ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ชีวิต-ครอบครัว

รำลึกถึงพี่หน่อย ม.ร.ว.สายสวัสดี สวัสดิวัตน

20
กรกฎาคม
2565

พี่หน่อยเป็นธิดาของ ม.จ.ศุภสวัสดิ์วงศ์สนิท สวัสดิวัตน (ท่านชิ้น) ซึ่งเป็นพระเชษฐาของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น ท่านชิ้นเป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญของขบวนการเสรีไทยในประเทศอังกฤษ และได้ทำงานร่วมกับคุณพ่อ (นายปรีดี พนมยงค์) ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในหลวงรัชกาลที่ 8 และเป็นหัวหน้าขบวนการเสรีไทยอยู่ภายในประเทศ ส่วนท่านชิ้นประจำอยู่ที่อินเดีย ได้เดินทางไปติดต่อกับคุณจำกัด พลางกูร ณ นครจุงกิง ท่านชิ้นเห็นสภาพที่พักและความเจ็บป่วยของคุณจำกัดที่ใช้ชีวิตอย่างแร้นแค้น จึงตัดสินใจมอบแหวนเพชรที่ท่านใส่อยู่ (ไม่ได้บันทึกไว้ว่าน้ำหนักเท่าไร) ประทานให้คุณจำกัดเอาไปขายเพื่อนำเงินมาเป็นค่ารักษาตัว 

คุณพ่อกับท่านชิ้นซึ่งมีจุดยืนทางการเมืองตรงข้ามกัน เพราะคนหนึ่งอยู่ฝ่ายพระปกเกล้าฯ พระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ อีกคนหนึ่งเป็นผู้นำคณะราษฎรที่ปิดฉากระบอบการปกครองเก่า แล้วสถาปนาระบอบประชาธิปไตยขึ้น การได้ทำงานรับใช้ชาติ คราวนี้เองที่ทำให้ท่านชิ้นกับคุณพ่อ (นายปรีดี) กลายมาเป็นมิตรที่ดีต่อกัน ไว้วางใจกัน เพื่อประโยชน์ของชาติ และระบอบประชาธิปไตย ท่านชิ้นต้องการให้มี Fair Play in Politics (จากบันทึกของจำกัด พลางกูร) ซึ่งคุณพ่อเห็นด้วย หลังจากนั้นท่านชิ้นก็สนับสนุนคุณพ่อเต็มที่ แม้เมื่อเกิดกรณีสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 8 แล้วก็ตาม

มารดาของพี่หน่อย คือ หม่อมเสมอ มาจาก สกุล สิงหเสนี โดยเป็นบุตรีของพระยาบุรีนวราษฐ์ (ชวน) กับคุณหญิงเนื่อง สำหรับเจ้าคุณบุรีฯ นั้น เป็นบุตรชายของพระยาอนุชิตไชยชาญ (สาย) ที่เกิดจากคุณหญิงเชย นอกจากนี้เจ้าคุณอนุชิตฯ ยังมีบุตรชายอีกหลายคน ซึ่งคนหนึ่งที่เกิดจากนางน้อม สุวรรณทัต ชื่อ ชิต สิงหเสนี ซึ่งถูกประหารชีวิต เพราะตกเป็นจำเลยในคดีสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 8

จากความสัมพันธ์ทางสายโลหิตข้างมารดานี้เอง พี่หน่อยจึงเรียกคุณชิต สิงหเสนี ว่า “คุณตาชิต” และพี่หน่อยได้ยืนยันในความบริสุทธิ์ของสามจำเลยที่ถูกประหารชีวิตไปในกรณีสวรรคตอยู่เสมอมา เฉกเช่นเดียวกับท่านชิ้น ซึ่งเป็นเจ้านายองค์เดียวที่ประกาศความบริสุทธิ์ของคุณพ่อ (นายปรีดี) เชื่อว่าคุณพ่อไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกรณีสวรรคตเลย และท่านชิ้นเชื่อว่าเหตุการณ์นั้นเกิดจากอุบัติเหตุโดยพระองค์เอง จนทำให้เจ้านายองค์อื่นๆ ไม่พอใจที่ท่านชิ้นมีความเห็นตรงกับคุณพ่อ

ด้วยความสัมพันธ์ที่ดี และมีอุดมการณ์เพื่อชาติและประชาธิปไตยของคุณพ่อกับท่านชิ้นที่ตรงกันนี้เอง ทำให้พี่หน่อยเคารพนับถือคุณพ่อมาก โดยเรียกว่า “คุณลุง” แม้ทั้งสองท่านจะเกิดปี 2443 เหมือนกัน แต่คุณพ่อเกิดวันที่ 11 พฤษภาคม ขณะที่ท่านชิ้นประสูติวันที่ 23 สิงหาคม พี่หน่อยติดต่อคุณพ่ออยู่เป็นประจำ เช่น เมื่อ พ.ศ. 2520 พี่หน่อยเป็นสภานายกสามัคคีสมาคม ได้เชิญคุณพ่อไปแสดงปาฐกถาในงานประชุมประจำปี ร่วมกับคุณป๋วย อึ๊งภากรณ์ อันเป็นที่มาของภาพถ่ายของคุณป๋วยกับคุณพ่อบนม้านั่ง ที่กลายเป็นภาพประติมากรรมทางประวัติศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในปัจจุบัน

ในวาระสุดท้ายของคุณพ่อที่กรุงปารีส พี่หน่อยได้เป็นผู้จัดการเรื่องวีซ่าพิเศษให้คณะท่านปัญญานันทภิกขุ ซึ่งเผอิญรับนิมนต์ปฏิบัติกิจสงฆ์ที่ลอนดอน จึงได้เป็นธุระจัดการให้ท่านปัญญานันทภิกขุเดินทางมาเป็นประธานงานฌาปนกิจศพคุณพ่อด้วย

พี่หน่อยให้ความสนิทสนมเป็นกันเองกับลูกๆ ของคุณพ่อคุณแม่ทุกคน ทุกครั้งที่พบกันจะหอมแก้มน้องๆ อย่างรักใคร่สนิทสนม

นอกจากจะได้พบกันเป็นประจำแล้ว พี่หน่อยมักจะไม่ขาดการมาร่วมงานวันปรีดีฯ วันที่ 11 พฤษภาคม ของทุกปี โดยเฉพาะปีนี้ (11 พ.ค. 2565) พี่หน่อยยังสดใสและแข็งแรงมาก เดินทางไกลมาจาก ต.แม่แรม จ.เชียงใหม่ เพื่อร่วมงานที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ สถานที่จัดงานเสวนาคือ คณะนิติศาสตร์ อยู่ไกลจากลานปรีดีฯ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานช่วงเช้า แต่พี่หน่อยบอกว่ายังเดินไหว เดินอย่างกระฉับกระเฉงไปกับหลานชาย และฟังเสวนาจนจบงานเลยทีเดียว

หลังจากนั้นได้ร่วมรับประทานอาหารกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ท่าทางพี่หน่อยมีความสุข รับประทานอาหารได้ปกติ ไม่มีเค้าของคนป่วยเลย ทำให้เราดีใจว่าพี่หน่อยคงมีแรงต่อสู้กับโรคและอยู่ได้อีกนาน

งานที่พี่หน่อยให้ความสำคัญมาร่วมงานไม่เคยขาดอีกงานคือ งานวันสันติภาพไทย 16 สิงหาคม ของทุกปี เห็นได้ว่าพี่หน่อยเป็นผู้ที่มีกาย วาจา ใจ และการกระทำเพื่อสันติภาพอย่างแท้จริง ได้แต่หวังไว้ว่า พี่หน่อยจะอยู่รอวันสันติภาพไทย ปี 2565 นี้ด้วย แต่อนิจจา ในที่สุดพี่หน่อยก็ไม่มีโอกาสมาร่วมงานดังกล่าวได้

พี่หน่อยไม่เคยถือตัวว่าเป็นลูกหลานเจ้านาย มีน้ำใจกับทุกคน ไม่แบ่งชั้นวรรณะ เป็นผู้ที่มีจิตใจงดงามอย่างแท้จริง

พี่หน่อยให้ทุนสนับสนุนเยาวชนคนหนึ่งที่มีความสามารถพิเศษทางด้านดนตรี แต่ขาดทุนทรัพย์ ในช่วงใกล้วาระสุดท้ายของพี่หน่อย สุดาและดุษฎีพาน้องคนเก่งไปเยี่ยมพี่หน่อยที่เชียงใหม่ และบรรเลงไวโอลินในเพลงที่พี่หน่อยชอบหลายเพลง

ภาพที่พี่หน่อยหลับตาพริ้มฟังเพลงอย่างมีความสุข ทำให้เราพลอยดีใจไปด้วย วันนั้นเป็นอีกวันที่พี่หน่อยมีความสดชื่นแจ่มใส และได้ร่วมรับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตา กับลูกหลานที่บางคนมาจากต่างประเทศและเราสองคน พร้อมทั้งกำชับคุณเบนให้สนับสนุนน้องต่อไปจนกว่าจะเรียนจบด้วย 

พี่หน่อยเป็นผู้ประพฤติธรรม จึงเตรียมตัวรับมือกับความตายตามที่พระไพศาล วิสาโล ได้แสดงธรรมไว้ ว่า

“...การตายอย่างสงบเป็นสิทธิของทุกคน แต่เราอย่าลืมว่าสิทธิและหน้าที่ต้องมาด้วยกัน เราจะได้สิทธิที่จะตายสงบก็ต่อเมื่อเราทำหน้าที่อย่างถูกต้อง หน้าที่ที่ว่านั้นคือหน้าที่ต่อความตาย นั่นคือเตรียมตัวที่จะตายให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็พร้อมทำหน้าที่นี้ พูดอีกอย่างคือเตรียมตัวสอบไล่ครั้งสำคัญที่สุดของชีวิต

การตระหนักว่าเราทุกคนมีหน้าที่ตาย เป็นปัจจัยประการแรกที่ช่วยให้เรายอมรับความตายได้ด้วยใจสงบ ประการต่อมาก็คือการเตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับความตาย การกระทำที่เป็นพื้นฐานเกื้อกูลให้การตายอย่างสงบเป็นไปได้ก็คือการทำความดีและการละเว้นความชั่ว…”

เชื่อว่า พี่หน่อยยังเดินอยู่บนเส้นทางอันสงบและสันติชั่วนิรันดร์

ด้วยความเคารพรัก
สุดา และ ดุษฎี พนมยงค์
19 กรกฎาคม 2565