ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
บทบาท-ผลงาน

มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์ และ การทำสวนยางพารา

15
พฤษภาคม
2564
มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์ และ การทำสวนยางพารา

เคยนึกเล่นๆ ตามประสาเด็กหนุ่มลุ่มน้ำตาปี เมื่อสิบกว่าปีก่อนว่า “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ตนเองชเป็นนักศึกษาอยู่ พอจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับสวนยางพาราบ้างหรือเปล่านะ?”

จวบจนปลายทศวรรษ 2550 ผมอ่านหลักฐานเอกสารเก่าๆ และเผอิญค้นพบข้อมูลเรื่องมหาวิทยาลัยแห่งนี้เชื่อมโยงกับพืชเศรษฐกิจแห่งปักษ์ใต้เยี่ยงยางพาราเข้าจริงๆ

กล่าวคือ ช่วงต้นทศวรรษ 2480 ผู้บริหารมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (ม.ธ.ก.) ได้เกิดแนวความคิดว่าจะทำสวนยางพาราที่จังหวัดทางภาคใต้

 

มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ภาพจาก หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง
ภาพจาก หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

หนังสือพิมพ์ภาษาจีน ฮั่วเฉียวเยอะเป้า ฉบับประจำวันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2480 (ถ้านับเทียบศักราชแบบปัจจุบันจะตรงกับวันที่ 22 มีนาคม พุทธศักราช 2481) เผยรายละเอียดว่า ทาง ม.ธ.ก.ใคร่อาศัยกิจการสวนยางพารา เพื่อแสวงหาเงินรายได้มาเป็นค่าใช้จ่ายภายในสถานศึกษา โดยมีมติตกลงจะจ่ายเงินสวัสดิการของมหาวิทยาลัยจำนวน 50,000 บาท ซื้อที่ดินปลูกต้นยางพาราที่หาดใหญ่ เนื่องจากห้วงเวลานั้น กิจการทำสวนยางพารากำลังเจริญรุ่งโรจน์ยิ่งนัก และถ้ากิจการดำเนินไปอย่างราบรื่น ก็จะลงทุนเพิ่มเติมอีก 

โครงการอยู่ในระหว่างการวางแผน หลวงประดิษฐ์มนูธรรม หรือ นายปรีดี พนมยงค์ ผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยอาจจะจ้างนายเจียคูสีและนายตั้งแปะเจ็งมาเป็นที่ปรึกษา นั่นเพราะนายเจียคูสี คือพ่อค้าชาวจีนนามกระเดื่องดัง ผู้ประกอบกิจการสวนยางพาราที่หาดใหญ่มายาวนานกว่าสิบปี ส่วนนายตั้งแปะเจ็งก็มีความชำนาญอย่างมาก

นายเจียคูสี น่าจะเป็นบุคคลเดียวกันกับ ‘นายเจียกีซี’ หรือ ‘ขุนนิพัทธ์จีนนคร’ ผู้บุกเบิกพัฒนาหาดใหญ่จากป่าดงให้กลายเป็นเมือง

 

ขุนนิพัทธ์จีนนคร หรือ นายเจียกีซี เมื่อปี พ.ศ. 2469 ภาพจากเพจ Hat Yai City
ขุนนิพัทธ์จีนนคร หรือ นายเจียกีซี เมื่อปี พ.ศ. 2469
ภาพจากเพจ Hat Yai City

 

นายเจียกีซี เดินทางจากบ้านเกิดเมืองนอนที่มณฑลกวางตุ้ง เข้ามาสู่ประเทศสยามสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ล่องเรือรอนแรมท้องทะเลจนมาถึงบางกอกในปี พ.ศ. 2447 เริ่มทำงานร้านจำหน่ายสุราต่างประเทศ (ยี่ห้อเต็กเฮงไท้) 

ประมาณห้าปีถัดมา ทางการจะจัดสร้างทางรถไฟสายใต้ต่อจากเพชรบุรีไปจรดชายแดนภาคใต้ เขาจึงสมัครทำงานกับบริษัทรับเหมาสร้างทางรถไฟในตำแหน่งผู้ตรวจการและผู้จัดการทั่วไป พอลงไปสร้างทางรถไฟก็เผชิญความยากลำบากเหลือแสน พื้นที่ภาคใต้ล้วนมีป่าทึบรายล้อม แรงงานชาวจีนทั้งหลายต้องแผ้วถางป่าเพื่อเปิดทางให้วางรางเหล็กได้  ผู้จัดการทั่วไปมิแคล้วสวมบทบาทผู้คุมงานถางป่า

ครั้นสร้างทางรถไฟสายใต้มาถึงละแวกย่านบ้านน้ำน้อย อยู่ระหว่างสงขลากับหาดใหญ่  ซึ่งยุคนั้นพื้นที่หาดใหญ่ยังเรียกขานกันว่า “เหนือ” หรือต่อมาเป็นอำเภอเหนือ นายเจียกีซีตัดสินใจลาออกจากงาน มาดหมายจะไปลงหลักปักฐานที่สงขลา ที่นั่นโจรปล้นกวาดเอาทรัพย์สินไปเกือบหมด เขาเลยหาหนทางย้อนกลับไปตรัง เข้าพบนายชีจื้อถิ่น ผู้รับเหมาสร้างทางรถไฟ และได้รับงานควบคุมการสร้างทางรถไฟสายใต้อีกครา

ต่อมาพอสร้างอุโมงค์สำเร็จก็เรียกขานกันว่า “อุโมงค์ช่องเขา" ก่อนจะถึงสถานีรถไฟร่อนพิบูลย์ และสถานีรถไฟชุมทางเขาชุมทอง

ตลอดทศวรรษ 2460 นายเจียกีซีพยายามบุกเบิกหักร้างถางพง และพัฒนาพื้นที่ขยายออกไปจากสถานีโคกเสม็ดชุนให้กลายเป็นเมือง ภายหลังจากสร้างทางรถไฟมาถึง เขาสร้างห้องแถว ตัดถนนหลายสาย สร้างสถานพยาบาล และสร้างตลาด โดยเขาวางผังเมืองเอง ค่อยก่อตั้งกิจการต่างๆ ทำการค้ากับชาวมลายูและชาวต่างชาติ ทั้งโรงแรม บริษัทเหมืองแร่ และสวนยางพารา 

นายเจียกีซีได้ตั้งชื่อบริเวณบ้านของตนที่ตั้งอยู่ในย่านโคกเสม็ดชุน (เพราะเคยเป็นดงต้นเสม็ด) เพื่อใช้ในการติดต่อทางไปรษณีย์กับชาวต่างชาติว่า “บ้านหาดใหญ่” ต่อมาทางการจะเปลี่ยนชื่อป้ายสถานีรถไฟโคกเสม็ดชุนเสียใหม่ จึงเปลี่ยนเป็นสถานีหาดใหญ่

 

บรรยากาศหาดใหญ่ ทศวรรษ 1920s หรือ ทศวรรษ 2460 ภาพจาก www.pinterest.com
บรรยากาศหาดใหญ่ ทศวรรษ 1920s หรือ ทศวรรษ 2460
ภาพจาก www.pinterest.com

 

ต้นทศวรรษ 2470 ท้องที่หาดใหญ่ได้รับการยกฐานะเป็นสุขาภิบาล นายเจียกีซีก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการสุขาภิบาล  ล่วงมาในปี พ.ศ. 2472 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เสด็จประพาสหัวเมืองภาคใต้ ทรงทราบกิตติศัพท์ความเป็นนักพัฒนาเมืองของเขา จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์ และ ราชทินนามเป็น “ขุนนิพัทธ์จีนนคร”

แนวความคิดที่มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองจะทำสวนยางพาราในหาดใหญ่ช่วงต้นทศวรรษ 2480 คงจะสืบเนื่องมาจากปลายทศวรรษ 2470 หลวงประดิษฐ์มนูธรรม หรือ นายปรีดีเคยเยี่ยมเยือนดูงานกิจการสวนยางพาราที่นั่น

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2479 หลวงประดิษฐ์มนูธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ พระยาฤทธิอัคเนย์ (สละ เอมะศิริ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ และ คณะผู้ติดตาม ได้ออกเดินทางไปตรวจราชการและเยือนหลายจังหวัดทางภาคใต้ ดังผมเคยเขียนเล่าไว้ (ดูที่ ล่องใต้ไปกับสองรัฐมนตรี หลวงประดิษฐ์มนูธรรม และ พระยาฤทธิอัคเนย์) ยิ่งเฉพาะในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน สมาคมสวนยางจังหวัดสงขลาได้จัดเลี้ยงต้อนรับสองรัฐมนตรี ณ บ้านพักสถานีหาดใหญ่ 

นับแต่กลางทศวรรษ 2470 เรื่อยมา โดยเฉพาะสมัยที่พระยาพหลพลพยุหเสนา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กิจการสวนยางพารามีแนวโน้มรุ่งเรืองเฟื่องฟู และก่อคุณประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ เป็นสินค้าส่งออกอันได้รับความเอาใจใส่จากทางการและได้รับความสนใจจากประชาชน 

กระทั่งการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวาระต่างๆ ก็มักหยิบยกประเด็นเรื่องสวนยางพารามาพิจารณากันเนืองๆ รัฐบาลออกนโยบายสนับสนุนและปรับปรุงการผลิตยางพารา เข้าร่วมภาคีความตกลงควบคุมจำกัดยางระหว่างประเทศ เอื้ออำนวยให้ราษฎรค้าขายยางพาราได้ราคาสูงขึ้น  

 

สมาคมสวนยางจังหวัดสงขลาต้อนรับหลวงประดิษฐ์มนูธรรม และ พระยาฤทธิอัคเนย์ (สละ เอมะศิริ) ณ บ้านพักสถานีหาดใหญ่ ภาพจาก กรุงเทพฯ วารศัพท์ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2479
สมาคมสวนยางจังหวัดสงขลาต้อนรับหลวงประดิษฐ์มนูธรรม
และ พระยาฤทธิอัคเนย์ (สละ เอมะศิริ) ณ บ้านพักสถานีหาดใหญ่

ภาพจาก กรุงเทพฯ วารศัพท์ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2479

 

วกกลับมาเอ่ยถึง ฮั่วเฉียวเยอะเป้า สื่อที่รายงานข่าว ม.ธ.ก. จะทำสวนยางพารา ถือเป็นหนังสือพิมพ์จีนอันเลื่องลือในเมืองไทยช่วงทศวรรษ 2470 และต้นทศวรรษ 2480 เริ่มจัดพิมพ์เผยแพร่ฉบับแรกสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2471 ดำเนินกิจการโดยนายเสิงอิ้วหลิน ผู้มีเชื้อสายจีนแคะ สำนักงานเดิมตั้งอยู่ริมถนนซอยเซียงกง ข้างวัดปทุมคงคา

ปลายปี พ.ศ. 2473 และ ต้นปี พ.ศ. 2474 เพลิงไหม้สำนักงานและโรงพิมพ์เสียหายหลายหน จึงย้ายมาตั้งสำนักงานใหม่บริเวณตลาดน้อย

ปี พ.ศ. 2479 ได้เปลี่ยนคณะผู้จัดทำใหม่และดำเนินกิจการโดยนายเฉินโสวหมิง พร้อมย้ายสำนักงานใหม่มาตั้งอย่างใหญ่โตหรูหราตรงถนนเสือป่า จัดงานพิธีเปิดอาคารในวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม และอนุญาตให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมกิจการ มีคนมาเข้าชมมากกว่าหมื่นราย

ผมยังตามสืบค้นหลักฐานไม่กระจ่างชัดว่า ท้ายสุดแล้ว ม.ธ.ก. ได้ประกอบกิจการสวนยางพาราที่หาดใหญ่หรือไม่ แต่อย่างน้อยเราก็รับรู้ว่าเคยปรากฏแนวความคิดเช่นนี้ 

มูลเหตุที่ผู้ประศาสน์การนามปรีดี พนมยงค์ ดำริเรื่องกิจการสวนยางพารา ย่อมสะท้อนความวาดหวังจะแสวงหาทุนเพื่อส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยมีฐานะทางการเงินดีขึ้น มีแหล่งเงินอื่นๆ นอกเหนือจากค่าเทอมนักศึกษา จนสามารถดำรงอยู่ได้ด้วยตนเองอย่างเป็นอิสระ 

ขณะงบประมาณที่ทางรัฐบาลจะอุดหนุนมหาวิทยาลัยค่อนข้างจำกัด อาจใช้จ่ายภายในสถานศึกษาไม่เพียงพอ ซึ่งนายปรีดีพยายามครุ่นคิดวิธีการนานาเสมอๆ เฉกเช่นในปีถัดมา ม.ธ.ก. ได้อาศัยการซื้อกิจการธนาคารแห่งเอเชียเพื่อการอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม หรือ “ธนาคารเอเชีย” มาบริหารเป็นธนาคารของสถานศึกษา

ในปี พ.ศ. 2482 ขณะเมื่อธนาคารเอเชียเพิ่งเปิดกิจการขึ้นใหม่ มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองจึงถือโอกาสเข้าถือหุ้นในธนาคารแห่งนี้ ดังหลักฐานของมหาวิทยาลัยส่วนหนึ่งระบุว่า 

“การที่มหาวิทยาลัยเข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคารเอเชียนั้น มิใช่เพื่อหาผลประโยชน์ให้แก่มหาวิทยาลัยอย่างเดียว แต่เพื่อผลประโยชน์ในทางฝึกหัดให้ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยมีความรู้ในทางธนาคารได้โดยสะดวกด้วย มีนักศึกษาด้านวิชาการบัญชีและพาณิชย์โดยเฉพาะ มีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยหลายคนที่ส่งให้ไปทํางานทางธนาคาร ก็ได้รับประโยชน์ในทางความรู้และมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานในธนาคารเอเชีย...มากหลายด้วยกัน” 

เรื่องราวที่มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองจะทำสวนยางพารา แม้อาจดูเป็นแค่เกร็ดข้อมูลเล็กๆ ทว่า กลับบ่งชี้ประเด็นสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์สังคมไทยไว้ไม่น้อยทีเดียว

 

เอกสารอ้างอิง

  • กรุงเทพฯวารศัพท์. ปีที่ 4 ฉบับที่ 1112 (16 กรกฎาคม พ.ศ. 2479). 
  • บุญเกิด งอกคำ. ธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งความหวัง ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ คนดีที่โลกต้องการ. กรุงเทพฯ : วิจิตรศิลป์การพิมพ์, 2526
  • ลักษมี จิระนคร. “ขุนนิพัทธ์จีนนคร ผู้บุกเบิกหาดใหญ่ยุคแรกสุด อุทิศที่ดิน พัฒนาจากป่าสู่เมืองใหญ่.” ศิลปวัฒนธรรม. ปีที่ 6 ฉบับที่ 12 (ตุลาคม 2528)
  • วารสารและหนังสือพิมพ์ภาษาจีนที่ตีพิมพ์ในประเทศไทย ประวัติและบรรณานุกรม (Chinese periodicals and newspapers printed in Thailand: history and bibliography). กรุงเทพฯ: งานบริการหนังสือพิมพ์และวารสาร หอสมุดแห่งชาติ, 2519
  • วิชิต กาฬกาญจน์. นโยบายการผลิตและการค้ายางพาราในภาคใต้ของไทย พ.ศ. 2444-2503. วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาประวัติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2528
  • ฮั่วเฉียวเยอะเป้า. (22 มีนาคม 2480)
  • ข้อมูลตอนท้ายเรื่องธนาคารเอเชีย ใน ตําราคําสอน ธนาคารเอเชีย และ โรงพิมพ์ ม.ธ.ก. อ่านฉบับเต็มได้ที่ คลิกที่นี่