หลังจากการใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิรูปการเมืองครั้งใหญ่ ประชาชนคนไทยเริ่มตื่นตัวและสนใจว่าการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัว ถ้าเราเลือกคนไปทำงานของชาติแทนเราได้ถูกต้องประเทศก็จะเจริญ ผู้คนก็จะมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ฉะนั้นโจทย์ที่ทุกคนจะต้องคิดและต้องทำคือ ต้องหานักการเมืองในดวงใจให้ได้ คุณสมบัตินักการเมืองในดวงใจของแต่ละคนอาจจะมีแตกต่างกันบ้าง แต่ก็พอสรุปความคิดของคนส่วนใหญ่ได้ว่า นักการเมืองผู้นั้นจะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นข้อต้นและข้อสำคัญต่อไปก็ต้องมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ และต้องมองการณ์ไกลหรือที่เรียกว่ามีวิสัยทัศน์ และข้อสุดท้ายเพิ่มมาฮือฮากันตอนเลือก ส.ว. ก็คือ ต้องมีความกล้าหาญในการกระทำสิ่งที่ถูกต้องโดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลใด ๆ
ผมเริ่มสนใจการเมืองมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๖ เมื่อเข้าเรียน ต.ม.ธ.ก. ตั้งแต่นั้นมาผมก็เสาะแสวงหานักการเมืองในดวงใจของผมมาโดยตลอด พอสรุปได้ว่ากว่า
๖๐ ปี ผมพบนักการเมืองในดวงใจของผมเพียงคนเดียว ท่านผู้นั้นคือ ท่านอาจารย์ปรีดี พนมยงค์
ที่ผมพูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่านักการเมืองคนอื่น ๆ ในเมืองไทยจะไม่มีใครดีเลย ผมตอบได้ว่ามี และผมก็ชื่นชมบางคน ในฐานะที่เขาเสียสละให้แก่ชาติบ้านเมืองโดยไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก แต่ท่านเหล่านั้นก็ยังไม่ใช่นักการเมืองในดวงใจของผมเหมือนท่านอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ เพราะบางท่านก็เก่งทางหนึ่ง บางท่านก็เก่งอีกทางหนึ่ง แต่จะหาคนที่รอบรู้จริง ๆ เสียสละจริง ๆ คิดถึงบ้านเมืองและประชาชนจริงอย่างท่านอาจารย์ปรีดีฯ หายากเต็มทน ผมมีเหตุผลสนับสนุนความคิดของผมดังต่อไปนี้
๑. ท่านอาจารย์เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตจริง ๆ
ไม่ใช่แต่คำพูดที่ชอบอ้างกัน ประจักษ์พยานก็คือ นับตั้งแต่ท่านเข้าสู่วงการเมืองและได้รับมอบหมายงานในหน้าที่สำคัญ ตั้งแต่เป็นมันสมองของคณะราษฎร หรือในฐานะรัฐมนตรีมหาดไทย การต่างประเทศและการคลัง ซึ่งล้วนเป็นตำแหน่งที่มีอิทธิพลและด้วยมันสมองที่เป็นอัจฉริยะอย่างท่าน ถ้าท่านจะใช้อำนาจหน้าที่หาผลประโยชน์ ท่านจะร่ำรวยได้อย่างง่ายดาย แต่ความเป็นจริงปรากฏว่านับตั้งแต่ท่านเล่นการเมือง กลับจนลงจนลง เพราะเรื่องหาผลประโยชน์เข้าตัว อย่าว่าแต่ทำเลย ท่านก็ไม่เคยแม้แต่จะคิด
ผมเป็นคนให้ความสำคัญแก่ความซื่อสัตย์สุจริตอย่างมาก ถ้าจะให้ผมให้คะแนนนักการเมืองหรือข้าราชการหรือแม้แต่คนทั่วไป ผมจะให้คะแนนความซื่อสัตย์เป็นข้อสำคัญที่สุด ฉะนั้นถ้าใครโกง ผมให้สอบตกตั้งแต่แรกเลย
๒. ท่านอาจารย์เป็นพหูสูตร มีความรู้ความสามารถทุกด้าน
ข้อนี้เกือบไม่ต้องกล่าวถึง เพราะไม่ว่าท่านจะทำหน้าที่ในกระทรวงใด ท่านก็มีความคิดที่หลักแหลม หาทางพัฒนางานและให้มีผลโดยตรงต่อประชาชนในทุกสาขา จนกระทั่งความเก่งของท่าน ทำให้ท่านมีศัตรูที่ท่านไม่ได้เป็นคนก่อขึ้นแต่เขามุ่งร้ายและอิจฉาริษยาท่านเอง
ผลงานในเรื่องการกระจายความเจริญและการพัฒนาไปสู่ชนบท การสอนคนให้ปกครองตนเองโดยระบบเทศบาล การแสดงความกล้าหาญแก้สนธิสัญญากับมหาอำนาจและประเทศใหญ่ที่ไทยเสียเปรียบถึง ๑๒ ประเทศ การก่อตั้งขบวนการเสรีไทยเพื่อกู้ชาติในระหว่างสงคราม การปฏิรูประบบภาษีอากรให้เป็นธรรม การประกันสังคม การปฏิรูปที่ดิน การช่วยเหลือเกษตรกรและคนยากจนโดยวิธีการที่ยั่งยืน ระบบสหกรณ์ ฯลฯ ผมไม่เคยเห็นมีนักการเมืองคนใดที่มีความคิดรอบด้านอย่างท่านอาจารย์เลย

ปรีดี พนมยงค์ ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ลงนามสนธิสัญญาไมตรีกับประเทศฝรั่งเศส ปี พ.ศ. 2480
ที่มา : หนังสือ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ปรีดี พนมยงค์
๓. เป็นผู้มีวิสัยทัศน์อย่างแท้จริง
คำว่าวิสัยทัศน์ ที่ใช้กันอยู่ในหมู่นักการเมืองปัจจุบัน ผมคิดว่าไม่ใช่วิสัยทัศน์ การคิดจะทำอะไรในเดือนหน้าหรือปีหน้า นั่นไม่ใช่วิสัยทัศน์ตามที่นานาประเทศเขาใช้กัน เพราะวิสัยทัศน์เป็นเรื่องการมองการณ์ไกล ๑๐ ปี ๒๐ ปีข้างหน้า ในระหว่างเป็น ท่านรับผิดชอบงานของแผ่นดิน ท่านมองไปข้างหน้า ๑๐-๒๐ ปี ว่าอะไรจะเกิดขึ้น และจะต้องรีบเตรียมตัวเพื่อรับสถานการณ์นั้น ในเรื่องการสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง ท่านก็ให้ความสำคัญแก่การศึกษาอย่างมาก รวมทั้งการกระจายการปกครองไปในชนบทโดยระบบเทศบาล ให้คนหัดคิดหัดปกครองตนเอง
ในเรื่องเศรษฐกิจท่านก็มุ่งให้ความเป็นธรรมแก่ราษฎร ทั้งระบบภาษี การช่วยเหลือเกษตรกรและคนยากจน เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ท่านก็วิตกกังวลในเรื่องการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งเรื่องนี้ท่านเคยปรารภในคณะรัฐมนตรีว่า ถ้าปล่อยให้มีสัมปทานและไม่ควบคุม ปล่อยให้มีผลประโยชน์ และตัดไม้กันอย่างที่ไม่เคยคิดถึงอนาคต ต่อไปอีก ๒๐-๓๐ ปี แทนที่ประเทศไทยจะเป็นผู้ส่งออกไม้สัก แต่เราจะเป็นผู้นำไม้สักเข้าจากต่างประเทศ ปรากฏว่าไม่มีผู้สนใจต่อคำพูดของท่านและยังมีรัฐมนตรีท่านหนึ่งกล่าวว่า กว่าจะถึงเวลานั้นพวกเราก็ตายกันหมดแล้ว
อีกเรื่องหนึ่งก็เรื่องการส่งออกข้าว หลังจากท่านกลับจากเยือนสหรัฐอเมริกา ท่านก็ได้สังเกตการณ์จากพื้นที่ในบางภาคของสหรัฐ ซึ่งมีความเหมาะสมในการปลูกข้าวได้ เช่น แคลิฟอร์เนีย ท่านก็เป็นห่วงว่า ในอีก ๒๐ ปีข้างหน้า สหรัฐคงเป็นคู่แข่งการค้าข้าวกับไทยได้ ข้อคิดนี้ก็ไม่ได้รับการสนองตอบ เพราะคนอื่นมองไม่เห็นว่าจะมีทางเป็นไปได้
ในด้านการต่างประเทศ ท่านก็เห็นว่าประเทศเล็ก ๆ ในภูมิภาคควรรวมกันเพื่อเป็นพลังต่อรองกับประเทศภายนอก ท่านจึงได้ริเริ่มก่อตั้ง “สันนิบาตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ขึ้น แต่โชคไม่ดีเพราะหลังจากนั้นเพียง ๒ เดือน ก็มีรัฐประหาร ๒๔๙๐ เป็นผลให้ท่านต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ แต่จากความคิดของท่านก็เป็นต้นแบบขององค์การอาเซียนและองค์การภูมิภาคอื่น ๆ ในปัจจุบัน
ข้อเสนอการขุดคอคอดกระก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งแสดงวิสัยทัศน์ของท่านอาจารย์ปรีดีฯ อันที่จริงความคิดเรื่องการขุดคอคอดกระมีมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระปิยะมหาราช ในหลวงรัชกาลที่ ๕ แต่ตอนนั้นมีปัญหาทางการเมืองระหว่างประเทศจึงไม่สามารถทำได้ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๓ เมื่อท่านอาจารย์เดินทางไปศึกษาที่ฝรั่งเศสโดยทางเรือพร้อมอาจารย์เลเดแกร์ (ชาวฝรั่งเศส) เมื่อเรือผ่านคลองสุเอซ ท่านก็ถามอาจารย์เลเดแกร์ว่า ถ้าสยามจะรื้อฟื้นการขุดคอคอดกระ ทางต่างประเทศจะว่าอย่างไร อาจารย์เลเดแกร์ตอบว่าเป็นความคิดที่ดี สำหรับฝรั่งเศสคงไม่มีปัญหา

บริเวณริมคอคอดกระ อ.กระบุรี จ.ระนอง
ที่มา : mgronline
ขณะเรียนที่ฝรั่งเศส ท่านอาจารย์ได้ค้นคว้าศึกษาเรื่องการขุดคลองของ ๔ ประเทศ คือ คลองสุเอซของอียิปต์ คลองปานามา คลองคีลของเยอรมันและคลองโครินธ์ของกรีก ผลของการค้นคว้าและวิเคราะห์ ท่านสรุปว่าหากจะขุดคอคอดกระควรจะใช้ทุนของเราเองอย่าง เช่น คลองคีลและโครินธ์ หากใช้ทุนต่างประเทศอย่างสุเอซและปานามาจะมีปัญหาการแทรกแซงอธิปไตยจากต่างชาติได้
ในระหว่างปี ๒๔๗๘ เมื่อท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการมหาดไทย ซึ่งสมัยนั้นคุมการคมนาคมในชนบทด้วย ท่านได้ให้เจ้าหน้าที่ร่างโครงการสร้างทางทั่วราชอาณาจักร เมื่อถึงตอนพิจารณาถึงการสร้างทางจากชุมพรผ่านกระบี่ไประนองและพังงา ท่านก็นำความคิดเรื่องการขุดคอคอดกระพิจารณาไปพร้อมกัน แต่โดยที่เรื่องการขุดคอคอดกระ เกินขอบเขตของมหาดไทย ท่านจึงได้นำไปหารือท่านเจ้าคุณพหลฯ นายกรัฐมนตรี โดยเสนอแนะไม่ให้กู้เงินจากต่างชาติมาทำ เพื่อรักษาอธิปไตยโดยอย่างเคร่งครัด ซึ่งทางเจ้าคุณพหลฯ ก็เห็นด้วย ต่อจากนั้นได้เชิญหลวงเดชาติวงศ์มาหารือเพื่อกำหนดงบประมาณที่จะใช้ โดยขุดเป็นทางยาว ๕๐ กิโลเมตร ขนาดกว้างและลึกเท่าคลองสุเอซ (ที่ขุดให้กว้างและลึกมากกว่าความจำเป็นขณะนั้น ก็เนื่องจากเห็นว่าไหน ๆ ทำทั้งทีก็ควรทำเผื่ออนาคต ๒๐-๓๐ ปี ข้างหน้า) โดยสรุปว่าการขุดจะใช้เงินประมาณ ๑๐ ล้านบาท รวมการก่อสร้างเขื่อนท่าเทียบเรือ คลังสินค้า ถนนและทางรถไฟริมฝั่งคลองและอื่น ๆ อีก ๘ ล้านบาท ก็ต้องใช้เงินรวม ๑๘ ล้านบาท
ปัญหาว่าเงิน ๑๘ ล้านบาท จะเอาจากไหน ท่านอาจารย์ได้แนะว่าขณะนั้นมีเงินคงเหลือคลังและเงินสำรองใช้เงินกู้ต่างประเทศ ซึ่งเก็บไว้เฉย ๆ และสามารถนำเงินนี้มาใช้ลงทุนได้ถึง ๓๕ ล้านบาท ฉะนั้นการนำเงินมาลงทุนขุดคอคอดกระเพียงประมาณครึ่งหนึ่ง ก็ไม่น่าจะกระทบกระเทือน ท่านอาจารย์ได้คิดถึงผลพลอยได้จากการขุดคอคอดกระ นอกจากทำให้คนมีงานทำและผลประโยชน์โดยตรงจากการร่นระยะการเดินเรือแล้ว ท่านยังได้เสนอให้ประกาศเขตหวงห้าม ซึ่งขณะนั้นเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าไว้ ๒ แสนไร่ และใช้เงินลงทุนปรับปรุงที่ดินบริเวณนั้นให้เป็นสวนผลไม้ ปลูกมะพร้าว โกโก้และยางพารา โดยใช้การลงทุนอีกประมาณ ๒ ล้านบาท จะทำให้เกษตรกรมีงานทำโดยรัฐบาลช่วยลงทุนให้
ท่านผู้อ่านได้ทราบความคิดนี้แล้ว คงนึกเสียดายอย่างมหาศาลว่า ถ้าโครงการนี้ได้เริ่มตั้งแต่ตอนนั้น ฐานะทางเศรษฐกิจของเราก็จะมีพื้นฐานที่มั่นคงและยั่งยืน แต่นั่นแหละคนดีคิดแต่ทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมจริง ๆ มักถูกอิจฉาริษยาและถูกกลั่นแกล้ง ซึ่งท่านอาจารย์ก็ต้องรับผลอันไม่เป็นธรรมนี้ แต่ที่สำคัญคือ นอกจากตัวท่านอาจารย์และครอบครัวจะลำบากแล้ว คนไทยตาดำ ๆ ก็พลอยแย่ไปด้วย
๔. ท่านอาจารย์ทำงานอย่างมีเป้าหมาย
ข้อนี้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้คิดกัน คือการทำงานทุกอย่างต้องมีเป้าหมายหรือโจทย์ หรือในทางพุทธศาสนาเรียกว่า นิโรธ หรือความดับทุกข์ เป้าหมายหรือโจทย์ของท่านอาจารย์อยู่ที่ การแก้ความยากจนและความเป็นอยู่ของคนด้อยโอกาสโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนชนบท คือทำอย่างไรจะให้เขามีความเป็นอยู่พอควรแก่การเป็นมนุษย์ ท่านอาจารย์ไม่เคยเชื่อเหมือนบางลัทธิที่จะทำให้คนเท่ากัน เพราะท่านเข้าถึงหลักการพระพุทธศาสนาดีว่า คนเราจะเท่ากันไม่ได้ แต่วิธีแก้ปัญหาก็ทำอย่างไรจะทำให้คนจนและคนด้อยโอกาสได้โผล่ขึ้นมาอยู่ในสังคมได้อย่างพอควร การตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง เป็นมหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกเพื่อให้คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ด้อยโอกาสได้มีโอกาสศึกษาถึงระดับมหาวิทยาลัย นอกจากนั้นการเสนอเรื่องการปฏิรูปที่ดิน การสหกรณ์และการประกันสังคม ท่านจึงได้ริเริ่มมาตั้งแต่ตอนนั้น
ผมไม่สามารถจะกล่าวถึงท่านอาจารย์อย่างละเอียดได้ในเนื้อที่กระดาษจำกัด ที่ยกขึ้นมาบางประการก็เพื่อให้คนไทยได้เริ่มคิดที่จะหานักการเมืองในดวงใจของท่าน ที่มีคุณลักษณะใกล้เคียงกับท่านอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ไว้ เพื่อประโยชน์ที่จะตกมาถึงตัวท่านและเพื่อนคนไทยส่วนใหญ่ด้วย
หมายเหตุ
- คงอักขระตัวอักษรตามต้นฉบับ
- คงเลขไทยไว้ตามต้นฉบับ
- ปรับวรรคย่อหน้าตามความเหมาะสมโดยกองบรรณาธิการ