ตอนที่ 14 : ในกระบวนรบ
“กองทัพหงสาพักพลอยู่ตรงโน้น” พระเจ้าจักราตรัสเมื่อทอดพระเนตรไปยังขอบฟ้าขณะประทับอยู่บนช้างทรง
บัดนี้พระองค์ทรงอยู่ห่างจากกรุงอโยธยามากแล้ว
ที่นี่เป็นทุ่งโล่ง มีคนอยู่ประปราย พุ่มไม้ต่าง ๆ ทอดแนวไปสุดตา แต่ก็ยังพอเห็นผู้คนเป็นกลุ่ม ๆ อยู่ที่ขอบฟ้าไกลโพ้น
ในที่นั้นพระเจ้าหงสาได้บัญชาให้กองทัพหยุดพักตั้งค่าย พระองค์เองก็เพิ่งเสด็จตามกองทัพมา ทรงหยุดอยู่ที่ริมรั้วค่าย กำลังตรวจดูไพร่พลและเชลยที่นำมาแต่กานบุรี
เจ้าชายบุเรงเป็นคนนำเสด็จ
“นี่คือค่ายที่ได้จัดเตรียมไว้ถวาย พ่ะย่ะค่ะ! ทุกอย่างจัดไว้เรียบร้อยแล้ว มีพระกระยาหาร น้ำจัณฑ์ และสตรีตามแต่พระอัธยาศัย พ่ะย่ะค่ะ”
พระเจ้าหงสาทรงกระชับเข็มขัดหนัง พระเนตรเบิกกว้างด้วยราคจริต เมื่อสำรวจบรรดาหญิงเชลยที่ถูกจับไปรวมอยู่ในมุมหนึ่ง
“ดี! ...ดีมาก!...”
และด้วยฝีพระบาทที่เมื่อยล้าจากการรบ พระองค์ก็เสด็จเข้าสู่กระท่อมที่ได้จัดถวาย
จริงแล้วทุกอย่างในกระท่อมนี้ช่างพร้อมมูล พวกมหาดเล็กต่างรู้พระทัยเจ้าเหนือหัว เพื่อเอาพระทัยกันได้เต็มที่ มหาดเล็กคนแรกก็ชิมน้ำจัณฑ์ที่ในหลวงทรงโปรด (และที่มหาดเล็กเองก็โปรดด้วย)...
พระราชาเสด็จมาประทับเหนือพระแท่น ในขณะเดียวกับที่นายทหารซึ่งเข้ามากับพระองค์ ได้กระจายออกไปนั่งตามที่ต่าง ๆ
“ขอเดชะฯ” มหาดเล็กทูล “น้ำจัณฑ์นี้ทำมาจากข้าวอย่างดีที่สุดของอโยธยา พ่ะย่ะค่ะ”

“เออ! เออ!” พระราชตรัส
แล้วทรงลิ้มรสน้ำจัณฑ์อย่างผู้มีรสนิยมรู้แจ้งในคุณค่าของน้ำชนิดนั้น
“ดีจริง! ดีจริง! เทให้ข้าอีก”
ถ้วยหนึ่งตามด้วยอีกถ้วยหนึ่ง แต่ไม่เร็วพอสำหรับพระทัยอันร้อนรนของพระองค์
“เอาพวกเชลยผู้หญิงเข้ามา!” ทรงตะโกนสั่งอัครมหาเสนาบดี คำสั่งออกไปแล้ว
รอบ ๆ กระท่อมที่ประทับนั้นล้อมไปด้วยกองทัพของพระเจ้าหงสา พวกเขากำลังพักผ่อนหลังจากการรบหนักที่กานบุรีและกำลังเตรียมกับข้าวกับปลาสำหรับมื้อเย็น
อัครมหาเสนาบดีอยู่ท่ามกลางกองทัพนั้น ด้วยอารมณ์ดี ถอดเครื่องยศออกแล้ว ท่านเป็นคนมีความสุขเสมอ พระราชากำลังวุ่นอยู่ข้างใน ดังนั้นคนอื่นจึงมีโอกาสมีความสุขกับเวลานั้นอย่างเงียบ ๆ
ทหารผู้กำชัยชนะย่อมยินดีในเสียงดนตรีและการร้องรำ อัครมหาเสนาบดีในพระเจ้าหงสาคิดดั่งนี้
แล้วจึงปรบมือสั่งให้เริ่มจัดระบำคลอไปกับเสียงรำมะนา
นักดนตรีสมัครเล่นมีอยู่หลายคน ไม่ช้าก็ออกมาทีละคน มารำวงอยู่รอบกองไฟซึ่งจุดไว้เพื่อไล่ทั้งยุงและวิญญาณร้ายทั้งหลาย
อัครมหาเสนาบดีเสร็จจากกินอาหาร สงครามนี่ช่วยให้กินอาหารได้รสชาติ นี่ก็แกงไก่...ท่านไม่เคยรู้สึกดีอย่างนี้เลย นี่ก็แกงเผ็ดปรุงด้วยเครื่องเทศชนิดต่าง ๆ การณ์ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี และอีกสองสามวันพวกทหารหงสาก็จะถึงกรุงอโยธยาอย่างไม่ต้องสงสัย และก็ยังมีเจ้าปลาที่ย่างมาจากทะเลแสนไกล…
อัครมหาเสนาบดีถอนใจด้วยความสมหวัง
เออหนอ! ไพร่พลรำวงกัน เสียงรำมะนาสะท้อนในอากาศ... ช่วยเตือนให้ท่านหวนระลึกถึงวัยเด็ก สมัยที่ยังไม่ถูกครอบงำด้วยความห่วงกังวลในเรื่องอำนาจ และความหวาดกลัวว่าอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อพระอารมณ์สนุกของพระเจ้าหงสาเปลี่ยนไป
รำวงช่วยให้อาหารย่อยง่าย อัครมหาเสนาบดีคิด เป็นไรไปล่ะ? ท่านลุกขึ้น เข้าไปร่วมกับพวกที่ตีกลอง ค่อย ๆ ก้าวออกไป...เหล่าทหารปรบมือให้ เออ! ท่านอัครมหาเสนาบดีเป็นคนดีจริง ไม่เย่อหยิ่งถือตัว
ท่านผ่านพ้นคืนนั้นไปด้วยการนอนอยู่ข้างนอก ส่งเสียงกรนหลับสบายแม้นจะมียุง แต่ผิวสีเข้มของท่านหาได้เป็นเหยื่อของเหล่ายุงไม่ แต่อัครมหาเสนาบดีก็ตื่นขึ้น เพราะเสียงฝาหม้อแกงหล่นลงพื้น ด้วยมหาดเล็กจอมตะกละพยายามจะขโมยแกงของท่านไปนั่นเอง
ตอนที่ 15 : กองทัพแห่งอโยธยา
อาทิตย์อุทัยเหนือท้องนา และป่าแห่งนครช้างเผือก
แสงอรุโณทัยไล่ไอหมอกกลุ่มสุดท้ายที่ไหลเรี่ยพื้นดินในช่วงยามค่ำคืนอันฉ่ำชื้น
กองทัพของพระเจ้าจักราตอบรับเสียงแตรปลุกด้วยการเดินทัพไปข้างหน้าก่อนที่ความร้อนระอุของกลางวันจะปรากฏ
หนทางนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ บางครั้งต้องฝ่าป่าซึ่งหนาทึบด้วยไม้สูงตั้งลำโผล่พ้นพุ่มไม้
การเคลื่อนไหวเหล่านี้ไม่สามารถรอดพ้นจากการเฝ้าสังเกตไปได้ ทหารสอดแนมของพระเจ้าหงสาซึ่งหลบซ่อนตามต้นไม้ต่างมีไหวพริบดี เมื่อเห็นกองทัพย่อย ๆ ของศัตรูมุ่งหน้าผ่าน ก็ชักม้าที่แอบอยู่ตามพุ่มไม้ ห้อกลับไปยังค่ายเพื่อเตือนนายกองของตน
“เฮ้ย ๆ กองทัพอโยธยามุ่งหน้ามาแล้ว”

ในขณะที่กองทัพอโยธยายาตราฝ่าป่ามาอย่างรวดเร็ว ค่ายพระเจ้าหงสากลับอยู่ในความสับสนอลหม่าน
แต่ไม่มีข่าวใดเล็ดลอดถึงพระกรรณของเจ้าเหนือหัว…