ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
แนวคิด-ปรัชญา

ปรีดี พนมยงค์ และนโยบายการทูตที่แก้ไขภาวะวิกฤต

30
สิงหาคม
2569

 

สำหรับผู้ที่ถามว่าภูมิรัฐศาสตร์ปัจจุบัน ไทยจะปรับตัวอย่างไร ท่านอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ได้ลงมือทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง โดยมีความอยู่รอดและเอกราชของประเทศเป็นเดิมพัน แล้วท่านก็ทำสำเร็จอย่างงดงาม ผมสรุปความรู้สึกที่ผมมองการทูตของท่านอาจารย์ปรีดีเป็นสองบรรทัด

การพูดแบบประณีต ลึกซึ้ง สง่างาม

 

 

สามคำนี้สะท้อนบุคลิกของท่านอาจารย์ปรีดีเท่าที่ผมสังเกต ท่านมีความเข้าใจในเรื่องการใช้ดุลยภาพแห่งอำนาจ แล้วผมจะกล่าวต่อไปว่าพอท่านเข้าใจแล้วท่านทำอย่างไรต่อ

แต่ที่สำคัญคือ ท่านมุ่งบรรลุเพื่อชาติ เพื่อสันติภาพและมนุษยชาติ ทำไมผมจับสามคำนี้ สันติภาพนั้นชัดเจน จากการที่ท่านสร้างภาพยนตร์พูดภาษาอังกฤษเป็นครั้งแรก “พระเจ้าช้างเผือก” ความสำคัญที่ท่านให้กับสันติภาพ

เป็นสันติภาพที่ไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอ เราเข้มแข็งพร้อมที่จะรบ แต่เราต้องการสันติภาพ ฟังดูเหมือนเป็นคำต้น ๆ ของพระบรมราชโองการประกาศวันสันติภาพ เพื่อชาติ เพื่อมนุษยธรรมก็เป็นคำที่อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ใช้เป็นประจำ

ท่านอาจารย์ปรีดี ณ ทำเนียบท่าช้าง วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2486 ได้กล่าวกับ ดร.จำกัด พลางกูร ก่อนที่จะเดินทางเสี่ยงกับชีวิตไปราชการลับติดต่อกับรัฐบาลจีนที่จุงกิง สรุปท่านก็บอกว่าเพื่อชาติ เพื่อ Humanity ถ้าเคราะห์ดีอีก 45 วันเจอกัน ถ้าเคราะห์ไม่ค่อยดีอย่างช้าอีก 2 ปี ถ้าเคราะห์ร้ายที่สุด ถือว่าเสียชีวิตเพื่อชาติ ก็เป็นสิ่งที่ท่านมองเห็นความเสี่ยงอย่างชัดเจน พูดในบริบทของโดนัลด์ ทรัมป์ปัจจุบัน จะวิเคราะห์การทูตของท่านอาจารย์ปรีดีว่า เป็นการทูตที่ท่านใช้สติปัญญาในการสร้างไพ่ต่อรองตลอดเวลา

ไพ่ใบแรก สร้างภาพยนตร์พระเจ้าช้างเผือก สื่อสารเป็นภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ เพื่อจะบอกจุดยืนของประเทศไทย

ไพ่ใบที่สอง เมื่อไทยได้เข้าร่วมสงคราม ประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตรท่านก็ก่อตั้งขบวนการเสรีไทย ขบวนการเสรีไทยคือไพ่สำคัญที่สุดที่ทำให้เราอยู่รอด พ้นจากการที่เป็นผู้แพ้สงคราม หลังจากสงครามยุติลง

 

 

ไพ่ต่อมา ผมจะยกตัวอย่าง อันนี้เป็นกลักบุหรี่ อาจารย์ปรีดีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ท่านสามารถที่จะใช้พระนามาภิไธย อ.ป.ร. วางไว้บนกล่องบุหรี่ ท่านรู้ว่า ประธานาธิบดีรูสเวลท์ สูบบุหรี่แบบภาษาอังกฤษก็คือ Chain smoker วันละ 15-40 มวน บุหรี่ยี่ห้อตราอูฐ แม้กระทั่งในภาพก็จะมีการสูบบุหรี่อยู่ตลอดเวลา ท่านให้ CIA ซึ่งแต่ก่อนคือ OSS ซึ่งท่านประสานงานเป็นประจำที่ทำเนียบท่าช้าง เอากลักบุหรี่ไปให้ถึงมือประธานาธิบดี เรารู้ได้อย่างไรว่าถึงมือ จดหมายทางด้านซ้ายมือเป็นจดหมายของ ถ้าตำแหน่งปัจจุบันก็คือผู้อำนวยการ CIA เขียนไปถึงเลขานุการของประธานาธิบดี และยืนยันว่าถึงมือก็คือกลักบุหรี่นี้ยังอยู่

ในพิพิธภัณฑ์ของประธานาธิบดีรูสเวลท์ การ Lobby เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ใช้สติปัญญาว่าจะให้ของขวัญอะไรที่จะพกติดตัวไปได้ แล้วคนรับจะมีความรู้สึกถูกใจและมีความรู้สึกผูกพันว่ามาจากคนที่เป็นหัวหน้าขบวนการต่อต้านญี่ปุ่น ผมมั่นใจว่ากินใจประธานาธิบดีแน่นอน แล้วก็สืบทอดไปถึงประธานาธิบดีทรูแมนแน่นอน อันนี้คือไพ่สำคัญ ไพ่นี้ออกเป็นลายลักษณ์อักษรที่ประกาศว่า การประกาศสงครามวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2485 ของรัฐบาลขณะนั้น ขัดกับเจตจำนงของประชาชน ขัดกับรัฐธรรมนูญของประเทศไทย และประชาชนได้ร่วมกันต่อต้าน

เพราะฉะนั้นไพ่ใบนี้เป็นไพ่ที่ใส่ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรจากขบวนการเสรีไทยที่ประสานงานร่วมมือกับฝ่ายสัมพันธมิตร ทั้งอังกฤษทั้งสหรัฐและจีนอย่างที่บอกแล้ว นี่เป็นไพ่ที่สำหรับผมต้องถือว่า Smart ที่สุดอีกใบหนึ่งของท่านอาจารย์ปรีดี คือ ลอร์ด หลุยส์ เมาส์แบทเทิล เป็นผู้บัญชาการกองกำลังสูงสุดของฝ่ายสัมพันธมิตรในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เหมือนที่ ดร.จริย์วัฒน์ สันตะบุตร ได้ระบุไว้ อยากจะเข้ามาปลดอาวุธทหารญี่ปุ่น

อาจารย์ปรีดีจัดสวนสนามตามที่ลอร์ด หลุยส์ เมาส์แบทเทิลต้องการ มีทหารอังกฤษและทหารอินเดียสวนสนาม ณ ราชดำเนิน แต่หมากของอาจารย์ปรีดี คือกราบบังคมทูลเชิญพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จเป็นประธานร่วม

ถ้าใครดูภาพวิดีโอเก่าที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ลงไว้ใน YouTube เวลาที่ ลอร์ด หลุยส์ เมาส์แบทเทิล ลงจากรถยนต์พระที่นั่งเพื่อให้รัชกาลที่ 8 เสด็จลงมา

ลอร์ด หลุยส์ เมาส์แบทเทิล ทำความเคารพนะฮะ แล้วเวลายืนตรวจแถวกองทหารที่เดินสวนสนาม ดร.จริย์วัฒน์ ท่านยืนยันว่า ลอร์ด หลุยส์ เมาส์แบทเทิล ยืนในระดับที่ต่ำกว่า เขามาจากประเทศที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์เก่าแก่ที่สุด เขาเป็นเชื้อพระวงศ์ เป็นลุงแท้ ๆ ของคนที่จะเป็นลูกเขยพระเจ้าจอร์จที่ 6

ที่จะมาแต่งงานอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงเอลิซาเบธ เขาให้ความเคารพการยืนตรวจแถวพลทหารคู่กัน เป็นการบอกว่าการทูตและสถานะของประเทศไทยสง่างาม เทียบเท่าประเทศที่เป็นผู้ชนะอย่างอังกฤษ

ไพ่ใบสุดท้ายที่ผมหยิบมาในเวลาอันสั้น คือการที่ท่านอาจารย์ปรีดีตอนนั้นไม่ได้มีตำแหน่งในรัฐบาลแล้ว เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2489 ตัดสินใจเป็นหัวหน้าคณะทูตสันถวไมตรี คณะของไทยเล็กมาก มีท่านทูตกนต์ธีร์ ศุภมงคลไปเสริมช่วงเดินทางไปสหรัฐอเมริกา เดินทางไปที่จีนประเทศแรกเพื่อจะไปพบกับผู้ชนะของฝ่ายสัมพันธมิตรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียคือจีน ลงมาที่ฟิลิปปินส์ได้รับการต้อนรับจากประธานาธิบดีอย่างอบอุ่น ต่อจากนั้นก็บินไปที่กวม, ฮาวาย, ลอสแองเจลิส, วอชิงตัน ดี.ซี. ที่วอชิงตัน ประธานาธิบดีทรูแมน จัดให้พำนักที่ Blair House ใครที่อยู่วอชิงตันก็จะทราบว่า Blair House คือที่พักของแขกประธานาธิบดีที่มาเยือนอย่างเป็นทางการ ประธานาธิบดีที่จะรับตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคม ก็จะได้รับเชิญให้มาอยู่ที่ Blair House เพราะคืนวันที่ 19 ประธานาธิบดีคนที่จะหมดวาระ ก็ยังนอนอยู่ทำเนียบขาว เพราะฉะนั้น Blair House มีความสำคัญมาก

 

 

สหรัฐอเมริกาได้มอบ Medal of Freedom ให้กับอาจารย์ปรีดี สถาบันสมิธโซเนียนไม่มีโอกาสต้อนรับ อุตส่าห์มาดักอาจารย์ปรีดี ที่กัลกัตต้า อินเดีย เพื่อจะบอกว่าสมิธโซเนียนได้ตั้งชื่อนกพันธุ์ที่ค้นพบ เป็นชื่อของอาจารย์ปรีดี จากนิวยอร์กท่านไปเพื่อไปล็อบบี้ทูตประเทศต่าง ๆ ที่ชนะสงคราม ที่จะจัดตั้งองค์การสหประชาชาติ ท่านทูตกนต์ธีร์ให้ถือเป็นผลงานของพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ กรณีที่สหภาพโซเวียต ในที่สุดก็ยกมือสนับสนุน อาจารย์ปรีดีตั้งใจจะไปเยือนสหภาพโซเวียต หลังจากที่ไปอังกฤษ ฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์ สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ แต่ท่านล้มป่วยก่อน ก็เลยไม่ได้ไปสหภาพโซเวียต

การไปอังกฤษได้รับการต้อนรับ เรียกว่าสูงสุดเท่าที่ผู้นำประเทศจะมีได้ จัดให้พักอย่างดีได้รับการ ได้รับพระราชทานอาหารกลางวันจากพระเจ้าจอร์จที่ 6

พระเจ้าจอร์จที่ 6 ให้เจ้าหญิงพระธิดาสององค์มานั่งด้วย ที่ผมเล่ามาทั้งหมด ผมอ่านมาจากท่านผู้หญิงเขียนไว้หมด วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ท่านผู้หญิงเขียนบันทึกเอาไว้ เพราะฉะนั้นควีนเอลิซาเบธรู้จักท่านอาจารย์ปรีดีตั้งแต่วันนั้น และเมื่อ ลอร์ด หลุยส์ เมาส์แบทเทิล ถูก IRA วางระเบิดเสียชีวิต

อาจารย์ปรีดีมีหนังสือไปแสดงความเสียใจกับควีนเอลิซาเบธที่ 2 แล้วควีนเอลิซาเบธทรงพระอักษรตอบขอบใจมา เมื่อไปเยือนฝรั่งเศส ท่านได้พบกับนายกรัฐมนตรีสวิตเซอร์แลนด์ ท่านไปเข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวที่ดาวอส แล้วท่านก็ได้รับการต้อนรับจากราชวงศ์ของเดนมาร์ก ไปจนถึงราชวงศ์ของสวีเดนและของนอร์เวย์

การเยือนแบบนี้ในฐานะที่ผมอยู่กระทรวงต่างประเทศ สมัยนั้นมันไม่มี WhatsApp มันไม่มี Fax มันไม่มี E-mail เราไม่มีสถานกงสุลใหญ่ เราไม่มีสถานทูตจำนวนมากเท่าปัจจุบัน แล้วท่านได้กำหนดการไว้เช่นนี้ ขอประทานโทษ ถ้ารัฐบาลชุดปัจจุบันไปแบบนี้ ต่อให้มีการเตรียมการดีอย่างไร ผู้นำรัฐบาลก็จะไม่ได้กำหนดการแบบนี้ นั่นแสดงถึงการยอมรับ แสดงถึงผลสำเร็จที่วัดเป็นค่า KPI ได้จากผลของการเยือน ถึงแม้ท่านถึงอสัญกรรมไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 วันที่ 2 พฤษภาคม ผมจำวันนั้นได้ เพราะว่า ดร.จริย์วัฒน์ทำงานอยู่ที่กองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นกองสำคัญที่สุดของกระทรวงการต่างประเทศ เป็นกองที่ต้องมาแต่เช้าแล้วก็อยู่ถึงค่ำคืนทุกวัน ดร.จริย์วัฒน์ ขอลาบินตรงไปที่ปารีสเพื่อไปร่วมงานศพอาจารย์ปรีดี ผมก็คิดว่าท่านเด็ดขาดมากยอมทิ้งงานทั้งหมด เพื่อจะต้องไปปารีสให้ได้

 

 

ท่านถึงแก่อสัญกรรมมาขนาดนี้ ผมนึกถึงรูปทางซ้ายมือผมเขียนไปถามคุณดุษฎี พนมยงค์ว่า มีรูปอาจารย์ปรีดีกับท่านโฮจิมินบ้างหรือไม่ ก็ได้รูปทางซ้ายมือ ผมขอร้องให้จิตรกรภาพเหมือน ชื่อคุณหงษ์จร เสน่ห์งามเจริญวาดภาพนี้บนแผ่นผ้าใบ ภาพนี้กำลังแสดงอยู่ที่ The Old Siam, Old Thailand Gallery อยู่สี่แยกแม้นศรี ผมขอให้จิตรกรภาพเหมือนวาดภาพนี้ เพราะตรงนี้ยังเป็นไพ่ให้กับประเทศไทยในการเล่นกับเวียดนามได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะเพื่อนผมซึ่งเป็นทูตไทยที่เวียดนามมีความรู้จักเกี่ยวกับเวียดนามอย่างดียิ่ง ยืนยันว่าคนเวียดนามทุกรุ่นและทุกคนเทิดทูนรัฐบุรุษผู้ก่อสร้างประเทศของเขา ไม่นับพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ถ้าเป็นคนธรรมดาหรือเด็ก ๆ ก็จะรู้จักหมด ผมบอกภาพในทำเนียบหรือในสถานทูต นี่เป็นไพ่ต่อรองของทูต ถ้าเผื่อเรายืมมือศิลปินจิตรกรหรือเรามีรูปเก่า ๆ แล้วเราประดับให้เป็นประโยชน์ เพราะรูปของท่านอาจารย์ปรีดีกับโฮจิมินห์เป็นการเตือนคนเวียดนามว่าในยุคที่วีรบุรุษของเขาทุกข์ยาก ประเทศไทยโดยท่านอาจารย์ปรีดีให้ที่พักพิง แล้วก็มีจิตใจที่จะร่วมต่อสู้เพื่อเอกราช เห็นได้ชัดจากการที่อาจารย์ปรีดีก่อตั้งสันนิบาตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนที่อาเซียนจะเกิดขึ้น 20 ปี

 

 

น่าเสียดายที่ท่านพ้นจากอำนาจ เพราะถ้าสันนิบาตที่เริ่มจาก 6 ประเทศคือ ไทย เวียดนาม กัมพูชา ลาว อินโดนีเซีย แล้วผลักดันเป็นตัวเป็นตนตั้งแต่สมัยนั้น อาจจะไม่มีสงครามเวียดนาม เวียดนาม ลาว กัมพูชา อาจจะไม่เป็นที่ถูกทิ้งระเบิดที่หนักที่สุดในประวัติศาสตร์โดยสหรัฐอเมริกา คนหนุ่มสาวอเมริกัน 60,000 - 70,000 คนไม่มีความจำเป็นจะต้องเสียชีวิตพร้อมกับคนเวียดนาม คนลาว และคนกัมพูชาอีกเป็นล้าน ๆ คน

วิสัยทัศน์ของท่าน การมองที่ทะลุเพื่อใช้หมากทางการทูตซึ่งเข้าใจดุลยภาพแห่งอำนาจ ไม่ได้ทำให้เรารักษาเอกราชความอยู่รอดจนถึงทุกวันนี้เท่านั้น แต่ยังได้วางแนวทางที่เราจะใช้ต่อเนื่อง ยกตัวอย่างสถานทูตไทยที่ลอนดอน ผมจะให้จิตรกรวาดภาพท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์และอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ยืนถ่ายรูปกับ ลอร์ด หลุยส์ เมาท์แบทเทิล กับเลดี้เมาท์แบทเทิล คนอังกฤษที่เดินเข้ามาในทำเนียบหรือในสถานทูต เขาจะเห็นความลึกซึ้งของประเทศไทย ยิ่งเขารู้ว่า เกิดขึ้นจากการที่ไทยถูกญี่ปุ่นรุกรานแล้วเราช่วยสหรัฐ ช่วยอังกฤษ ช่วยนักโทษอังกฤษทั้งหลายซึ่งร่างกายผ่ายผอมตอนสร้างรางรถไฟที่จังหวัดกาญจนบุรี นี่เป็นบุญคุณที่เราสามารถเอามาเล่นต่อได้

นี่คือหมากคือไพ่ทางการเมือง สุดท้ายผมขอสร้างความหวัง 3 ข้อสั้น ๆ 

ความหวังข้อแรก ผมหวังว่ากระทรวงการต่างประเทศจะไปขอร้องกทม. ว่า ปีต่อไปจะขอมีส่วนมาร่วมจัดแล้วกระทรวงการต่างประเทศจะสามารถจัดได้ดีที่สุดในมิติของการประชุมระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับสันติภาพ

สิงคโปร์เป็นเกาะที่ไม่มีอะไรเลย แต่มีความฉลาดของมนุษย์ที่สร้างไพ่จากอากาศ Shangri-la Dialogue ที่รัฐมนตรีกลาโหมทั่วโลกจะต้องมาประชุมกันทุกปี รวมทั้งสหรัฐ สิงคโปร์สร้างมาจากอากาศ ทำให้ทุกคนจะต้องมาร่วมประชุมกันเกี่ยวกับการป้องกันประเทศในเอเชียแปซิฟิก

ทำไมประเทศไทยซึ่งเป็นที่ ๆ ทุกคนอยากจะมา ถึงไม่สร้างไพ่ที่เป็นสถานที่จัดประชุม International Conference On Peace วันที่ 16 สิงหาคมทุกปี แล้วถ้าจะให้ดีงามกว่านั้น สร้างรางวัลปรีดีพนมยงค์ แล้วก็คัดเลือกคนที่ต่อสู้เพื่อสันติภาพ คือไม่ต้องไปแข่งกับโนเบลครับ แต่ใครที่ผิดหวังจากโนเบลอาจจะได้เข้ารอบจากรางวัลของประเทศไทย

ความหวังที่สองกระทรวงการต่างประเทศมีห้องประชุมค่อนข้างมาก มีห้องรับรองจำนวนมากแต่ทำแบบคนละเรื่องกับทหาร ทางฝั่งทหารจะให้ห้องประชุมเป็นชื่อ ผบ.ทุกคน ถนนในแคมป์ในค่ายก็ยังตั้งชื่อตามนามสกุลทหาร ชื่อค่ายก็เป็นชื่อทหาร ตอนนี้กระทรวงต่างประเทศพัฒนาขึ้นมีห้องนราธิป ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์เป็นสุดยอดของนักการทูตไทย และก็มีพระบรมราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง หลังสุดมีห้องดร.ถนัด คอมันตร์ ซึ่งท่านเป็นทีมงานของท่านอาจารย์ปรีดี

งั้นผมอยากเห็นห้องประวัติศาสตร์ โถงประวัติศาสตร์ชื่อ ปรีดี พนมยงค์

แล้วในห้องประชุมหรือห้องรับรองมีภาพของบทบาทอาจารย์ปรีดี ที่นำสันติภาพมาสู่ประเทศไทย ส่วนที่มาสู่มนุษยชาติผ่านองค์การสันนิบาตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นทำไม่สำเร็จ

อันสุดท้ายผมจะไม่พูดมากเพราะเดี๋ยวอาจจะมีโอกาสเพิ่มก็คือ ผมจะให้พวกเราทุกคนให้คะแนนรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศปัจจุบัน ว่ามีการทูตประณีตลึกซึ้งสง่างามรู้จักใช้ดุลยภาพแห่งอำนาจ เพื่อชาติ เพื่อสันติภาพ เพื่อมนุษยชาติมากน้อยแค่ไหน

มองไปรอบบ้าน โดยเฉพาะสถานการณ์ในเมียนมากับกัมพูชา นโยบายการต่างประเทศ ผมยังยืนยันว่าที่ท่านอาจารย์ปรีดีวางไว้ เป็นอกาลิโก ไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา คือเพื่อชาติ สันติภาพ กับมนุษยชาติ เมียนมานี่ตั้งแต่เป็นพม่า เขามี 200-300 เผ่าพันธุ์ แล้วเขาฆ่ากันมาตลอดระยะเวลา 70-80 ปี

เวียดนามนอกจากฆ่ากันเอง เวียดนามเหนือเวียดนามใต้ ก็มีอเมริกัน ก่อนอเมริกันก็มีฝรั่งเศส พอระเบิดแล้วระเบิดอีก กัมพูชานี่เคยมีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ส่วนไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์และโชคดีที่สุด

ถ้าเราทำใจเป็นกลาง เราเป็นคนที่อาศัยอยู่ในประเทศ เพื่อนบ้านของ

เราทั้งหมดเขาเห็นว่าประเทศไทยยังมีปัญหา มีอะไรอยู่ค่อนข้างมาก

ส่วนสำหรับเขา ปัญหาคือความอยู่รอดในแต่ละวันอย่างปลอดภัย สิทธิที่ไม่ถูกละเมิด คำว่ามนุษยชาติ มันจะต้องเป็นส่วนหนึ่ง เป็นมิติหนึ่งของการต่างประเทศ โดยเฉพาะกับเมียนมาและกัมพูชา วันที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระพันปีหลวง ทรงแสดงน้ำพระทัย ให้คนลี้ภัยจากกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทยได้ ประเทศไทยได้รับการสรรเสริญจากทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้ สิ่งที่พระองค์ท่านแสดง ทำให้ประเทศไทยสง่างาม ทำให้ประเทศไทยเป็นอารยะ

 

 

ถ้าแปลงเป็นผลประโยชน์ปัจจุบัน คือสินค้าออก คือนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ คือนักลงทุนที่มีคุณภาพ สง่างามกับความเป็นอารยะจะต้องเป็นส่วนประกอบของการเดินหมากทางการทูตและการต่างประเทศ ผลประโยชน์ไทยมาก่อนแน่นอนครับ

แต่ถ้าเอาแต่ผลประโยชน์ แต่ไม่ดูหลักการสิทธิมนุษยชน ความเป็นอารยะ สง่างาม ประเทศไทยจะกลายเป็นนักฉวยโอกาส เราอยากให้คนมองประเทศไทยเป็นนักฉวยโอกาส หรือเป็นประเทศที่มีอารยะ

กับเพื่อนบ้านทั้งหมด เราแข็งแกร่งกว่ามากมาย เรามีไพ่เหนือกว่ามากมาย แต่ทำไมการต่างประเทศของเรา มันดูเกรงใจ อ่อนแอ บางครั้งก็เข้มแข็งแบบทหารเพียงอย่างเดียว แบบที่อาจารย์อัครพงษ์ ค่ำคูณพูดเมื่อวาน คือรักชาติไม่ได้แข่งกันว่าใครจะให้สัมภาษณ์ทุกครั้งแล้วเริ่มว่า "เอกราช อธิปไตย เป็นสิ่งที่ผมยอมไม่ได้" ตรงนั้นไม่ใช่การแสดงออกถึงความรักชาติ

รักชาติไม่ใช่บอกว่า "รักชาติ เทิดทูนสถาบันพอแล้ว มีสิทธิ์มีใบอนุญาตให้โกงได้"

อันนั้นก็ไม่ใช่การรักชาติ ความรักชาติต้องไม่โกง ความรักชาติต้องไม่เกลียดเหยียดหยามเพื่อนบ้าน พวกเราทุกคนต่างมีบ้าน เราอยากมีเพื่อนบ้านอยู่ในสลัมตลอดเวลาหรือไม่ หรืออยากมีเพื่อนบ้านที่เราสามารถบอกให้เขาช่วยดูแลเวลาเราไม่อยู่ได้ หรือเราต้องมานั่งสร้างรั้ว จ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ติดกำแพง ติดกล้อง CCTV เราจะสร้างความปลอดภัยแบบนั้นไปเรื่อย ๆ หรือไม่

ถ้าเผื่ออีกฝ่ายหนึ่งเขาใช้หมากทางการเมืองปลุกระดมให้เกิดความรักชาติเกลียดชังคนไทย เราจะลดตัวทำตัวต่ำแข่งกับเขาหรือ

ถ้าเราทำตัวเป็นอารยะ คนธรรมดาที่เขาอยู่ข้างบ้านเรา เขาถูกรัฐบาลเขาปั่นหัวทุกวัน เขาไม่ได้ไม่ฉลาด เขารู้ว่าไทยดีกว่าที่รัฐบาลเขาปั่นหัว ผมเคยไปอยู่กรรมาธิการสาธารณสุข ไปที่อำเภออุ้มผาง หมอบอกว่าวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกมีจำกัด ฉีดให้ได้เฉพาะคนไทย เด็กนักเรียนไทย คือต้องฉีดกับเด็กหญิงอายุประมาณ 13 - 14 ปี ในห้องมีทั้งชาติพันธุ์แล้วก็เป็นนักเรียนไทย หมอต้องไปบอกนักเรียนชาติพันธุ์ที่เขาเกิดในประเทศไทยเพียงแต่ยังไม่มีบัตรประชาชนว่า พวกหนูโชคดีวันนี้ไม่ต้องเจ็บตัว แต่หมอพูดด้วยความเจ็บปวด เพราะเขาเป็นหมอ หมอไม่ได้ดูว่าจะรักษาคนที่รักชาติไทย ไม่รักษาคนที่เกลียดประเทศไทย หมอมีอารยะ มีความเป็นวิชาชีพ

อาจารย์อัครพงษ์พูดถูก เราส่งหน่วยแพทย์ไปดินแดนเมียนมาข้ามแม่น้ำเมยไป   เพื่อป้องกันโรคติดต่อที่มันจะกลับมาถึงประเทศไทย ผมอยู่ในสมาชิกวุฒิสภา มีเพื่อนสมาชิกวุฒิสภายกมือถามว่า โรงเรียนไทยจะให้เด็กพม่ามาเรียนฟรีได้อย่างไร ผมก็เลยต้องยกมืออธิบายว่า เด็กเหล่านี้ตอนเช้าเขาเคารพธงชาติไทย เขาร้องเพลงชาติไทยก่อนเดินขึ้นห้อง มีพระบรมฉายาลักษณ์ เขารู้ว่าเจ้านายทุกพระองค์มีจิตใจที่จะช่วยเหลือ เพราะเขาเห็นโรงเรียน เห็นโครงการต่างๆ ที่สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานไว้  เจ้านายทำตัวเป็นตัวอย่าง รัฐบาลจะต้องมีมิติของการมองไกล เพื่อชาติ สันติภาพ มนุษยธรรม มนุษยชาติ อย่ามองแค่ได้คะแนนเสียงกลับเพื่อมาอยู่ในอำนาจได้อีก

ถ้านายกรัฐมนตรีไทยคิดแบบนั้น ประวัติศาสตร์จะจารึกว่านายกคือนักการเมือง แต่ถ้านายกรัฐมนตรีไทยมีสติปัญญา สามารถคิดและลงมือทำได้เหมือนท่านอาจารย์ปรีดี ประวัติศาสตร์และประชาคมระหว่างประเทศจะจดจำว่านายกฯ ไทยเป็นรัฐบุรุษ ก็ขอให้ท่านนายกลองคิดดูว่า ท่านอยากให้ประวัติศาสตร์จดจำว่าท่านเป็นรัฐบุรุษ หรือเป็นนักการเมืองที่อยากได้อยู่ในอำนาจต่อไปเรื่อย ๆ