ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
บทบาท-ผลงาน

สายลับ “รู้ธ” ที่บ้านถนนตก

31
กรกฎาคม
2565

 

 

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงปี พ.ศ. 2484-2488 ได้มีการจัดตั้งกลุ่มคนเป็นขบวนการใต้ดินเพื่อต่อต้านการรุกรานของกองทัพญี่ปุ่น ผู้เป็นหัวหน้าปฏิบัติการภายในประเทศ คือ นายปรีดี พนมยงค์ โดยใช้นามเป็นรหัสว่า “รู้ธ” (Ruth) นอกจากนี้ ยังปรากฏกลุ่มคนไทยปฏิบัติการดังกล่าวในต่างประเทศ ทั้งสายอังกฤษและสายสหรัฐอเมริกา

ครั้นต่อมาเมื่อสงครามสิ้นสุดลงกลางเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2488 ไทยร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรประกาศชัยชนะ ขบวนการใต้ดินที่ต่อต้านกองทัพญี่ปุ่นอย่างแข็งขัน สามารถแสดงตัวตนในฐานะ “เสรีไทย” พวกเขาเดินขบวนสวนสนามที่กรุงเทพมหานคร และกลายเป็นกลุ่มคนที่ได้รับเกียรติยศ

เนื่องจากต้นปี พ.ศ. 2489 บรรดาเสรีไทยสายต่างประเทศที่เป็นคนหนุ่มๆ ซึ่งได้รับการฝึกฝนยุทธวิธีและมียศทางทหารประจำกองทัพอังกฤษและกองทัพสหรัฐอเมริกาแล้วลอบเข้ามาปฏิบัติการในเมืองไทยหลากหลายรูปแบบ จะต้องกลับไปต่างประเทศเพื่อปลดจากประจำการกองทัพที่ตนสังกัด ฉะนั้น ช่วงปลายปี พ.ศ. 2488 ก่อนออกเดินทาง พวกเขาบางส่วนจึงได้จัดงานเลี้ยงอำลา โดยเชิญเสรีไทยชั้นผู้ใหญ่มาร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วย ตกลงกันจะจัดงานขึ้นที่บ้านถนนตก ยานนาวา

สวัสดิ์ ศรีสุข เสรีไทยสายอังกฤษ ถ่ายทอดผ่าน “เล่าเรื่องเกี่ยวกับงานเสรีไทยของคุณประเสริฐ ปทุมานนท์”  ในหนังสือ เรื่องของขบวนการเสรีไทย ปฏิบัติการใต้ดินในประเทศไทยของประเสริฐ ปทุมานนท์ ว่า

 

“ไม่นานก่อนที่พวกเราบางคนจะกลับไปปลดจากประจำการกองทัพบกอังกฤษที่ลอนดอน มีบางคนรวมกลุ่มกันจัดเลี้ยงอาหารเย็นให้แก่ผู้ใหญ่เสรีไทยหลายท่านเป็นการอำลาที่บ้านถนนตก ยานนาวา เกิดเล่นเกมส์สายลับนักสืบ คือให้สายลับ (พวกเรา) ไปรับตัวสายลับ (ผู้ได้รับเชิญ) โดยไม่รู้ว่าไปรับใคร สายลับ (ผู้รับเชิญ) ก็ไม่รู้จักสายลับที่จะไปรับมา พวกเรากำหนดให้คุณเปรม บุรี เป็นสายลับ (ผู้ไปรับตัว) ไปรับตัวสายลับ (ผู้รับเชิญ) จากหลังโบสถ์ฝรั่ง ถนนคอนแวนต์ สาธร เวลา 19:00 น.”

 

โบสถ์ไคร้สตเชิช ถนนคอนแวนต์
โบสถ์ไคร้สตเชิช ถนนคอนแวนต์

 

ตกค่ำ สายลับเปรมไปรอคอยตรงจุดนัดพบคือ ‘โบสถ์ฝรั่ง’ ซึ่งน่าจะหมายถึง โบสถ์ไคร้สต์เชิช แห่งนิกายแองกลิกัน ก็ “…. บังเอิญมีชายคนเดียวยืนอยู่หลังโบสถ์ตามเวลา ใส่หมวกหลุบมองไม่เห็นหน้า สูบบุหรี่ไฟแดงวาบๆ อยู่ คิดว่าใช่แน่ สายลับเปรมเดินผ่านไปหนึ่งเที่ยว ไม่พูดอะไรกัน ผ่านเที่ยวที่สอง สายลับเปรมพูดเปรยๆ ว่า กินข้าวที่ถนนตกใช่ไหม เสียงตอบหรือเสียงครางไม่แน่ชัดว่า เออ สายลับเปรมว่า ตามมา ชายสวมหมวกปีกหลุบหน้าก็ตามมา ถึงถนนคอนแวนต์ สายลับเปรมเรียกแท็กซี่ ทั้งสองขึ้นแท็กซี่ ไม่มองหน้ากัน ไม่พูดคุยกัน”

ที่บ้านถนนตก พอสายลับเปรมเปิดประตูห้องอาหารและเดินนำชายสวมหมวกปีกเข้าไปในงาน 

 

“... ยังไม่ทันที่สายลับ (ผู้รับเชิญ) จะถอดหมวก คนอื่นๆ ก็ลุกจากเก้าอี้  ไหว้ก็มี คำนับก็มี ยืนตรงเฉยๆ ก็มี  สายลับเปรมหน้าซีด เลาะไปตามผนังห้อง ถามเพื่อนเสรีไทยด้วยกันว่า  คนที่เราไปรับมาใครกันน่ะ เพื่อนบอกว่า “รู๊ธ” อ้าวมาด้วยกันไม่พูดกันดอกหรือ สายลับเปรมว่า “เปล่า แหม โชคดี เราไม่เดินกระทบไหล่ที่หลังโบสถ์”

 

เปรม บุรี ผู้ได้รับมอบหมายให้ไปรับ “สายลับรู้ธ” หรือ นายปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าขบวนการเสรีไทยภายในประเทศนั้น เป็นชาวเมืองเชียงใหม่ บุตรของนายชื่นและนางทิพย์ สำเร็จการศึกษาชั้น ม.8 จากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยช่วงปลายทศวรรษ 2470 จึงได้เดินทางไปเรียนที่ประเทศอังกฤษช่วงต้นทศวรรษ 2480 ด้วยทุนส่วนตัว เริ่มจากเข้าเรียนที่ Plymouth Regional Technical School และสอบเข้าเรียนต่อวิชาแพทย์ที่ Guy's Hospital Medical School กรุงลอนดอน

เปรม มีพี่น้องอีกคนคือ รจิต ซึ่งมาเรียนที่อังกฤษด้วยกัน ผู้ปกครองของทั้งสองขณะกำลังศึกษา คือ นายชัย บุรี โดยทางครอบครัวจะส่งเงินค่าใช้จ่ายให้คนละ 300 ปอนด์ต่อปี แม้จะเป็นนักเรียนทุนส่วนตัว แต่ก็เข้าอยู่ในความดูแลของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. ยุคที่ หลวงสุขุมนัยประดิษฐ (ประดิษฐ์ สุขุม) เป็นเลขาธิการ

เมื่อไทยประกาศสงครามกับอังกฤษและสหรัฐอเมริกาในวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2485 ส่งผลให้การเรียนแพทย์ของเปรมและรจิตมีอันหยุดชะงัก เพราะคนไทยกลายเป็นชนชาติศัตรู (Enemy Aliens) ล่วงเข้าต้นเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน เปรม และ รจิต ตัดสินใจสมัครเข้าร่วมขบวนการใต้ดินเพื่อต่อต้านกองทัพญี่ปุ่นสายอังกฤษ เข้าฝึกฝนในหน่วยรบของกองทัพอังกฤษ เปรม ใช้นามรหัสว่า “นายดี” ส่วน รจิต ใช้นามรหัสว่า “นายขำ”

 

เปรม บุรี คนที่สองจากซ้าย
เปรม บุรี คนที่สองจากซ้าย

 

เปรม และ รจิต ถูกส่งไปยังประเทศอินเดียเพื่อฝึกปฏิบัติการหลังแนวรบข้าศึกกองกำลัง 136 และเข้าค่ายฝึกแถวทะเลสาบ Khadakwasla เมืองปูเน่ จนได้รับยศทางทหารเป็นร้อยตรีแห่งกองทัพบกอังกฤษ มิหนำซ้ำ ช่วงปลายปี พ.ศ. 2486 ยังถูกส่งไปรบกับทหารญี่ปุ่นที่ยกทัพเข้ารุกรานแคว้นอาระกัน (ยะไข่)

กลางเดือนมีนาคม พ.ศ. 2487 เปรม เป็นหนึ่งในเสรีไทยสายอังกฤษคณะแรกที่ลอบเข้ามาในเมืองไทย โดยกระโดดร่มลงมาที่ตำบลวังน้ำขาว อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาทพร้อมกับ นายป๋วย อึ๊งภากรณ์ และ นายประทาน เปรมกมล ซึ่งโดนตำรวจจับกุมตัวส่งไปกักคุมและอารักขาที่กองตำรวจสันติบาล กรุงเทพมหานคร

(ส่วน รจิต เป็นหนึ่งในเสรีไทยสายอังกฤษคณะที่ลอบเข้ามาเดือนเมษายน โดยกระโดดร่มลงมาที่นครสวรรค์)

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ปิดฉากลง เปรม ได้รับยศทางทหารเป็นร้อยเอกแห่งกองทัพบกไทย และแห่งกองทัพบกอังกฤษ

ในปี พ.ศ. 2489 เปรม และ รจิต เดินทางกลับไปยังอังกฤษเพื่อปลดจากประจำการกองทัพ และเข้าศึกษาวิชาแพทย์ต่อ โดยทุนรัฐบาลอังกฤษสำหรับทหารผ่านศึก ก่อนจะหวนกลับมาเป็นศัลยแพทย์เลื่องชื่อของเมืองไทย 

นายแพทย์เปรม บุรี รับราชการที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และต่อมาเป็นหัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

ความทรงจำเกี่ยวกับงานเลี้ยงอาหารค่ำที่บ้านถนนตก ยานนาวาของพวกเสรีไทยสายต่างประเทศ ซึ่งกำหนดให้มีการเล่นเกมสายลับ ถือเป็นอีกเรื่องราวน่าสนใจที่เปิดเผยให้ทราบว่า ครั้งหนึ่ง นายปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าขบวนการเสรีไทยผู้อาวุโส ได้ให้ความเป็นกันเองกับสมาชิกเสรีไทยที่ยังเป็นคนหนุ่มๆ โดยร่วมเล่นเกมสนุกๆ ในฐานะ “สายลับรู้ธ”

 

เอกสารอ้างอิง

  1. WW. 2/2 : 23/3  ไทยอิสสระ (พ.ศ. 2485)
  2. เรื่องของขบวนการเสรีไทย ปฏิบัติการใต้ดินในประเทศไทยของประเสริฐ ปทุมานนท์. กรุงเทพฯ: มูลนิธิปรีดี พนมยงค์, 2538.
  3. วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร. ตำนานเสรีไทย The FreeThai Legend. เริงชัย พุทธาโร บรรณาธิการ. กรุงเทพฯ: แสงดาว, 2546.
  4. www.rama.mahidol.ac.th