทั้งเล่ม “ไม่ขอรับเกียรติยศใดๆ ทั้งสิ้น ๙๕ ปี ๔ เดือน ๙ วัน พูนศุข พนมยงค์”

ที่มา: 

  • เนื้อหา: ตัดตอนมาจาก “ตรุษสงกรานต์” ในหนังสือ “ไม่ขอรับเกียรติยศใดๆ ทั้งสิ้น ๙๕ ปี ๔ เดือน ๙ วัน พูนศุข พนมยงค์” ซึ่งเคยพิมพ์ครั้งแรกใน มติชนรายวัน, วันอังคารที่ 13 เมษายน พ.ศ.2547
  • ภาพประกอบ: ฐานข้อมูลรูปภาพสถาบันปรีดี พนมยงค์ และ หนังสือหวนอาลัย
  • หมายเหตุ: ปรับปรุงโดยบรรณาธิการ

[1]  คำเรียกว่า “เจ้าคุณ” นั้นใช้ได้ทั้งผู้มีบรรดาศักดิ์ “เจ้าพระยา” และ “พระยา”