คำประศาสน์การ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง[1]
ปรีดี พนมยงค์
ขอพระราชทานกราบทูล ทรงทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท
วันนี้เป็นวันมงคลดิถีบรรจบพร้อมกัน 2 ประการ ประการหนึ่ง วันที่ 27 มิถุนายนนี้ เป็นวันพระราชทานรัฐธรรมนูญชั่วคราวแห่งพระราชอาณาจักรสยาม ประการที่สอง มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ได้พยายามเร่งรัดการงานจนสามารถเปิดได้ในวันนี้ เพื่อดำเนินการสอนวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองตามพระราชบัญญัติที่ได้ประกาศตั้งมหาวิทยาลัยนี้ขึ้นให้ทันในวันที่ 1 กรกฎาคม นี้
การตั้งสถานศึกษาตามลักษณะของมหาวิทยาลัย ย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์และเป็นปัจจัยในการแสดงความก้าวหน้าของประเทศ ประชาชนชาวสยามจะเจริญในอารยธรรมการศึกษาอันดี ตั้งแต่ชั้นต่ำตลอดจนถึงการศึกษาชั้นสูง เพราะฉะนั้น ในการที่จะอำนวยความประสงค์และประโยชน์ของราษฎรในสมัยนี้ จึงจำต้องมีการศึกษาให้ครบบริบูรณ์ทุกชั้น
มหาวิทยาลัยย่อมอุปมาประดุจบ่อน้ำ บำบัดความกระหายของราษฎรผู้สมัครแสวงหาความรู้อันเป็นสิทธิและโอกาสที่เขาควรมีควรได้ ตามหลักแห่งเสรีภาพในการศึกษา รัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรเห็นความจำเป็นในข้อนี้ จึงได้ตราพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้น
"ในปัจจุบันนี้ ประเทศสยามมีความประสงค์อันยิ่งใหญ่ที่จะปรับระดับการศึกษาของราษฎรให้ถึงขนาดเหมาะแก่กาลสมัย ถ้าระดับการศึกษายังไม่เจริญถึงขนาดตราบใดความก้าวหน้าของประเทศ ก็ยังจะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นอีกนาน ยิ่งในสมัยที่ประเทศของเราดำเนินการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญเช่นนี้แล้ว เป็นการจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีมหาวิทยาลัยสำหรับประศาสน์ความรู้ในวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองแก่พลเมืองให้มากที่สุดที่จะเป็นได้ เปิดโอกาสให้แก่พลเมืองที่จะใช้เสรีภาพในการศึกษากว้างขวางยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติสืบไป"
นับแต่มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองได้ตั้งขึ้นแล้ว ปรากฏว่าได้รับความนิยมของมหาชนเกินความคาดหมาย โดยมีผู้สมัครเข้าเรียนในชั้นนี้ถึง 7,094 คน แม้ผู้ที่ได้ละทิ้งการศึกษามานานแล้ว ก็กลับเริ่มศึกษาในฐานะเป็นนักเรียนของมหาวิทยาลัย นับได้ว่าบรรลุผลชั้นต้นของความมุ่งหมายที่จะได้เรียนรู้วิชาธรรมศาสตร์และการเมืองกันแพร่หลาย
บัดนี้กิจการของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองได้ดำเนินมาโดยเรียบร้อย เตรียมพร้อมที่จะเปิดทำการประศาสน์วิชาให้สมกับความประสงค์ของพระราชบัญญัติแล้ว ข้าพระพุทธเจ้าขอกราบทูลอัญเชิญฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้ทรงเปิดมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองเป็นปฐมฤกษ์ เพื่อความสวัสดิมงคลให้บังเกิดความวัฒนาถาวรแก่มหาวิทยาลัยนี้สืบไป
ควรมิควรแล้วแต่จะกรุณาโปรดเกล้าฯ
เมื่อผู้ประศาสน์การกล่าวคำกราบทูลจบลง เสด็จในกรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ได้กล่าวตอบดังต่อไปนี้
ข้าพเจ้ามีความยินดี ที่ได้เห็นมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองตั้งขึ้นเป็นปึกแผ่นแน่นหนา รัฐบาลนี้และสภาผู้แทนราษฎรมีความคิดเห็นอันถูกต้องในการที่จัดตั้งมหาวิทยาลัยนี้ขึ้น ข้าพเจ้าเห็นสอดคล้องด้วยถ้อยคำที่ท่านกล่าวมาว่า ในสมัยนี้ประเทศเราจะต้องเผยแพร่วิชาธรรมศาสตร์และการเมืองให้แพร่หลายเพื่อปวงชนจะได้รับทราบความเป็นไปในบ้านเมือง ซึ่งทุกคนเป็นเจ้าของ
ข้าพเจ้ารู้สึกปิติ ที่ได้รับว่ามหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองได้รับความนิยมของมหาชนจนมีนักศึกษามากหลายดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ข้าพเจ้ามีความหวังอย่างมั่นคงว่า มหาวิทยาลัยนี้จะดำรงถาวร และดำเนินการโดยสมความปรารถนาทุกประการ
ข้าพเจ้าขอเปิดมหาวิทยาลัยนี้ ด้วยสัจจาธิษฐานของอำนาจพระรัตนตรัยให้คุ้มครองมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พร้อมทั้งอาจารย์และนักศึกษาทั้งหลาย ตลอดจนเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ขอให้มหาวิทยาลัยนี้มั่นคงถาวรยืนนานบรรลุถึงความสำเร็จอย่างไพศาลสมบูรณ์ ขอให้มหาวิทยาลัยนี้ จงเป็นที่เกื้อกูลวิชาการเมือง ให้นักศึกษามีความรุ่งเรืองสามารถจะกระทำกิจอันเป็นประโยชน์แก่ชาติและประเทศต่อไปข้างหน้า เทอญ
เชิงอรรถ
[1]มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองได้เริ่มทำพิธีเปิดเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2477 ตรงกับวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 7 ทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญชั่วคราว (ปี 2475)
ในวันพิธีเปิดมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2477 ฤกษ์เวลา 15.00 น. ท่านปรีดี พนมยงค์ ผู้ประศาสน์การได้กราบทูลรายงานการก่อตั้งมหาวิทยาลัยต่อเสด็จในกรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ซึ่งเสด็จมาเป็นประธานในพิธี
ขณะนั้น สมเด็จพระปกเกล้าฯ ทรงประทับ ณ ประเทศอังกฤษ
พิธีเปิดมหาวิทยาลัยกระทำขึ้น ณ ตึกโรงเรียนกฎหมายเดิม เชิงสะพานผ่านพิภพลีลา หรือกรมประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน