ข่าวสารและบทความ
บทความ • บุคคล, วันนี้ในอดีต
7
ตุลาคม
2569
เมื่อปรีดี พนมยงค์ ชักชวนให้ร่วมเปลี่ยนแปลงการปกครอง หลวงสิริราชไมตรี (จรูญ สิงหเสนี) มีทั้งบรรดาศักดิ์และหน้าที่การงานในสถานทูตสยาม ณ กรุงปารีสแล้ว อะไรทำให้ข้าราชการผู้นี้เลือกนำอนาคตของตนเข้าเสี่ยง และร่วมเป็นหนึ่งในเจ็ดผู้ก่อตั้งคณะราษฎร จากทหารอาสาสงครามโลกครั้งที่หนึ่งสู่ผู้ร่วมก่อการ นักการทูต และราชเลขานุการในพระองค์รัชกาลที่ 8 บทความนี้ย้อนเส้นทางชีวิตของหลวงสิริราชไมตรี พร้อมเรื่องราวมิตรภาพกับปรีดีที่ผูกพันถึงสองครอบครัว ผ่านจดหมาย ความทรงจำ และข้อถกเถียงเรื่องการก่อตั้งคณะราษฎร ในวาระ 128 ปีชาตกาล ร่วมรู้จักชีวิตเบื้องหลังชื่อ “หลวงสิริราชไมตรี” และความมุ่งหมายเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรัฐธรรมนูญ ที่เขาฝากไว้ในบทกวี “คณะราษฎร์รำพึง” ท่ามกลางความอาลัยต่อเพื่อนและความหวังต่อบ้านเมือง
ข่าวสาร
6
ตุลาคม
2569
วันที่ 6 ตุลาคม 2569 มูลนิธิและสถาบันปรีดี พนมยงค์ เข้าร่วมงาน “ครบรอบ 50 ปี 6 ตุลาคม 2519” ณ สวนประติมากรรมประวัติศาสตร์ “ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย” มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งนับเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมสำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองไทย
ข่าวสาร
6
ตุลาคม
2569
ในวาระครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ และสถาบันปรีดี พนมยงค์ ร่วมรำลึกถึงนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนผู้เสียชีวิต พร้อมแสดงความเคารพต่อผู้บาดเจ็บ ผู้ถูกจับกุม ครอบครัว และผู้ได้รับผลกระทบ โดยมีคุณอังคณา นีละไพจิตร เป็นผู้แทนกล่าวรำลึก ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คำกล่าวชวนพิจารณาคำเตือนของปรีดี พนมยงค์ เรื่องการฟื้นระบอบเผด็จการ และความแตกต่างระหว่างการต่อต้านระบบกับการต่อต้านผู้เผด็จการบางคน ควบคู่กับบทบาทของบันทึกป๋วย อึ๊งภากรณ์ ในการรักษาข้อเท็จจริงเพื่อให้สังคมตรวจสอบข้อกล่าวหาและการใช้อำนาจ ตลอดจนความหวังของท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ที่ให้อนุสรณ์วีรชนเป็นสื่อปลูกสำนึกประชาธิปไตยแก่คนรุ่นหลัง การรำลึกครั้งนี้ยืนยันความสำคัญของการเปิดเผยความจริง การตรวจสอบความรับผิด และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ด้วยหลักการว่า ความเห็นต่างทางการเมืองไม่อาจเป็นเหตุให้ผู้ใดถูกทำร้ายหรือสังหาร และอำนาจรัฐต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและความรับผิดชอบต่อประชาชน
บทความ • เกร็ดประวัติศาสตร์, วันนี้ในอดีต
6
ตุลาคม
2569
6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 เกิดการปราบปรามนักศึกษาและประชาชนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และสนามหลวง ก่อนเกิดรัฐประหารในเย็นวันเดียวกัน ความรุนแรงครั้งนั้นทำลายชีวิตผู้คนและสิทธิเสรีภาพที่ประชาชนร่วมกันเรียกร้องหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 การบิดเบือนข้อเท็จจริงและการปลุกระดมความเกลียดชังทำให้ผู้เห็นต่างถูกมองเป็นศัตรูที่ต้องกำจัด ในวาระครบรอบ 50 ปี สถาบันปรีดี พนมยงค์ชวนทบทวนเหตุการณ์ผ่านบันทึกของป๋วย อึ๊งภากรณ์และข้อคิดของปรีดี พนมยงค์ ซึ่งชี้ว่า การขับผู้นำเผด็จการออกจากอำนาจเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากระบบที่เอื้อให้เผด็จการกลับมายังคงอยู่แนวคิด “ประชาธิปไตยสมบูรณ์” เชื่อมโยงสิทธิเสรีภาพกับความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและการยึดหลักประชาธิปไตยในการอยู่ร่วมกัน การรำลึกถึงผู้สูญเสียจึงหมายถึงการรักษาสัจจะทางประวัติศาสตร์ ตรวจสอบความรับผิด และยุติการลอยนวลพ้นผิด เพื่อยืนยันว่าความเห็นต่างทางการเมืองไม่ใช่เหตุให้ใครถูกทำร้ายหรือสังหาร
บทความ • บุคคล, วันนี้ในอดีต
4
ตุลาคม
2569
พลเรือตรี ทหาร ขำหิรัญ เป็นนายทหารเรือชาวบางกอกน้อย ผู้ร่วมอภิวัฒน์ 24 มิถุนายน 2475 และมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานนาวิกโยธิน เขายังเข้าร่วมขบวนการเสรีไทยและผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญหลายช่วง ทั้งเหตุการณ์วังหลวงและแมนฮัตตัน รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ถูกคุมขัง และกลับเข้าสู่สภาในฐานะผู้แทนที่ได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชน สำหรับปรีดี พนมยงค์ เขาเป็นทั้งสหายร่วมอุดมการณ์และมิตรสำคัญในยามวิกฤต โดยเคยช่วยให้ปรีดีหลบภัยหลังรัฐประหาร พ.ศ. 2490 และให้ที่พักพิงแก่ครอบครัวปรีดี แม้ต้องเผชิญความสูญเสียทางการเมืองและภัยคุกคามร่วมกัน ทหาร ขำหิรัญยังยืนยันว่า สมาชิกคณะราษฎรเป็น “ลูกหนี้ประชาชน” จนกว่าประชาชนไทยจะได้รับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์
บทความ • บุคคล, วันนี้ในอดีต
4
ตุลาคม
2569
จาก “หลานอี๊ด” ผู้ได้รับคำฝากฝังจากปรีดี พนมยงค์ ให้นำความสามารถไปใช้เพื่อประเทศชาติ สู่ผู้รับผิดชอบเงินแผ่นดิน ครูกฎหมาย และประธานศาลรัฐธรรมนูญ ชีวิตของอิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ เชื่อมความไว้วางใจในครอบครัวเข้ากับหน้าที่ต่อส่วนรวม ผ่านความตั้งใจที่จะทำงานแต่ละเรื่องให้ถูกต้อง เพราะตระหนักว่าผลของการตัดสินใจย่อมเกี่ยวพันกับชีวิตของผู้อื่น ในวาระ 94 ปีชาตกาล วันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2569 สถาบันปรีดี พนมยงค์ ชวนย้อนมองเส้นทางของลูกธรรมศาสตร์ผู้ยึดอุดมคติ “เราศึกษาเพื่อรับใช้ประชาชน” ตั้งแต่งานค้นเอกสารและจัดพิมพ์หนังสือให้ลุงผู้ลี้ภัยในต่างแดน การพัฒนาระบบงบประมาณและกฎหมายมหาชน ไปจนถึงการยืนหยัดในความเป็นอิสระของตุลาการ พร้อมทำความรู้จักอีกด้านของเขาผ่านความทรงจำอันอบอุ่นของครอบครัว ซึ่งความสุจริตและความรับผิดชอบปรากฏอยู่ในสิ่งที่พ่อทำให้ลูกเห็นทุกวัน
บทความ • เกร็ดประวัติศาสตร์
30
กันยายน
2569
หเดือนกันยายนเป็นเดือนของรัฐประหาร 2500 และ 2549 และยังเป็นเดือนที่สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ จากไป บทความนี้ชวนกลับไปอ่านข้อเขียนขนาดสั้นของสุธาชัยเมื่อ พ.ศ. 2555 เรื่อง "บทเรียนทักษิณ ชินวัตร กับ ปรีดี พนมยงค์" ซึ่งเขียนขึ้นเพื่อโต้แย้งข้อเสนอของคณิต ณ นคร ประธาน คอป. ที่ชวนให้ทักษิณ ชินวัตร เสียสละด้วยการไม่กลับประเทศอย่างที่เชื่อกันว่าปรีดีเคยเลือก สุธาชัยชี้ว่าปรีดีไม่ได้จากไปโดยสมัครใจ หากถูกรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 ผลักออกนอกประเทศ ถูกใส่ร้ายในกรณีสวรรคตจนมีผู้บริสุทธิ์ถูกประหารชีวิตสามคน และเคยพยายามกลับมาแล้วในขบวนการประชาธิปไตย 26 กุมภาพันธ์ 2492 บทเรียนที่แท้จริงสำหรับสุธาชัยจึงไม่ใช่การลี้ภัยอย่างเงียบงัน แต่คือข้อสรุปว่าฝ่ายอนุรักษนิยมอำมาตยาธิปไตยไว้ใจไม่ได้ และการปฏิรูปต้องอาศัยการสนับสนุนของประชาชนมากกว่าการประนีประนอม จากจุดนี้ผู้เขียนขยายต่อไปสู่คำถามว่าด้วยการใช้ "บทเรียนทางประวัติศาสตร์" การเปรียบเทียบข้ามบริบท และการเมืองของความทรงจำว่าด้วยปรีดีตั้งแต่หลัง 14 ตุลาคม 2516 จนถึงงานศึกษาของสุธาชัยเองเรื่องปรีดีกับปัญหาเอกราช
บทความ • บุคคล, เกร็ดประวัติศาสตร์
29
กันยายน
2569
วันที่ 29 กันยายน เป็นวันประสูติของเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้าย ผู้มีบทบาทสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ท่านเข้าร่วมพระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับถาวร และแสดงการสนับสนุนรัฐธรรมนูญ เรื่องราวของท่านสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายฝ่ายเหนือ ราชสำนัก และรัฐบาลคณะราษฎรในช่วงเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ท่านยังมีบทบาทด้านการอุปถัมภ์ศาสนา การบันทึกประวัติศาสตร์เชียงใหม่ และการสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ เมื่อเจ้าแก้วนวรัฐถึงแก่พิราลัยใน พ.ศ. 2482 และไม่มีผู้สืบตำแหน่ง ระบบเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่จึงสิ้นสุดลง ชีวิตของท่านช่วยให้เห็นการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองผ่านบทบาทของเจ้านายท้องถิ่นในประวัติศาสตร์ไทย และสะท้อนว่าบุคคลนอกคณะราษฎรก็มีส่วนในการตอบรับและปรับตัวเข้าสู่ระบอบรัฐธรรมนูญ
บทความ • บุคคล
28
กันยายน
2569
ในปี 2563 สุโข สุวรรณศิริ ได้ให้สัมภาษณ์แก่สถาบันปรีดี พนมยงค์ผ่านวิดีโอคอล แม้จะมีอายุกว่า 90 ปีแล้วก็ตามท่านได้ถ่ายทอดความทรงจำเกี่ยวกับธรรมศาสตร์และผู้ประศาสน์การ ผู้เปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่ชีวิตของท่าน หกปีต่อมา สถาบันฯ ได้มอบรูปปั้นปรีดี พนมยงค์ให้ท่านในโอกาสเปิดที่ทำการแห่งใหม่ภาพท่านประคองรูปปั้นอาจารย์ไว้ด้วยสองมือจึงกลายเป็นความทรงจำอันทรงคุณค่า สุโข สุวรรณศิริ ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 สิริอายุ 98 ปี ท่านเป็นอดีตเอกอัครราชทูตและศิษย์ ต.ม.ธ.ก. รุ่นที่ 6 ผู้จดจำคุณค่าของการศึกษาเสมอมา ตลอดชีวิต ท่านได้นำความรู้และประสบการณ์มาร่วมสืบสานงานของมูลนิธิและสถาบันปรีดี พนมยงค์ด้วยศรัทธาและกตเวทิตา
บทความ • เกร็ดประวัติศาสตร์
25
กันยายน
2569
25 กันยายน พ.ศ. 2488 วันสวนสนามและปิดภารกิจของขบวนการเสรีไทย ปรีดี พนมยงค์ หรือ “รู้ธ” กล่าวสุนทรพจน์ยกย่องคนไทยราว 17 ล้านคนว่าเป็นผู้กู้ชาติที่แท้จริง และขอบใจผู้ร่วมงานคนสำคัญโดยระบุนาม บทความนี้เล่าประวัติสังเขปของบุคคลเหล่านั้น ได้แก่ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ทวี บุณยเกตุ พล.ต.อ.อดุล อดุลเดชจรัส พล.ร.ต.หลวงสังวรยุทธกิจ ดิเรก ชัยนาม พล.ท.ชิต มั่นศิลป์ สินาดโยธารักษ์ และ น.อ.หลวงศุภชลาศัย หลายคนถูกหลงลืมหรือไม่เป็นที่รับรู้ว่าเคยมีบทบาทในเสรีไทย ทั้งที่แต่ละคนนำเครือข่ายของตนเข้าร่วมต่อต้านญี่ปุ่น ทั้งนักการทูต ตำรวจ ครู ข้าราชการมหาดไทย ทหารสามเหล่าทัพ ตลอดจนนิสิตนักศึกษาและนักเรียน ผู้เขียนเสนอว่าความร่วมมือของผู้คนที่หลากหลายเช่นนี้ควรเป็นแบบอย่างสำหรับสังคมปัจจุบัน