ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
• บุคคล, เกร็ดประวัติศาสตร์

เยือนสนามบินนาคู ตามรอยเสรีไทย จำลอง ดาวเรือง

9
ตุลาคม
2569

ในวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2569 นี้ ตรงกับวันคล้ายวันเกิด 116 ปี ชาตกาล นายจำลอง ดาวเรือง อดีตผู้แทนราษฎรนักสู้ฝีปากกล้า และหัวหน้าเสรีไทยจังหวัดมหาสารคาม

ผู้เขียนได้เคยเดินทางไปตามรอยสนามบินลับนาคู ที่ตั้งค่ายเสรีไทยมหาสารคาม ภายใต้นายจำลอง ดาวเรือง เมื่อช่วงวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2567 สองปีที่แล้ว ในบทความนี้จึงจะเขียนเล่านำเสนอ การตามรอยสนามบินนาคู ค่ายเสรีไทยมหาสารคาม - กาฬสินธุ์ในอดีตยามสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อฟื้นความรับรู้ ให้สถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งนี้ ได้รับการฟื้นฟู และเป็นการฉายมุมสำคัญในการต่อสู้ของนายจำลอง ดาวเรือง

สนามบินนาคูตั้งที่ตำบลนาคู อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ในปัจจุบัน ซึ่งในยุคสงครามมหาเอเชียบูรพา (พ.ศ. 2484 - 2488) อยู่ในเขตปกครองของตำบลนาคู อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดมหาสารคาม เป็นที่ดินในการดูแลของกองทัพอากาศไทย พิกัด 16.771619, 104.035154 อยู่ไม่ห่างจากโรงพยาบาลนาคู

ในการสำรวจครั้งนี้ มีผู้รู้สนามบินนาคูร่วมคณะเดินทาง ได้แก่ ผศ.ดร.ธันวา ใจเที่ยง มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ผู้ศึกษาค้นคว้าด้านเสรีไทยสายชาวนาอีสาน และนายอำนวย ศรีโคตร พนักงานเทศบาลตำบลนาคู แอดมินเพจ ที่นี่นาคู ผู้เคลื่อนไหวอนุรักษ์และฟื้นฟูเรื่องราวสนามบินนาคู แต่เพียงลำพังในตำบลนี้

 

(ขวา) ผศ.ดร. ธันวา ใจเที่ยง ม.กาฬสินธุ์ ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์เสรีไทยชาวนาอีสาน
(ซ้าย) นายอำนวย ศรีโคตร พนักงานเทศบาล ต.นาคู แอดมินเพจ "ที่นี่นาคู" ผู้ขับเคลื่อนประวัติศาสตร์เสรีไทยนาคู
ถ่ายที่สนามบินเสรีไทยนาคู 2567 (ภาพถ่ายโดยผู้เขียน)

 

สภาพปัจจุบัน สนามบินนาคู (เมื่อปี พ.ศ. 2567) มีสภาพทั่วไปเป็นลานลูกรังยาวประมาณ 800 เมตร กว้างประมาณ 10 เมตรรอบข้างเป็นดงไม้ป่าแพะ นายอำนวยได้พาดูตำแหน่งต่าง ๆ ในพื้นที่สนามรอบสนามบิน ทั้งที่พยาบาลประจำค่าย เรือนนอน โรงครัว และกองบังคับการค่าย ทว่าจุดต่าง ๆ ไม่หลงเหลือโรงเรือนใด ๆ แล้ว ซึ่งในปี พ.ศ. 2488 สร้างด้วยไม้ไผ่หรือไม้จริงมุงหญ้า ซึ่งได้ผุพังเสื่อมสลายตามกาลเวลาไปนานหลายสิบปีแล้ว เหลือเพียงดงไม้และลานดินลูกรัง หากนายอำนวยได้อุตสาหะสืบเสาะจากผู้อาวุโสท้องถิ่น ระบุตำแหน่งที่ตั้งต่าง ๆ ในสนามบินนาคูได้

 

ลานบินสนามบินเสรีไทยนาคู พ.ศ. 2567
(ภาพถ่ายโดยผู้เขียน)

 

จากสนามบินชั่วคราว สู่สนามบินลับ

แม้ว่าสนามบินนาคูจะมีชื่อในการใช้งานเป็นสนามบินเสรีไทย ทว่าสนามบินแห่งนี้ไม่ได้สร้างครั้งแรกในคราวสงครามมหาเอเชียบูรพา หากสร้างขึ้นครั้งแรกปี พ.ศ. 2464 และมีการบูรณะ พ.ศ. 2468 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2453 - 2468) ในสมัยนั้นนับว่าเป็นการแปลกผิดสังเกต ด้วยเป็นการสร้างขึ้นท่ามกลางดงป่าและไร่นา ห่างไกลจากตัวเมือง ไม่น่าใช้งานในการส่งไปรษณีย์ เอกสารราชการ จึงมีบางท่านสันนิษฐานว่า ทางราชการสร้างสนามบินแห่งนี้เพื่อการทหาร ทว่าไม่นานนัก สนามบินกลับไม่ได้ใช้งานจนรกร้าง [1]

 

การปรับสนามบินนาคูสำหรับงานเสรีไทย

ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2487 ถึงต้นปี พ.ศ. 2488 เพื่อให้สะดวกต่อการรับและฝึกอาวุธกองโจรให้ได้จำนวนอาวุธที่มากขึ้น นายจำลอง ดาวเรือง หัวหน้าเสรีไทยมหาสารคามจึงได้ให้ปรับปรุงบูรณะสนามบินเดิมที่นาคู  ให้ขยายใหญ่ขึ้น และมั่นคงแข็งแรง สามารถรองรับเครื่องบินลำเลียงจากฝ่ายสัมพันธมิตร โดยได้นำประชาชนชาวนาไร่ชายหญิงพร้อมวัวควายจากจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดร้อยเอ็ด (รวมพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ด้วย แต่สมัยนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดมหาสารคาม) มาช่วยแรงสร้างสนามบิน ทั้งถางต้นไม้ ลงดินลูกรัง บรรทุกหินขนาดเล็ก ไปจนถึงหินขนาดลูกมะพร้าวจากเชิงเขาภูอ่างออม และภูน้ำจาง ในเทือกเขาภูพาน เพื่อเรียงบดอัดผสมดินลูกรัง บรรดาชาวบ้านที่มาร่วมก่อสร้างสนามบินนี้ต่างมาด้วยใจอาสา ไม่ได้รับค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วยังต้องพกพาอาหารมาเองด้วย[2]

ปรากฏว่าเมื่อปรับปรุงขยายสนามบินแล้วเสร็จ นักบินอังกฤษที่นำเครื่องบินขนาดใหญ่มาลงจอดส่งอาวุธยุทธภัณฑ์ที่สนามบินนาคู เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2488 ได้รายงานว่า สามารถนำเครื่องบินแบบ C - 47 ดาโกต้ามาลงจอดได้อย่างสะดวกและปลอดภัย เพราะไม่มีต้นไม้ขวางทาง พื้นดินแข็งแรง ดังนั้นสนามบินแห่งนี้นอกจากใช้สำหรับปฏิบัติการเสรีไทยท้องถิ่นแล้ว จึงได้ถูกใช้งานรับส่งเสรีไทยและเจ้าหน้าที่อังกฤษเข้าออกประเทศไทย และอาจได้ใช้สำหรับการรับอาวุธยุทธภัณฑ์สำหรับจังหวัดใกล้เคียง หากสนามบินลับในจังหวัดอื่นถูกกองทหารญี่ปุ่นตรวจพบ[3]

 

เสรีไทยมหาสารคาม - กาฬสินธุ์ ที่ค่ายสนามบินนาคู

จนยามสงครามมหาเอเชียบูรพา (พ.ศ. 2484 - 2488) ได้มีการตั้งขบวนการเสรีไทยต่อสู้กองทัพญี่ปุ่นผู้รุกราน ทั้งในและนอกประเทศ นายจำลอง ดาวเรือง ผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ได้รับมอบภารกิจเป็นผู้นำเสรีไทยจังหวัดนี้ นายจำลองได้เริ่มต้นภารกิจเสรีไทย ด้วยการสำรวจพื้นที่และเส้นทางข้ามเทือกเขาภูพาน จากมหาสารคามไปสกลนคร ด้วยรถบรรทุกแขวงการทาง สุดทางถนนที่แก้งกะอาม แล้วเดินเท้าไปบ้านสร้างค้อ แล้วย้อนกลับไปทางตำบลนาคู ได้เลือกเป็นพื้นที่ตั้งค่ายหลักต่อต้านญี่ปุ่น โดยขอความร่วมมือจากนายลึบ พลนาคู กำนันตำบลนาคู ซึ่งกำนันและประชาชนได้ตกลงใจร่วมมืองานเสรีไทย และพร้อมที่จะรักษาความลับด้วยชีวิต ด้วยคำสั่งเฉียบขาดจากกำนันให้ประชาชนทุกหมู่บ้านตอบคนแปลกหน้า ที่ถามถึงงานว่า “บ่จั๊ก บ่ฮู้ บ่หัน” (ไม่รู้จัก ไม่รู้ ไม่เห็น) เมื่อสำรวจพื้นที่แล้ว นายจำลองได้ส่งแกนนำ คือ นายดิลก บุญเสริม นายดิลก มะลิมาศ และนายมาบ ภูมาศ เดินทางไปรับการฝึกอาวุธที่ค่ายบ้านโนนหอม จังหวัดสกลนคร เพื่อเตรียมการเป็นครูฝึกและหัวหน้าค่ายที่นาคูต่อไป

ต่อมาเสรีไทยมหาสารคามได้ขยายตัว มีผู้นำสำคัญจากทั้งภาคการเมือง ภาคราชการ และภาคมวลชน ดังนี้[4]

  1. นายจำลอง ดาวเรือง ผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม
  2. ขุนไมตรีประชารักษ์ (ไมตรี ไมตรีประชารักษ์) ข้าหลวงประจำจังหวัด
  3. นายกว้าง ทองทวี ศึกษาธิการจังหวัด
  4. นายไสว ถีนานนท์ แขวงการทางจังหวัด
  5. นายลึบ พลนาคู กำนันตำบลนาคู
  6. นายบา ลมพัด ผู้ใหญ่บ้านหนองอีกอม
  7. นายนารถ เงินทาบ ครูใหญ่โรงเรียนฝึกหัดครูมหาสารคาม
  8. นายมาก ภูมาศ ครูใหญ่โรงเรียนประจำจังหวัด
  9. นายดิลก บุญเสริม ครูโรงเรียนฝึกหัดครูมหาสารคาม

 

นายดิลก บุญเสริม ครูโรงเรียนฝึกหัดครูมหาสารคาม ครูฝึกอาวุธชุดแรกเสรีไทยมหาสารคาม
(ภาพจาก ขบวนการเสรีไทยที่ค่ายนาคู โดยนายถวิล นาคินทร์)

 

นายลึบ พลนาคู กำนันตำบลนาคู และหัวหน้าค่ายเสรีไทยนาคู
(ภาพจาก ขบวนการเสรีไทยที่ค่ายนาคู โดยนายถวิล นาคินทร์)

 

นายบา ลมพัด ผู้ใหญ่บ้านหนองอีกอม ผู้ถูกทหารญี่ปุ่นจับตัว
(ภาพจาก ขบวนการเสรีไทยที่ค่ายนาคู โดยนายถวิล นาคินทร์)

 

กำลังพลเสรีไทยสารคามส่วนมากมาจากข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครูประชาบาล และมวลชนชาวนาชาวไร่ แล้วโดยที่ นายมาบ ภูมาศ นายดิลก บุญเสริม นายดิลก มะลิมาศ ไปรับการฝึกเบื้องต้นจากค่ายเสรีไทยโนนหอม สกลนคร ซึ่งเป็นค่ายที่เสรีไทยฝ่ายอังกฤษร่วมฝึกอาวุธ ต่อมานายเสน ขนิษฐวงศ์ และนายพรหเมศ ศรีขันซ้าน ครูโรงเรียน ได้ไปฝึกอาวุธจากค่ายโนนหอม สกลนครอีกครั้ง แล้วกลับมาสมทบค่ายเสรีไทยนาคู[5] ดังนั้นค่ายเสรีไทยมหาสารคามจึงอยู่ในกรอบการสนับสนุนจากกองกำลัง 136 (Force 136) ฝ่ายอังกฤษไปด้วย ในเวลาต่อมาทั้งอาวุธและครูฝึกในค่ายเสรีไทยนาคูจึงเป็นฝ่ายอังกฤษทั้งสิ้น

นายจำลอง ดาวเรืองได้จัดตั้งค่ายเสรีไทยรอบบริเวณสนามบินนาคู ระหว่างบ้านนาคู และบ้านซาด 3 จุดได้แก่[6]

- ค่ายเสรีไทยฝั่งเหนือ พื้นที่ตรงนี้มีหอสอดแนม คอกม้า หลุมเพลาะ เพื่อเตรียมสู้รบทหารญี่ปุ่น พื้นที่จริงอยู่บริเวณต้นโพธิ์ ด้านหลังที่ว่าการอำเภอ (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งที่ว่าการอำเภอนาคู)

- ค่ายเสรีไทยตอนกลาง บริเวณทางเข้าสนามบินเยื้องทิศเหนือ เป็นทั้งที่ตั้งพยาบาล ค่ายฝึกอาวุธ โรงเรือนพัก คลังอาวุธ  มีทหารต่างประเทศ 2 นายพักที่ค่ายนี้ เป็นครูฝึกอาวุธสงคราม 1 นาย และเป็นหมอ 1 นาย

- ค่ายเสรีไทยฝั่งใต้ จุดนี้คือศูนย์บัญชาการ นายจำลอง ดาวเรือง หัวหน้าเสรีไทยมหาสารคามในยุคนั้น เคยมานอนพักค้างคืนที่ค่ายนี้ เป็นจุดสั่งการวางแผนของผู้นำเสรีไทย ค่ายนี้เข้าได้เฉพาะผู้ที่มีรหัสลับ เป็นจุดที่สำคัญที่สุดของค่ายเสรีไทยนาคู

 

จุดที่ตั้งเรือนบังคับการค่ายเสรีไทยนาคู ซึ่งนายจำลอง ดาวเรืองได้มาพักสั่งการที่นี่อยู่เสมอ
(ภาพถ่ายโดยผู้เขียน)

 

ในการตั้งค่ายเสรีไทย ได้มีชาวบ้านสนับสนุนสร้างโรงเรือนมุงหลังคาหญ้า ฝาไม้ขัดแตะกรุใบตองตึง พื้นฟากไม้ไผ่ ในขณะที่บ้านของผู้นำเสรีไทยสร้างเป็นบ้านยกพื้นใกล้กับสนามบิน นอกจากนี้บรรดากำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้เรียกระดมเสบียงอาหารเลี้ยงดูพลพรรคอย่างไม่ขาด สมทบด้วยเสบียงที่ทางราชการฝ่ายจังหวัดช่วยจัดหา ทั้งข้าวสาร เนื้อไก่ เนื้อวัวควาย เนื้อหมู ผักจำพวกมะเขือ ฟักทอง ฯลฯ[7]

ค่ายบ้านนาคูแห่งนี้มีความใกล้ชิดกับหน่วยเสรีไทยในจังหวัดสกลนครเป็นอย่างมาก และนายเตียงก็เดินทางไปมาระหว่างบ้านนาคู จังหวัดมหาสารคาม กับค่ายเต่างอยและค่ายโนนหอม จังหวัดสกลนคร บ่อยครั้ง เพื่อตรวจความคืบหน้าจัดตั้งและการช่วยเหลือสนับสนุน ในชั้นแรกเสรีไทยมหาสารคามรับอาวุธสนับสนุนจากเสรีไทยสกลนคร อาศัยเส้นทางข้ามเทือกเขาภูพาน ต่อมาได้อาศัยเครื่องบินทิ้งร่มที่ค่ายนาคู ทว่าต้องรอวันข้างขึ้นข้างแรมที่สว่างพอให้เครื่องบินมาทิ้งร่ม ซึ่งมีปริมาณอาวุธยุทธภัณฑ์ไม่เพียงพอ พลพรรคบางนายฝึกหัดกับท่อนไม้ทรงปืน[8] ภายหลังเมื่อสร้างสนามบินแล้ว จึงแก้ปัญหาอาวุธไม่เพียงพอ แล้วเสรีไทยมหาสารคาม จึงไม่ต้องรับการสนับสนุนช่วยเหลือจากเสรีไทยสกลนครด้านอาวุธยุทธภัณฑ์อีกต่อไป จนสิ้นสงคราม

นายจำลอง ดาวเรือง หัวหน้าเสรีไทยมหาสารคามเองก็ได้เดินทางเข้าออกค่ายเสรีไทยนาคูบ่อยครั้ง แต่จะเป็นการเดินทางแบบลับ ไม่มีผู้ใดรู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ แล้วออกไปเวลาใด เดินทางไปสถานที่ไหนต่อไป

 

ถ้ำเสรีไทยนาคู

 

ภาพคณะสำรวจถ้ำเสรีไทย สิงหาคม พ.ศ. 2567
(ภาพถ่ายโดยผู้เขียน)

 

คณะเดินขึ้นเขาไปถ้ำเสรีไทยนาคู
(ภาพถ่ายโดยผู้เขียน)

 

ในช่วงก่อนเที่ยงของวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2567 ผู้เขียนได้เดินทางไปถ้ำเสรีไทย ระหว่างทางนายอำนวย ศรีโคตรได้พาแวะที่ว่าการอำเภอนาคู ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งค่ายหลักเสรีไทยนาคูฝั่งเหนือในอดีตยามสงคราม เมื่อหมวดทหารญี่ปุ่นมาสืบข่าว ได้มีการเตรียมกำลังซุ่มโจมตีญี่ปุ่นที่ค่ายนี้ นอกจากนี้ที่หลังค่ายคุณอำนวยเล่าว่า จากคำบอกเล่าคนเก่าแก่ที่ค่ายนี้เคยใช้ฝังศพพลพรรคเสรีไทยบางนาย

 

ที่ว่าการอำเภอนาคู พ.ศ. 2567
สร้างบนพื้นที่ตั้งค่ายเสรีไทย ฐานที่มั่นหลักในอดีต
(ภาพถ่ายโดยผู้เขียน)

 

จากนั้นนั่งรถต่อไปถ้ำที่ภูอ่างออม บ้านซาด ตำบลนาคู อำเภอกุฉินารายณ์ เป็นถ้ำที่เล่าว่า ใช้เป็นที่เก็บซ่อนอาวุธเสรีไทย ซึ่งรับจากเครื่องบินฝ่ายอังกฤษ ให้พ้นจากการตรวจตราของทหารญี่ปุ่น ไปถึงเราต้องขึ้นเขาผ่านพงหญ้า ดงป่าเบญจพรรณ บางจุดเป็นทางสูงชัน เราใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงเดินถึงปากถ้ำ เรียกเหงื่อท่วมตัวและเสียงเหนื่อยหอบได้ ภายในถ้ำยังคงเป็นธรรมชาติ ความยาวลึก 9 เมตร ปากทางเข้าถ้ำสูงประมาณ 2 เมตร กว้าง 1 เมตร ไม่มีร่องรอยการปรับเปลี่ยนใด ๆ มีผาบางแห่งที่อาจเหมาะเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ได้

 

ปากถ้ำเสรีไทย บ้านซาด อำเภอนาคู จุดเก็บอาวุธเสรีไทยในอดีต
(ภาพถ่ายโดยผู้เขียน)

 

ญี่ปุ่นบุกนาคู

ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2488 ฝ่ายกองทัพภาคที่ 18 ของญี่ปุ่นได้ตรวจพบสนามบินลับเสรีไทยในอีสานหลายแห่ง จากการตรวจการณ์ทางอากาศ จึงได้ส่งกำลังทหารญี่ปุ่นเข้าตรวจจับสนามบินเสรีไทยทางบก ในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2488 กองทหารญี่ปุ่นประจำจังหวัดสกลนครส่งกำลังทหารจำนวน 24 นาย (ประมาณ 1 หมวด) เดินทัพเข้ามาในพื้นที่ตำบลนาคู นายจำลอง ดาวเรืองได้สั่งให้สลายเสรีไทยชั่วคราว ไปซ่อนตัวที่ต่าง ๆ คุมเชิงกองทหารญี่ปุ่น แต่ให้หลีกเลี่ยงการต่อสู้ปะทะกองทหารญี่ปุ่น เพราะโดยภาพรวม ขบวนการเสรีไทยในประเทศยังไม่มีความพร้อมในการสู้รบกับกองทัพญี่ปุ่น นายจำลองและพรรคพวกได้หลบหนีไปที่วัดบ้านนากะเดา ตำบลนาคู พลพรรคอื่น ๆ หลบซ่อนที่บ้านโพนสว่าง บ้านเหล่าใหญ่ บ้านแจนแลน[9]

นอกจากนี้ได้อำพรางสนามบินชั่วคราว ด้วยการปลูกพริก ปลูกฝ้าย แทบตลอดรันเวย์สนามบิน

หมวดทหารญี่ปุ่นที่เคลื่อนเข้ามาพื้นที่ตำบลนาคูยังไม่อาจตรวจพบสถานที่ใด ๆ จึงได้จับตัวนายบา ลมพัด ผู้ใหญ่บ้านหนองอีก้อมเข้าสอบสวน ผู้ใหญ่บาตอบเพียงว่า บ่จั๊ก บ่ฮู้ บ่เห็น แม้นายบาจะถูกทำร้ายร่างกายสอบสวนเค้นหาความจริงเพียงใด แต่ก็ไม่ปริปากเผยความลับออกมาแต่อย่างใด ทหารญี่ปุ่นจึงจับนายบาไปที่วัดนาคูใต้ ผูกนายบาล่ามเสาศาลาวัดเอาไว้ ต่อมาบังคับนายบาพาทหารญี่ปุ่นไปตรวจตราถึงสนามบินนาคู กลับปรากฏสภาพเพียงไร่พริก ไร่ฝ้าย ต่อมาได้บุกเข้าบ้านนายลึบ พลนาคู กำนันตำบลนาคู แต่ไม่พบอะไรนอกจากกองข้าวสารและรูปภาพจอมพล ป. พิบูลสงคราม[10]

 

วัดนาคูใต้ ทหารญี่ปุ่นเคยจับผู้ใหญ่บ้านมัดเชือกที่ศาลาเดิม
(ภาพถ่ายโดยผู้เขียน)

 

ในวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2488 หมวดทหารญี่ปุ่นจึงเดินทางออกไปจากตำบลนาคู โดยได้จับกุมนายกลม ละราศี สารวัตรกำนันตำบลนาคู เพื่อเป็นตัวประกัน ทั้งที่ในบ้านยังมีภรรยาตั้งครรภ์แก่ ทหารญี่ปุ่นได้ผูกเชือกมัดมือนายกลมติดกับเอว แล้วทหารญี่ปุ่นเป็นฝ่ายจูงนายกลมเดินไปจังหวัดสกลนคร ทว่าระหว่างทางทหารญี่ปุ่นนายหนึ่งปวดท้องหนักจะแวะขับถ่าย จึงยื่นอาวุธและสัมภาระใช้ให้นายกลมถือไว้ นายกลมจึงได้จังหวะนั้นวางอาวุธและสัมภาระญี่ปุ่น ถีบทหารญี่ปุ่นนายนั้นจมกองอุจจาระของตน แล้วแย่งดาบปลายปืนจากเอวทหารเข้าแทงแขนซ้ายของญี่ปุ่น แล้วนายกลมจึงวิ่งหนีหลบเข้าป่า พร้อมกับที่ทหารญี่ปุ่นระดมยิงที่นายกลม แต่นายกลมไม่ถูกกระสุนปืน จึงวิ่งไปต่อจนถึงบ้านนากะเดา ได้รายงานสถานการณ์ต่อนายจำลอง ดาวเรือง นายจำลองจึงสั่งให้อพยพชาวบ้านหนีทหารญี่ปุ่นต่อไปด้วย[11]

 

นายกลม ละราคี สารวัตรกำนันตำบลนาคู ผู้ถูกทหารญี่ปุ่นจับตัว แล้วหลบหนีมารายงานสถานการณ์แก่นายจำลอง ดาวเรือง
(ภาพจาก ขบวนการเสรีไทยที่ค่ายนาคู โดยนายถวิล นาคินทร์)

 

ทว่าหลังจากนั้นไม่นานสงครามได้สิ้นสุดลง ไม่ปรากฏการคุกคามใด ๆ จากกองทัพญี่ปุ่นอีกต่อไป นายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และหัวหน้าขบวนการเสรีไทยได้ออกประกาศสันติภาพ วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2488 นายจำลอง ดาวเรือง หัวหน้าเสรีไทยมหาสารคามได้ยุติภารกิจ ปิดสนามบินนาคูในวันที่ 18 สิงหาคม เสรีไทยมหาสารคามได้เข้าร่วมพิธีสวนสนามเสรีไทยที่กรุงเทพฯ วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2488

 

สรุปและข้อเสนอ

จากภารกิจเสรีไทยมหาสารคาม ในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา ภายใต้นายจำลอง ดาวเรือง ผู้แทนราษฎรและหัวหน้าเสรีไทยจังหวัดมหาสารคาม ได้สะท้อนความกล้าหาญเสียสละของพลพรรคชาวมหาสารคาม - กาฬสินธุ์ ด้วยบารมีความเป็นที่เคารพนับถือของนายจำลอง จึงสามารถชักจูงผู้คนจังหวัดมหาสารคาม ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน ครูทั้งจังหวัด ตลอดจนข้าราชการให้ร่วมงานใต้ดินรับใช้ชาติ จนฝ่าวิกฤติสงครามมาได้

จนมาถึงปัจจุบันนี้ ยังหลงเหลือสถานที่จริงประวัติศาสตร์เสรีไทยมหาสารคาม - กาฬสินธุ์ เช่น สนามบินนาคู ถ้ำเสรีไทยภูอ่างออม หรือแม้แต่ที่ว่าการอำเภอนาคูซึ่งสร้างทับพื้นที่ค่ายเสรีไทยเดิม ในโอกาสครบรอบวันชาตกาลของนายจำลอง ดาวเรือง ผู้เขียนจึงเห็นสมควรที่จะสร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในพื้นที่ ดังข้อเสนอต่อไปนี้

1) สร้างศูนย์เรียนรู้หรือพิพิธภัณฑ์ในพื้นที่ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สามารถออกแบบพื้นที่ภายในอาคาร ที่จะช่วยสร้างบรรยากาศเอื้อต่อการเรียนรู้ โดยผู้เขียนทราบว่าทางอำเภอนาคู (จังหวัดกาฬสินธุ์) และภาคประชาชนในพื้นที่ได้เคยมีการนำเสนอโครงการศูนย์วัฒนธรรมอำเภอนาคู ในพื้นที่สนามบินเสรีไทยเดิม ผู้เขียนจึงขอสนับสนุนและให้กำลังใจ ณ ที่นี้

2) ออกแบบพื้นที่เรียนรู้กลางแจ้ง ที่สนามบินเสรีไทย ถ้ำเสรีไทย วัดนาคูใต้ (สถานที่ซึ่งทหารญี่ปุ่นเคยจับเสรีไทย) และที่ว่าการอำเภอนาคู (ซึ่งสร้างทับค่ายเสรีไทยหลัก) ให้ผู้ที่มาเยือน เช่น นักเรียน นิสิตนักศึกษา ครูอาจารย์ นักท่องเที่ยว ผู้ดูงาน (ข้าราชการ เจ้าหน้าที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น) ประชาชน ฯลฯ สามารถนึกภาพออกและเกิดความเข้าใจสาระประวัติศาสตร์ในพื้นที่ โดยต้องออกแบบให้สวยงาม น่าชม สามารถถ่ายภาพเช็กอินได้ หรือมีเครื่องเล่นสำหรับเด็ก ที่เด็กเล่นสนุกและมีกลิ่นอายประวัติศาสตร์ เช่น เครื่องเล่นรูปเครื่องบินในพื้นที่สนามบินลับ

3) ออกแบบเส้นทางเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เชื่อมแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในอำเภอนาคู หรือเชื่อมกับอำเภออื่นในจังหวัดกาฬสินธุ์ หรือเชื่อมโยงจังหวัดสกลนครในธีม (Theme) เสรีไทย โดยอาจออกแบบป้ายเส้นทางให้คลุมธีมเดียวกัน การปรับปรุงพัฒนาเส้นทางให้เดินทางสะดวก อาจเป็นแพคเกจการท่องเที่ยวประกอบบริการที่พัก ร้านอาหาร และของฝาก

4) ผลิตสื่อนำเสนอแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และเส้นทางประวัติศาสตร์ ที่ดึงดูดผู้ชมจนเกิดกระแสการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการเผยแพร่ประวัติศาสตร์ไปในตัว

5) พัฒนาที่พัก ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของฝาก ฯลฯ ในเส้นทางท่องเที่ยวประวัติศาสตร์

6) สร้างหลักสูตรการเรียนรู้ท้องถิ่นในแหล่งประวัติศาสตร์ ส่งเสริมให้นักเรียนโรงเรียนต่าง ๆ ในอำเภอนาคู ในระดับจังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดใกล้เคียง ให้ได้เวียนมาเรียนรู้ในพื้นที่ประวัติศาสตร์อย่างสม่ำเสมอ โดยอาจสร้างแรงจูงใจให้ครูสามารถออกแบบกิจกรรมสร้างผลงานได้ (เช่น เกมประวัติศาสตร์ กิจกรรมนักสืบประวัติศาสตร์ สื่อประวัติศาสตร์สำหรับนักเรียน เป็นต้น)

7) สร้างกิจกรรมร่วมในพื้นที่ประวัติศาสตร์เสรีไทยนาคู ระหว่างองค์กรหรือสถานศึกษาจากส่วนกลาง ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเสรีไทย (เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันปรีดี พนมยงค์ เป็นต้น) สถานศึกษาท้องถิ่น (เช่น มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นต้น) และหน่วยบริหารพื้นที่ในอำเภอนาคู (อำเภอนาคู และเทศบาลตำบลนาคู) เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรื่องราวของเสรีไทย ทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นและเป็นการส่งเสริมให้กำลังใจแก่ผู้ขับเคลื่อนประวัติศาสตร์ในท้องถิ่นอีกด้วย

ทั้งหมดนี้ เพื่อให้เรื่องราวประวัติศาสตร์เสรีไทยมหาสารคาม - กาฬสินธุ์ ภายใต้นายจำลอง ดาวเรือง ยังได้รับการขับเคลื่อน ต่อยอด และสร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างยั่งยืน และถือเป็นการปฏิบัติบูชาต่อนายจำลอง ดาวเรือง ผู้จรรโลงประเทศชาติและประชาชนโดยตลอดยุคสมัยของท่าน

 

ภาพหมู่ถ่ายกับญาตินายกลม ละราคี สารวัตรกำนันตำบลนาคู ผู้ถูกทหารญี่ปุ่นจับตัว
(ภาพถ่ายโดยผู้เขียน)

 

เอกสารอ้างอิง

  • ถวิล นาคินทร์. ขบวนการเสรีไทยที่ค่ายนาคู. กาฬสินธุ์; สภาวัฒนธรรมอำเภอนาคู, 2550
  • ถวิล นาคินทร์. ไทนาคู พิมพ์เป็นวิทยาทานในงานผูกพัทธสีมา วัดนาคูเหนือ ตำบลนาคู อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ วันที่ 14 - 15 - 16 กุมภาพันธ์ 2529.
  • ธันวา ใจเที่ยง. อุดมการณ์ชาวนาในขบวนการเสรีไทย. กาฬสินธุ์; คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสุขภาพ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์, 2564
  • สมเกียรติ ลุลำนาค. (บันทึกลายมือ) ประวัติสนามบินของสนามบินนาคูโดยย่อ.
  • อดิเรก บุญคง. บทบาทของขบวนการเสรีไทยสายอีสาน และบทบาททางการเมืองของสมาชิกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ. 2484 - 2495. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม, 2536.

สัมภาษณ์

  • กลุ่มญาตินายกลม ละราคี, สัมภาษณ์ 10 สิงหาคม 2567
  • นายอำนวย ศรีโคตร, สัมภาษณ์ 10 สิงหาคม 2567

 


[1] ถวิล นาคินทร์. ไทนาคู (ไม่มีเลขหน้า), ประวัติสนามบินของสนามบินนาคูโดยย่อ บันทึกลายมือนายสมเกียรติ ลุลำนาค

[2] ถวิล นาคินทร์. ขบวนการเสรีไทยที่ค่ายนาคู, หน้า 150 - 151, ธันวา ใจเที่ยง. อุดมการณ์ชาวนาในขบวนการเสรีไทย, หน้า 44

[3] ถวิล นาคินทร์. ขบวนการเสรีไทยที่ค่ายนาคู, หน้า 153, 182 - 183

[4] ธันวา ใจเที่ยง. อุดมการณ์ชาวนาในขบวนการเสรีไทย, หน้า 41

[5] ถวิล นาคินทร์. ขบวนการเสรีไทยที่ค่ายนาคู, หน้า 190 - 193

[6] เพจ ที่นี่นาคู https://www.facebook.com/share/p/1dQ1GaP1Ac/

[7] ถวิล นาคินทร์. ขบวนการเสรีไทยที่ค่ายนาคู, หน้า 194

[8] ถวิล นาคินทร์. ขบวนการเสรีไทยที่ค่ายนาคู, หน้า 150 - 151

[9] ถวิล นาคินทร์. ขบวนการเสรีไทยที่ค่ายนาคู, หน้า 208 - 209

[10] ถวิล นาคินทร์. ขบวนการเสรีไทยที่ค่ายนาคู, หน้า 209

[11] ถวิล นาคินทร์. ขบวนการเสรีไทยที่ค่ายนาคู, หน้า 212 - 213, กลุ่มญาตินายกลม ละราคี, สัมภาษณ์ 2567