ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

สรุปประเด็นเสวนา PRIDI Talks #15 วันปรีดี พนมยงค์ “มุมมอง SDGs เพื่อการพัฒนาสู่ประชาธิปไตยสมบูรณ์”

12
พฤษภาคม
2565

 

วันพุธที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา เนื่องใน วันปรีดี พนมยงค์ ประจำปี 2565 สถาบันปรีดี พนมยงค์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานเสวนา PRIDI Talks #15 “มุมมอง SDGs เพื่อการพัฒนาสู่ประชาธิปไตยสมบูรณ์” ขึ้น ณ ห้องปรีดี เกษมทรัพย์ คณะนิติศาสตร์ โดยมี ผศ.ชล บุนนาค นายเอกชัย ไชยนุวัติ ศิริกัญญา ตันสกุล พริษฐ์ วัชรสินธุ ร่วมเสวนา และ ผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

ในช่วงกล่าวเปิดงาน รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ ได้กล่าวถึงเสวนาในวันนี้ว่า "ประชาธิปไตยสมบูรณ์นั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้" ซึ่งการพัฒนานี้ก็มีทั้งด้านเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม การศึกษา วัฒนธรรม และความเท่าเทียม ซึ่งในขณะเดียวกันนั้น ประชาธิปไตยสมบูรณ์จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากเราไม่บรรลุเป้าหมายในเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืน SDGs เช่นกัน

 

 

“ประชาธิปไตยสมบูรณ์จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากเราไม่บรรลุเป้าหมายในเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs)” 

รวมถึงภาพจำของปรีดี พนมยงค์ในสังคมไทยที่ถูกด้อยค่าและกลายเป็นชื่อต้องห้ามในช่วงเวลาหนึ่ง จนกระทั่งในช่วงทศวรรษ 2520 ที่สังคมเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ผู้คนจึงเริ่มกลับมาพูดถึงได้อีกครั้ง พร้อมยกเหตุการณ์การแปรอักษรในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 39 เมื่อปี 2526 ที่มีการแปรอักษรถึงปรีดี พนมยงค์ ว่า 

“พ่อนำชาติด้วยสมองและสองแขน  

พ่อสร้างแคว้นธรรมศาสตร์ประกาศศรี  

พ่อของข้านามระบือชื่อ ‘ปรีดี’ 

 แต่คนดีเมืองไทยไม่ต้องการ”

 

 

ในด้านของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผศ.ชล บุนนาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) ได้กล่าวถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนฉบับนี้ที่มีอายุถึงปี 2030 ว่าเป็นบรรทัดฐานการพัฒนาระดับโลก ซึ่งมีส่วนสอดคล้องกับความเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์อยู่หลายข้อโดยเฉพาะในเป้าหมายที่ 16 ด้านสันติภาพและความเป็นธรรม ทั้งเรื่องของนิติธรรม ธรรมาภิบาล การกำจัดคอรัปชั่น การเป็นตัวแทนที่ดีในทุกระดับ และการเคารพสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของคนทุกคน 

 

 

ศิริกัญญา ตันสกุล นำเสนอว่า ‘ประชาธิปไตยสมบูรณ์’ นั้นเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ ในแง่ของประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจนั้น อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ได้เคยเสนอไว้ทั้งเรื่องของการต่อต้านอำนาจผูกขาด การต้องการค่าแรงที่เป็นธรรม การรวมตัวกันก่อตั้งสหกรณ์ หรือการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างสากลและยังคงร่วมสมัยอยู่ อีกทั้งยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วย

 

 

พริษฐ์ วัชรสินธุ นำเสนอในมุมองด้านการศึกษาว่าเป็นประเด็นสำคัญทั้งสำหรับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และแนวคิดของอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ อันจะเห็นได้จากการก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง โดยเชื่อว่าทั้งเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและแนวความคิดของอาจารย์ปรีดีนั้นมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือไม่ได้มองว่าการศึกษามีเป้าหมายในตัวเองที่โดดเดี่ยว หากแต่เป็นกลไกหนึ่งที่นำไปสู่การพัฒนาประเทศได้

รวมถึงบทบาทของการศึกษา 3 ประการ คือ อันดับแรก การศึกษาที่มีคุณภาพจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้น ต่อมาคือ การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการพัฒนาได้อย่างเท่าเทียม และสุดท้าย การศึกษาต้องสอนให้ทุกคนเคารพสิทธิ เสรีภาพ รวมหน้าที่ในการปลูกฝังและรณรงค์ค่านิยมประชาธิปไตยให้กับผู้คนในระบบการศึกษาได้ตระหนัก

 

 

ทั้งนี้ เอกชัย ไชยนุวัติ ได้กล่าวโดยรวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนว่าเป็นสิ่งที่ต้องบูรณาการ-ไม่แบ่งแยก-มีสมดุล รวมถึงมี 3P ที่จะต้องคำนึงถึงคือ ‘People-Planet-Prosperity’ ที่จะต้องดำเนินไปด้วยกัน อย่างนโยบายที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนในเวทีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เอง นายเอกชัยก็ได้เสนอว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องรวม ‘คน’ เข้าไปด้วย ให้พวกเขาได้อยู่ ได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย  

 

ช่วงถาม-ตอบ

Q: การบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในสังคมที่ไม่มีประชาธิปไตยสมบูรณ์ได้หรือไม่?

ผศ.ชล บุนนาค : สามารถบรรลุได้แต่ ‘ไม่เป็นธรรม’ เพราะในสังคมเผด็จการย่อมสั่งได้ว่าให้ไปทำอย่างนั้นนี้ แต่ไม่ได้ดูว่ามีใครได้รับผลกระทบหรือเปล่า หรือเขาอยากจะลดด้วยหรือไม่ ดังนั้นแล้ว ประชาธิปไตยเป็นกลไกที่จะทำให้เราได้ยินเสียงของคนที่ได้รับผลกระทบและเตรียมรับมือในช่วงของการเปลี่ยนผ่านได้

Q: ทำอย่างไรให้กลุ่มนายทุนใหญ่รับผิดชอบต่อสังคมในด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น?

ศิริกัญญา ตันสกุล : ต้องอาศัยพลังจากประชาชนในสองส่วนคือ 1) การเลือกผู้แทนประชาชนหรือรัฐบาลที่เอาจริงเอาจังในการบังคับใช้กฎหมายเรื่องนี้และต้องไม่แคร์กลุ่มทุนมากกว่าประชาชน อย่างเช่นในเรื่องของการปล่อยมลพิษทางอากาศจากโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหลาย 

2) การเข้ามาส่วนร่วมในการตรวจสอบ เมื่อประชาชนตระหนักในสิทธิ์ของตัวเองและส่งเสียงเรื่องปัญหาต่าง ๆ ก็จะทำให้ช่วยขับเคลื่อนประเด็นเหล่านั้นได้ เช่น ปัญหาโรงขยะอ่อนนุชในปัจจุบัน ประชาชนที่ได้รับผลกระทบก็มีการรวมตัวและผลักดันเรื่องนี้กันอย่างเข้มแข็งเพื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง 

Q: การศึกษาไทยควรปรับเปลี่ยนอะไรเพื่อให้บรรลุเป้าการพัฒนาที่ยั่งยืนได้บ้าง?

พริษฐ์ วัชรสินธุ : เมื่อพูดถึงการศึกษาที่ยั่งยืนนั้นเราควรนึกถึงการศึกษาที่เป็นพลวัตสามารถแก้ไขได้ตลอด ไม่ใช่ว่าแก้หนึ่งครั้งแล้วไม่แก้ไขมันอีกเลย เพราะการศึกษานั้นไม่ได้หยุดอยู่กับที่แล้วต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงให้มันสอดคล้องกับวิวัฒนาการหรือบริบทเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ของโลก 

ซึ่งเราควรมองไปถึงหลายส่วน เช่น หลักประกันระหว่างรัฐบาลและผู้เรียนว่าพวกเขาจะเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการอะไรได้บ้าง ออกแบบวิธีการสอนและการประเมินให้สอดคล้องทักษะที่อนาคตต้องการ และนำเทคโนโลยีมาช่วยแบ่งเบาบทบาทของครูผู้สอนให้มีเวลาได้สร้างสรรมากขึ้น ดังนั้นแล้ว เรื่องของการศึกษานั้นเป็นเรื่องที่เร่งด่วนมากสำหรับสังคมไทย เพราะถ้ายิ่งไม่ลงมือทำตอนนี้ การพัฒนาในอนาคตก็ยิ่งไกลออกไป 

ก่อนปิดกิจกรรม คุณสุดา พนมยงค์ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ มอบของที่ระลึกแก่วิทยากรและผู้ดำเนินรายการ

 

 

รับชมย้อนหลังได้ที่ : https://fb.watch/cYRiCKrTW_/

ที่มา : PRIDI Talks #15: วันปรีดี พนมยงค์ 2565 "มุมมอง SDGs เพื่อการพัฒนาสู่ประชาธิปไตยสมบูรณ์" เนื่องในวาระ 122 ปี ชาตกาล ปรีดี พนมยงค์ จัดขึ้น ณ วันที่ 11 พฤษภาคม 2565 เวลา 10.00 - 12.00 น. ณ ห้องปรีดี เกษมทรัพย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์