กองทัพฝ่ายผู้มีชัย ได้กวาดล้างข้าศึกออกจากแว่นแคว้นของตน
บัดนี้เหล่าโยธาทวยหาญได้กลับคืนสู่กรุงอโยธยา นำโดยพระเจ้าจักราผู้ทรงแย้มพระสรวลขณะประทับพระเสลี่ยงผ่านแถวฝูงชนที่มาเฝ้ารับเสด็จถวายพระพรอย่างเนืองแน่น
ทุกคนต่างดีใจที่ได้กลับมาบ้านของตน และพระราชาทรงมีความยินดีที่ได้กลับมาสู่พระราชวัง ซึ่งได้เสด็จจากไปด้วยพระหฤทัยอันเต็มไปด้วยพระปริวิตก ด้วยไม่อาจหยั่งทราบถึงชะตากรรมของหมู่พสกนิกรอันเป็นที่รักได้
ทุกอย่างจบสิ้นลงแล้วอย่างมีความสุข ชีวิตกลับไปสู่สันติสุข และพระองค์ก็จะสามารถใช้เวลากับการปฏิรูป เพื่อความสุขสมบูรณ์ของอาณาจักรดังที่ทรงปรารถนา
ขบวนหยุดลงที่หน้าพระระเบียงอันมีบันไดซึ่งพระองค์เสด็จลงจากพระเสลี่ยงเพื่อเข้าสู่พระราชฐาน ในที่นั้น พระองค์ทรงเห็นดวงหน้าอันแสดงความจงรักภักดีของเหล่าเสนาบดีและข้าราชบริพารทั้งปวง ทำให้ทรงปลื้มปิติยิ่งนัก
ทุกคนมาอยู่กันที่นี่ มีความสุขและร่าเริง และสมุหราชมณเฑียรก็มิใช่คนสุดท้ายที่เข้ามาถวายบังคม
ชัยชนะ ชัยชนะของกองทัพแห่งกรุงอโยธยา นี่ก็เป็นประเพณีอย่างหนึ่งอันควรที่ชนรุ่นต่อ ๆ ไปจะรักษาไว้ ณ บัดนี้จึงถือได้ว่าเป็นมงคลฤกษ์อันยิ่งใหญ่ที่สุดมิใช่หรือ
สมุหราชมณเฑียรมิได้กังขาในข้อนี้เลย และยังแย้มยิ้มอยู่เมื่อกราบบังคมทูล
“บัดนี้การสงครามก็ยุติลงแล้ว เรื่องโบราณราชประเพณีนั้นจะทรงว่าอย่างไร พ่ะย่ะค่ะ”
พระขนงที่ขมวดย่นเป็นคำตอบของพระองค์
“เรื่องสนมทั้งสามร้อยหกสิบห้านางของท่านละซิ”
ท่านสมุห์ฯ ยกมือทั้งสองขึ้นท้วงว่า
“พระเจ้าหงสาทรงมีตั้ง 366 นะ พ่ะย่ะค่ะ! เพื่อเป็นศรีแก่ประเทศของเรา พระองค์จะต้องมีนางสนม 366 นาง ข้าพระพุทธเจ้าได้จัดหาบรรดาหญิงงามถวายให้ทรงเลือกแล้ว พ่ะย่ะค่ะ...”
ท่านผายมือมาทางหมู่หญิงสาวที่นั่งตัวแข็ง พยายามจะสบพระเนตรแต่ก็กลัวสายพระเนตรที่จ้องมานั้นด้วย
พระเจ้าจักราดูเหมือนจะทรงรำคาญเต็มที่ ไม่ต้องสงสัยว่าทรงโปรดบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอย่างอื่นซึ่งพระองค์ทรงเห็นว่าน่าสนใจมากกว่า
แต่ท่านสมุห์ฯ กลับไม่รู้สึกถึงพระอาการนั้นเลย ยังคงรื่นเริงค้อมตัวเข้าหาเจ้าเหนือหัวด้วยท่าทางประจบ
“ถ้าพระองค์ไม่ต้องพระประสงค์กับการเลือกพระมเหสีทั้ง 366 นางในเวลานี้ ก็ทรงเลือกสักนางหนึ่งก่อนก็แล้วกัน พ่ะย่ะค่ะ...”
ความภาคภูมิใจของผู้เป็นพ่อทำให้ท่านกล่าวเลยเถิดไป
“บุตรสาวของข้าพระพุทธเจ้าก็อยู่ที่นี่ด้วย พ่ะย่ะค่ะ...”
จริงซิ เธออยู่ที่นี่ด้วย เรณูผู้เลอโฉม ในวันแห่งชัยชนะนี้เธอแต่งกายด้วยอาภรณ์อันเลิศที่สุดจากช่างฝีมือดีแห่งอโยธยา แซมผมด้วยดอกไม้สมแก่กาละ และรอยยิ้มของเธอที่ปรายมายังพระราชาราวกับอุษาโยค อันอำนวยความอบอุ่น สว่างไสวแด่ท้องฟ้าในยามเช้าตรู่
เรณู... ในที่สุด พระองค์ก็ยังไม่ทรงลืมเธอ เรณูผู้มีเสน่ห์คนนี้ ผู้มีดวงตากลมโตฉายแววล้ำลึก นางผู้งามยิ่งกว่าใครในราชอาณาจักรอโยธยา
เธออยู่ ณ ที่นี้ เบื้องพระพักตร์ เพื่อเฝ้าถวายบังคมด้วยความรู้สึกตื่นเต้นที่อธิบายไม่ได้
พระเจ้าจักราทรงแย้มพระโอษฐ์นิดหนึ่ง ทรงตริตรองอยู่สักครู่ แล้วหันไปทางสมุหราชมณเฑียร
“เพื่อตัดปัญหาที่ท่านจะมารบเร้าเราอีก เรายอมจำนน และขอเลือกมเหสีคนแรกของเรา.....คือบุตรสาวของท่าน”
ท่านสมุห์ฯ ยืนตัวแข็ง สั่นด้วยความรู้สึกสับสน
“แต่” พระราชาเสริม “นับแต่บัดนี้เป็นต้นไปเราจะยกย่องมเหสีคนแรกของเราให้เป็น พระราชินีกิตติมศักดิ์ ไม่มีเบี้ยหวัดเงินปีหรือพระตำหนักส่วนพระองค์”
พระองค์ทรงใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง
“สำหรับมเหสีที่เหลืออีก 365 คน เราจะเลือกเองทีหลัง”
ทรงหันกลับเพื่อเสด็จสู่บันไดที่ประทับ ปล่อยให้ท่านสมุห์ฯ ยืนงง
อีกฝ่ายแทบไม่เชื่อหูตัวเอง แต่ความยุ่งยากใจของท่านยังไม่หมดเพียงแค่นี้ ด้วยบุตรีของท่านเอง เรณูที่รักนั่นแหละ ซึ่งบัดนี้กลายเป็นพระราชินีกิตติมศักดิ์ไปแล้ว หันมาตำหนิท่านเข้าอีก
“ทำแบบนี้อีกแล้วนะพ่อ ลูกบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าพ่อไม่เข้าใจในหลวง พ่อทำทุกอย่างพังหมดแล้ว!”
“เหลวไหล ลูก! เหลวไหล!” พ่อผู้โชคร้ายพูดเร็วปรื๋อ
แต่เรณูผละไปเสียก่อนแล้ว
พระเจ้าจักราเสด็จขึ้นบันไดเข้าห้องส่วนพระองค์อย่างช้า ๆ บางที! พระองค์อาจจะลืมเรื่องนี้ไปแล้วก็ได้ เรื่องของพระราชินีกิตติมศักดิ์.....บางที
ทว่าที่เบื้องปฤษฎางค์ของพระองค์ เรณูตามขึ้นบันไดมาทันถวายบังคมแทบพระบาท
“ควรมีควรแล้วแต่จะโปรดเพคะ ถึงหม่อมฉันจะเป็นเพียงราชินีกิตติมศักดิ์ ก็ขอให้หม่อมฉันได้ทูลว่า การเลี้ยงดูนางสนมทั้ง 365 นางนั้นจะเป็นการสิ้นเปลืองพระราชทรัพย์อย่างมาก พระราชทรัพย์เหล่านี้ควรจะนำไปใช้ในการส่งเสริมความกินดีอยู่ดีให้แก่ประชาราษฎร์และความรุ่งเรืองของประเทศมากกว่า”
คำพูดดังกล่าวสะกิดพระทัยขึ้นมาทันที ทรงทอดพระเนตรพินิจสาวน้อยผู้ซึ่งความงามสง่าของเธอมีได้ประจักษ์แก่พระองค์มาก่อนจนกระทั่งบัดนี้
ทรงแย้มพระสรวลให้เธออย่างทรงเห็นด้วย
“ถึงสงครามจะยุติ” เรณูกล่าวต่อ “เราก็ยังต้องการใช้ช้างจำนวนมากไม่เพียงแต่สำหรับกองทัพเท่านั้น แต่สำหรับงานในป่าด้วยเพคะ...”
และกล่าวเสริมอย่างซื่อ ๆ
“อีกอย่างหนึ่ง พวกช้างนี่เป็นสัตว์น่ารักนะคะ หม่อมฉันชอบมัน...”
คราวนี้พระเจ้าจักราทรงพระสรวลออกมาอย่างเปิดเผย
“ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท” เรณูชักกล้าขึ้น กราบทูลต่อ “น่าจะทรงนำพระราชทรัพย์ไปใช้จ่ายในการเลี้ยงดูช้างทั้งหลาย อย่าสนใจบิดาของหม่อมฉันเลยเพคะ”
พระเจ้าจักราทรงเริ่มมีพระดำริว่าพระองค์ได้ทรงพบหญิงที่ถูกพระทัยแล้ว
พระองค์ตรัสเรียกสมุหราชมณเฑียรอีกครั้ง
“ดูเถอะ! ท่านสมุห์ฯ ท่านมีลูกสาวที่ฉลาดมากจริง ๆ...”
ใบหน้าของบุรุษผู้รับพระราชดำรัสยิ้มบานแฉ่ง
“ใช่แล้ว” ตรัสต่อ “เธอเป็นลูกสาวที่ฉลาดมาก ฉลาดกว่าพ่อเสียอีก” หน้าที่บานอยู่เลยหุบ
อย่างไรก็ตาม พระราชาได้ทรงจับแขนของเรณูไว้ แล้วตรัสกับเธอ
“ที่รักของฉัน การณ์จะเป็นไปตามที่เธอบอกมา แต่เธอต้องช่วยฉัน ดูเธอจะเป็นคนเดียวที่เข้าใจฉัน ยิ่งมองเธอฉันยิ่งชอบเธอ เธอจะมาเป็นราชินีของฉันไหม เป็นราชินีตัวจริงของฉัน”
ไม่มีอะไรเกี่ยวกับราชินีกิตติมศักดิ์อีกแล้ว!
เรณูหน้าแดงด้วยความสุขใจ เธอคุกเข่าถวายบังคม
“เป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นเพคะ!”
เธอจุมพิตพระหัตถ์ของพระราชา เพื่อแสดงความภักดีและเสริมว่า
“ถ้าทรงต้องพระประสงค์ที่จะยุติราชประเพณีนี้ตลอดไป ก็ทรงทำได้นี่เพคะ.....”
เธอกระซิบด้วยเสียงอันแผ่วเบา
“อ้อ!” พระราชาตรัส แย้มพระสรวลด้วยพระปีติ ทรงผงกพระเศียรเห็นด้วย แล้วตรัสเรียก
“ท่านสมุห์ฯ”
“พ่ะย่ะค่ะ!” ฝ่ายหลังกราบทูลอย่างขมีขมัน
พระราชาทรงนิ่งนึกสักครู่
“มีราชประเพณี...ที่พระมหากษัตริย์อาจทรงมอบพระราชอำนาจให้ใครที่พระองค์ทรงเลือกบ้างไหม”
ท่านสมุหราชมณเฑียรเบิกตากว้าง แล้วเกาหลังศีรษะตัวเอง
“มี พ่ะย่ะค่ะ” ท่านตอบออกไปในที่สุด
“ดี! ดี!” พระเจ้าจักราตรัส
และทรงออกพระสุรเสียงดังขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้ยิน
“ถ้าเช่นนั้น เราขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า นับแต่บัดนี้ไป เราขอสละพระราชอำนาจอันทำให้เรามีมเหสีได้ถึง 365 นางของเรานี้ จากตัวเราเองและจากรัชทายาท ตลอดจนผู้สืบสันตติวงศ์ของเราตลอดไป...”
ทรงเว้นระยะเวลาครู่หนึ่ง
“และนับแต่นี้เป็นต้นไป เรายินดีที่จะมอบอำนาจนี้ให้แก่ท่านสมุหราชมณเฑียร”
ฝ่ายหลังผงะถอยกลับไปก้าวหนึ่ง
“แต่...เอ้อ...ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ขนาดนั้นไม่มากไปหน่อยหรือ พ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่! ไม่มากไปดอก ท่านสมุห์ฯ ที่รัก” พระราชาตรัสตอบ “เราต้องไม่แพ้พระเจ้าหงสานะ อย่างน้อยต้องทำให้ได้เท่าพระองค์ เราขอสั่งให้ท่านปฏิบัติราชประเพณีนี้แทนเราอย่างเคร่งครัดด้วย”
และทรงหันไปยังราชินีองค์ใหม่ของพระองค์
“สำหรับเรา เราไปช่วยกันหาช้างมาเพิ่มอีก 365 ตัวเถิด ดีไหมที่รัก”
“เพคะ! เพคะ! ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท” เรณูทูลตอบอย่างร่าเริง