ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
บทบาท-ผลงาน

พระเจ้าช้างเผือก ตอนที่ 16 : การประจัญบาน

15
กุมภาพันธ์
2569

เจ้าชายบุเรงพยายามขับความขยะแขยงออกจากใจ และเข้าร่วมกับทัพช้างโดยเข้าประจำตำแหน่งหน้าที่อันคู่ควร

หลังกลับจากการเข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัว เจ้าชายบุเรงไม่พอพระทัยเป็นอย่างยิ่ง เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อได้รับข่าวจากทหารสอดแนม เจ้าชายบุเรงก็ตรงไปรายงานสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปรไปโดยไม่คาดฝันแก่พระปิตุลาของพระองค์ ทรงแวะสั่งการให้ทหารเป่าแตรสัญญาณเรียกเหล่าแม่ทัพมาชุมนุมเพื่อรอรับคำสั่ง

เมื่อถึงกระท่อมที่ประทับ เจ้าชายบุเรงเดินผ่านทหารยามมุ่งหน้าเข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวอย่างเร่งรีบ พระองค์ทรงตื่นจากบรรทมแล้ว มิได้ทรงมีอาการตอบสนองต่อเสียงแตรเตรียมรบซึ่งดังอยู่รอบที่ประทับแต่อย่างใด 

พระองค์กำลังสนพระทัยการรบประเภทอื่นอยู่ นั่นคือรบกับเชลยสาวเลอโฉมสองนางซึ่งถูกกักตัวไว้แต่เมื่อคืนก่อน พระองค์ประทับอยู่บนแท่นบรรทม ทรงจับแขนนางทั้งสองไว้ แล้วโน้มเข้ามาเชยชมทีละคน ในขณะที่แต่ละนางก็แสดงกิริยาอายบ่ายเบี่ยง

แม้จะเห็นภาพอันไม่น่าดูเช่นนี้ เจ้าชายบุเรงก็ทรงข่มพระทัยได้ และทูลถึงข่าวร้าย

“ร้ายหรือ” พระเจ้าหงสาทรงทวนคำขึ้นโดยฟังไม่ได้ศัพท์ “ร้ายหรือ ใครว่านางร้าย”

เจ้าชายบุเรงทรงพยายามควบคุมตนเองเพื่อให้น้ำเสียงสงบ แล้วจึงเล่าซ้ำถึงเหตุการณ์ เพื่อขอพระราชโองการในการรบ คำว่ารบต้องพระกรรณของพระองค์ยิ่งนัก 

รบ! ใช่แล้ว เราต้องรบ” พระเจ้าหงสาตรัสหนักแน่นด้วยพระอาการเมามาย 

พร้อมกับทรงดึงนางหนึ่งมาประชิดพระกาย “ข้าจะรบกับนางคนนี้!” 

ได้ยินดังนั้น บุเรงนองจึงออกจากห้องประทับเพื่อไปบัญชาการกองทัพด้วยตนเอง นี่แหละคือมนุษย์ผู้ซึ่งคำพูดของเขาเพียงคำเดียวสามารถส่งคนนับพันไปตายได้แต่ข้าแผ่นดิน โดยเฉพาะทหาร จะทำอย่างไรได้เล่า นอกจากเชื่อฟังในคำบัญชา

เจ้าชายบุเรงประทับหลังช้างศึกแล้วลุกขึ้นยืนโบกมือพร้อมกับออกคำสั่ง

“เดินหน้า”

กองทัพน้อยได้รวมพลกันเข้าเป็นกองทัพใหญ่ แล้วออกยาตรา บัดนี้เหล่าทหารเคลื่อนกำลังสู่ทุ่งราบ การเผชิญหน้าของกองทัพทั้งสองจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

 

 

ทหารติดอาวุธปืนให้สัญญาณการรบ ด้วยอาวุธขนาดยาวที่สามารถยิงไปได้ไกล

ทั้งสองฝ่ายยิงปืนเข้าหากัน ทหารบางคนล้มลง ปืนกระบอกหนึ่งระเบิดขึ้นปลิดชีวิตเจ้าของของมันเอง

แต่การต่อสู้เบื้องต้นด้วยอาวุธปืนนี้ ทำให้เหล่าทหารราบไม่สามารถจะอดกลั้นได้

“ฆ่าพวกมันเลย” ทหารอโยธยาตะโกนขึ้นพร้อมวิ่งกรูออกจากแมกไม้หนาที่ใช้เป็นที่กำบังกาย

“บุก บุก” เจ้าชายบุเรงสั่งทหารด้วยน้ำเสียงและท่าทาง

แล้วการต่อสู้แบบประชิดตัวก็เกิดขึ้น มันช่างโหดร้าย นองเลือด เลวร้ายและยิ่งใหญ่ เมื่อคนกล้าพบคนกล้า หัวใจของพวกเขามิได้ครั่นคร้ามแม้แต่น้อย หน้าที่ของเขาคือฆ่า และถูกฆ่า ถ้าหากนั่นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

นี่แหละคือสงคราม.....

ช้างมีเลือดนักสู้น้อยกว่ามนุษย์ล่ะหรือ? เปล่าเลย ช้างทั้งสองฝ่ายแผดร้องด้วยความโกรธ ส่งฝุ่นตลบไปทั่ว มันชนกันซึ่ง ๆ หน้า พยายามดันอีกฝ่ายหนึ่งให้ถอยไปข้างหลัง ตัวหนึ่งโชคร้ายทรงตัวอยู่ไม่ได้จึงล้มลง ถูกคลื่นพิฆาตแห่งการรบพุ่ง กลืนหายไปในสนามรบ

ในป่า กองทัพม้าของพระเจ้าจักรารอด้วยความกระวนกระวาย ในที่สุด คำสั่งก็ก้องขึ้น

“ทหารม้า! บุก”

ความกระหายของพวกเขาต้องหยุดยั้ง

“ช้าก่อน ช้าก่อน” นายทหารองครักษ์ร้องขึ้น “พระองค์ท่านทรงมีบัญชาให้พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ จนกว่ากองทหารม้าของฝ่ายศัตรูจะปรากฏ เมื่อนั้นเจ้าจึงกระหนาบเข้าโจมตี”

ทหารต่างไม่พอใจ แต่คำบัญชาต้องเป็นคำบัญชา

พวกทหารม้ารู้ดีว่าที่สนามรบ กองทหารราบของทั้งสองฝ่ายกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด โดยมีทัพช้างหนุน…

ทหารม้าของฝ่ายหงสาก็เช่นกัน คอยอยู่ ณ ที่หลบซ่อน แต่ทหารเหล่านี้ไม่ได้แสดงอาการร้อนรนแต่อย่างใด พวกเขานอนเล่นอยู่บนพื้นหญ้า สูบยาอย่างเงียบ ๆ พวกเขาถึงกับแสดงความฉุนเฉียวเมื่อนายทหารองครักษ์เดินมาบอกนายกองว่า

“ท่านขอรับ เจ้าชายบุเรงสั่งให้กองทหารม้าโจมตีทันที”

นายกองสั่นหัว

“เราไม่รับคำสั่งของเจ้าชายบุเรง เจ้าเหนือหัวของเราประทับอยู่ที่ไหนล่ะ”

นายทหารองครักษ์อดรนทนไม่ไหวจึงพูดขึ้นอีก

“เจ้าชายบุเรงมีคำสั่งในพระนามของเจ้าเหนือหัว พวกท่านต้องรับ มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นกบฏ”

แต่นายทหารยังยืนยัน

“ทหารม้าจะไม่เคลื่อนทัพ จนกว่าจะมีพระบัญชาจากเจ้าเหนือหัว กลับไปบอกเจ้าชายบุเรงตามนี้”

 

 

“และ...” ทหารม้าอีกนายหนึ่งกล่าวขึ้น 

“ข้าก็จะไม่เคลื่อนที่ จนกว่าจะสูบยาตัวนี้หมดมวน...!”

 

ในสนามรบ สถานการณ์การสู้รบได้เปลี่ยนสู่ขั้นใหม่ พระเจ้าจักราทรงกระตุ้นการรบพุ่งด้วยการเสด็จออกรบด้วยพระองค์เอง ตรงกันข้ามการไม่ปรากฏพระองค์พระเจ้าหงสาในสนามรบ ทำให้ทหารฝ่ายหงสาเสียกำลังใจ

ทางด้านหน้าถูกโจมตีโดยทหารเลือดร้อนของฝ่ายอโยธยา ทางด้านข้างถูกเบียดขับโดยช้างศึก ทำให้กองทหารราบฝ่ายหงสาเกิดความประหวั่นพรั่นพรึงและเริ่มถอย เจ้าชายบุเรงเคี่ยวเข็ญเหล่าทหาร แต่กระนั้นก็ไม่มีใครรับฟัง กษัตริย์ไปประทับอยู่ที่ไหนเสียเล่า ในเวลาที่เกิดการสู้รบดังที่พระองค์ทรงกระหาย ทหารเตรียมการถอยล่าอย่างเร่งรีบ

เจ้าชายบุเรงเห็นว่าความปราชัยได้เกิดขึ้นแล้ว จึงควบตะบึงม้าไปยังกองหนุนของทัพหงสา