150 ปีชาตกาล “ แม่วัน ” และ 139 ปี “ VENDETTA ”
วาระสำคัญแห่งปี 2025/2568 ครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหราชอาณาจักรและประเทศไทย ศิลปะไร้พรมแดนทำหน้าที่แทนทูตเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีและมีอิทธิพลบนกระบวนการ Cross Culture ตลอดมา หนึ่งในหลายมิติที่ทรงพลังสูงจูงใจคือ นิยาย วรรณกรรม วรรณคดี “ ความพยาบาท ” เป็นนวนิยายแปลที่จบสมบูรณ์เรื่องแรกของไทย โดย แม่วัน นามปากกาของนักเรียนเก่าอังกฤษผู้แตกฉานด้านภาษา พระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล (มีชีวิตอยู่ระหว่าง 25 สิงหาคม 2418 - 9 พฤษภาคม 2489) [1] นักแปลนวนิยายคนแรกของไทย ได้แปลและเรียบเรียงมาจากนวนิยายต้นเรื่องชื่อ “ VENDETTA ” ของนักประพันธ์หญิงชาวอังกฤษ มารี คอเรลลี่ ( Marie Correlli หรือที่รู้จักในชื่อจริงว่า Mary Mackay (มีชีวิตอยู่ระหว่าง 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1855 - 21 เมษายน ค.ศ. 1924 ฝากผลงานนวนิยายไว้ 23 เล่ม รวมเรื่องสั้น บทความ บทกวี อีกมากมาย)
“ ความพยาบาท ” ฉบับภาษาอังกฤษ มีชื่อเต็มว่า “ Vendetta Or, The Story of One Forgotten ” วางตลาดในอังกฤษเมื่อปี 2429 จึงในปีนี้ 2568 มีอายุครบ 139 ปี เป็นนวนิยายเรื่องที่สองของมารี ซึ่งส่งชื่อเสียงของเธอให้โด่งดังขึ้นไปอีก (หลังประสบความสำเร็จในวงกว้างในฐานะนักเขียนหน้าใหม่ จากผลงานนวนิยายเรื่องแรก “ A Romance in Two Worlds ” [2] ในปีเดียวกัน ค.ศ. 1886 เนื้อหาเด่นเป็นเรื่องผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์ จินตนาการ และศาสนา ที่สร้างปรากฏการณ์นำมาก่อนหน้าแล้ว) แม้ไม่เป็นที่ยอมรับในแวดวงวรรณกรรมอังกฤษชวนคิดชวนตั้งคำถามว่าอะไรคือ ‘ มาตรฐาน ’ ในการวัด ‘ คุณค่าแท้จริง ’ ของผลงาน การถูกจัดด้วยรสนิยม หรือความถูกต้องเหมาะสมของเนื้อหาตาม ‘ สากลทัศนะ ’ ที่กำหนด
“ ความพยาบาท ” ฉบับ แม่วัน ได้รับการแปลด้วยสำนวนภาษาไทยสมัยใหม่ ที่ไพเราะต่างออกไปจากแบบดั้งเดิม ทำให้เนื้อหากระชับ มีชีวา น่าติดตาม เหมาะกับวิถีใหม่ในยุคนั้น จึงได้อารมณ์ร่วม เชื่อมโยง สะเทือนใจ ให้อรรถรส เหมือนได้เปิดโลกใหม่ในการเสพวรรณศิลป์ แต่ท่านไม่ได้แปลทั้งหมดจากต้นฉบับเดิม เลือกแปลเฉพาะส่วนเนื้อหาที่เป็นแกนหลักเส้นเรื่อง และยังคงรักษาหัวใจ (Theme) ไว้เป็นสำคัญ ตัดรายละเอียดในส่วนพรรณาโวหารที่อาจจะเห็นว่าไม่เชื่อมโยงกับวิถีของคนไทย จะทำให้ไม่เป็นที่เข้าใจของคนในสมัยนั้นออกไป
photo : anowl.co
VENDETTA มีเนื้อหาส่วนที่ แม่วัน ตัดออก คือบริบทสังคมชนชั้นซึ่งสะท้อนราชวงศ์อังกฤษ แม้เป็นเจตจำนงสำคัญของนวนิยายเรื่องนี้ (มารี คอลเรลลี ต้องการเลี่ยงที่จะวิพากษ์สังคมอังกฤษตรง ๆ จึงเปลี่ยนไปเป็นสังคมของคนอิตาเลียนแทน) “ ความพยาบาท ” ฉบับแปลที่ไม่มีการตัดทอนเป็นผลงานอีกสำนวนของ ว.วินิจฉัยกุล ผู้ชื่นชมและเชี่ยวชาญผลงาน มารี คอลเรลลี ด้วยเคยได้ทำวิจัยเรื่อง “ อิทธิพลของ มารี คอลเรลลี ต่อวรรณกรรมไทย ” ขณะรับราชการเป็นอาจารย์ที่ ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และได้เผยแพร่เป็นบทความลงพิมพ์ในวารสารครบรอบ 15 ปี ของ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
มารี คอลเรลลี ให้มูลความจริงไว้ในคำนำ “ ความพยาบาท ” ฉบับภาษาอังกฤษว่า ภายใต้เนื้อหาที่ถูกวางฉากให้เกิดขึ้นในเมืองเนเปิลล์ ประเทศอิตาลี และมีที่มาจากเหตุการณ์จริงเป็นพื้นหลัง สมัยเกิดโรคระบาดในเมืองเนเปิลล์เมื่อปี ค.ศ. 1884 (พ.ศ. 2427) ทั้งที่เธอไม่เคยไปอิตาลี (เกิดที่ กรุงลอนดอน ระเทศอังกฤษ เป็นบุตรีของนายแพทย์ ชาร์ลส์ แมคเคย์ และหญิงชาวอิตาเลียนนามว่า มารี เอลิซาเบธมิลล์) เล่าผ่านเรื่องราวความรักที่ซับซ้อนซ่อนปมอารมณ์ปริศนาในความไม่ธรรมดาของมนุษย์ มีทัศนะวิพากษ์วิจารณ์สังคมชนชั้นสูงระดับผู้นำของอังกฤษยุควิกตอเรียตอนปลาย หลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrial Revolution ประมาณช่วงเวลาตั้งแต่ ค.ศ. 1760 ถึง ค.ศ. 1825) จึงนำมาซึ่งการปฏิวัติวัฒนธรรม และอยู่ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านการปกครอง กลุ่มขุนนางในราชสำนัก เหล่าชนชั้นสูงใช้ชีวิตกันอย่างหรูหราฟุ่มเฟือยเสวยสุขฉาบฉวย ขณะประชาราษฎร์บ้านเมืองมีความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นเพราะเศรษฐกิจ ชีวิตชนชั้นล่างต่างเดือดร้อนจากความเหลื่อมล้ำ
บุคคลที่เป็น Idol ของกลุ่มหนุ่มสาวสมัยนั้นคือ เจ้าชาย อัลเบิร์ต เอ็ดเวิร์ด หรือ พรินต์ออฟเวลส์ Prince of Wales - Albert Edward พระโอรสพระองค์แรกของ พระราชินีนาถวิคตอเรีย ต่อมาได้ขึ้นครองราชย์เป็น พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 (King Edward VII ) ทรงโปรดแฟชันชั้นสูงจนสร้างสไตล์ ‘ King’s Fashion ’ ที่ทรงอิทธิพลต่อผู้ชายทั่วยุโรป โปรดความสนุกสนาน การพนัน งานเลี้ยงหรูอยู่กับเหล่าผู้ดีมีตระกูล พระสหาย ข้าราชการ และบริพารประเภท ‘ เพลย์บอย ’ มักมีเรื่องฉาวกับดาราสาวพระสหายตัวท็อปของวงการ เหล่านี้ ล้วนทำให้พระองค์ได้สมญา ‘ กษัตริย์เจ้าสำราญ ’, ‘ กษัตริย์นักรัก ’, ‘ ราชาแห่งปารีส ’ ฯลฯ คุณสมบัติของเหล่านี้ กลบด้านดีส่วนที่ทรงสร้างคุณูปการ (Corporate Image - งานพัฒนากองทัพเรือ และปฏิรูปหน่วยการแพทย์ในกองทัพบกอังกฤษ รวมถึงการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างอังกฤษกับนานาประเทศของทวีปยุโรป โดยเฉพาะกับฝรั่งเศส จนได้สมญา ‘ ผู้สร้างสันติภาพ ’ Peacemaker) แม้เป็นเพียงหนึ่งในหลาย แต่คือภาพลักษณ์ในภาพรวมของสังคมอังกฤษทุกระดับ ที่ไม่ใช่แค่เหล่าราชนิกูล ซึ่งเป็นบริบทสำคัญต่อการสร้างงานเขียนนวนิยายยอดนิยมหลายเรื่อง เช่น “ ความพยาบาท ” ฯลฯ
“ ความพยาบาท ” ฉบับพิมพ์ครั้งล่าสุด
โดย สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย ปี 2566
photo : www.facebook.com/thaitiat
เกียรติประวัติ “ แม่วัน ” ในหนังสือ “ ความพยาบาท ”
ฉบับจัดพิมพ์โดย สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย
มหาเสวกโท พระยาสุรินทราชา สยามาธิราชภักดี พิริยะพาหะ (นกยูง วิเศษกุล) เกิดเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2418 บุตรพระอินทราสา (สมบุญ วิเศษกุล) กับท่านนุ่น เป็นบุตรคนที่ 2 ในบรรดาบุตรธิดา 8 คน
พ.ศ. 2434 เมื่อ ซาเรวิชนิโคลัส มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซีย เสด็จฯ เยือนสยามสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ จึงโปรดให้เกณฑ์นักเรียนโรงเรียนสุนันทาลัยไปเป็นล่ามรับใช้ประจำ ท่านจึงถูกเกณฑ์ไปเป็นล่ามประจำจนเสด็จฯ กลับรัสเซีย
พ.ศ. 2436 เมื่อรับราชการครูโรงเรียนราชกุมาร ท่านได้ถวายอักษรในสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ และพระเจ้าลูกยาเธอในรัชกาลที่ 5 หลายพระองค์ นอกจากนี้ยังได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้ถวายพระอักษร แด่สมเด็จเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธเป็นพิเศษ ท่านเป็นครูประจำโรงเรียนราชกุมารนี้จนถึง พ.ศ. 2438
พ.ศ. 2446 นอกจากเริ่มรับราชการเป็นเลขานุการประจำพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ท่านยังได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งเป็น เลขาธิการหอพระสมุดวชิรญาณ จาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปีเดียวกันนี้ท่านได้สมรสกับ คุณเนื่อง สุวรรณสุภา ต่อมามีบุตรธิดา 4 คน ท่านปฏิบัติหน้าที่เป็นเลขานุการประจำพระองค์จนถึง พ.ศ. 2452 เป็นที่ต้องพระราชอัธยาศัยและพอพระราชหฤทัยของ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เป็นอันมาก บรรดาข้าราชการที่ประจำในสังกัดต่างพากันนับถือเป็นครูบาอาจารย์ เพราะท่านปฏิบัติตนเป็นที่รักใคร่ สั่งสอนแนะนำและให้วิชาความรู้แก่ผู้น้อยผู้ใหญ่ด้วยความเจตนาหวังดีแก่ทุกๆ คน
นับแต่ พ.ศ. 2453 ท่านได้รับโปรดเกล้าฯ ให้รับราชการตำแหน่งต่างๆ อาทิ เกษตรมณฑลภูเก็ต เจ้ากรมเพาะปลูก อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข โดยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ท่านได้รับหน้าที่นายกกรรมการตรวจหนังสือและโทรเลขทั่วไป รับหน้าที่อาจารย์ใน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนจะได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต และได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “ พระยาสุรินทราชา ” เมื่อ พ.ศ. 2463
ขณะดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันเพื่ออาชีพของราษฎรและคมนาคม จนเป็นที่เคารพรักของชาวภูเก็ต ได้ตัดถนนเชื่อมจังหวัด ออกสำรวจเกาะแก่ง จึงมีการตั้งชื่อสถานที่เพื่อระลึกถึงคุณูปการของท่านดังที่ปรากฏเป็นชื่อถนนวิเศษกุล อำเภอเมือง จังหวัดตรัง, หาดสุรินทร์ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต และ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา
photo : SSRU Theatre Space
พ.ศ. 2443 ยามว่างจากราชการ ท่านใช้นามปากกา “แม่วัน” เขียนบทความลงนิตยสาร “ ลักวิทยา ” ฉบับที่ 1 เรื่อง “ สรรพเครื่องรำคาญใจ ” และได้เริ่มแปลและเรียบเรียงนวนิยายเรื่อง “ Vendetta ” ของ Marie Corelli เป็นภาษาไทยชื่อ “ ความพยาบาท ” ลงพิมพ์ใน “ ลักวิทยา ” ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2444 นับเป็นนวนิยายแปลเรื่องแรกในเมืองไทย อีกทั้งนับว่าเป็นนวนิยายเรื่องแรกของไทยด้วย เพราะยุคนั้นนักเขียนไทยยังนิยมแต่งเรื่องจักร ๆ วงศ์ ๆ เปลื้อง ณ นคร ยกย่องว่าสำนวนภาษาของ “ แม่วัน ” ไพเราะ กระชับรัดกุม มีชีวิตชีวา ส่วน “ แสงทอง ” นักประพันธ์และนักแปลผู้มีชื่อเสียงวิจารณ์ว่า สำนวนแปลของท่านถือได้ว่าเป็น ‘ การปฏิวัติภาษาไทย ’
การแปลเรื่อง “ ความพยาบาท ” ของแม่วันนั้นเป็นลักษณะแปลและเรียบเรียง โดยดัดแปลงบางตอนเพื่อความเข้าใจของผู้อ่านสมัยนั้น เช่น ตั้งชื่อตัวละครตัวหนึ่งให้เป็นไทยว่า “ดารา” ปรับให้ตัวละครเอกเดินทางมาสยามแทนประเทศในอเมริกาใต้ตามต้นฉบับ และตัดเนื้อหาการวิพากษ์วิจารณ์สังคมชนชั้นสูงของอังกฤษในยุคนั้นออก รองศาสตราจารย์ ดร.คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์ ได้แสดงทัศนะว่า “ ความพยาบาท ” เป็นตัวอย่างที่ดีด้านการถ่ายทอดจากภาษาหนึ่งเป็นอีกภาษาหนึ่ง การแปลและเรียบเรียงโดยตัดเนื้อความ ข้ามเหตุการณ์ หรือบทแสดงทัศนคติของ Marie Corelli ในนวนิยายต้นฉบับไปโดยมาก เช่น การวิจารณ์นวนิยายประโลมโลก (melodrama) ว่าเป็นบ่อเกิดศีลธรรมเสื่อมทรามนั้น ไม่ใช่เพราะผู้แปลไม่มีความรู้ความสามารถมากพอ แต่อาจเป็นเพราะคนสยามซึ่งยังไม่รู้จักนวนิยายอาจไม่เข้าใจว่าเป็นอย่างไร “แม่วัน” จึงตัดสินใจตัดออกไปทั้งหมด
นอกจากนามปากกาดังกล่าวที่สร้างชื่อเสียงในฐานะนักแปลผู้บุกเบิกการแปลนวนิยาย ท่านยังใช้นามปากกาว่า “ นายมยูร ” ในฐานะ 1 ใน 3 ผู้ร่วมแต่ง “ ลิลิตพายัพ ” พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ที่ทรงขึ้นเมื่อเสด็จประพาสหัวเมืองพายัพเมื่อ พ.ศ. 2448
photo : รวมข้อมูล-แก้วเก้า-ว.วินิจฉัยกุล : ความพยาบาท ฉบับสมบูรณ์
Vendetta Or, The Story of One Forgotten
ผลงานของ Marie Corelli นักเขียนผู้โด่งดังยุคปลายวิกตอเรียได้รับการแปลเป็นภาษาไทยมากมายโดยนักแปลมีชื่อเสียงหลายท่านที่คนไทยรู้จักกันดี อาทิเรื่อง เต็ลมา (Thelma), กงเกวียน (Ziska), อานุภาพพิศวง (The Secret Power), ขุนของมารีที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย อาทิ (The Sorrow of Satan), คนหลงโลก (The Mighty Atom), นางแก้ว (The Murder of Delicia) ฯลฯ “ Vendetta” ของ Marie Corelli แปลโดย ว.วินิจฉัยกุล (คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์ เกิด 14 มีนาคม พ.ศ. 2492) นักเขียน นักแปล มือรางวัล ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2547 สำเร็จปริญญาตรีจาก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เอกภาษาอังกฤษ) และปริญญาเอกด้าน Curriculum and Instruction (Literature) จาก University of Northern Colorado สหรัฐอเมริกา กว่าห้าสิบปีบนถนนวรรณกรรมที่นักอ่านรู้จักท่านในนามปากกา แก้วเก้า, ว.วินิจฉัยกุล, รักร้อย, ปารมิตา, วัสสิกา และ อักษรานีย์ “ ความพยาบาท ” คือหนึ่งในผลงานหลายสิบเรื่องที่ได้รับความนิยมสูงมากจากนักอ่านทุกรุ่นตลอดมาจนถึงปัจจุบัน (เรื่องย่อ ความพยาบา [3] https://thailitdir.sac.or.th/detail.php?meta_id=316 )
พิมพ์ครั้งที่ 1 โดย สำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคาร ปี 2530
พิมพ์ครั้งที่ 2 โดย สำนักพิมพ์ดอกหญ้า กุมภาพันธ์ ปี 2537
พิมพ์ครั้งที่ 3 โดย สำนักพิมพ์เพื่อนดี มีนาคม ปี 2546
พิมพ์ครั้งที่ 4 โดย สำนักพิมพ์ทรีบีส์ ธันวาคม ปี 2551
ว.วินิจฉัยกุล ผู้แปล VENDETTA ตั้งข้อสังเกตความแค้นตามขนบไทยในวรรณคดีว่า นอกจากเป็นเรื่องแต่งแบบใหม่ในรัชกาลที่ 5 “ ความพยาบาท ” ยังนำแนวคิดใหม่มาสู่ไทยด้วยคือ ‘ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ’ ข้อนี้หายากในวรรณคดีไทยก่อนหน้านี้ ถ้าสังเกตให้ดี ในวรรณคดีไทย ผู้ชายกับผู้ชายแม้ว่าแค้นกันขนาดไหนก็ไม่เอาจริงเอาจังถึงประหัตประหารกัน อย่างเรื่อง “ ขุนช้างขุนแผน ” ขุนแผนไม่เคยฆ่าขุนช้างแม้ว่ามีโอกาส พระอภัยมณีจับอุศเรนมาได้ก็ปราศรัยด้วยดีเหมือนมิตร จนนางวาลีต้องมาเตือนว่า “ อันแม่ทัพจับได้แล้วไม่ฆ่า ไปข้างหน้าศึกจะใหญ่ขึ้นใจหาย ” แม้แต่เรื่องระดับมหากาพย์ (Epic) อย่าง “ รามเกียรติ์ ” เราแทบไม่เห็นอารมณ์แค้นของพระรามที่มีต่อทศกัณฐ์ กว่าจะเผชิญหน้ากันจัง ๆ ก็เฉพาะตอนท้ายของการรบ การสังหารทศกัณฐ์ดูเหมือนจะเป็นผลจากคำท้าของนนทุก และคำสาปของพระนารายณ์เสียมากกว่าเป็นการแค้นส่วนตัวระหว่างพระรามกับทศกัณฐ์
ส่วนผู้หญิงไทยรับเคราะห์เท่ากับนิน่า ด้วยความผิดที่เบากว่ามาก ท้าวพรหมทัตแค้นแต่ไม่ลงโทษคนธรรพ์และพญาครุฑ แต่กลับลงโทษนางกากีแทน ทำนองเดียวกับพระพันวษาสั่งประหารนางวันทองแทนที่จะประหารฝ่ายชาย
ดังนั้นความแค้นของฟาบิโอที่ต้องสังหารเพื่อนทรยศ นอกจากเพื่อนยังไม่พอ ยังแก้แค้นเมียด้วย จึงเป็นอารมณ์ใหม่แปลกของคนอ่าน ถึงขั้น หลวงวิลาศปริวัตร (เหลี่ยม วินทุพราหมณกุล) แต่งเรื่อง “ ความไม่พยาบาท ” ขึ้นมา เป็นปฏิกิริยาสะท้อนถึงความคิดเห็นของคนอ่านยุคนั้น
photo : SSRU Theatre Space
วินิตา พาย้อนเวลากลับไปหา “ Vendetta ”
ย้อนหลังไป เมื่อ 139 ปีก่อน ชายหนุ่มจากสยามประเทศนามว่า นายนกยูง ได้ตามเสด็จสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ในฐานะพระอภิบาล (พี่เลี้ยง) ไปถึงประเทศอังกฤษ (ประทับศึกษาอยู่ระยะหนึ่งก่อนเสด็จต่อไปยังประเทศรัสเซีย เพื่อศึกษาวิชาทหาร) ลอนดอนในตอนนั้นมีเรื่องอ่านเล่นเขียนด้วยภาษาประจำวัน เนื้อเรื่องเกี่ยวกับผู้คนเหมือนเป็นชีวิตจริงวางขายอยู่มากในร้านหนังสือ เรื่องที่ขายดีที่สุดเป็นของนักประพันธ์สตรีหน้าใหม่ เพิ่งเขียนผลงานเป็นเรื่องที่ 2 เธอใช้นามปากกาว่า Marie Corelli เรื่องใหม่เรื่องนี้ชื่อ “ Vendetta! Or, The Story of One Forgotten ” พระอภิบาลผู้นี้ซื้อหนังสือมาอ่าน หลังจากนั้นตามเสด็จ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกฯ ไปที่รัสเซียจน 3 ปี ถึงได้กลับมาสยาม ในบรรดาข้าวของที่นำกลับมา ท่านนำหนังสือเล่มนี้กลับมาด้วย
ปัญญาชนหนุ่ม ๆ ของสยามในยุคนั้นเป็นผู้มีความรู้ภาษาตะวันตก จึงร่วมกันก่อตั้งวารสารขึ้นมา ถ่ายทอดความรู้ทางตัวหนังสือจากยุโรปมาเป็นเรื่องอ่านเล่นสู่กันฟัง นายนกยูง หรือต่อมาคือ พระยาสุรินทราชา ก็หยิบเรื่องของคอเรลลีมาแปลชื่อว่า “ ความพยาบาท ” ลงในวารสาร “ ลักวิทยา ” คำว่า ‘ ลัก ’ นี้ก็คือคำว่า ‘ ขโมย ’ นั่นเอง คือเอาเรื่องของฝรั่งมาเล่าสู่กันฟังโดยไม่ได้บอกเจ้าของเรื่อง “ ความพยาบาท ” ลงในวารสารนี้ เป็นเรื่องที่ตื่นตาตื่นใจสำหรับคนอ่านอย่างมาก เพราะสยามในตอนนั้น เคยชินแต่กับชาดก นิทานคำกลอน กลอนบทละคร แม้ว่ามีเรื่องสั้น ๆ ลงใน “ ดรุโณวาท ” มาบ้างแล้วตั้งแต่ต้นรัชกาล ก็ยังไม่มีกลิ่นอายของตะวันตกเต็มร้อยอย่างเรื่องนี้ นอกจากนี้ เรื่องราวที่เล่าเหมือนเป็นชีวิตจริงของมนุษย์ มีรัก โลภ โกรธ หลง มีอารมณ์ต่าง ๆ อย่างผู้คนมี ทำให้เรื่องสมจริง ราวกับว่านักเขียนสามารถจูงคนอ่านเข้าไปนั่งดูเหตุการณ์อยู่ในเรื่องด้วย ทำให้ชาวสยามเหมือนได้เปิดประตูเข้าไปสู่บรรยากาศของโลกของตะวันตก โดยมี “ ความพยาบาท ” เป็นสะพานเชื่อม
photo : SSRU Theatre Space
มารี คอเรลลีแต่ง “ Vendetta ” เป็นเรื่องที่สอง นับว่าเป็นปรากฏการณ์น่าทึ่งของหญิงสาวอายุ 22 ปี มีการศึกษา 3-4 ปี จากคอนแวนต์ ไม่เคยไปอิตาลีมาก่อน กล้าที่จะสมมุติเหตุการณ์และตัวละครต่างแดนตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ล่มเสียกลางคัน ซ้ำพอตีพิมพ์ออกมาก็กลายเป็นเรื่องขายดีเช่นเดียวกับเรื่องแรก “ A Romance of Two Worlds ” ทั้ง ๆ ที่คนละเนื้อหาโดยสิ้นเชิง ทำไมทำได้? มีเหตุผล 2 ประการ คือ
1. ชาวอังกฤษสมัยวิคตอเรียนเป็นคนสนใจเรื่องต่างแดน เพราะอำนาจของสหราชอาณาจักรที่ขยายออกไปเกือบจะครอบคลุมโลก คนอังกฤษเพิ่งรู้ว่าโลกนี้ยังมีที่เที่ยวอย่าง เอเชีย และเอเชียอาคเนย์ การท่องเที่ยวขยายตัวออกไปกว้างไกล ให้ประชาชนเดินไปสัมผัสสฟิงซ์และสุสานฟาโรห์ ทัชมาฮาล จนถึงมัณฑะเลย์ เพราะฉะนั้นเมืองเนเปิลอย่างในนิยายเรื่องนี้ก็ดูใกล้ตัวนิดเดียว
2. คอเรลลีสามารถตอบสนองอารมณ์ลึก ๆ ของชาวอังกฤษได้โดยไม่ต้องตีแผ่ออกมาให้ระคายใจ นักเขียนชายคนอื่น ๆ ถ้าจะเขียนถึงด้านมืดของชาวประเทศไหนก็จะเขียนกันออกมาตรง ๆ เช่น Victor Hugo เขียน “ Les Miserables ” กลายเป็นนิยายชีวิตหนัก แต่คอเรลลีเลือกตัวละครเป็นคนต่างชาติ เพื่อมาทำอย่างที่ชาวอังกฤษอยากจะทำ แต่ไม่อยากแสดงออกว่าอยากทำ เช่น ผู้ชายอังกฤษต่อให้เจอเมียมีชู้อย่างฟาบิโอพบเจอก็มักจะยอมกลืนเลือด อยู่กันต่อไปแบบหน้าชื่นอกตรม มีตัวอย่างให้เห็นถมไปในประวัติศาสตร์ อย่างเก่งก็ท้าดวลซึ่งกฎหมายไม่สนับสนุน ดังนั้นถ้ามีใครอีกคน (แม้แต่อยู่ในหน้าหนังสือ) มาทำแทนแบบไม่แคร์กฎหมายบ้านเมืองหรือกลัวบาปบุญคุณโทษ แล้วยังรอดไปได้ไม่ติดคุก มันก็เป็นความสะใจอยู่ลึก ๆ สำหรับคนอ่าน
ความสามารถของนักเขียนยอดนิยมคือสามารถรู้ใจคนอ่านส่วนใหญ่ได้ พูดง่ายๆคือคนอ่านชอบอะไรก็เขียนให้ถูกใจคนอ่าน ไม่ใช่ถูกใจตัวเอง คอเรลลีรู้ข้อนี้ โชคดีที่เธอเองก็ชอบอะไรตรงกับคนอ่านอยู่หลายอย่างเหมือนกัน เธอจึงเขียนได้ทั้งตรงกับใจตัวเองและใจคนอ่าน แฟนประจำจึงมีตั้งแต่สมเด็จพระราชินีวิคตอเรีย ไปจนถึงสาวใช้ตามบ้าน ทำให้เธอเป็นนักเขียนยอดนิยมที่ไม่มีนักเขียนคนใดในยุคนั้นเทียบได้ติด แม้แต่ เซอร์อาเธอร์ โคแนน ดอยล์ผู้สร้างเชอร์ล็อค โฮล์มส์ ที่ได้ชื่อว่าอภิมหายอดนิยม ก็ยังขายดีสู้คอเรลลีไม่ได้
photo : www.amazon.com
ถ้าเราสามารถนั่งยานเวลาย้อนกลับไปดูยุคสมัยที่วรรณคดีเหล่านั้นถือกำเนิด จะพบว่าชาวบ้านชาวเมืองในยุคนั้นเขาอาจไม่ค่อยรู้จักวรรณคดีที่เรารู้จักกันดีก็เป็นได้ และยิ่งกว่านี้เขาอาจรู้จักเรื่องอะไร ๆ ที่เราไม่เคยได้ยินชื่อ แม้ว่าเราได้ชื่อว่ามีอาชีพเกี่ยวข้องกับงานวรรณคดีหรือวรรณกรรมมากกว่าเขาก็ตาม เพราะอะไร?
เพราะวรรณคดี หรือแม้แต่วรรณกรรมในยุคที่ล่วงเลยมาแล้ว แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือประเภทเอาไว้เรียน กับประเภทเอาไว้อ่าน
- ประเภทเอาไว้เรียน คือประเภทได้รางวัล หรือประเภทที่มีตราประทับจากสังคม หรือหน่วยงานน่านับถือทั้งจากภาครัฐและเอกชนว่าเป็นเรื่องดีควรมีไว้อ่าน ประเภทนี้แหละค่ะ ที่ยืนยาวข้ามกาลเวลามาตั้งแต่ยุคถือกำเนิด จนถึงปัจจุบันที่ผู้แต่งเองก็ล่วงลับไปนานแล้วก็จะยังมีพิมพ์จำหน่าย หรือทำเป็นอีบุคให้คนรุ่นหลังให้หาอ่านกันได้เรื่อย ๆ ปรากฏอยู่เป็นประจำในห้องเรียน ในรายงาน หรือวิทยานิพนธ์ เช่น “ สี่แผ่นดิน ” ของ ม.ร.ว.คึก, “ ข้างหลังภาพ ” ของ ศรีบูรพา, “ ปีศาจ ” ของ เสนีย์ เสาวพงศ์, “ ผู้ดี ” / “ ความผิดครั้งแรก ” ของ ดอกไม้สด, “ บ้านทรายทอง” ของ ก.สุรางคนางค์ เป็นต้น
แต่คนรุ่นนี้อาจไม่เคยได้ยินชื่อ สันต์ เทวรักษ์, สด กูระมะโรหิต, ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์, “ อรวรรณ ” (เลียว ศรีเสวก), แข ณ วังน้อย, ก.ศยามานนท์, แขไข เทวินทร์ ทั้ง ๆ ท่านเหล่านี้ต่างก็เป็นนักเขียนมีฝีมือ มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคของท่าน คนอ่านติดตามกันทั่วเมือง ถ้าเราเดินลงจากยานเวลา ย้อนกลับไปในยุคของนักเขียนที่เอ่ยถึงนี้ทั้งหมด ถามหาเรื่อง “ ปีศาจ ” ในร้านหนังสือ คนขายอาจบอกว่า ไม่มี แต่ถ้าเป็นงานของนักเขียนที่เราไม่ได้ยินชื่อละก็ มีขายทั้งหมดทุกเล่ม
- โลกหนังสือในอดีตไม่เหมือนโลกหนังสือที่เราอ่านจากหนังสือที่เราเรียน นักเขียนชื่อดังเหล่านั้นไม่เป็นที่รู้จัก เพราะงานของท่านไม่ได้รับคัดเลือกให้เข้าไปอยู่ในห้องเรียน นี่คือคำตอบ จึงเป็นงานที่หายไปในกระแสคลื่นแห่งการเวลา งานของคอเรลลีที่แพร่หลายที่สุดในยุค 1880 มาจนถึงสงครามโลกครั้งที่ 1 ก็ประสบชะตากรรมเดียวกัน แม้แต่บัณฑิตจากออกซฟอร์ดหรือเคมบริดจ์ ประเภทท่องบทกวีของเชกสเปียร์ได้คล่องปากก็ไม่เคยได้ยินชื่อ มารี คอเรลลี ข้อนี้ยืนยันได้จากอาจารย์ชาวอังกฤษของผู้เขียนผู้จบจากออกซฟอร์ดมาโดยตรง เจอกันใน facebook หลังจากไม่ได้เจอมา 50 ปี ท่านก็ยังไม่รู้จัก มารี คอเรลลี อยู่เช่นเดิม
photo : www.mebmarket.com
ครูเหลี่ยม กับ นวนิยายไทยเรื่องแรก “ ความไม่พยาบาท ” [4]
“ความพยาบาท” ได้ส่งแรงบันดาลให้เกิดผลงานสร้างสรรค์วรรณกรรมเรื่องต่อมา คือ “ความไม่พยาบาท” เป็นนวนิยายเรื่องแรกของไทยที่ประพันธ์โดย ครูเหลี่ยม วินทุพราหมณกุล (หลวงวิลาศปริวัตร เกิดวันที่ 23 สิงหาคม 2422) จากบันทึกของสำนักข่าว ศิลปวัฒนธรรม ทำให้เราได้เห็นความคิดที่แตกต่างระหว่างกลุ่มนักเรียนนอก (นักแปล) กับความคิดของนักเขียนไทยในประเด็นที่ให้ความรู้สึก ‘ ลัก ’ เรื่องของต่างประเทศมา ซึ่งตรงข้ามกับ ‘ จำลักษณ์ ’ หรือการแต่งเรื่องขึ้นเองแบบ original (เพราะ ‘ จำลักษณ์ ’ คือการหยิบยืมรูปแบบ สไตล์ หรือ นำองค์ประกอบของผลงานในอดีตมาสร้างสรรค์ใหม่ โดยไม่ใช่การล้อเลียน แต่เป็นการอ้างอิงเชิงชื่นชม และสืบทอดเชิงสร้างสรรค์) ด้วยความใหม่ในวิธีทำ จึงมีอิทธิพลต่อวิธีคิดทัศนคติ ของตัวละคร ซึ่งส่งผลให้หัวใจของเรื่อง (Theme) ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงตามเจตจำนงของผู้เขียน ที่มีเรื่องชาตินิยมเข้ามาเป็นลมใต้ปีกไม่คิดหลีกขนบ และเป็นธรรมดาของปรากฏการณ์ใหม่ ที่ต้องให้เวลาสิ่งนั้นได้ยืนยันคุณค่าตัวเอง
การเกิดขึ้นของนวนิยายไทยเรื่องแรก คือ “ ความไม่พยาบาท ” สืบเนื่องจากเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) นักเรียนร่วมรุ่นของครูเหลี่ยม ได้ออกนิตยสารรายเดือนชื่อ “ ลักวิทยา ” ขึ้นมา เมื่อ พ.ศ. 2443 อันเป็นปีเดียวกับที่ครูเหลี่ยมออก “ ถลกวิทยา ” และในลักวิทยานี้เอง พระยาสุรินทราชา (นายนกยูง วิเศษกุล) เพื่อนร่วมรุ่นของครูเหลี่ยมเช่นกัน ได้แปลนวนิยายภาษาอังกฤษเรื่อง วันเดตตา ของ มารี คอเร็ลลี โดยใช้นามปากกาในการแปลว่า แม่วัน หนังสือ ถลกวิทยา เป็นนิตยสารที่มีความหมายต่อประวัติวรรณกรรมไทยอย่างน้อยก็สองประการ คือ ประการแรก เป็นแหล่งกำเนิดนวนิยายไทยเรื่องแรก คือ “ ความไม่พยาบาท ” [5] ประการที่สอง เป็นนิตยสารที่ตีพิมพ์นวนิยายแปลประเภทลึกลับผจญภัยเรื่องแรก คือ ลงงานแปลเรื่องของ เซอร์ เฮนรี่ ไรนเดอร์ แฮก การ์ด ดังที่ นกโนรี ผู้แปลให้ชื่อพากย์ไทยว่า “ สาวสองพันปี ”
ชีวิตของครูเหลี่ยมในทางวรรณกรรม ได้อยู่ในเกราะกำบังของกาลเวลาแล้วโดยมั่นคง… ครูเหลี่ยมได้ใช้นามปากกาต่าง ๆ กันถึง 17 นาม…คือ ก.ก., เกลือแก้ว, แก้วกุ้ง, ขุนทอง, นกกระทุง, นกน้อย, นกโนรี, นายถลกคนที่ 2, นายสำราญ, ปากกาแก้ว, แมลงมุม, แมวยุโรป, ศรีทนนไชย, สุริวงษ์ส่องฟ้า, หงษ์ทอง, หรั่งเจี๊ยบ และเอดิเตอร์ เหตุที่ใช้นามปากกาของท่านมากถึงเพียงนี้เพราะท่านเป็นนักเขียนประเภทคนเดียวแต่รอบด้าน และเมื่อออก “ ถลกวิทยา ” ในเดือน พฤศจิกายน 2443 นั้น (นิตยสารรายเดือนนี้ออกระหว่างปีที่ 2443-2448) ท่านเขียนคนเดียวเช่นเดียวกับเมื่อเป็นบรรณาธิการ “ สำราญวิทยา ”
photo : www.korbooks.com
บุญช่วย สมพงษ์ เขียนเล่าเกี่ยวกับหนังสือ “ ความไม่พยาบาท ” ในหนังสือ วิลาศปริวัตรานุสรณ์ ว่า
“เป็นหนังสือที่ท่านประพันธ์ขึ้นเอง ไม่ได้แปลหรืออาศัยเค้าโครงจากนวนิยายต่างประเทศ เค้าของเรื่องเป็นไทยแท้ นักอ่านสมัยนั้นนิยมกันมาก กล่าวกันว่าเรื่อง “ ความไม่พยาบาทนี้ ” ท่านแต่งขึ้นเพื่อ Match กับ “ ความพยาบาท ” ของแม่วัน เพราะท่านเป็นนักเรียนอังกฤษรุ่นเดียวกัน
ในเรื่อง “ ความพยาบาท ” นั้นเค้าโครงตลอดเรื่องเป็นเรื่องของความพยาบาทและแก้แค้นกันอย่างเผ็ดร้อน หรืออีกนัยหนึ่ง เวรระงับด้วยการจองเวร เป็นอุดมคติอันรุนแรงของชาวอิตาเลียนและชาวเกาะดอร์ริกันในยุคนั้น แต่เรื่อง “ความไม่พยาบาท” นั้น เค้าโครงตลอดเรื่องยึดหลักพระพุทธศาสนาเป็นที่ตั้ง คือ เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร กล่าวคือ ในท้องเรื่องเมียมีชู้ สามีซึ่งเป็นพลเอกใช้สรรพนามว่า ‘ข้าพเจ้า’ ในท้องเรื่อง ไม่จองเวรตอบ ผลที่สุดก็ชนะใจชายชู้และภรรยาของตนเอง และให้ประสพสันติสุขในที่สุด
ครูเหลี่ยม หรือ หลวงวิลาศปริวัตรได้เปิดฉากนวนิยายไทยเรื่องแรกด้วย “ ความไม่พยาบาท ” ให้ไว้เป็นมรดกทางวรรณกรรมอันล้ำค่าในทางความคิดริเริ่ม เพื่อให้แบบฉบับอัน “ เชื่อได้ ไม่ต้องพึ่งฝีปากและความคิดฝรั่ง เพื่อความสนุกสนานไพเราะ เปนสมบัติอันดีในความ ในสำนวน ” ซึ่งครูเหลี่ยมแต่งขึ้นในทางตรงกันข้าม มีฉาก, เรื่องราวและชีวิตจิตใจของคนไทย จึงเป็นนวนิยาย ‘พันธุ์ไทย’ มิใช่ ‘พันทาง’ เรื่องแรกแต่นั้นมา ทั้งนี้มีคำโฆษณาจากใบแทรกเกี่ยวกับเรื่องนั้นเป็นอักขระเดิม ดังนี้
“เรื่อง ความไม่พยาบาท สำหรับจับใจผู้อ่านไทย สำหรับเปนตัวอย่างผู้แต่งไทย เปนเรื่องชั่ว ๆ ดี ๆ ยวนใจจริง เชื่อได้ ไม่ต้องพึ่งฝีปากและความคิดฝรั่ง เพื่อความสนุกสนานไพเราะ เปนสมบัติอันดีในความ, ในสำนวน, ในน่ากระดาษ, 730 น่า, มีรูปถ่ายและหมายเหตุ ปกแข็งงดงาม เรื่องยาวกว่าเรื่อง “ ความพยาบาท” ราคาเท่ากัน ทั้งแบ่งเปน 2 เล่ม ” (เรื่องย่อ “ ความไม่พยาบาท ” [6] https://thailitdir.sac.or.th/detail.php?meta_id=529)
photo : SSRU Theatre Space
จากบทประพันธ์แปลสู่ละครเวที
photo : SSRU Theatre Space
สาขาศิลปะการละครและความเป็นผู้ประกอบการสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกับสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย เพื่อเฉลิมฉลอง 150 ปี และรำลึกถึงนักแปลนิยายคนแรกของไทย
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ภูมิใจเสนอละครเวที “ความพยาบาท” กำกับการแสดง โดย ผศ.ดร. สรร ถวัลย์วงศ์ศรี
จากรักแท้…สู่ความทรยศ จากชีวิต…สู่ความตาย
เมื่อความตาย…คือจุดเริ่มต้นของการแก้แค้น
SSRU Theatre Space : ละครเวทีเรื่อง “ Vendetta ความพยาบาท ”
เขาตาย ในวันที่เมียและเพื่อนรักหักหลัง
เขาฟื้น ในวันที่หัวใจไม่เหลือความรัก
เขากลับมา ในวันที่ความแค้นเกินให้อภัย
ฟาบีโอ โรมานี ปลอมตัวเพื่อสะสางหนี้แค้น เสน่ห์และความรักเป็นแค่เกม
เงินตราคืออาวุธ นี่คือเกมแห่งความพยาบาท ที่ไม่มีใครรอด
เปิดการแสดง 1-3 สิงหาคม 2568 บัตรราคา 690 บาท
ณ โรงละคร คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
เค้าโครงเรื่อง จากบทละครเวที
ปี 884 เมืองเนเปิลส์ ประเทศอิตาลี เกิดโรคระบาดที่คร่าชีวิตผู้คนอย่างมากมายและรวดเร็ว หนึ่งในเหยื่อของโรคร้ายนั้นคือ ฟาบีโอ โรมานี ทายาทคนเดียวของตระกูลเศรษฐีซึ่งเป็นที่รักใคร่ของชาวเมือง แต่ในคืนนั้น ณ สุสานประจำตระกูลโรมานี ฟาบีโอกลับมีสติฟื้นขึ้นมาและพบว่าตัวเองอยู่ในโลงศพ โชคดีที่โลงนั้นถูกต่อขึ้นแบบลวก ๆ ในภาวะที่โลงศพขาดแคลน เขาจึงหนีรอดจากความตายมาได้ พร้อมกับสมบัติที่โจรซุกซ่อนไว้มหาศาล แต่มันไม่มีค่าอะไรเมื่อเทียบกับชีวิตที่เขาได้กลับคืนมา ฟาบิโอรีบมุ่งหน้ากลับบ้านไปหา นีน่า เมียสุดที่รัก และ กีโด เพื่อนแท้ที่เขาสละชีวิตให้ได้ แต่กลับพบว่าทั้งสองคนซ่อนความลับบางอย่างไว้ ทำให้เขาต้องเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น เมื่อความแค้นกลายเป็นความพยาบาท ฟาบิโอจึงใช้สมบัติของโจรเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ เขากลับไปหานีน่ากับกีโดอีกครั้งในชื่อ เคานต์เซซาเร โอลิวา พร้อมกับแผนการอันแยบยลที่จะเอาคืนคนที่เขารักที่สุดในชีวิตให้สาสมกับความแค้น
ผศ.ดร.สรร ถวัลย์วงศ์ศรี ผู้กำกับ ให้ความเห็นต่อเนื้อหาของละคร
“ ธรรมชาติของความรักกับความเป็นมนุษย์มีความเป็นอกาลิโกที่เหนือกาลเวลา (timeless) มีความต่างในมุมมองความรักระหว่างสองตัวละครหลักคือ ฟาบิโอ มีความรักในมุมมองของปรัชญาเพลโต [Platonic Love คือความรักที่มุ่งสู่ ความงามที่แท้จริงในเชิงอุดมคติ (Beauty itself) ผ่านการพิจารณาความงามในสิ่งต่างๆ บนโลก โดยเริ่มต้นจากความปรารถนาในความงามของร่างกายมนุษย์ นำไปสู่ความรักในความงามของจิตใจและวิญญาณ จนสามารถเข้าถึงความงามอันเป็นสากลและเป็นนิรันดร์ได้ฯ] คือมองความรักในเชิงความยุติธรรม ความเที่ยงธรรม ความซื่อสัตย์ต่อความรักที่มีให้กัน ส่วน กีโด มองเป็นความรักไคร่ ใกล้ชิดสนิทสนม ปัจจุบันบริบทของความรักก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย สังคมวัฒนธรรมด้วย แต่สุดท้ายเมื่อตัวละครมีแผลจากความเจ็บปวดเพราะความรัก ก็กลับกลายเป็นความแค้นได้ เราจะเห็นมุมมองของความรักและการแก้แค้น มุมมองของการเปลี่ยนจากสิ่งที่รักมาเป็นความพยาบาทได้อย่างไรในละครรักโรแมนติคเรื่องนี้
แต่สิ่งที่เราอยากมอบให้ผู้ชม ไม่ใช่เพียงโศกนาฏกรรมแห่งการล้างแค้น หากแต่เป็นภาพสะท้อนความเปราะบางของหัวใจมนุษย์ที่ต้องเผชิญหน้ากับอดีต ความผิดหวัง ความรัก และการให้อภัย ผ่านศิลปะการละครที่เกิดจากความตั้งใจของ นักแสดง ทีมงาน คณาจารย์ และนักศึกษาทุกคน เชิญชวนทุกท่านร่วมเดินทางไปในโลกแห่งรักและแค้นด้วยกันครับ”
photo : ผศ.ดร.สรร ถวัลย์วงศ์ศรี ผู้กำกับ
คุณหญิงวินิตา ดิถียนตร์ ผู้แปล ให้ความเห็นต่อการแสดงว่า “ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 ไปดูละคร “ ความพยาบาท ” นวนิยายแปลเรื่องแรกของไทย ของ พระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล) รอบสื่อมวลชน จัดโดย คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ขอชมผู้กำกับการแสดง ผศ.ดร.สรร ถวัลย์วงศ์ศรี และ ผศ. ณฐภรณ์ รัตนชัยวงศ์ ผู้เขียนบท ว่ารักษาเนื้อเรื่องและแนวคิดของ Marie Corelli ผู้ประพันธ์เอาไว้ครบถ้วน มองเห็นความตั้งใจในการนำเสนอเรื่องนี้ ส่วนนักแสดง โอ อนุชิต ที่รับบท กีโด เฟอร์รารี เป็นมืออาชีพอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงเรื่องฝีมือและอารมณ์ตัวละคร, ธัช กิตติธัช แก้วอุทัย เคยผ่านละครเวทีรับบท ครูเอื้อ สุนทรสนาน มาแล้วในละครเวที “ เพลงรักเพลงแผ่นดิน ” มาถึงเรื่องนี้รับบทหนักเป็น ฟาบิโอ โรมานี พระเอกของเรื่อง แค่จำบทยาวเหยียดก็หนักหนาสาหัส แต่ธัชก็สะท้อนความเป็นฟาบิโอออกมาได้ตลอดเรื่อง ไม่หลุด มองเห็นอนาคตว่าจะไปได้ไกลถ้าเอาดีทางนี้ ส่วนนางเอกคือ แป้งหอม กนกวรรณ ภูมิพันธุ์ เธอเล่นได้คล่องมากแม้เป็นมือสมัครเล่น ต่อไปถ้าไปสู่วงการจะพัฒนาได้ถึงระดับมืออาชีพ ”
photo : SSRU Theatre Space
ในเวทีที่มีข้อจำกัดเรื่องการ creative พื้นที่ กลางฉากที่ถูกออกแบบให้สวยและ Surreal สื่อเรื่องราวบิดเบี้ยวของจิตใจ สองคนกำลังสำคัญของโครงการทำหน้าที่พิธีกรสัมภาษณ์ผู้แปล โดย ผศ.ดร.ณฐภรณ์ รัตนชัยวงศ์ ผู้เขียนบทละครเวทีเรื่อง "VENDETTA ความพยาบาท" และ ผศ.ดร.สรร ถวัลย์วงศ์ศรี ผู้กำกับ เรื่องที่หดหู่ถูกเล่าสู่ผู้ชมในเชิงวิชาการแต่สนานสนุกโดยไม่ต้องใส่มุกตลกเลย มีรายละเอียดของเบื้องหลังการสร้างสรรค์งานน่าติดตาม สามารถรับชมสุนทรียสนทนาช่วง Post show discussion ได้ที่ช่อง นักข่าวพลเมือง Citizen Journalist https://youtu.be/PFOnkgVBp4c?si=RcA0nATDuojnMpxB
“ การดัดแปลงเรื่อง ความพยาบาท เป็นบทละครเวที คือโอกาสที่ทำให้ได้ศึกษางานของ ‘ ครู ’ สามท่านท่านที่หนึ่ง คือ พระยาสุรินทราชา (แม่วัน) ซึ่งเป็นคนแรกที่แปลนวนิยายภาษาต่างระเทศเป็นภาษาไทย ท่านที่สองคือ ว.วินิจฉัยกุล นักประพันธ์ที่ผลงานของท่านเป็นส่วนหนึ่งของการบ่มเพาะภาษาและการเล่าเรื่องให้ได้ใช้ตลอดมาจนทุกวันนี้ ท่านสุดท้ายคือ มารี คอเรลลี ได้ศึกษาผลงานของท่านผ่านฝีมือการแปลของครูคนไทยทั้งสองท่าน แต่เป็นการแปลระหว่างเวลาและสื่อที่แตกต่างกัน ถึงจะประทับใจในสำนวนภาษาฉบับแม่วัน แต่ภาษาที่แตกต่างจากภาษาในปัจจุบันมากอาจทำให้ผู้ชมไม่สามารถเข้าใจบทสนทนาได้ในทันทีที่ได้ยิน บทละครเรื่องนี้ได้นำสำนวนของ ว.วินิจฉัยกุล มาใช้ในบทละคร รวมทั้งใช้เป็นแนวทางในการเขียนฉากที่ต้องดัดแปลงและเขียนขึ้นใหม่ร่วมกับฝ่ายออกแบบด้วย
จากนิยาย 2 เล่ม ฉบับของ แม่วัน (บทพูดน้อย) กับของ ว.วินิจฉัยกุล บทพูดเยอะขึ้นได้ห็นภาพชัดขึ้น เข้าใจตัวละคร แล้วเลือก ‘ สาร ’ ที่ต้องการสื่อ ดัดแปลงให้เป็นบททั้งเรื่องราว ความรู้สึก ต้องย่นระยะเวลาในนิยายให้สั้นลง ต้องมีบทที่ตัวละครหลักเล่าเรื่องให้คนดูเพื่อปูพื้น แล้วสรุปประเด็นให้สั้นที่สุด จากหนังสือสี่ร้อยหน้าลงมาเป็นละครไม่เกิน 2 ชั่วโมง คือความท้าทายมาก ประทับใจภาพสุดท้ายที่บรรยายไว้ในนิยาย เป็นโศกนาฏกรรมตัวละครหญิง บรรยายไว้สวยมาก เรารู้แล้วว่ายากสำหรับการถ่ายทอดออกมาเป็นละครเวที จึงต้องปรึกษา ฉาก อุปกรณ์ประกอบฉาก ต้องทำงานร่วมกับฝ่ายออกแบบด้วย (Production Design)
ช่วงเขียนบทไม่ทราบว่าจะมีนักแสดงมากความสามารถมีชื่อเสียงมาร่วมงาน ไม่ทราบว่าใครจะมารับบทเป็นใคร พยายามเข้าใจตัวละคร แล้วเก็บเขามาอยู่ในเรื่อง บทพูดทุกคำจึงเขียนจากความเป็นตัวละครจริง ในนิยายก็เล่าเรื่องผ่าน ฟาบิโอ เหมือนกัน ซึ่งมีรายละเอียดของความรู้สึกความคิดเยอะมาก แต่ในละครพยายามย่อแล้วเลือกเล่าในมุมของ ‘ คนที่มากับความแค้น ’ เขาจะเล่าให้คนดูเข้าใจได้ยังไง ต้องฟังแล้วรู้เรื่่องและเข้าใจตัวละคร ใจความที่พยายามเก็บมาคือ เขาคิดเขารู้สึกอย่างไร แผนการเขาคืออะไร เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เขาทำมันสมเหตุสมผล (make sense) เพราะอะไรบ้าง อันนี้เราต้องเก็บไว้ แต่ก็มีที่ทิ้งไปหลายประเด็น ขอบคุณนักแสดง (ทัช) ที่พยายามเก็บรายละเอียด และสิ่งที่โปรดัคชันพยายามย้ำคือ เนื่องจากมันเป็นนิยายเก่า เราทำเพื่อเฉลิมฉลอง 150 ปี ท่านผู้แปลด้วย (พระยาสุรินทราชา - นกยูง วิเศษกุล) เลยย้ำกับนักแสดงว่าพยายามเก็บคำที่เป็นภาษาเดิมของบทด้วย
ในฐานะคนเขียนบทตื่นเต้นที่เห็นตัวละครเห็นเรื่องราวในหน้ากระดาษมีชีวิต จากการสร้างงานบนข้อจำกัดของสถานที่ซึ่งเปลี่ยนฉากยากแต่ในเรื่องสลับระหว่างสุสานกับสถานการณ์ปัจจุบัน ขอบคุณฝ่ายออกแบบที่ทำให้เล่าออกมาเป็นภาพได้จริง ๆ ด้วยความที่อยากรักษาความเป็นเรื่องย้อนยุคของตัวนิยายก่อน ตัวภาษามันต้องมา เสื้อผ้าต้องตามไป เราไม่ได้ปรับให้ภาพมันทันสมัยขึ้น พยายามให้ได้กลิ่นอายของอิตาลียุคนั้น แม้เป็นนิยายเก่ามากกว่า 100 ปีแล้ว แต่ Theme ความเจ็บปวดจากความรัก การทรยศมันมีอยู่ทุกยุคสมัย แผนการของฟาบิโอที่จะจัดการกับความแค้นที่มันเกิดจากคนสองคนที่เขารักที่สุดในชีวิต มันเหนือกาลเวลานะ คนสมัยนี้เข้าใจได้ อินได้ สนุกได้ค่ะ ”
photo : SSRU Theatre Space
ผู้หญิงขบถ ประชดวรรณกรรม
งานเขียน เป็นศิลปะที่สะท้อนตัวตนของผู้สร้างงานได้เด่นชัดที่สุด งานของ Marie Correlli มีลักษณะซื่อใส ตรงไปตรงมา สะท้อนภูมิหลังของเธอที่เติบโตท่ามกลางธรรมชาติในชนบท และถูกอบรมบ่มนิสัยเพาะวินัยจากสำนักคอนแวนต์ มารีส่งผู้พิสุทธิ์มาปลดความเก็บกดจากระบอบ ‘ ปิตาธิปไตย ’ ชายเป็นใหญ่ในจักรวรรดิ์ ประวัติศาสตร์ราชวงศ์อังกฤษถูกบันทึกผ่านภาพยนตร์มามากมายหลายยุค Netflix ทุ่มทุนสูงนำเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ราชอาณาจักรอังกฤษมาสร้างเป็นหนังแนว Romantic - Drama เปิดเปลือยประวัติศาสตร์ยุครีเจนซีของอังกฤษ (Regency era ประมาณ ปี 1795-1837) ในมิติทางวัฒนธรรมเกิด ‘ลัทธิจินตนิยม’ (Romanticism ต่อต้านแนวคิดทางสังคมและการเมืองแบบเก่า) ของเหล่าศิลปินหลายแขนง ดนตรี กวี นักประพันธ์ ฯลฯ ที่มีผู้นำหลายคนเป็นชนชั้นสูงในราชวงศ์
หนังมีน้ำเสียงเสียดสีพฤติกรรมชนชั้นสูง (Satire Drama) เนื้อหาว่าด้วยเกมการเลือกคู่ครองของตระกูลขุนนางที่ต้องการขยับฐานะ และราชวงศ์ที่ต้องการรักษาอำนาจด้วยทายาทเพศชาย มาขยายให้เห็นถึงบริบทของขนบประเพณีเก่า ที่มีผลเชื่อมโยงส่งต่อกันมาหลายศตวรรษ ตีแผ่ผ่านประณีตโปรดักชัน กระแทกกระทั้นแบบไม่บันยะบันยังระวังเซ็นเซอร์ เช่น เรื่อง BRIDGERTON “ บริดเจอร์ตัน วังวนรักเกมไฮโซ ” ฯลฯ ซีรีส์ 4 season ที่ยาวถึง 24 ตอน (ออกอากาศที่อเมริกา seson แรก ปี 2020 จนปัจจุบันยังคงมีให้ชมใน Netflix) จึงไม่สงสัยเลยว่าทำไม มารี คอเรลลี (Marie Correlli) ถึงเขียนเรื่อง “ VENDETTA ” ออกมาได้ร้อนแรง ร้ายลึก บอกความคิดที่ตกผลึกได้ขนาดนี้ เพราะตัวนำของเรื่องทั้ง กีโด ศิลปินยากจน หรือ นีนา แม้ว่าฐานะดีเพราะได้สามีรวย แต่เพราะภูมิหลัง ‘ พื้นฐาน ’ ผลักให้มีความทะเยอทะยานไม่ต่างจากเจ้าชายเจ้าหญิงในราชนิกูล ที่ต้องการขยับสถานะให้ตัวเองกับครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะต้องดิ้นรนด้วยหนทางใดก็ตาม
เนื้อหาของ “ บริดเจอร์ตัน ” วิพากษ์ธรรมเนียมเก่าแก่ของอังกฤษกับการต่อต้านด้วยสัญชาติญาณอย่างเปิดเผย ผ่านตัวละครนำฝ่ายหญิงสามคน ที่มีภูมิหลังและบุคลิกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือวิธีคิดอย่างผู้หญิงหัวก้าวหน้า พยายามดิ้นรนหาหนทางให้หลุดจากอำนาจปิตาธิปไตย ที่เฝ้าครอบคลุมผู้หญิงไว้ให้มีค่าแค่ ‘ เครื่องผลิตทายาท ’ และไม่อาจใช้ชีวิตได้ตามปกติที่มนุษย์ในโลกเสรีพึงจะได้รับ ความรัก ไม่สำคัญเท่ากับเงื่อนไขในการธำรงไว้ซึ่งอำนาจ หนัง present ผ่านวัฏหาคู่วนอยู่กับฤดูการโชว์ตัวเลือกผัวเมีย (พระราชพิธีคัดเลือกพระคู่ครองสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง) จัดงานเต้นรำหรูในวัง วงสังคมไฮโซส่งลูกสาวลงสนามประลองเป็นเกมที่อยู่เบื้องหลังงานปกครองประเทศ แต่ธรรมเนียมในบ้านผู้ดีมีสกุลห้ามแม้แต่พูดเรื่องเพศ จึงไม่มีการสอนเรื่องเพศศึกษา ผู้หญิงไม่มีสิทธิ์ในการเลือกคู่ครอง ฯลฯ ล้วนมีผลต่อการปรับตัว สร้างครอบครัว การอยู่ร่วมในสังคม ฯลฯ
การปฏิวัติอุตสาหกรรม Industrial Revolution ประมาณ ค.ศ. 1760 ถึง ค.ศ. 1825 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมครั้งใหญ่ของโลก ส่งผลให้เกิดการปฏิวัติวัฒนธรรมตามมาในช่วงทศวรรษ 1960 - 1970 เป็นยุคที่มี ‘ ลักษณะเฉพาะ ’ คือการเปลี่ยนแปลงค่านิยมและความเชื่อแบบดั้งเดิมในหลายด้าน เช่น การต่อต้านสงครามเวียดนาม, การต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน, การอุบัติของวัฒนธรรมใหม่ในหลายมิติที่แสดงถึง ‘ เสรีภาพ ’ โดยเฉพาะ ‘ การปฏิวัติทางเพศ ’ ในตะวันตก ทำให้ผู้คนมีอิสระในการ แสวงหา ใช้ชีวิต และเพศสัมพันธ์ มากขึ้น มีอิทธิพลส่งผลถึง ‘ วัฒนธรรมทางเพศ ’ ไปทั่วโลก ล้วนบอกบริบทของสังคมทุกระดับ อันเป็นต้นกำเนิดนวนิยายเด่น ๆ หลายเรื่องในช่วงเวลาต่อมา หนึ่งในนั้นคือ “ VENDETTA ” ผู้บันทึกปรากฏการณ์ไว้ในปี 1886 ส่งตัวละครสะท้อนยุคสมัยในความเปลี่ยนแปลงนั้นผ่านพฤติกรรม นีน่า หญิงสาวผู้ปลดปล่อยตัวเองออกจากประเพณีอันดีงามตามขนบเดิม ซึ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่ต่อต้าน นักอ่านได้เป็นแนวร่วมในกระบวนการปลดล็อกทางจิตวิญญาณโดยไม่ต้องสะท้านโทษทางกฎหมาย จึงมีผลต่อยอดขายทำสถิติแรงแซงหน้านักเขียนดังในยุคเดียวกัน สร้างปรากฏการณ์
photo : SSRU Theatre Space
นีน่า โรมานี รับบทโดย กนกวรรณ ภูมิพันธุ์ (แป้งหอม) หญิงสาวสวยที่สุดในเนเปิลส์ มั่นใจในเสน่ห์ และรู้จักใช้มันเพื่อเอาชนะใจชาย สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเธอคือชีวิตที่หรูหราสุขสบาย ไม่ใช่ความรัก
ฟาบิโอพบนีนาสาวน้อยแสนสวยเมื่ออายุประมาณ 15 ปี ในขบวนแห่แม่พระของโรงเรียนคอนแวนต์สถานบ่มเพาะกุลสตรี ที่พ่อของเธอซึ่งเป็นขุนนางผู้โด่งดังชาวเมืองฟลอเรนซ์นำมาฝากเลี้ยงไว้ หลังจากที่เขาหมดตัวเพราะการพนัน เธอจึงโตมากับสำนักนางชี แค่นี้ก็บอกได้เป็นอย่างดีแล้วว่า นีนาย่อมต้องทะเยอทะยานเพื่อให้ตัวเองพ้นจากสถานะที่เป็นอยู่เพียงใด ไม่ต่างจากปุถุชนคนทั่วไป ความเป็นคนขาดรักย่อมต้องการความอบอุ่นทดแทนความเป็นครอบครัว และกอบกู้ฐานะเดิม ทำให้เธอฉลาดดิ้นรนด้วยต้นทุนที่มีอยู่คือ รูปลักษณ์ มี ‘ รูปเป็นทรัพย์ ’ มีทัศนคติต่อการใช้ชีวิต มีวิธีคิดไม่ต่างจากคน Generation C ที่นิยมเสพสุขในยุคปัจจุบัน อยู่กับวันนี้เท่านั้น อนาคตคือความฝันที่ยังมาไม่ถึง! จึงไม่กังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิด แต่คนที่เกิดได้ถ้าจะไปต่อคือ กนกวรรณ เธอผ่านทั้งการแสดงและการขับร้องด้วยแก้วเสียงดี ถูกดึงให้เด่นโดดตั้งแต่เพลงแรกในฉากเปิดตัวด้วย “ ไนติงเกลในรัตติกาล ” (Nightingale in the Dark) ตามด้วยเพลงที่สอง “ เสียงรักรัตติกาล ” (Voice of the Nightingale) จากฝีมือการประพันธ์ของผู้กำกับ สรร ถวัลย์วงศ์ศรี
บทสั้นสรุปรวบความรักของสามคนจนชัดเจน ทะลวงใจฟาบิโอให้แหลกสลายกลายเป็น ‘ คนหิน ’ อำมหิตเพราะผิดหวัง ฝังตัวตนที่เคยอ่อนโยนมีเมตตาให้ตายจริงในวันที่เขาฟื้นคืนกลับบ้านมาพบกับความจริงที่ถูกทรยศตลอดชีวิตสมรสหลายปี …
กีโด : เธอไปแต่งงานกับมันทำไม
นีนา : เธอก็ช่างถามได้นะ ก็เพราะฉันเบื่อคอนแวนจะตายแล้วน่ะสิ แม่ชีรึก็แสนจะคร่ำครึอยู่แบบซังกะตาย อีกอย่าง ฟาบิโอเขาก็เป็นคนรวย ส่วนฉันจนกรอบเป็นข้าวเกรียบทำไมฉันจะไม่อยากเงยหน้าอ้าปากขึ้นมาได้บ้างเล่า ซ้ำฟาบิโอเขาก็หลงรักฉัน หลงรักเป็นบ้าเป็นหลังเสียด้วย
กีโด : แล้วเธอก็เลยหลงรักมันอย่างนั้นเหรอ
นีนา : ก็คงรักอยู่ซักอาทิตย์สองอาทิตย์ล่ะมั้ง กีโด ผู้หญิงเราก็รักสามีได้เท่านี้แหละ คนเราแต่งงานเพื่ออะไรกันล่ะ ถ้าไม่ใช่เพื่อทรัพย์สิน เงินทอง เกียรติยศ ฟาบิโอหามาให้ครบทุกอย่างเธอก็รู้
กีโด : แต่เธอจะไม่มีอะไรเลยถ้าเธอแต่งงานกับฉันอย่างนั้นใช่ไหม
นีนา : ฉันบอกเหรอว่าจะแต่งงานกับเธอ เราเป็นคนรักกันอย่างนี้ก็ดีอยู่แล้ว ตอนนี้ฉันเป็นอิสระจะทำอะไรก็ได้ฉันอยากจะมีความสุขกับเสรีของฉันให้มันเต็มที่สักหน่อย แล้วค่อยคิดถึงเรื่องอื่น
กีโด : ฟังนะนีนา ขอเธออย่าได้ลวงฉัน อย่าเป็นอันขาด เพราะเท่าที่ผ่านมาเธอก็ปั่นหัวฉันมามากพอแล้ว ในวันที่เธอแต่งกับไอ้ฟาบิโอโง่เง่านั่น ฉันก็หลงรักเธอเป็นบ้าเป็นหลัง หลงรักจนไม่ขอยับยั้งชั่งใจอีกต่อไป ฉันรู้ว่ามันเลวร้าย แต่ก็ไม่เสียใจที่ทำบาปเช่นนี้ ฉันรู้ว่าเธอเป็นมนุษย์ปุถุชน มีเลือดเนื้อไม่ใช่นางฟ้านางสวรรค์ ฉันถึงได้อดใจรอ รอจนถึงโอกาส แล้ววันนั้นก็มาถึง แค่สามเดือนหลังจากที่เธอชาชินกับชีวิตสมรส เธอก็เต็มใจจะฟังคำสารภาพรักของฉัน เธอเป็นฝ่ายเชิญชวนฉัน เธอรู้อยู่แก่ใจ เธอเปิดโอกาสให้ฉันด้วยคำพูด ด้วยการสัมผัส ด้วยสายตา แล้วเธอก็มอบทุกสิ่งให้ฉันอย่างที่ฉันใฝ่หา แล้วเธอมาบอกปัดฉันได้ยังไงในตอนนี้ เธอเป็นเมียฉันเท่ากับที่เป็นเมียฟาบิโอ เธอผิดกับฉันมากกว่าเพราะเธอรักฉัน ฟังนะ ฉันสาบานว่าจะไม่ปล่อยให้เธอหลุดมือไปเป็นอันขาด
photo : SSRU Theatre Space
Guido Ferrari รับบทโดย โอ อนุชิต สพันธ์ุพงษ์ จิตรกร ศิลปินผู้คลั่งรักและทะเยอทะยาน แต่ไร้ซึ่งพรสวรรค์ เขารับน้ำใจและความไว้ใจจากเพื่อนรักและตอบแทนกลับด้วยริษยา หลอกลวง และแย่งชิง เมื่อรักแท้ต้องพร้อมแลกทุกอย่าง ไม่มีอะไรขวางเขาได้ แม้รู้ว่าผิด…แต่ยังเลือกทำ ผลกรรมคือความตาย…
อนุชิต มักได้รับบทเป็นศิลปิน inner จึง powerful ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “ โหมโรง ” (ทั้งภาพยนตร์และละครเวที), มะลิลา (ภาพยนตร์), “ The life that was ” (ละครเวที), ฯลฯ ใน “ ความพยาบาท ” ก็เช่นกัน เขาให้ความสำคัญกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครโดยเฉพาะในช่วงที่เร้าใจจนหลายจุดสะดุดฟังไม่รู้เรื่อง แต่ไม่มีผลกับเนื้อหาหากว่าไม่ต้องการรายละเอียด ความละเมียดต่อ acting ยิ่งเติมเต็ม เข้มยิ่งขึ้นเมื่อประกบกับ กิตติธัช น้องพี่ฝีมือดีไม่แพ้กัน โดยเฉพาะฉากที่ต้องประชัน ‘ ศักดิ์ศรีสุภาพบุรุษ ’ สุดเชือดเฉือนเชิงชาย ที่ตายสนิทคือผู้ชมกับแม่ยก
โอ อนุชิต รับบทหนักตามถนัดเป็น กีโด ให้ภาพบุคลิกเด่นของชายชาวอิตาเลียน โดยเฉพาะศิลปินจะมีบุคลิกเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม มีเสน่ห์ที่เจรจา แถมมาด้วยความซับซ้อนซ่อนลึก ภาพแทนชนชั้นกลางที่ต้องกระเสือกกระสนบนอุดมคติของศิลปิน จึงฟาบิโอผู้สมถะเพื่อนน้อยไม่ชอบสมาคมวงกว้างนัก พลอยรักเขามากถึงขนาด “เปนเพื่อนอย่างสนิทที่จะฝากชีวิตไว้ในกำมือได้” กีโด เป็นคนที่มีความทะเยอทะยานเห็นเพื่อนเป็นที่พึ่ง ฉากเปิดตัวชัดในสายสัมพันธ์ เมื่อฟาบิโอเสนอซื้อภาพวาดให้ราคาสูง แต่เขายังต่อรองบอกบุคลิกเจ้าเล่ห์ขี้เล่น น่ารัก รู้วิธีเอาตัวรอดอย่างคนที่ต้องดิ้นรนด้วยตัวเอง ฟาบิโอใจดีมีฐานะชอบช่วยแต่ทำให้เห็นว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่ขึ้นอยู่กับความพอใจของสองฝ่าย กีโดคิดว่าเงินเพียงแค่นี้ไม่ทำให้เศรษฐีสะเทือน (ตามบทประพันธ์เดิมกีโดมักไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากใครง่าย ๆ ถ้าฟาบิโออยากจะช่วยต้องด้วยมีเหตุผล บนเงื่อนไขซึ่งไม่ใช่ให้เพียงเพราะสงสารศิลปินยากจน) มิตรภาพบนความไว้ใจให้เกียรติ จึงสมควรแล้วที่ฟาบิโอรู้สึกผิดหวังคั่งแค้นเขามากหลังรู้ว่าถูกเพื่อนรักทรยศ
กีโด : เคานต์โรมานี มีจริตกริยาที่อ่อนหวานยั่วยวนใจชายได้มาก บางทีท่านอาจจะเผลอลำพองใจไปว่าเธอมีไมตรีด้วยเป็นพิเศษ แต่ที่จริงเป็นแค่อัธยาศรัยที่ละเมียดละไมและบริสุทธิ์ใจแค่นั้น พูดง่าย ๆ คือ ขอท่านอย่าเผลอใจไปเองว่าเธอชอบใจท่าน
เคานต์เซซาเร : ฉันภูมิใจในตัวหล่อนมาก แต่ก็ไม่ได้พึงใจอย่างที่คุณคิด ฉันสัญญานะว่าจะไม่เล่นรักกับหล่อนเลย เว้นเสียแต่ว่า … หล่อนจะเป็นคนมาเสนอตัวกับฉันก่อน ถ้าฉันไม่รับไว้มันก็จะเสียเชิงชายจริงไหมล่ะคุณ
กีโด : หล่อนไม่มีทางทำเช่นนั้นหรอก
เคานต์เซซาเร : (หัวเราะนำ้เสียงเย้ยหยัน) หล่อนไม่มีทางทำเช่นนั้น ผู้หญิงย่อมไม่เกี้ยวพาราสีผู้ชายก่อนเป็นเรื่องธรรมดา คุณอย่าวิตกกังวลอะไรให้มันมากนักเลย ฉันน่ะเข้าใจคุณดี เข้าใจดียิ่งกว่าคุณคิดซะอีก
photo : SSRU Theatre Space
Count Fabio Romani รับบทโดย ธัช กิตติธัช แก้วอุทัย (แสดงเป็น 2 ตัวละคร) และ ซินญอร์ เคาท์เซซาเร โอลิวา
‘ ฟาบิโอ ’ ชายผู้มีชีวิตสมบูรณ์แบบ ทั้งเงินทอง คนรัก และเพื่อนแท้ เมื่อชีวิตฝากไว้กับรักแรกและมิตรภาพ แต่ความไว้ใจกลับกลายเป็นมีดที่กรีดลึกถึงวิญญาณ หนี้แค้นจึงต้องถูกสะสางอย่างสาสม
‘ เคานต์ เซซาเร โอลิวา ’ เพื่อนรักเก่าของพ่อ เศรษฐีกรุงเนเปิล ถูกความทรยศโบยจนหัวใจเย็นชานำ้ตาเหือดแห้ง เขาเลือกเป็นคนใหม่ในร่างเดิม ‘ เคานต์เซซาเร โอลิวา ’ กลับมาเพื่อแก้แค้น …
ทัช มีส่วนคล้าย ศรัญญู วงศ์กระจ่าง (นักแสดงฝีมือดีมีวินัยสูงทั้งชีวิตและการทำงาน มีผลงานคุณภาพมากมาย เขาคือตำนานของวงการบันเทิงไทยที่ถูกจารึกไว้ให้เป็นตัวอย่างที่ดี) ทั้งบุคลิกส่วนตัว การแสดง และวิธีการโปรเจ็คเสียง (สิ่งที่ธัชเป็นต่อกว่านักแสดงรุ่นเดียวกันคือ ความเป็นนักร้องที่มีเอกลักษณ์ในน้ำเสียงนุ่ม) ใน “ ความพยาบาท ” ธัชได้รับบทเด่นสนับสนุนการใช้ความสามารถพิเศษของเขาขับเคลื่อนศักยภาพขึ้นอีกระดับ ได้ขับร้องเพลงที่ผู้กำกับแต่งอย่างเต็มพลัง ทั้งสองด้านเป็นอีกงานที่ท้าทาย ผ่านไม่ง่ายแต่ธัชทำได้ดีมาก
ไนติงเกล แม้เธอจะอยู่ตรงนี้
ฉันยังร้องเพลง เพลงนี้เพื่อเธอคนเดิม
ในความเงียบที่ไม่มีแม้เงา
ฉันยังได้ยินเธอ ทุกความทรงจำ
ความรัก…ไม่ใช่สิ่งที่ต้องครอบครอง
(พูด) ความรัก…ไม่ใช่สิ่งที่ต้องครอบครอง
แต่เป็นสิ่งที่ต้องปล่อยให้มันจางลงอย่างอ่อนโยน
และในวันที่มันไม่มีเสียงอะไรเลย
ฉันยังได้ยินเสียงของเธออยู่…
ไนติงเกล เธอยังอยู่ในใจฉันเสมอ
photo : SSRU Theatre Space
“เรื่องนี้เป็นละครที่ยากที่สุดที่เคยเล่นมา ก่อนเล่นตื่นเต้นมาก พอแสดงจบในฐานะนักแสดงรู้สึกทุกอย่างถูกปลดปล่อยเต็มที่ไม่มีอะไรติดค้าง ความยาก (นอกจาก Monologue ซึ่งเป็นหน้าที่หลักอยู่แล้ว) คือการเทิร์นตัวละครจากต้นเรื่องที่คนดูจะได้รับรู้แค่ซีนเดียวเท่านั้น เปลี่ยนมาเป็นอีกคนหนึ่งเลยในเวลาทันที เพราะฉะนั้นสิ่งที่ยากคือทำให้คนดูเข้าใจตั้งแต่ต้นว่า เราเป็นคนที่ซื่อสัตว์และยึดถือในอุดมการณ์มาก ๆ แต่พอเราเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้ขึ้นกับเหตุผลแล้ว แต่เป็นอารมณ์ที่เราอยากจะจัดการทุกคนที่ทรยศ ซีนที่จะทำให้ทุกคนเข้าใจมันน้อยมาก การบ้านเราที่ต้องทำอย่างหนักเลยคือ ทำยังไงให้คนเข้าใจได้มากที่สุด ส่วนหนึ่งคือ Monologue ที่จะต้องเล่า หรือแอคชันที่จะทำให้เปลี่ยนไป ถ้าเราไม่เรียงเรื่องเป็นภาพมันจะง่ายมากกับการลืม ต้องพยายามอยู่กับตัวเองอย่างมีสติให้ได้มากที่สุด สติไม่สามารถหลุดแล็บออกไปไหนได้เลย ปกติผมจำเพลงได้ง่ายกว่าจำบทเพราะเป็นนักร้อง ก็เลยต้องอ่านบททั้งเรื่องประมาณ 3 ถึง 4 ครั้ง เราต้องเข้าใจเรื่องทั้งหมดก่อน เพราะเรื่องที่เล่าเป็นเรื่องของตัวเราเอง เมื่อเข้าใจทั้งหมดแล้วถึงจะมาพูดให้คนเข้าใจได้ เป็นการบ้านที่ทำเยอะกว่าเรื่องอื่น ๆ ครับ
การเข้าใจ การเทิร์นเป็นอีกคนหนึ่งนอกจากองค์ประกอบอื่น ๆ การแต่งตัว แสง บทพูดจะช่วยแล้ว ผมเลยสร้างแคแลคเตอร์ขึ้นมาเป็นฟาบิโออายุ 30 ปี การเคลื่อนไหวต่าง ๆ ทุกอย่างสามารถทำได้เร็ว ผมไม่ได้ใช้เทคนิคในการเปลี่ยนเสียงพูด แต่ใช้จังหวะหายใจจากเร็วเป็นช้าทำให้เฟสซิ่งการพูดต่างออกไป (Phasing คือเอฟเฟกต์เสียง ที่ทำให้เสียงดนตรีมีลักษณะเหมือนหมุนวน ซ้อนทับกัน หรือเปลี่ยนแปลงไปมาอย่างช้า ๆ สร้างเสียงที่แหวกแนวและล้ำสมัย) และพยายามพูดให้เป็นเชส (Chestnut sound แนวเสียงของเครื่องดนตรีตะวันตก) มากขึ้น ถ้ามองเป็นทฤษฎีดนตรี ฟาบิโอ พูดเป็นเสียงเทเนอร์ (Tenor เสียงร้องชายที่สูงที่สุดอยู่ระหว่างเสียงบาริโทน ที่ทุ้มต่ำกับเสียงสูง) แต่ เคาท์เซซาเร จะพูดเสียงเบสมากขึ้น (Bass คือเสียงที่มีความถี่ต่ำที่สุด หรือ ช่วงเสียงต่ำที่สุดของผู้ชาย นอกจากนี้ยังหมายถึงเครื่องดนตรีที่เล่นโน้ตเสียงต่ำด้วย)
เรื่องนี้ถูกแปล ปรับ เปลี่ยน บทประพันธ์ให้เป็นละครเวทีเมื่อนานมาแล้ว ในบทบอกว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาบ้าง แต่ไม่ได้บอกว่าตัวละครพูดอะไรบ้าง ความยากต้องยกย่องทีมเขียนบทมาก ๆ เพราะเขาต้องย่อยเรื่องทั้งหมดจากสามร้อยหน้าให้เหลือหนึ่งชั่วโมงกว่า ซึ่งยากมาก ๆ สิ่งหนึ่งที่ทำได้คือเปลี่ยนเป็น monologue นี่คือความง่ายที่สุด แต่ทั้งหมดทั้งปวงก็ต้องเลือกว่าฉากไหนที่สำคัญในเรื่องนี้ นี่คือความยากของการนำวรรณกรรมมาเปลี่ยนเป็นบทละครเวที
ที่สำคัญคือผู้กำกับอยากใส่เพลงด้วย เพื่อส่งเสริมบรรยากาศความเป็นอิตาลี เพราะด้วย space ด้วยงบระมาณไม่สามารถสร้างอิตาลีขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นบางจุดจะเป็น surreal บ้าง เช่น จากโรงศพเปลี่ยนมาเป็นบ้าน เป็นสวน ก็มีนวัตกรรมสมัยใหม่ โปรเจ็คเตอร์ก็ดี หรือว่าไฟที่ถูกออกแบบให้ใส่เข้ามาแล้วเปลี่ยนบรรยากาศได้ทันที ขอชื่นชมทีมโปรดักชันด้วยครับ costume ผมดีลไว้ก่อนเลยจบเรื่องนี้ขอซื้อบางชุดกลับ (หัวเราะร่วน) เพราะชุดสวยมากจริง ๆ แล้วเป็นการวัดตัวตัด ผู้แสดงที่สวมบทเป็นตัวละครนั้นเลย เพราะฉะนั้นทุกอย่างจะพอดี และที่สำคัญความยากผมว่าเรื่องสี ฟาบิโอ เองทางทีมคอสตูมตั้งใจออกแบบให้สีแสดงความเป็นคนเรียบร้อยและไม่ present ว่าเขารวย เพราะฉะนั้นการแต่งตัวจะมีความคล้ายกับ กีโด มาก ๆ พอเทิร์นมาเป็น เคาท์เซซาเร ก็จะกลายมาเป็นคนรวยและจะบอกทุกคนว่าฉันรวยมาก จึงเพิ่มเครื่องประดับต่าง ๆ เข้ามายิ่งช่วยเสริมตัวละครอื่นให้ดีด้วย ชุดนางเอกก็สวยมากจริง ๆ ครับ ”
photo : SSRU Theatre Space
แม้งานเขียนของ มารี คอลเรลลี จะถูกนักวิชาการ นักวิจารณ์ หรือนักอ่านบางกลุ่มจัดให้อยู่ในประเภท melodrama ปรามาสว่าอ่อนไหว ไร้รสนิยม แต่กลับได้รับความชื่นชมทั้งในยุโรปและเอเชีย เพราะสิ่งที่สื่อซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก ส่งสารสู่ผู้เสพร่วมรับรู้ลึก สำนึก เข้าใจ และเข้าถึงความเป็นมนุษย์ ผ่านเหตุการณ์สมมุติ เพราะที่สุดในหน้าที่ของ ‘ วรรณกรรม ’ คือจุดธรรมดลใจให้ ‘ เมตตา ’ ต่อกัน ให้ความสำคัญต่อ ‘ ต้นเหตุ ’ ที่มาของ ‘ สีดำ ’ ในธรรมชาติของความเป็นคนซึ่งปน ‘ สีเทา ’ ทั้งดีชั่วในตัวตน (ตามความหมายของ ‘คน’ ในคำกริยาที่แปลว่า ทำให้รวมเป็นเนื้อเดียวกัน)
แต่ละคน…
ต่างมีบาดแผล
ต่างมีความลับ
และต่างมี ความพยาบาท
ถ้าใครบางคนหักหลังคุณ ….
คุณเลือกที่จะ ให้อภัย หรือ แก้แค้น?
บางกรณีในวิถีการทูต
การให้อภัย ไม่ใช่อารมณ์ความรู้สึก
แต่มันคือ … ทางเลือก …
เพื่อจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
และเป็นมิตรกับตัวเองอย่างแท้จริง.
photo : SSRU Theatre Space
ขอขอบพระคุณภาพและข้อมูลข่าวจาก
เเขนงวิชาศิลปะการละครเเละความเป็นผู้ประกอบการสร้างสรรค์
คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
photo : SSRU Theatre Space
โครงการศิลปนิพนธ์ประจำปีการศึกษา 2568
SSRU Theatre Space : Program
ผลงานเรื่องต่อไปของ เเขนงวิชาศิลปะการละครเเละความเป็นผู้ประกอบการสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ปี 2568
photo : SSRU Theatre Space
น้ำตากามเทพ
ทุกชีวิตล้วนมีสิทธิ์กำหนด “ความรัก” ของตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพา “กามเทพ”
เมื่อ “หญิงย่า” ประมุขแห่ง ‘บ้านอัมราภรณ์’ เสียชีวิตลงอย่างเป็นปริศนาเหล่าบรรดาลูกหลานจึงต้องร่วมมือกันไขคดี งานนี้ทุกคนต้องใส่หน้ากากต้องตีหน้าเศร้า ต้องปลอมตัว ต้องงัดทุกกลยุทธ์เพื่อหลอกล่อให้คนร้ายตัวจริงเผยออกมาเรื่องราวน้ำเน่ายุงชุม ชีวิตจริงยิ่งกว่าละครจึงเริ่มต้นขึ้น!
ดัดแปลงเป็นบทละครเวที โดย ณัฐพล โพธิ์แก้ว
กำกับการแสดงโดย นครินทร์ พงษ์มหาชัย
เปิดการแสดงทั้งหมด 3 รอบ
- วันเสาร์ที่ 27 กันยายน 2568 รอบ 14:00 น. และ 18:00 น.
- วันที่อาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568 รอบ 14:00 น.
ณ โรงละคร ชั้น 2 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
บัตรราคา 300 บาท/ที่นั่ง
สำรองที่นั่งผ่าน Ticketmelon เท่านั้น
https://www.ticketmelon.com/th/dramaofcupid-ity/cupid/
สอบถามเพิ่มเติม
FB: SSRU Theatre Space
IG: @dramaofcupid.ity
LINE Official : @156eatpi
หรือคลิก : https://line.me/R/ti/p/@156eatpi
photo : SSRU Theatre Space
“ ส่าหรีสีขาว Women in white ”
ละครเวทีดราม่าที่จะพาคุณดําดิ่งสู่เรื่องจริงอันแสนเจ็บปวดของ “ กวารี ” หญิงสาวผู้ที่ถูกตีตราจากสังคม แต่กลับลุกขึ้นยืนด้วยพลังของศักดิ์ศรีและหัวใจ จากแรงบันดาลใจของภาพยนตร์ Gangubai Kathiawadi สู่เวทีละครเวทีไทย เรื่องราวของหญิงผู้ต่อสู้กับอํานาจ ความรุนแรง และบรรทัดฐานทางเพศ เพื่อทวงคืน ‘ เสียง’ ให้กับผู้หญิงที่ถูกทําให้เงียบงันมาตลอด การแสดงแบบเต็มรูปแบบ ที่จะทําให้คุณสะเทือนใจ อึ้งกับไปความจริง และตั้งคําถามกับ ‘ ความยุติธรรม ’
ดัดแปลงบทละครโดย นภัค ไตรเจริญเดช
กํากับการแสดงโดย ปัณณธร ดุษดี
รอบการแสดง
- วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2568 รอบการแสดง 14.00 น. และ 18.00 น.
- วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม 2568 รอบการแสดง 14.00 น.
ณ โรงละครคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
ราคา 300 / ที่นั่ง
เปิดขายบัตรแล้ววันนี้ที่www.ticketmelon.com/th/dramaofcupid-ity/women-in-white/
ติดตามข่าวสารและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: SSRU Theater Space
Instagram: women_in_white.ssru
TikTok: @women_in_white2025
สอบถามข้อมูล Line: @296ziloq
photo : SSRU Theatre Space
เธอคือวันทอง “ Beyond The Blame ”
จากบทเสภาในวรรณคดีเรื่อง “ ขุนช้างขุนเเผน ” สู่ละครเวที เรื่อง “ เธอคือวันทอง Beyond The Blame ” ประพันธ์เป็นบทละครเวที โดย ดร. สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์ , อภิสรา ยุทธโรจน์ เเละ ทองดี พันจันทร์ กำกับการเเสดง โดย ทองดี พันจันทร์ เเละ พิยดา สมนึก
วันทองในครั้งนี้ จะเหมือนที่ผู้คนเคยได้ยิน ได้รู้จักหรือไม่
ติดตามได้ใน “ เธอคือวันทอง Beyond The Blame ”
เปิดการเเสดง
- วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลา 14:00 น. เเละ 18:00 น.
- วันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม 2568 เวลา 14:00 น.
ณ โรงละคร ชั้น 2 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
บัตรราคา 300 บาท
สำรองที่นั่งได้ที่ Ticketmelon : https://www.ticketmelon.com/.../dramaof.../beyond-the-blame/
ติดตามข่าวสารการละครเพิ่มเติม
Facebook : SSRU Theatre Space
Instagram : wanthong.thesis
Instagram : ssrutheatre
สอบถามเพิ่มเติม : คุณโมนา 0621684667
[1] พระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล) , vajirayana.org , สืบค้น 5 มิถุนายน 2568 https://vajirayana.org/ความพยาบาท/ประวัติของผู้ประพันธ์
[2] A Romance in Two Worlds , amazon.ca , สืบค้น 1 สิงหาคม 2568 https://www.amazon.ca/romance-worlds-Marie-Corelli-first/dp/1534896805
[3] ความพยาบาท , ยุพร แสงทักษิณ , ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) , สืบค้น 25 มิถุนายน 2568 https://thailitdir.sac.or.th/character-detail.php?n_id=2821
[4] ธรรมเกียรติ กันอริ , “ครูเหลี่ยม” ผู้เปิดฉากนวนิยายไทยเรื่องแรก ด้วย “ความไม่พยาบาท, สืบค้น 1 สิงหาคม 2568 https://www.silpa-mag. com/history/article_83557
[5] นายสำราญ , ความไม่พยาบาท , สืบค้น 5 มิถุนายน 2568 https://vajirayana.org/ความไม่พยาบาท
[6] สุวดี ภู่ประดิษฐ์ , ความไม่พยาบท, สืบค้น 5 มิถุยายน 2568 https://thailitdir.sac.or.th/detail.php?meta_id=529