ในห้วงระยะต้นเดือนเมษายน 2569 ก่อนวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้รับภารกิจจากโครงการงานประจำที่จังหวัดเลย ผู้เขียนจึงได้ถือโอกาสเดินทางตามรอยสำรวจพื้นที่ปฏิบัติงานเสรีไทยในจังหวัดเลย หลังจากเสร็จภารกิจงานประจำ โดยผู้เขียนได้เชิญอาจารย์ทนง สุวรรณสิงห์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองเลย ให้พาผู้เขียนสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งเคยเกี่ยวข้องกับขบวนการเสรีไทยรอบตัวเมืองเลย
ปรากฏว่าบรรดาสถานที่เหล่านั้น คือสถานที่ซึ่งไม่ห่างไกลจากวิถีชีวิตคนจังหวัดเลยแต่อย่างใด หากพูดในอีกด้าน คือเป็นสถานที่ใกล้ตัวคนจังหวัดเลยเสียด้วยซ้ำ
1. ศาลากลางจังหวัดหลังเดิม
1.1 ภูมิหลังจังหวัดเลย และประวัติการสร้างศาลากลางจังหวัดโดยสังเขป
จังหวัดเลยนับเป็นหน่วยการปกครองพื้นที่ใหม่ ในสมัยปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินรวมศูนย์ ตามพระบรมราโชบายในรัชกาลที่ 5 ตั้งแต่ พ.ศ. 2440 จนมาเป็นอาณาเขตจังหวัดเลยในปัจจุบันตั้งแต่ พ.ศ. 2450 โดยรวมเมืองดั้งเดิมแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ช่วงลุ่มน้ำเลย ลุ่มน้ำหมัน ลุ่มน้ำเหือง และลุ่มน้ำโขง เช่น เชียงคาน ด่านซ้าย ท่าลี่ วังสะพุง มีเมืองเลยที่ตำบลกุดป่องเป็นศูนย์กลาง เพราะห่างจากชายแดนแม่น้ำโขงที่ปักปันกับฝรั่งเศสขึ้นใหม่ประมาณ 50 กิโลเมตร โดยมีสร้างศาลากลางจังหวัดหลังแรกที่สาธารณะริมกุดป่อง ตั้งแต่ พ.ศ. 2451 เป็นอาคารไม้
จนเมื่อปี พ.ศ. 2478 สมัยที่หลวงวิวิธสุรการ (ถวิล เจียรมานพ) เป็นข้าหลวงประจำจังหวัดเลย พิจารณาเห็นว่าอาคารศาลากลางจังหวัดหลังเดิมมีสภาพทรุดโทรม หลวงวิวิธสุรการต้องการให้สร้างเป็นอาคารปูนสองชั้น ทรงโอ่โถงและมั่งคงแข็งแรง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการ ซึ่งต้องมาประจำการที่จังหวัดเลย ซึ่งเป็นจังหวัดที่เส้นทางคมนาคมหลักจากกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่เข้าถึงลำบาก ทว่างบประมาณจากทางกระทรวงจัดมาให้ไม่เพียงพอ จึงมีนายช่างเอกชนระดับจังหวัดคุมช่างฝีมือก่อสร้างโดยไม่คิดเงิน อีกทั้งได้เกณฑ์นักโทษช่วยเหลือก่อสร้าง และได้ก่อเตาเผาอิฐใช้งานเอง จนสร้างศาลากลางจังหวัดแห่งนี้สำเร็จลุล่วง มีประวัติการสำคัญเมื่อทางจังหวัดเลยและประชาชนได้ชุมนุมเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ศาลากลางแห่งนี้เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2498
อาคารนี้ใช้งานเป็นศาลากลางจังหวัดนาน 34 ปี พ.ศ. 2512 จึงย้ายไปศาลากลางไปที่บ้านนาน้อย ซึ่งเป็นตำแหน่งศาลากลางจังหวัดปัจจุบัน อาคารศาลากลางเดิมใช้งานเป็นที่ว่าการอำเภอเมือง จนถึง พ.ศ. 2543 ย้ายที่ว่าการอำเภอออกไป ประกาศให้อาคารศาลากลางจังหวัดเลยหลังเดิมเป็นโบราณสถาน ปัจจุบันเป็นที่ตั้งพิพิธภัณฑ์เมืองเลย มีพื้นที่ลานซีเมนต์หน้าอาคารศาลากลางหลังเดิมนั้น ต่อเนื่องสวนธารณะ ปัจจุบันใช้งานจัดกิจกรรมชุมชน เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันเด็กแห่งชาติ งานวันสงกรานต์ เป็นต้น ถัดไปคือถนนคนเดินเลาะเลย คือตลาดถนนคนเดินจัดทุกวันเสาร์

อาคารศาลากลางจังหวัดเลยหลังเดิม ฐานบัญชาการลับเสรีไทยเลยแห่งหนึ่ง
ที่มา : วันใหม่ นิยม
1.2 สุวรรณ รื่นยศ รับภารกิจ
ในช่วงปลายสงครามมหาเอเชียบูรพา หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 นายสุวรรณ รื่นยศ ย้ายตำแหน่งจากหัวหน้าแผนกโรงเรียน กองการปกครอง กรมมหาดไทย ไปเป็นปลัดจังหวัดเลย รักษาราชการแทนข้าหลวงประจำจังหวัด ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2487 - 2488 พร้อมได้รับมอบหมายจากผู้นำเสรีไทยระดับสูง เช่น นายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พล.ต.อ. อดุล อดุลเดชจรัส อธิบดีกรมตำรวจและผู้บังคับตำรวจสนาม และ น.อ. บุง ศุภชลาศัย รน. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยเหลือนายอุดม บุญประกอบ ข้าหลวงประจำจังหวัดขอนแก่น ดำเนินงานเสรีไทยด้านจังหวัดเลย โดยร่วมมือกับเสรีไทยสายอังกฤษ ซึ่งเสรีไทยส่วนกลางได้ส่งตัวมาประจำที่เลย
เมื่อจังหวัดเลยเข้ามามีบทบาทปฏิบัติการเสรีไทยในปีสุดท้ายของสงคราม พ.ศ. 2488 นำโดยนายสุวรรณ รื่นยศ รักษาการข้าหลวงประจำจังหวัด ศาลากลางจังหวัดหลังเดิมแห่งนี้ จึงได้เป็นบทบาทเป็นฐานบัญชาการลับเสรีไทยสายจังหวัดเลย โดยมีข้าราชการและกรมการจังหวัดหลายฝ่าย ทั้งมหาดไทย ตำรวจ ทหาร และศึกษาธิการ เข้าร่วมปฏิบัติงานเสรีไทยจังหวัดเลยนี้ด้วย

นายสุวรรณ รื่นยศ ปลัดจังหวัดเลย รักษาราชการข้าหลวงประจำจังหวัด และหัวหน้าเสรีไทยจังหวัดเลย
1.3 ทีมปลัดสุวรรณ
ในปฏิบัติการเสรีไทยจังหวัดเลย นายสุวรรณ รื่นยศ ได้รวบรวมข้าราชการมหาดไทย (หลายคนเป็นศิษย์ของสุวรรณ ที่โรงเรียนปกครอง กระทรวงมหาดไทย) ศึกษาธิการ ตำรวจ ทหาร มีเสรีไทยเลยสำคัญดังนี้
- นายสุวรรณ รื่นยศ ปลัดจังหวัดเลย รักษาราชการแทนข้าหลวงประจำจังหวัด (หัวหน้าพลพรรค)
- นายอรรถ เทิงวิเศษ อักษรเลข จังหวัดเลย (ทำหน้าที่เลขานุการ)
- ร้อยตำรวจเอก มังกร สุวรรณชฎ รองผู้กำกับการตำรวจภูธร จังหวัดเลย รักษาราชการผู้กำกับการ
- นาวาอากาศตรี อุสาห์ ชัยนาม ผู้บังคับฝูงบิน 33 กองทัพอากาศไทย ประจำการสนามบินนาอาน
- นายนพ จุลกาญจน์ ศึกษาธิการจังหวัดเลย
- นายสุเทพ รัตนเสวี นายอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย
- นายอรุณ นาถเดชะ ปลัดอำเภอเมือง
- นายเฉลิม จามิกร ปลัดอำเภอท่าลี่
- นายปัญญา เดชพล ปลัดอำเภอวังสะพุง
- ร้อยตรี เทพ เสมถิติ เสรีไทยสายอังกฤษ (Force 136, SOE.)
- พันตรี คริสโตเฟอร์ ฮัดสัน (Christopher Hudson) นายทหารอังกฤษ (Force 136, SOE.)
- พันตรี พอล แอชเวล (Paul Ashwell) นายทหารอังกฤษ (Force 136, SOE)
ฯลฯ
กำลังพลพรรคเสรีไทยจังหวัดเลย มีทั้งข้าราชการมหาดไทย ตำรวจ ทหารอากาศ และครู
จนถึงเดือนสุดท้ายของสงครามกรกฎาคม - สิงหาคม พ.ศ. 2488 นายสุวรรณ รื่นยศย้ายไปเป็นปลัดจังหวัดขอนแก่น รักษาราชการข้าหลวงประจำจังหวัด พร้อมกับเป็นหัวหน้าเสรีไทยขอนแก่น แล้วเลื่อนนายสุเทพ รัตนเสวี นายอำเภอวังสะพุง ขึ้นเป็นปลัดจังหวัดเลย รักษาราชการข้าหลวงประจำจังหวัด พร้อมกับเป็นหัวหน้าเสรีไทยเลยแทนนายสุวรรณ
2. ท่าอากาศยานเลย อดีตสนามบินลับนาอาน
ทุกวันนี้คนไทยไม่น้อย และนักท่องเที่ยวต่างชาติบางส่วนจะคุ้นเคยกับสนามบินเลย หรือท่าอากาศยานเลย ตำบลนาอาน อำเภอเมือง จังหวัดเลย ซึ่งในปัจจุบันมีผู้คนเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อไปท่องเที่ยวสถานที่น่าสนใจ เช่น ภูกระดึง พระธาตุศรีสองรัก ชมงานบุญผีตาโขน ถนนคนเดินเชียงคาน สกายวอล์กเชียงคาน เป็นต้น
แต่เชื่อว่าประชาชนทั่วไป แม้แต่คนจังหวัดเลยอาจไม่รับรู้กันเลยว่า สนามบินพาณิชย์ในจังหวัดเลยแห่งนี้ จะเป็นสถานที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติงานเสรีไทย ในยามสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือสงครามมหาเอเชียบูรพา

ท่าอากาศยานเลย หรือสนามบินลับนาอานในอดีต
ที่มา : วันใหม่ นิยม
2.1 ภูกระดึง สร้างสนามบินไม่ได้
พื้นที่จังหวัดเลยถูกกำหนดให้เป็นที่ตั้งสนามบินลับเสรีไทย อันเป็นช่องทางหลักในการติดต่อฝ่ายอังกฤษ ทั้งการรับส่งอาวุธยุทธภัณฑ์ และเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการประสานทางยุทธการและการเมือง ด้วยเป็นจังหวัดที่ห่างไกลในวงล้อมของเทือกเขาเพชรบูรณ์ เข้าถึงยาก ห่างไกลจากการรับรู้ฝ่ายญี่ปุ่น
นายอุดม บุญประกอบ นายสุวรรณ รื่นยศ พร้อมเจ้าหน้าที่จังหวัด และเสรีไทยสายอังกฤษ เช่น ร.อ. เสนาะ นิลกำแหง ร.อ. เทพ เสมถิติ ได้สำรวจพื้นที่ซึ่งคาดว่าเหมาะแก่การสร้างสนามบินลับ ในชั้นแรกกองกำลัง Force 136 ต้นสังกัดเสรีไทยสายอังกฤษได้วางแผนสร้างสนามบินลับที่ภูกระดึง แต่เมื่อสำรวจแล้วยอดภูกระดึงเป็นที่ชื้นแฉะ จึงไม่สามารถสร้างสนามบินขึ้นได้ คงใช้ภูกระดึงเป็นจุดทิ้งร่มอาวุธยุทธภัณฑ์ และเป็นค่ายฝึกพลพรรคส่วนหนึ่ง

ผู้นำเสรีไทยเลย - ขอนแก่น
นายสุวรรณ รื่นยศ หัวหน้าเสรีไทยเลย(ที่ 3 จากซ้าย), นายอุดม บุญประกอบ หัวหน้าเสรีไทยขอนแก่น (ที่ 5 จากซ้าย), ร.ต.อ. มังกร สุวรรณชฏ รักษาการผู้กำกับการตำรวจภูธร จ.เลย (ขวาสุด)
2.2 สนามบินลับใหม่ ที่นาอาน
ในเมื่อไม่สามารถสร้างสนามบินลับที่ยอดภูกระดึงได้ ได้เลือกสร้างสนามบินลับที่ดงลาน อำเภอชุมแพ ตามเส้นทางชุมแพ - ภูกระดึง ทว่าด้วยกำหนดเวลาจากฝ่ายอังกฤษที่จำกัดไม่อาจสร้างได้ทัน จึงตกลงใจเลือกใช้สนามบินเก่าที่ตำบลนาอาน เป็นสนามบินลับ ซึ่งเดิมนายเทียน กำเนิดเพชร (หลวงนิคมคณารักษ์) อดีตข้าหลวงประจำจังหวัดเลยสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2485 สำหรับรับส่งเอกสารราชการทางอากาศ ต้องถางป่าและถมดิน
เมื่อคณะเสรีไทยจังหวัดเลย - ขอนแก่นไม่อาจสร้างสนามบินเสรีไทยที่ภูกระดึง และที่ดงลานได้ จึงตัดสินใจดัดแปลงสนามบินที่ตำบลนาอานให้ลานบินรองรับเครื่องบินดาโกต้ารุ่น C47 ของกองทัพอากาศอังกฤษ หรือเครื่องบินทิ้งระเบิดกองทัพอากาศไทยซึ่งใช้งานลำเลียงด้วย โดยได้เกณฑ์กำลังข้าราชการ ทหารอากาศ และนักโทษมาปรับปรุงลานบิน ซึ่งสร้างด้วยดินลูกรัง ทางกองทัพอากาศไทยมอบให้ฝูงบิน 33 ใต้บังคับของ น.ต. อุสาห์ ชัยนาม มาประจำการ สภาพสนามบินในยุคนั้นลานบินเป็นดินลูกรังแน่นและแข็ง ต้นไม้มีน้อย มีหญ้าขึ้นเป็นหย่อม อาคารในสนามบินเป็นโรงเรือนไม้จริงและไม้ไผ่ทั่วไป โดยสนามบินจะห่างจากเมืองเลยราว 5 กิโลเมตร หากเมืองเลยในยุคนั้นยังมีขนาดเล็ก
2.3 เที่ยวบินสำคัญ
หลังจากที่ได้ปรับปรุงสนามบินแล้ว สนามบินลับนาอานจึงได้เป็นสนามบินหลัก สำหรับลำเลียงบุคคลและขนส่งอาวุธยุทธภัณฑ์ ในกรอบปฏิบัติงานเสรีไทยสายอังกฤษ ก่อนจะส่งไปส่วนกลางและจังหวัดต่าง ๆ ต่อไป รวมทั้งในเขตงานเสรีไทยขอนแก่น - เลย
มีเที่ยวบินสำคัญในการปฏิบัติงานเสรีไทยร่วมกับฝ่ายอังกฤษ เช่น การรับส่งเจ้าหน้าที่อังกฤษประจำการสนามบินนาอาน เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2488 ได้แก่ พันตรี คริสโตเฟอร์ ฮัดสัน นายทหารอังกฤษ และพันตรี พอล แอชเวล แห่งกองกำลัง Force 136, SOE พร้อมกับนาวาอากาศตรี พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช แห่งกองทัพอากาศอังกฤษ ซึ่งจะเสด็จไปรายงานองค์ที่กองบัญชาการเสรีไทยกรุงเทพฯ และทรงปฏิบัติภารกิจสืบข่าวกองกำลังทางอากาศญี่ปุ่นในดินแดนไทย รายงานกองทัพอากาศอังกฤษต่อไปอีกหลายครั้ง
การรับส่งนักศึกษาปริญญาโทมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง รับการฝึกเสรีไทยจากฐานทัพอังกฤษ ในอินเดียและลังกา นำโดยนายจารุบุตร เรืองสุวรรณ (ประธานรัฐสภาในสมัยต่อมา)
การรับตัวพันโท เดวิด สไมเล่ย์ (David Smiley) นายทหารอังกฤษหน่วยกองกำลัง Force 136 ประจำค่ายเสรีไทยสกลนคร ค่ายเสรีไทยใหญ่แห่งหนึ่งในอีสาน ไปส่งที่กัลกัตตา อินเดีย เพื่อรับการรักษาพยาบาล หลังจากประสบอุบัติเหตุการจัดเก็บวัตถุระเบิดในค่ายสกลนคร
การรับพันเอก เนตร เขมะโยธิน (หลังสุดยศพลเอก) กลับจากภารกิจใต้ดินที่อินเดียและลังกา เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2488 ซึ่ง พ.อ.เนตรผู้นี้มีภารกิจสำคัญในการประสานแผนการรบปลดปล่อยไทยร่วมกับกองบัญชาการที่ลังกา การกำหนดเขตปฏิบัติงาน ตรวจเยี่ยมการฝึกเจ้าหน้าที่ไทย โดยต้องลักลอบแวะจังหวัดเลย ให้พ้นจากการสืบรู้ของทหารญี่ปุ่น ก่อนเข้ากรุงเทพฯ รายงานตัวกับนายปรีดี พนมยงค์ และผู้บังคับบัญชาในกองทัพ
นอกจากนี้ยังมีการส่งเจ้าหน้าที่ไทย รับการฝึกจากโรงเรียนสงครามพิเศษฝ่ายอังกฤษที่อินเดีย ซึ่งมีทั้งนักเรียนนายร้อยทหารบก นักเรียนเท็ฆนิคทหารบก และชุดตำรวจสันติบาล
ที่สำคัญได้มีการส่งอาวุธยุทธภัณฑ์จากอังกฤษ ให้แก่เสรีไทยในประเทศผ่านสนามบินลับนาอานแห่งนี้อย่างสม่ำเสมอ นับแต่เดือนมีนาคม - สิงหาคม พ.ศ. 2488 ซึ่งนอกจากจะได้แจกจ่ายแก่พลพรรคจังหวัดเลย - ขอนแก่นแล้ว ยังมีการส่งอาวุธอีกจำนวนมากสำหรับเสรีไทยในจังหวัดต่าง ๆ ที่ร่วมกับสายอังกฤษ โดยเสรีไทยขอนแก่นและเสรีไทยจังหวัดเลย จะได้ลำเลียงบรรทุกอาวุธทางบกไปตามเส้นทางเลย - ชุมแพ จนส่งไปถึงกองบัญชาการเสรีไทยที่กรุงเทพฯ
2.4 ค่ายพลพรรค
นอกจากที่นาอานจะเป็นสนามบินแล้ว ยังเป็นที่ตั้งค่ายฝึกพลพรรคเสรีไทยจังหวัดเลยอีกด้วย โดยมีกำลังพลจากข้าราชการมหาดไทย ภายใต้นายสุวรรณ รื่นยศ ปลัดจังหวัด ตำรวจภายใต้ ร.ต.อ. มังกร สุวรรณชฏ ผู้กำกับการตำรวจ ทหารอากาศภายใต้ น.ต. อุสาห์ ชัยนาม และครูชายหญิงภายใต้นายนพ จุลกาญจน์ ศึกษาธิการจังหวัด

นายนพ จุลกาญจน์ ศึกษาธิการจังหวัดเลย ผู้นำมวลชนครูเสรีไทย
ที่มา : ภาพจากทายาท
สำหรับทหารอากาศนอกจากจะปฏิบัติหน้าที่พลพรรคแล้ว ยังมีบทบาทเป็นเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของสนามบิน ในการให้สัญญาณรับส่งเครื่องบิน การจัดตารางบิน และเป็นกำลังในการป้องกันสนามบินลับ
อาวุธที่ใช้ฝึก เป็นอาวุธทันสมัยในยุคนั้น ได้แก่ ปืนคาร์บิน (M1 Carbine) ปืนพกลูกโม่ (Revolver) ปืนกลมือสเตน (STEN Gun) ระเบิดขว้าง และระเบิด TNT ซึ่งไทยไม่เคยมีใช้มาก่อนเกิดสงคราม อาวุธเหล่านี้ฝ่ายสัมพันธมิตรส่งมาให้ผ่านเที่ยวบินต่าง ๆ เล่ากันว่า พลพรรคผู้หญิงอาจไม่ถนัดปืนที่มีน้ำหนักมาก มักได้รับแจกปืนคาร์บินประจำกาย

ส่วนหนึ่งของพลพรรคเสรีไทยจังหวัดเลย
2.5 นายสุวรรณ "ตื่นยศ”
อาจารย์ทนง สุวรรณสิงห์ได้ถ่ายทอดคำบอกเล่าชาวบ้านเลยไว้ว่า เมื่อมีสัญญาณเครื่องบินจอด ประชาชนทั่วไปไม่รู้เรื่อง มักจะเห็นนายสุวรรณ รื่นยศ ปลัดจังหวัด รักษาราชการข้าหลวงแต่งเครื่องแบบข้าราชการ พร้อมเหรียญตรา เพราะต้องรีบไปรับเที่ยวบินลับเหล่านั้น แล้วต้องแต่งเครื่องแบบให้ชัดเจน เพื่อหากทหารญี่ปุ่นพบ จะสามารถอ้างเหตุปฏิบัติงานในราชการไทยได้ แต่ชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องเสรีไทยยุคนั้นจะแซวปลัดสุวรรณ รื่นยศว่าเห่อยศเครื่องแบบ จึงเรียกกันท่านปลัดจังหวัดกันว่า “นายสุวรรณ ตื่นยศ”
2.6 สนามบินลับนาอาน สู่ท่าอากาศยานเลย
หลังจากสิ้นสงครามมหาเอเชียบูรพา พ.ศ. 2489 พื้นที่สนามบินได้ปักหลักขึ้นเป็นที่ดินของกองทัพอากาศ และได้มีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารและปรับปรุงทางวิ่ง ต่อมา “ประกาศเป็นสนามบินอนุญาต เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2497” จนถึงปี พ.ศ. 2511 กรมการบินพาณิชย์ (ปัจจุบันเปลี่ยนกรมท่าอากาศยาน) ได้เข้ามาดูแล และพัฒนาเป็นสนามบินพาณิชย์พลเรือน คือท่าอากาศยานเลยในปัจจุบัน มีอาคารที่พักผู้โดยสารให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 300 คนต่อชั่วโมง และพัฒนาปรับปรุง สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในการให้บริการอากาศยาน ผู้โดยสาร และผู้มาใช้บริการ เช่น หอบังคับการ จุดดับเพลิง เป็นต้น โดยยังคงเป็นที่ดินกองทัพอากาศถึงปัจจุบันนี้
นอกจากนี้พื้นที่อีกส่วนหนึ่งของสนามบินนาอานเดิม กองทัพอากาศได้ให้หน่วยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ใช้พื้นที่สำหรับเป็นที่ตั้งกองบังคับการหน่วยผสมพลเรือน - ตำรวจ - ทหาร (พตท. 1718) ในการปราบปราบกองกำลังคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ในพื้นที่รอยต่อจังหวัดเลย อุดรธานี และหนองคาย ตั้งแต่ พ.ศ. 2517 – 2526 ต่อมาในปี พ.ศ. 2528 พลเอก อาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารบกในยุคนั้นจึงให้สร้างอนุสาวรีย์ให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐผู้สละชีพจำนวน 112 นาย ยังปรากฏจนปัจจุบัน พื้นที่สนามบินนาอานเดิมด้านนี้ได้ใช้เป็นที่ตั้งกองกำกับการตำรวจท่องเที่ยว จังหวัดเลยอีกด้วย โดยพื้นที่ด้านนี้ยังคงสภาพใกล้เคียงสนามบินลับนาอานในอดีต ที่ยังคงเป็นลานบินลูกรังขนาดใหญ่ แต่มีต้นไม้ยืนต้นขึ้นเพิ่มเติม และมีอาคารคอนกรีตบางส่วนในพื้นที่

พื้นที่บางส่วน ของสนามบินลับนาอานเดิม ปัจจุบันอยู่ในบริเวณอนุสรณ์สถาน พตท. 1718
ที่มา : วันใหม่ นิยม
3. ภูบ่อบิด
สถานที่แห่งนี้ปัจจุบันอยู่ในเขตวนอุทยานภูบ่อบิด และเป็นที่ตั้งของวัดป่าไตรสวรรค์ ครอบคลุมตำบลชัยพฤกษ์ ตำบลนาอาน และตำบลเมือง อำเภอเมือง จังหวัดเลย ห่างจากตัวเมืองเลยเพียง 4 กิโลเมตร สามารถขึ้นยอดภูเพื่อชมทิวทัศน์เมืองเลย ชมหมอกในฤดูหนาว และสักการะพระพุทธรูปและรูปปั้นหลวงปู่หลุย จันทสาโร ภายในถ้ำภูบ่อบิด มีตำนานเรื่องเล่าที่น่าสนใจ แต่อาจจะยืดยาวเกินไปหากนำมากล่าวในบทความนี้

วนอุทยานภูบ่อบิด พิกัดสำหรับนักบิน เตรียมตัวก่อนถึงสนามบินนาอาน
ที่มา : วันใหม่ นิยม
3.1 พิกัดการบินสนามบินนาอาน
เมื่อสร้างสนามบินนาอานขึ้น ตั้งแต่ พ.ศ. 2485 นั้น จะต้องมีการทำแผนที่การบิน จัดทำโดยกองทัพอากาศ (ต้องจัดทำทุกสนามบิน) ซึ่งจะระบุพิกัดต่าง ๆ ที่เครื่องบินจะต้องบินผ่าน และต้องหลบไม่ให้ชน ภูบ่อบิดนับเป็นพิกัดสำคัญ ที่จะบอกให้นักบินเตรียมลดระดับลงจอดที่สนามบินนาอาน
3.2 เสียงระเบิดพรางเที่ยวบินลับ นาอาน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสนามบินลับนาอานห่างจากเมืองเลย 5 กิโลเมตร การที่มีเครื่องบินขึ้นลงเป็นประจำย่อมจะส่งเสียงเครื่องยนต์ อาจทำให้ชาวเมืองรู้สึกผิดสังเกต ทางฝ่ายกรมการจังหวัดจึงร้องขอให้ฝูงบินกองทัพอากาศที่จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดเลยส่งเครื่องบินมาบินผ่านตัวจังหวัดเป็นระยะ ให้ประชาชนคุ้นชินเสียงเครื่องบิน
นอกจากนี้ฝ่ายจังหวัดยังได้คอยจุดระเบิดที่ภูบ่อบิด เพื่อให้ประชาชนเกรงภัยทางอากาศ ไม่ออกจากบ้านในเวลากลางคืน ทั้งหมดนี้เพื่อให้ปฏิบัติการเสรีไทยที่สนามบินนาอานอยู่พ้นสายตาการรับรู้จากประชาชนนอกขบวนการ และยังคงรักษาความลับเอาไว้ได้
สรุป
จากการสำรวจครั้งนี้ด้วยเวลาที่จำกัด ผู้เขียนจึงยังไม่ได้เดินทางไปภูกระดึง สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมระดับประเทศ และค่ายเสรีไทยจังหวัดเลยในอดีตอีกแห่งหนึ่ง
อย่างไรก็ตามจากสถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับปฏิบัติงานเสรีไทยจังหวัดเลย ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือสงครามมหาเอเชียบูรพา ซึ่งผู้เขียนได้สำรวจและเขียนในบทความนี้ ได้แก่ ศาลากลางจังหวัดหลังเดิม สนามบินลับนาอาน (ท่าอากาศยานเลย) ภูบ่อบิด และแม้แต่ภูกระดึง ล้วนแต่เป็นสถานที่คุ้นเคยในชีวิตคนจังหวัดเลย
แต่น้อยคนที่จะรับรู้ว่า สถานที่เหล่านี้ ครั้งหนึ่งหน่วยงานราชการ ข้าราชการ และประชาชนชาวจังหวัดเลยบางส่วน ได้เคยร่วมมือปฏิบัติงานเสรีไทย เพื่อปกป้องเอกราชอธิปไตยและสันติภาพของประเทศไทย จึงสมควรที่จะได้บันทึกในประวัติศาสตร์ ทั้งในหนังสือ หลักสูตรการเรียนการสอน การจัดแสดงความรู้ในสถานที่จริง สื่อโซเชียลท้องถิ่นและระดับประเทศ การจัดแสดงทางศิลปะ ดนตรีละคร กิจกรรม Workshop และกิจกรรมทัวร์ตามรอย ฯลฯ ไปจนถึงสร้างอนุสรณ์สถาน ให้ประวัติศาสตร์เสรีไทยเลยคงมีชีวิตในความรับรู้ร่วมของคนเลยและประชาชนคนไทยสืบต่อไป
เอกสารอ้างอิง
- 80 ปีของศรีเวยยะกา ณ นครพนม (เปี่ยมศรี จุลกาญจน์) 21 พฤษภาคม 2537
- ชีวิตและงานสังคมสงเคราะห์ของสุวรรณ รื่นยศ. ม.ป.พ., ม.ป.ป.
- พลสยาม สุนทรสนิท, และคณะ. จากตำนานภูบ่อบิดที่เชื่อมโยงถึงสวนสาธารณะกุดป่อง ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย (บทความ)การประชุมวิชาการการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ สืบค้นจาก https://www2.huso.tsu.ac.th/ncom/csd/csdful_pdf/f138.pdf
- วันใหม่ นิยม. ขบวนการเสรีไทยสายอีสาน : เครือข่าย การจัดตั้ง และพลวัตทางการเมืองในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง 26พฤศจิกายน 2568 https://pridi.or.th/th/content/2025/11/2695
- วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร (2547). ตำนานเสรีไทย. กรุงเทพฯ : แสงดาว.
- วิวิธสุรการ,หลวง. “ประวัติมหาดไทยของหลวงวิวิธสุรการ” ใน ประวัติมหาดไทยของหลวงวิวิธสุรการ พ.ศ. ๒๕๐๖, ๑-๒๙. พระนคร: โรงพิมพ์มิตรไทย, ๒๕๐๖. (พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ หลวงวิวิธสุรการ ณ เมรุหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๐๖).
- สวัสดิ์ ศรีสุข, พลอากาศจัตวา ดร. งานเสรีไทยในภาคอีสาน และเรื่องของพันโท เดวิด สไมเล่ย์. อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พลอากาศจัตวา ดร. สวัสดิ์ ศรีศุข ม.ว.ม., ป.ช., ท.จ. ณ เมรุวัดธาตุทอง เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2542 เวลา 14.00 น.
- อดุล อดุลเดชจรัส, พลตำรวจเอก (2565). คำให้การต่อศาลอาชญากรสงคราม ปี 2488. ญี่ปุ่นขึ้นเมือง – The Japanese Storm (รวบรวมโดยสุพจน์ ด่านตระกูล) กรุงเทพฯ : แสงดาว (พิมพ์ครั้งที่ 2).
- อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นายอรรถ เทิงวิเศษ ท.ม. ต.ช. ณ เมรุวัดธาตุทอง เขตพระโขนง กทม. วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม 2528
- ท่าอากาศยานเลย. ประวัติความเป็นมา. 29 มีนาคม 2565 https://minisite.airports.go.th/loei/post/view/798
- เล่าเรื่อง การก่อสร้างอาคารศาลากลางจังหวัดเลย บริเวณกุดป่อง สมัยหลวงวิวิธสุรการ โดยเพจเล่าเรื่องเมืองเลย. 14 พฤษภาคม 2024 https://web.facebook.com/share/p/18pyPM7t7u/
- ทนง สุวรรณสิงห์. สัมภาษณ์. 12 เมษายน 2569