ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
แนวคิด-ปรัชญา, บทสัมภาษณ์

กล่าวรำลึกและสะท้อนความหมาย สถาบันปรีดี พนมยงค์

27
มิถุนายน
2569

 

สุลักษณ์ ศิวรักษ์ (ส.ศิวรักษ์)

สวัสดีครับท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ ผมได้รับเชิญให้มาวันนี้ คงต้องพูดเรื่องอาจารย์ปรีดี พนมยงค์นะครับ สำหรับผม อาจารย์ปรีดีเป็นคนที่มีคุณูปการกับบ้านเมืองนี้มาก เกือบจะที่สุดเลยก็ว่าได้ ผมเคยพูดกับท่านว่า ผมเปรียบเทียบท่านเหมือนกับพระเจ้าตากสินมหาราช ท่านบอกท่านไม่เคยนึกเรื่องนี้มาก่อนเลย ผมบอกอาจารย์มีโอกาสพลิกแผ่นดินเปลี่ยนบ้านเปลี่ยนเมืองเป็นประชาธิปไตย เมื่ออายุ 32 ปี พระเจ้าตากสินก็เสวยราชสมบัติตอนพระชนน์ 32 ปี สามารถปกครองบ้านปกครองเมือง กู้เอกราชได้ และถูกสำเร็จโทษหลังจากที่ปกครองบ้านปกครองเมืองมา 15 ปี

อาจารย์ปรีดีก็เหมือนถูกประหารชีวิตนะครับ แต่ไม่ได้ประหารในทางร่างกาย เป็นการประหารในทางชื่อเสียงเกียรติคุณทั้งหมด แม้จนบัดนี้แล้วชื่อเสียงเกียรติคุณของอาจารย์ปรีดีทั้งหมดก็ยังไม่กลับฟื้นคืนขึ้นมา ชนชั้นปกครองส่วนใหญ่ยังไม่เห็นคุณค่าของอาจารย์ปรีดี

เพราะฉะนั้น ผมอยากจะเรียนไว้นะครับ สถาบันปรีดี พนมยงค์ จะทำอะไรก็ตามไม่จำเป็นต้องยกย่องอาจารย์ปรีดี แต่ขอให้พยายามเผยแพร่กิตติคุณที่ท่านได้ทำมา และอาจารย์ปรีดีเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นคนเดียวนะครับ ท่านคือผู้อุทิศชีวิตทั้งหมดเพื่อราษฎรเพื่อบ้านเมือง ไม่เคยทำอะไรเพื่อประโยชน์ของตัวเองเลย

การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 เวลานี้คนเป็นอันมากก็ยังไม่เห็นความสำคัญ เพราะเป็นครั้งแรกที่อำนาจอยู่ที่ประชาชน อำนาจอยู่ที่ราษฎรเป็นครั้งแรก และคณะราษฎรสามารถรวมตัวกันรักษาประชาธิปไตยไว้ได้ถึง 15 ปี ทั้ง ๆ ที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นบุกเข้ามายึดเมืองไทย แต่เรายังรักษาประชาธิปไตยไว้ได้

แม้จอมพล ป. พิบูลสงคราม จะเป็นเผด็จการ แต่จอมพล ป. พิบูลสงครามก็เป็นคนรักชาติ ทำอะไรต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง และท่านก็อุทิศตัวเพื่อบ้านเพื่อเมือง และจอม ป. พิบูลสงครามได้รับอำนาจด้วยวิถีทางประชาธิปไตย

 

 

ผมอยากจะเรียนท่านทั้งหลายนะครับ เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองเสร็จแล้ว เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีซึ่งเป็นขุนนางเก่า เป็นเจ้าพระยาเก่า เป็นเสนาบดีเก่า และหันมานิยมยกย่องระบอบใหม่ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ได้รับเลือกเป็นประธานสภาคนแรก และเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีเป็นคนพูดเลยนะครับ ว่าหลวงประดิษฐ์ฯ เป็นคนพิเศษ ทำอะไรต่าง ๆ เพื่อบ้านเพื่อเมืองและเป็นคนไม่มักใหญ่ใฝ่สูง

ผมอยากให้ตราคำนี้ไว้นะครับว่า อาจารย์ปรีดีเป็นคนไม่มักใหญ่ใฝ่สูง ถ้าคุณจะปกครองบ้านปกครองเมือง เป็นใหญ่เป็นโตคุณต้องมักใหญ่ใฝ่สูง เหมาเจ๋อตง มักใหญ่ฝ่ายสูงมากครับ เขาพร้อมที่จะฆ่าเพื่อนทุกคน ฆ่าราษฎรเป็นล้าน ๆ คน เพียงเพื่อให้ตัวเขาอยู่ในอำนาจมาตลอด

โฮจิมินห์เป็นคนซึ่งมีความเห็นแก่ตัวน้อย อุทิศตัวทั้งหมดเพื่อราษฎร แล้วเป็นอย่างไรครับเวียดนามชนะสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นมหาอำนาจ แต่แล้วเวลานี้เวียดนามก็กลายเป็นทุนนิยมไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ การที่จะทำนุบำรุงบ้านเมืองให้เดินไปทางที่ถูกที่ชอบ เพื่อประโยชน์ของราษฎร ส่วนใหญ่เป็นเรื่องยากมาก

ถ้าอาจารย์ปรีดีมักใหญ่ใฝ่สูง งานใต้ดินของอาจารย์ปรีดี “ขบวนการเสรีไทย” นั้นเป็นผลงานที่สำคัญยิ่งนะครับ ไม่ใช่เพื่อเอกราชของบ้านเมืองเท่านั้น อาจารย์ปรีดีเห็นเลยว่ามนุษยชาติทั้งหมดมีความสำคัญเท่าเทียมกัน

เมื่อคุณจำกัด พลางกูร ที่อาจารย์ปรีดีส่งให้ไปเป็นทูตลับที่เมืองจีนตามวันและเวลาที่ อาจารย์ปรีดีบอกว่า “โชคดีอีกสองเดือนได้พบกัน ถ้าโชคร้ายเสร็จสงครามได้พบกัน ถ้าโชคร้ายที่สุดก็ยอมเสียชีวิตเพื่อชาติและ Humanity” ท่านไม่ได้คิดเพื่อชาติอย่างเดียวครับ ท่านคิดเพื่อมนุษยชาติด้วย ไม่ได้คิดให้เฉพาะคนไทยอย่างเดียว เพื่อนทั้งหมดมีความสำคัญ และในเวลานั้นมีบ้านเมืองเราเมืองเดียวที่เป็นเอกราช เพื่อนบ้านเราเสียเอกราชหมด และอาจารย์ปรีดีอุดหนุนทั้งหมดเพื่อให้เพื่อนบ้านได้รับเอกราช เพราะฉะนั้น อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ชาวประชาชาติให้มา อาจารย์ปรีดีแอบเอาไปให้อินโดนีเซีย ให้ลาว ให้เวียดนาม ที่เวียดนามยังมีกองพันรถถัง 2 กองพันเรียกว่า กองพันสยาม

เมื่อเสร็จสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ตั้งสมัชชาเอเชียอาคเนย์ ซึ่งไม่เหมือนอาเซียนเวลานี้ สมัชชาเอเชียอาคเนย์นั้น ต้องการประชาธิปไตย ต้องการในแนวทางสังคมนิยม ต้องการเพื่อนบ้านรักใคร่สมัครสมานกัน เพื่อเป็นกลุ่มขึ้นมา เพราะอาจารย์ปรีดีเห็นว่าต่อไปอินเดียจะได้รับเอกราช ต่อไปจีนจะแข็งแรงขึ้น ถ้าเผื่อในสมัชชาเอเชียอาคเนย์เรารวมตัวกันในทางประชาธิปไตยสังคมนิยม เราจะเป็นกลุ่มที่เข้มแข็งมาก

แต่เป็นที่น่าเสียดายนะครับรัฐประหาร 2490 นั้นเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นในเมืองไทย เนื่องจาก 2475 นั้นอาจจะหลายพ่อพันแม่ แต่ทุกคน เกือบทุกคนทำเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง แต่รัฐบาล 2490 นั้นทำทั้งหมดเพื่อตัวเอง เพื่อความร่ำรวยของตัวเอง ไม่ใช่เพื่อราษฎร และเวลานี้พวก 2490 ก็ยังร่ำรวยกันอยู่ ถ้าเผื่อว่าอาจารย์ปรีดี มักใหญ่ใฝ่สูง อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ได้มา กระบวนการเสรีไทยที่ได้มาทั่วประเทศ ครอบงำอาวุธเอาไว้ รวมตัวกันไว้ รัฐประหาร 2490 เป็นไปไม่ได้เลยครับ เพราะรัฐประหาร 2490 เกิดจากทหารนอกราชการ อาวุธยุทโธปกรณ์ก็ไม่มี

สำหรับอาจารย์ปรีดีนั้น สิ่งต่าง ๆ ต้องทำเพื่อประโยชน์ของราษฎร เพื่อประโยชน์ของคนยากไร้ เพื่อความยุติธรรมทางสังคม และอาจารย์ปรีดีเห็นว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำได้คือต้องอาศัยการศึกษา เพราะฉะนั้นการตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง เป็นหัวใจอีกอันหนึ่งของอาจารย์ปรีดี

เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐประหาร 2490 เขายึดอำนาจได้ เขาต้องการปิดธรรมศาสตร์แล้วไกล่เกลี่ยกัน โดยตัดคำว่าการเมืองออก ในขณะที่อาจารย์ปรีดีเห็นว่ามาเรียนธรรมศาสตร์นี่ต้องมุ่งถึงธรรมะ ความจริง เอาธรรมะมาเป็นศาสตราที่แหลมคมเพื่อรับใช้บ้านเมือง เพื่อรับใช้ประชาชน หัวใจมันแตกต่างตรงนี้ น่าปลื้ม อย่างน้อยธรรมศาสตร์ก็สามารถผลิตบัณฑิตที่ออกมารับใช้บ้านเมืองได้หลายคน ที่สำคัญคือ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ผู้เป็นผลผลิตของธรรมศาสตร์ เป็นคนที่เดินตามอาจารย์ปรีดี และก็ได้รับการเนรคุณไม่น้อยกว่าอาจารย์ปรีดี อาจารย์ปรีดีต้องไปตายที่ฝรั่งเศส เช่นเดียวกับที่ป๋วยที่ต้องไปตายที่อังกฤษ

นี่แหละครับ บ้านนี้เมืองนี้เราตอบแทนบุญคุณคนที่ทำคุณให้ประโยชน์ให้บ้านเราด้วยวิธีการเช่นนี้ ผมพูดได้อีกมากนะครับ แต่ว่าถ้าพูดมากไปกว่านี้แล้ว ผมจะโดนคดี แต่ที่ผมพูดท่านทั้งหลายก็เข้าใจนะครับ ในที่นี้ผมอาจจะแก่กว่าเพื่อน ผม 94 ปีแล้ว ผมอ่อนกว่าการอภิวัฒน์เพียง 6 ปี ผมไม่รู้ผมจะอยู่ถึง 100 หรือเปล่า แต่อย่างน้อยผมก็ยังเชื่อนะครับ ว่าเมื่อการอภิวัฒน์ครบ 100 ปี บ้านนี้เมืองนี้จะเปลี่ยน แม้บ้านนี้เมืองนี้ถูกมอมเมา ให้หลงอยู่กับทุนนิยมบริโภคนิยม ให้หลงอยู่กับศักดินา ประชาธิปไตยปลอม แต่ผมเชื่อว่ากรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี และผมเชื่อคนรุ่นใหม่เริ่มมีตามีแวว ผมเชื่อเลยครับว่าประชาธิปไตยจะกลับมา ขอบคุณมากครับ