
วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569 สมาชิกครอบครัวพนมยงค์ นำโดย คุณสุดา พนมยงค์ คุณเลิศศรี พนมยงค์ คุณปรีดิวิชญ์ พนมยงค์ และคุณตุลยา พนมยงค์ ทายาทรัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ พร้อมด้วย คุณกฤต ไกรจิตติ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำเวียดนามและภริยา ได้รับเชิญจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทย เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 81 ปี วันชาติเวียดนาม และ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม ณ โรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ โดย นายฟาม เวียด ฮุง (H.E. Mr. Pham Viet Hung) เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับ

ประเทศไทยและเวียดนามสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2519 วาระครบรอบ 50 ปีใน พ.ศ. 2569 จึงเป็นหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ โดยการจัดงานอยู่ภายใต้แนวคิด “เติบโตไปด้วยกัน” (Growing Together) สะท้อนพัฒนาการของความร่วมมือด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งศตวรรษ
ภายในงานมีผู้แทนจากภาครัฐ คณะทูต ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และบุคคลสำคัญจากหลากหลายวงการเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก อาทิ ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี คุณประดาบ พิบูลสงคราม คุณอาณัฐชัย รัตตกุล คุณสนั่น อังอุบลกุล ศ.ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล และศ.แล ดิลกวิทยรัตน์ ตลอดจนสมาชิกประชาคมชาวเวียดนามในประเทศไทย

นายฟาม เวียด ฮุง กล่าวถึงพัฒนาการของความสัมพันธ์ตลอด 50 ปีว่า แม้ครึ่งศตวรรษจะเป็นช่วงเวลาไม่ยาวนานเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์ของทั้งสองประเทศ แต่เป็นช่วงที่ความสัมพันธ์เวียดนาม–ไทยพัฒนาอย่างมีพลวัต จนมีความใกล้ชิดและเข้มแข็งในระดับสูง โดยเฉพาะความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์และความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างกัน

ช่วงสำคัญของงานยังมีการฉาย วีดิทัศน์บทสัมภาษณ์คุณสุดา พนมยงค์ เพื่อถ่ายทอดความทรงจำและรำลึกถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ปรีดี พนมยงค์ กับประธานโฮจิมินห์ รวมถึงความผูกพันระหว่างประชาชนไทยและเวียดนามในหน้าประวัติศาสตร์ ก่อนที่สองประเทศจะสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา
การนำเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างปรีดี พนมยงค์กับโฮจิมินห์มาถ่ายทอดในวาระครบรอบ 50 ปี ยังช่วยให้เห็นว่าความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามมีรากฐานมากกว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ หากครอบคลุมถึงมิตรภาพ ความไว้วางใจ และการติดต่อระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ซึ่งได้พัฒนาและสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ภายใต้ความมุ่งหมายร่วมกันที่จะสร้างสันติภาพ ความร่วมมือ และความเจริญก้าวหน้าในภูมิภาคต่อไป