ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
แนวคิด-ปรัชญา

SEAL กับแนวคิดภูมิภาคนิยม: รักชาติอย่างไรโดยไม่ต้องเกลียดชาติอื่น

19
สิงหาคม
2569

 

สำหรับสิ่งที่เรียกว่าสันนิบาตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือเรื่องนี้เราต้องเข้าใจก่อนว่า เมื่อประเทศในอาเซียนเป็นเอกราช อย่าลืมว่าอินโดนีเซียเป็นเอกราชวันนั้นเลย 17 สิงหาคม พ.ศ.2448  15 สิงหาคม จักรพรรดิญี่ปุ่นประกาศแพ้สงคราม 16 สิงหาคม อาจารย์ปรีดีประกาศวันสันติภาพไทย

 

 

เชื่อไหมว่าที่หน้าตึกโดม ถ้าท่านที่เคยไปตึกโดมระหว่างถนนตึกโดมกับลานปรีดี ถนนนั้นน่ะชื่อถนน 16 สิงหา เพราะฉะนั้นนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่เดินผ่านไปผ่านมา ก็จะรู้ว่าอาจารย์ปรีดีประกาศสันติภาพตรงนั้น

เมื่อก่อนตรงลานปรีดีมันมีมันมีหมุดสันติภาพ ตอนนี้ไม่รู้หายไปไหนแล้ว สมัยผมเรียนจะมีจะมีหมุดสันติภาพอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวนี้เขานิยมหมุดหาย ก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น

แล้วก็ที่สำคัญก็คือว่า 17 สิงหาคม ซูการ์โนประกาศเอกราช

เพราะฉะนั้นอาจารย์ปรีดีก็เข้ามาแล้วก็ ค.ศ.1945 ใช่ไหม ก็เกิดเหตุการณ์อะไรต่างๆ นานา จนอาจารย์ปรีดีต้องลาออก จนกระทั่ง 1947 มันมีการประชุมกัน อย่าลืมว่าประชุมครั้งแรก มันเป็นการประชุมสันติภาพที่เข้าใจว่าจัดที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย

แล้วอาจารย์ปรีดีก็คิดว่า เขามีประชุมสันติภาพของเอเชียหลังจากสงครามโลก เพราะว่าเมื่อประเทศต่าง ๆ เป็นเอกราช สิ่งสำคัญก็คือภาษาอังกฤษเรียก “Secure independence” คือต้องรักษาความเป็นเอกราชไว้ ไม่ให้อาณานิคมกลับเข้ามาใหม่ ซึ่งหลาย ๆ ประเทศก็กลับเข้ามาใหม่อย่างเช่นเวียดนามอะไรอย่างนี้

เพราะฉะนั้นอาจารย์ปรีดีก็คุยกับมิตรสหาย ตอนนั้นท่านอย่าลืมว่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศส่วนใหญ่ก็รู้จักอาจารย์ปรีดีกันดี แล้วตัวอาจารย์ปรีดีก็ถือว่าเป็น A Man Of South East Asia ด้วยซ้ำไป พอท่านรัฐบาลของหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ขึ้น แล้วอาจารย์ปรีดีก็ดูแลอยู่ ก็มีการชวนประเทศต่าง ๆ มา 6 ประเทศ มีไทย มีเวียดนามสนิทกันมาก ปีนี้ก็ 50 ปีเวียดนามกับไทยที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เห็นว่าท่านทูตมาเยี่ยมพี่สุดาท่านทูตเวียดนามใช่ไหม แล้วกัมพูชาก็มา นโรดม จันทรังสี ใช่ไหมแล้วก็ลาวมีเจ้าสุภานุวงศ์มา อินโดนีเซีย แล้วก็มาเลเซีย 6 ประเทศประชุมกันวันที่ 8 กันยายน 1947 หรือ พ.ศ.2489

 

 

ที่…ให้ทายว่าประชุมที่ไหน ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ นั่งประชุมกันห้องนั้นเลย เดี๋ยวอาจารย์ชาญวิทย์จะจัดทัวร์ เดี๋ยวจะไปชี้ให้ดูว่ามุมไหน เขานั่งกันอยู่ประมาณ 60 คน

ถวิลย์ อุดลใครทั้งหลาย ท่านสุกิจ นิมมานเหมินท์อะไรก็มา นั่งร่าง อาจารย์เชื่อไหมว่า SEAL  South East South แล้วก็วรรค East แล้วก็ Asia แล้วก็ League ไม่ใช่ Asean แต่เป็น Asia คือสันนิบาตชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขียนธรรมนูญหรือ Constitution อาจารย์ รัฐธรรมนูญอาเซียน เขียนรัฐธรรมนูญอาเซียน มีทั้งหมด 52 มาตรา นั่งคุยกันอยู่แล้วก็มีการลงนามกันวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2490 แล้วคุยกันว่ามีหลักหกประการ เหมือนคณะราษฎรเลยหลักหกประการ อาจารย์ปรีดีเป็นอะไรกับเลขหกไม่ทราบ จะเห็นว่าด้านหลังห้องประชุมมีข้อมูลของหลักหกประการ

South East Asia League หรือสันนิบาตอาเชียตะวันออกเฉียงใต้ คุยกันว่าจะทำ 6 อย่าง

หนึ่ง จะสร้างความเข้าใจระหว่างกันใน 6 ประเทศนี้

ต้องรู้จักกัน เพราะว่าแต่ละประเทศก็ถูกอาณานิคมแล้วก็มีความเข้าใจผิดกันมาหลากหลาย

อันที่สองสำคัญเลยก็จะทำสิ่งที่เขาใช้คำว่าเพื่อสถาปนาเอกราชจากอาณานิคม จะช่วยกันต่อต้านพระเจ้าในนิคมกลับมาใหม่

อันที่สามคำนี้เลย Human rights เข้ากับสถาบันอาจารย์เลย Human rights ภาษาไทยก็คือสิทธิมนุษยชน Rights ต้องเติมเอสด้วย อาจารย์ชาญวิทย์ต้องสอนผม Rights ต้องเติมเอสตลอด เพราะฉะนั้น Human rights สิทธิมนุษยชน

ข้อต่อมานี่คือเสรีภาพ ทุกคนต้องมีเสรีภาพ แต่ละประเทศเลือกทำธุรกิจ เลือกจะเป็น คือในนั้นเถียงกันกระทั่งว่า อ้าว ประเทศเราไม่เหมือนกัน เราเป็น Constitutional monarchy เป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ประชาธิปไตย พระราชธรรมนูญ คุณเป็นคอมมิวนิสต์ เราจะอยู่ด้วยกันได้ยังไง ไม่เป็นไร เรามีเสรีภาพในการเลือก หนึ่ง เข้าใจกัน สอง ความมั่นคงที่จะไม่ให้พวกอาณานิคมเข้ามา สาม สิทธิมนุษยชน สี่ เสรีภาพใช่ไหม และสำคัญคือสันติภาพ Peace แล้วใช้คำว่า Universal peace นี่อยู่ในธรรมนูญ South East Asia League ใช้คำว่า Universal peace สุดท้ายที่จริงมัน 4 แล้วสุดท้ายเกือบสุดท้ายอาจารย์อันที่ห้า เขาจะทำสิ่งที่เรียกว่า Research ตั้งคณะทำงานศึกษาไอ้ที่เราบอกว่า South East Asia Study อาจารย์ชาญวิทย์เป็นคนนำเข้ามาไม่จริงอาจารย์ชาญวิทย์ทีหลัง คนแรกคืออาจารย์ปรีดี

อาจารย์ปรีดีบอกว่าจะต้องทำ Study of a research to better understanding and education คือการศึกษา ทำไมมันต้องเป็นภาษาอังกฤษ เพราะเขามัน 6 ชาติมันต้องเป็นภาษาอังกฤษ มันไม่ใช่ว่าผมเอ่อเป็นชาวดัชต์ มันไม่ใช่ที่จะมาพูดภาษาอังกฤษ ไม่ใช่

สุดท้ายอันเนี้ยเป็นข้อโต้แย้งกันมาก เพราะว่าเวียดนามไม่ค่อยเห็นด้วย คือเขาจะทำสิ่งที่เรียกว่า Federation Of South East Asia อาจารย์สหพันธรัฐเอเชีย คือกลายเป็นว่าอยากจะทำเป็นเหมือนยุโรป บางตำราเขาใช้คำว่า South East Asia Union ด้วยซ้ำไป สหภาพเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 9 ธันวาลงนาม

ปรากฏว่า 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2490 จอมพลผิน ชุณหะวัณ จัดการรัฐประหาร จำได้ไหม ดังนั้นถามว่าองค์กรระหว่างประเทศที่มีอายุสั้นที่สุดในโลกคืออะไร ก็คือ SEAL นี่แหละ South East Asia League อย่าลืมว่าตอนที่จอมพลผินแกเข้ามารัฐประหาร ข้ออ้างในการรัฐประหารสำคัญเลยคือเรื่องของการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและคอมมิวนิสต์

ดังนั้น South East Asia League มันมีประเทศคอมมิวนิสต์ 3 ประเทศ อย่าลืมเจ้าสุภานุวงศ์ใครทั้งหลายที่เราเรียกว่า Red prince เจ้าชายแดง แล้วก็มีทางกัมพูชาด้วยแล้วก็มีทางเวียดนามด้วย

ดังนั้น South East Asia League ก็เลยอันตรธานหายไปด้วยประการฉะนี้ ผมเริ่มต้นอย่างนั้นเพื่อให้ท่านระลึกถึง สิ่งที่เป็นมรดกตกทอดของอาจารย์ปรีดี ซึ่งในนี้เขียนไว้ แน่นอนล่ะ เราอยากจะเป็นประชาคมอาเซียน อันนี้ก็คล้าย ๆ กับความฝันอย่างนั้น

แล้วก็รัฐมนตรี 4 คนของอาจารย์ปรีดีที่เข้าประชุมก็โดนจับเผานั่งยางใช่ไหม เพราะฉะนั้น หวังว่าพวกเราที่นั่งอยู่บนนี้จะไม่เป็นอย่างนั้น ก็ขอหยุดไว้อย่างนี้ก่อน ขอบคุณ

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ :

ประวัติศาสตร์ของความขัดแย้งที่มันเดินมาจนถึงวันนี้ อาจารย์มองว่ามันมีประเด็นอะไรที่เราต้องฉุกคิดอีกบ้างไหม นอกจากที่มีมาแล้ว และที่จะเกิดขึ้นอีกค่ะ เพื่อเราที่จะได้กลับไปหาความร่วมมือมากกว่าที่จะหา เขาเรียกอะไรความขัดแย้ง หรือทำให้มันรอยแยกมันห่างมากขึ้น ท่านอาจารย์คะเชิญค่ะ

 

อัครพงษ์ ค่ำคูณ :

ผมสรุปมาเป็น 4 ท่อน ผมไม่ตอบคำถามอาจารย์พัทยา เป็นเรื่องของผมผมใช้ประโยค 4 ข้อนี้ ปัญหาอันเราเผชิญอยู่ เกิดจากการที่หนึ่งกฎหมายไม่อ่าน วิชาการก็ไม่แก้ บาดแผลไม่รักษา และอนาคตไม่มี

คือผมบอกเลยว่าไทยกัมพูชาจบแล้ว ไม่ต้องแก้ เพราะอะไร เพราะเรายิ่งแก้เหมือนสิ่งที่อาจารย์ ดร.สุรชาติพูดไปว่ามันเหมือนลิงแก้แห เราจะพูดข้อมูลอะไรไป โอ้โหเถียงกันเรื่องสันปันน้ำไม่ได้อยู่ที่ขอบหน้าผา แค่ผมถามว่าคำว่าขอบหน้าผาภาษาฝรั่งเศสว่ายังไง คนที่พูดยังตอบไม่ได้เลยว่าภาษาฝรั่งเศสขอบหน้าผาว่ายังไง เพราะมันไม่มีอยู่ในบันทึกการประชุม

เพราะฉะนั้นมันมีข้อมูลที่อาจารย์บอก ข้อมูลชั้นหนึ่งชั้นสอง คือข้อมูลตอนมันเยอะไปหมด มันขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกเชื่ออะไร เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องทำอย่างที่ผมพูดไปหลายรอบแล้วก็คือการที่เปิดให้ทุกฝ่ายน่ะพูดไปเถอะ เพราะคนที่ตัดสินใจคือรัฐบาลเขามีหน้าที่รับผิดชอบ คนที่ไม่ได้รับผิดชอบอย่างผม ผมก็พูดไป ไม่เกี่ยวกับท่านอื่นผมก็พูดอยู่คนเดียว ผมคิดว่าผมพูดไปก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร

 

 

อย่างล่าสุด Tom Andrews ออกมาเขียนรายงาน ชื่อรายงานก็คือสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ทั้งหมดท่านไปเปิดอ่าน หลายหน้าพูดถึงประเทศไทยประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์มั้ง นอกนั้นด่าฮุนเซ็นหมดเลย แทนที่รัฐบาลจะยืมปาก Andrews เอาอีก 75 เปอร์เซ็นต์ไปด่าฮุนเซ็น กลับไปแก้ตัวให้ฮุนเซ็น โดยการระบุว่า Credibility และ Accountability ของผู้รายงานไม่มี

คุณเข้าใจประเด็นผมไหม แล้วประเด็นก็คือไป Ad hominem ก็คือไปด่าเขาว่าเขาเป็นใคร เขาไม่มีความน่าเชื่อถืออย่างนั้นอย่างนี้ เขาคือตำแหน่งเดียวกับศาสตราจารย์ ดร.วิทิต มันตาภรณ์ แปลว่าอาจารย์วิทิตก็ไม่มีสถานะอย่างนั้นหรือไม่

แปลว่าประเด็นก็คือว่าตอนพูดไปเถอะ แต่ประเด็นก็คือให้ผมพูดด้วยก็ได้ ทุกคนก็พูดหมด อย่าลืมว่าตอนสงครามโลกครั้งที่สองถ้าไม่มีนายปรีดีทำเสรีไทย ตอนนั้นถ้ามีพูดแต่ฝ่ายเดียวเอาเข้ากับญี่ปุ่น ประเทศไทยไม่ได้อยู่อย่างนี้ เพราะฉะนั้นกันเหนียวไว้ให้พวกผมพูดเถอะเสรีภาพ ผมก็จะเป็นอีกฝ่ายหนึ่งเผื่อท่านพลาด เอ้อยังมีเราช่วยถูกไหม เพราะฉะนั้นกฎหมายไม่อ่านแปลว่าอะไร แปลว่าหลายอย่างที่เราพูดถึง อย่างเช่นกรณีล่าสุด ผมเห็นตลอดเลยแผนที่ 1:200,000  1:50,000 ทั่วโลกใช้ 1:50,000 ทั่วโลกไหน กฎหมายอะไรเอามาดู มันมีเขียนไว้ใน UN ไหมว่าแต่ละประเทศต้องใช้ 1:50,000 ไม่มีแล้วก็ไปพูดว่า เวียดนามกัมพูชาตกลงด้วยแผนที่ 1:50,000 ไม่ใช่ เอามาจากไหน ความตกลงระหว่างเขาใช้สองแผนที่สองระหว่าง คือ 1:200,000 1:50,000 แล้วเขามีอย่างอื่นด้วยเพราะฉะนั้นประเด็นไม่ได้อยู่ที่แผนที่ประเด็นอยู่ที่ คุณอยากจะขีดเส้นกันให้มันจบไหมแค่นั้นเองนั่นคือประเด็น

กฎหมายไม่อ่านคือเรื่องแรก ผมไม่ยาวไปกว่านี้ เพราะว่าท่านอาจารย์สุรชาติเบรกไว้แล้วว่า ไม่ต้องไปพูดข้อมูลเยอะ ยังไงมันก็ไม่ได้ใช้ แล้วก็ที่เรารู้ข้อมูลมามันไม่มีประโยชน์กับเขา เพราะฉะนั้นผมไปข้อสองวิชาการไม่แก้ เราก็มานั่งเถียงกันระหว่างไทยกัมพูชา เถียงกันดีมากเลย ชุดไทยเป็นของเขมรหรือชุดเขมร คำถามผมคือถ้าสมมุติมันเป็นของไทยแล้วยังไงเขมรต้องเดินแก้ผ้า ถ้ามันเป็นของเขมร ไทยต้องเลิกใส่สไบเหรอ Next action หรือการกระทำต่อไปของเรา ถ้าหากเรารู้ว่าพระแก้วพระโคถูกคว้านท้องแล้วเอาอะไร เอามาที่นี่จริง ๆ แล้วยังไงต่อ คำถามง่าย ถ้าขอมไม่ใช่เขมรแล้วยังไง

เคยคิดต่อไหม มันเหมือนกับความรู้ที่เราวิชาการที่เรามี มันเป็นวิชาขออภัยผมไม่ได้บูลลี่หรืออะไร มันเป็นวิชาการที่คุยกันอยู่ตลาด แม่ผมขายของอยู่ตลาด คือมันเป็นวิชาการตลาดไม่ใช่ Marketing หมายความว่าคุยกันน่ะ ความรู้อันที่เรามีอยู่ไม่ใช่ความรู้อันที่เราจะแสดงแบบมีหน้ามีตา

ใครในที่นี้อ่านคำพิพากษาศาลโลกจบบ้างยกมือขึ้น

ผมไม่เห็นด้วยกับอาจารย์ ดร.อนุสรณ์อย่างหนึ่ง อาจารย์อนุสรณ์บอกว่า เพราะคุณทักษิณกับคุณเซ็นมีความสัมพันธ์อันดี เมื่อเขาไม่ดีกันก็เลยทะเลาะกันอาจารย์ลืมคุณประยุทธ์ไปได้ไง สมัยคุณประยุทธ์นี่โอ๊ย ล่ามภาษามือไม่รู้เขาจะบรรยายอย่างไร กอดกันกอดกันมันไปกอดกัน 10 ปี อาจารย์ไม่มีปัญหาอันใด แปลว่ามันไม่ได้เพียงแต่เฉพาะฝ่ายคุณทักษิณ มันทุกฝ่าย คือผมคิดว่าอย่างที่ผมบอก

กฎหมายไม่อ่าน วิชาการไม่แก้ บาดแผลไม่รักษา

 

 

ตอนนี้เรามีบาดแผลอะไรเยอะมากมากแล้วผมคิดว่าเรามักจะมองประเทศเพื่อนบ้าน คำหนึ่งที่ฟังท่านอาจารย์หลายท่านมา ผมรู้สึกว่ามันมันขึ้นมาในหัวว่า ทำไมเราต้องรักชาติของเราด้วยความเกลียดชังชาติอื่น เออ อันนี้ใครเป็นคนคิด เราต้องไปให้รางวัลอะไรเขาหรือเปล่า มันเป็นทางลัดในการทำให้เรารักชาติมากกว่าบอกว่าเราดียังไง โดยการไปด่าคนอื่นว่ามันเลวยังไง ผมคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจ

ทำไมเราต้องรักชาติของเราด้วยการเกลียด และทำให้ชาติอื่นเป็นคนเลว

เรารักชาติของเราด้วยความรักได้ไหม เพราะรักชาติของเรามันน่ารักมันถึงอยากรัก มันก็มีสองอย่าง แต่ว่ามันทำยังไง คือเราเรียนประวัติศาสตร์เอาท่านประเทศไทยตั้งมาตั้งแต่พ่อขุนศรีธารทิพย์ เราตั้งขึ้นมาใช่ไหมสุโขทัยอยุธยา 700 ปี 800 ปี กลับไปดูประวัติศาสตร์ในบ้านเรา หนังสือเรียนท่านเรียนเรื่องอะไรบ้าง เสียกรุงครั้งที่หนึ่ง เสียกรุงครั้งที่สอง สงครามเก้าทัพใช่ไหม เสียกรุงครั้งที่หนึ่ง ผมว่าไม่เกินปี 1 อาจารย์ เสียกรุงครั้งที่สองสู้กันไม่เกิน 12 ปีครั้งที่ 1 12 ปีครั้งที่ 2 สัก 2 ปีไหม 2-3 ปี สงครามเก้าทัพก็ไม่นาน รวมกันไม่เกิน 15 ปี แล้วอีก 785 ปีหายไปไหน

เราเรียนประวัติศาสตร์ 15 ปี ตลอดชีวิต 12 ปีเรา เรียนเรื่องเดิม ๆ แล้วประวัติศาสตร์ผ้าขนหนู ประวัติศาสตร์รองเท้า ประวัติศาสตร์เสื้อ ประวัติศาสตร์เนกไท ประวัติศาสตร์ขนม ประวัติศาสตร์ไมโครโฟน คือผมคิดว่าการแก้บาดแผลบางทีมันอาจจะต้องใช้ยาอีกแบบหนึ่ง เช่น เรามีใช่ไหมว่า Princess ของเราไปแต่งงานกับ Prince ของประเทศอื่น มีใช่ไหมแต่เรารับรู้น้อยมาก ประวัติศาสตร์การผลิตลูกอะไรอย่างนั้น ประวัติศาสตร์คือคือประวัติศาสตร์ มันเยอะผมคิดว่า มันขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกอะไรมากสำหรับสร้างความเกลียดชังแล้วสร้างบาดแผลเพื่อประโยชน์อย่างที่อาจารย์อนุสรณ์ระบุ อาจารย์พูดชัดเลย มันเป็นประโยชน์ทางการเมืองของกลุ่มชนชั้นนำ ซึ่งมันก็ไม่ได้ผิดอะไรเพราะถ้าเราอยู่ตรงนั้นเราก็ต้องทำเหมือนกันถูกไหม ทีใครทีมัน แต่ประเด็นคือว่านักศึกษาที่คณะผมนี่จะถามเลยว่าอาจารย์สร้างประชาธิปไตยจะสร้างไปทำไม เห็นนิ้วไหม ห้านิ้วยังไม่เท่ากันเลย เออนักศึกษาฉลาด เออทำไมห้านิ้วยังไม่เท่ากันคุณจะทำให้คนเท่ากันได้ยังไง ผมก็บอกดีมากนักศึกษาเป็นคนฉลาดเรียนชีววิทยา ใครจะไปตัดนิ้วแล้วทำให้นิ้วทั้งห้ามีขนาดเท่ากัน

ประชาธิปไตยหมายถึงผมก็ถามเขาเวลาคุณล้างมือ คุณล้างแค่นิ้วกลางไหม หรือเวลาคุณทาโลชั่นน่ะ นิ้วก้อยคุณใช้ Lancôme นิ้วนางคุณใช้ La Mer นิ้วกลางคุณใช้คลินิก นิ้วชี้ใช้ Mistine แล้วก็นิ้วโป้งใช้โลชั่นตลาดเช่นนั้นเหรอ

ไม่ใช่ รัฐบาลมีหน้าที่จะต้องทำความสะอาด ตัดเล็บดูแลห้านิ้วเหมือนกัน รัฐบาลไม่มีหน้าที่ทำให้นิ้วมันเท่ากัน ไอ้นั่นมนุษย์ต่างดาว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าความเป็นประชาธิปไตยคืออะไร ก็คือสิ่งที่อาจารย์ปรีดีบอก มันคือความเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ทุกด้าน รัฐบาลมีหน้าที่ ที่ทำการบำรุงรักษาราษฎร เพราะฉะนั้นผมคิดว่ารัฐบาลต้องไม่ให้แต่เสียงเฉพาะการสู้รบดังขึ้นมา รัฐบาลจะต้องขยายเสียงของสันติภาพให้มันดังด้วย และนี่คือหน้าที่ของรัฐบาล รัฐบาลต้อง Provide สิ่งที่เรียกว่าอนุญาตให้หรือทำให้เกิดขึ้นน่ะ อย่างที่ ขอโฆษณาสถาบันเราหน่อย เปิดพื้นที่สาธารณะ ให้ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์พูด

แล้วก็พูดโดยความรู้สึกปลอดภัย

ไม่ต้องห่วงว่าทัวร์จะลงไหม ผมจัดทัวร์อยู่แล้ว ติดต่อได้ Facebook มีขายทุกเดือน

เพราะฉะนั้นผมคิดว่า กฎหมายไม่อ่าน วิชาการไม่แก้ บาดแผลไม่รักษา บาดแผลสำคัญคือตัวฉลากติดเรานี่แหละ นักศึกษาในห้องจะบอกว่าอาจารย์พูดเป็นพวกนักฝัน อาจารย์รู้หรือไม่

พวกคนงานเขมรกับคนงานพม่า มันฆ่าลูกมันฆ่านายจ้างชาวไทยครับอาจารย์ มันทำร้ายนายจ้างไทยก็บอกไปว่าดีมากนักศึกษา มีความรักชาติ อาจารย์ไม่รู้เหรอพวกมุสลิม ขอโทษมุสลิมฆ่าพระสงฆ์

คุณไม่รู้เหรอในภาคใต้ ผมบอก ดีฉลาดนักศึกษาดีมาก ผมก็บอกนักศึกษาให้การบ้าน ให้ไปเอาข่าวเอาแค่ข่าวในหนังสือพิมพ์ ทั้งปีตลอดปีมาดูคดีฆาตกรรม

คุณคิดว่าคนไทยฆ่านายจ้างไทย กับคนพม่าฆ่านายจ้างไทยอันไหนมันเยอะกว่ากัน

คนมุสลิมฆ่าพระสงฆ์ กับคนพุทธไปฆ่าพระสงฆ์ ในหนึ่งปีนี้อันไหนมันเยอะกว่ากัน

การฆ่าเป็นสิ่งไม่ดีถูกหรือไม่

เราควรจัดการกับเขมรลาวพม่ามุสลิม หรือเราควรจัดการกับฆาตกร

มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นใคร แต่ถ้าคุณทำชั่วคุณก็ชั่ว

คือสิ่งที่เราจะต้องรักษาวิธีการที่มันเข้าใจสังคมอย่างนี้ ถ้าสังคมไทยเอาง่าย ๆ เราจะชอบทวงบุญคุณเขมรถูกไหม เขมรเขาบอกบุญคุณหมดเมื่อทวงเหมือนกันใช่หรือไม่ พอทวงก็หมดสิ้น

เพราะฉะนั้นผมคิดว่ามันมีเรื่องหนึ่งผมชอบเล่า อันนี้หลาย ๆ เทปคงเคยได้ยิน รู้จัก Ferdinand Magellan ไหม Magellan แกเป็นคนที่เดินทางรอบโลก

จริง ๆ แกไม่เคยกลับไปที่สเปน แกตายที่ฟิลิปปินส์ ค.ศ.1521 เป็นปีที่ตาย 27 เมษาผมจำได้ ตายเสร็จปุ๊บ รัฐบาลอาณานิคมสเปนสร้างอนุสาวรีย์ Magellan ใหญ่มากอยู่ที่มักตัน เขียนข้างล่างว่ามหาบุรุษนาม Magellan ได้ตายลงในวันนี้โดยการถูกฆ่าหัวหน้าเผ่าที่มาฆ่าชื่อลาปูลาปู

400 ปีผ่านไปพี่น้องประชาชนทั้งหลาย ฟิลิปปินส์เป็นเอกราชสร้างอนุสาวรีย์ของคนอีกคนหนึ่งอยู่หน้าอนุสาวรีย์ Magellan อนุสาวรีย์ลาปูลาปู

แล้วเขียนไว้ข้าง ๆ แล้วไม่ทำลายของเก่าด้วยเขียนไว้ข้าง ๆ “ณ ที่แห่งนี้มหาบุรุษนามลาปูลาปูได้ฆ่าผู้บุกรุกชาวสเปนนาม Magellan”

ประวัติศาสตร์คืออะไร เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรารักชาติของเรา เพราะชาติของเรามันน่ารัก ในสถานการณ์ ผมคิดว่าสิ่งที่เราขาดมากที่สุดคือ อย่างที่อาจารย์สุรชาติเสนอแล้ว Grand strategy จุดหมายของชาติไทยคืออะไร

ชาติไทยจะเป็นชาติที่ทวงบุญคุณคนอื่น เราจะต้องตั้งกองทัพที่เข้มแข็งมีศูนย์โดรน ผลิตโดยสหรัฐอเมริกา ช่วยใช่ไหมที่มีข่าว แล้วเราจะเอาไปถล่มมันเลย เราก็ตั้งเลยผมไม่มีปัญหา แต่ช่วยทำอะไรให้มันมีทิศทาง แล้วมันเป็นไปได้จริงไหมคำถาม เราจะทำอย่างนั้นได้จริงหรือ อย่าเอาความคิดความฝันที่อยู่ในตลาด เราพูดได้ทั้งนั้นแหละ เราคุยเล่นกับเพื่อนได้ ผมก็คุยเล่นได้ แต่เราทั้งหลายไม่ได้รับผิดชอบ ยกเว้นอาจารย์สุรชาติจะไปเป็นที่ปรึกษาของอีกฝ่ายตรงข้ามเห็นขึ้น Facebook ประจำเลย

เพราะอย่างนั้นผมก็ต้องพูดเลยว่า ทั้งสองฝ่าย Grand Strategy คืออะไร

สิ่งที่เราขาดก็คือความรู้สึก เป็นอันหนึ่งอันเดียวที่จะทำให้ชาติไทยเป็นชาติอารยะ

ผมคิดว่าสิ่งที่เรากำลังทำใน Facebook ในอะไรทั้งหลาย มันมีหลายปัจจัยมาก ผมเคยถามท่านอาจจะไม่ทราบผมโดนทัวร์ลงเยอะใช่ไหม แต่ถ้าด่าผมว่าพูดอันนี้ผิดอันนี้ไม่เป็นไร แต่ถ้าเอาชื่อผมอัครพงษ์ไปแขวนแล้วเขียนว่าไม่สมควรเป็นอาจารย์ เป็นขยะวิชาการ อันนี้ผมฟ้อง ผมฟ้องไปแล้วหนึ่งคดี

เหมือนที่อาจารย์ปรีดีก็ฟ้องอาจารย์สุรักษ์ ศิวรักษ์ เพราะด่า อาจารย์สุรักษ์ Ad hominem ก็คือด่าเรื่องส่วนตัวไม่ได้ด่าในพื้นฐาน คือด่าข้อเท็จ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าคนนั้นน่ะ ก็คือผมเป็นประเภทใครด่าผมผมโทรไปหาเลย คุณเป็นไอโอจริงหรือเปล่า บางคนก็รับบางคนไม่ บางคนอยู่ชัยภูมิผมก็คุยกับเขา ผมทำไปเพราะว่าอยากได้ยอด เขาตอบผมจริง ๆ อยากได้ยอดไลก์ยอดแชร์ คนมันได้เงินอาจารย์ ประมาณ 3 เหรียญ 4 เหรียญก็เอา มันได้ 120 บาท เวลาถ้าคนเยอะเป็นแสนขึ้น ท่านเคยเห็นใช่ไหม

เพราะฉะนั้นผมคิดว่านอกจากปัจจัยในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ปัจจัยทางกฎหมาย ผมคิดว่ามันมีปัจจัยทางเศรษฐกิจอะไรบางอย่างที่ Drive หรือทำให้ก่อเกิดข้อพิพาทนี้ขึ้นมา

ไม่ต้องพูดถึงว่าเมื่อเกิดข้อพิพาทแล้วหน่วยงานมันได้เงินไปเพิ่ม อันนี้ผมไม่ได้พูดถึงกองทัพ ผมพูดถึงว่ามันมีหน่วยงานบางหน่วยงานที่สามารถที่จะ ผมพูดไปแล้วเหรอ โอเคที่สามารถที่จะอะไรก็ผ่านหมด คุณไม่ต้องมาด่าผมหรอกว่ามานั่งคุยในห้องแอร์ น้องผมยืนถือปืนอยู่ช่องบก

ไม่ต้องบอกว่าชื่ออะไรไปดูนามสกุลก็รู้ ผมก็ยิ่งอยากจะให้มันโดนไล่ออกอยู่ จะได้มาอยู่กรุงเทพ

เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสำคัญก็คือว่าใจเขาใจเรา สถานการณ์อย่างนี้ต้องอ่านกฎหมาย ต้องใช้วิชาการต้องรักษาบาดแผลแล้วถึงจะมีอนาคต ขอบคุณมาก

ผมคิดว่าอาเซียนอยู่ในภาวะที่ค่อนข้างจะมีปัญหาตัวเองด้วย แล้วก็ช่วยคนอื่นไม่ได้ หลายประเทศก็ประสบกับสิ่งที่เรียกว่าเป็นปัญหาเศรษฐกิจภายใน ผมพูดเรื่องที่ผมอยากจะพูดดีกว่า คือถ้าจะถามตรง ๆ ว่ามันจะแก้ยังไง คือผมก็ต้องกลับไปดูประวัติศาสตร์ ตอนเราทะเลาะกับกัมพูชาปี พ.ศ. 2505 เออมันจบยังไง ท่านลองคิดดูใครเป็นคนทำให้มันหยุด หรือเราอยู่เฉย ๆ เราก็หยุดไป เอาธงลงตอนที่เอาธงมาใช่ไหม ธงถือไอ้เสาธงชาติ ท่านสฤษดิ์ ธนะรัชต์บอกอย่าชักธงลง เออแบกลงมาเลย ใช่ที่จริงมันเงื่อนมันนานมันมันแกะไม่ออกมันก็เลยไม่ได้ชัก เออก็ยกขึ้นมาปี พ.ศ. 2556 หลังคำตัดสิน เราทำยังไงเราถึงเราถึงกลับมาขายของกันได้ใช่ไหม หรือเพราะรัฐประหาร คุณประยุทธ์มาช่วยไว้ ต้องกราบขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูง สถานการณ์เลยดีขึ้น

คำถามของอาจารย์สุรชาติน่าสนใจ เรามีแต่สายเหยี่ยวในรัฐบาล ใครเป็นสายพิราบ เออใครเป็นสายพิราบในรัฐบาลนี้

 

 

คำถามต่อมาคือตกลงเราจะเอาชนะปัญหาหรือเราจะเอาชนะเขมร ถ้าเราเอาชนะเขมร Grand strategy ก็เป็นอีกแบบ ถามว่าชัยชนะนั้น คำว่าชนะคืออะไรใช่ไหม เดี๋ยวนี้มันต้องมี KPI ใช่ไหม KPI คืออะไร เออรัฐบาลต้องตั้ง KPI เรื่องกัมพูชาได้แล้ว เราต้องให้

กรรมาธิการคนที่ 5 เข้าข้างเราหรือเปล่า เออ พอตั้งกรรมาธิการคนที่ 5  กัมพูชาเมื่อเช้าท่านทูตส่งมาออกจดหมายต้อนรับ โอ้โหนี่ถ้าผมเป็นกรรมาธิการนี่ผมตัวลอยเลย ฝ่ายไทยทำอะไร ขึ้น Facebook อย่างเดียว

ผมคิดว่า ผมเห็นด้วยกับอาจารย์สุรชาติ ปัญหานี้แก้ไม่ได้แน่ ๆ ตราบใดที่ปัญหานี้ยังมี Political usefulness สำหรับรัฐบาล ถ้าปัญหานี้ยังคงดำรงสถานะความเป็นประโยชน์ทางการเมืองของรัฐบาล รัฐบาลไม่แก้หรอก ตราบใดที่มันมีประโยชน์อันอื่นที่รัฐบาลจะทำ เขาแก้แน่ เพราะฉะนั้นปัญหากัมพูชาไม่ใช่เรื่องข้อเท็จจริงทางกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องหลักฐาน ไม่ใช่เรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้าน แต่เป็นเรื่องของความสามารถ คือปัญหา ปัญหาไทยกัมพูชามันมีศักยภาพในการธำรงไว้ซึ่งสถานะทางอำนาจของทั้งสองฝ่าย พูดตรง ๆ  ทั้งฝั่งตรงข้ามด้วย คือเนื่องจากผมเป็นคนไทยผมไม่อยากจะไปว่ารัฐบาลประเทศอื่นเราก็ติงรัฐบาลเราอย่างเดียว

ผมจำคำสอนของอาจารย์ชาญวิทย์ได้ จากการอ่านหนังสือโดโรธี รู้จักโดโรธีไหม The Wizard Of Oz มันมีหุ่นไล่กาใช่ไหม มันมีไอ้หุ่นยนต์ไอ้หุ่นกระป๋องน่ะ แล้วก็สิงโต คือเรามีสมอง ก็คือไอ้คนไล่กาเรามีสมอง เรามีหัวใจ เรามีความรัก แต่ตอนนี้ที่เราขาดคือความกล้า เราต้องมีคนที่กล้าออกมา ถึงแม้ว่าหน้าบ้านผมจะเล็กกว่าหน้าบ้านอาจารย์แน่นอน เพราะผมเป็นแค่อาจารย์น้อย อาจารย์เป็นอาจารย์ใหญ่ใช่ไหม มันต้องกล้าออกมาที่จะท้าทาย กล้าที่จะตั้งคำถาม กล้าที่จะบอกว่าสรุปแล้วเราจะไปไหนกัน

พวกเราทั้งหลาย อาจารย์ชาญวิทย์อีกแล้ว อ้างอาจารย์นี่แหละดีมันปลอดภัยสำหรับผมดี อาจารย์ชาญวิทย์ชอบอ้างอาจารย์เบน กบทั้งหลายเราไม่มีอะไรจะเสียเราจะไปทางไหนกัน เพราะฉะนั้น ผมคิดว่ารัฐบาลต้องมีความกล้าหาญในการยืนหยัดเรื่องนี้ อย่าให้เหยี่ยวนำอย่างเดียวท่านต้องคานอำนาจกับพิราบให้ได้ แล้วปัญหามันจะเกิดขึ้น ผมยังมั่นใจว่าสันติภาพคือคำตอบของมนุษย์อย่างที่อาจารย์ ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจพูดไปเมื่อเช้านี้ ขอบคุณครับ

 

ฐปณีย์ เอียดศรีไชย :

ขอถามคำถามเพิ่มได้ไหมคะ คือตอนนี้เราคุยแล้ว ไทยเราก็อยากจะเห็นสันติภาพแล้วกัมพูชาเขาอยากเห็นสันติภาพเหมือนเราไหม

 

อัครพงษ์ ค่ำคูณ :

โอ้นั่นผมพูดตรง ๆ มันมีทั้งสองฝ่ายเหมือนกัน ทั้งสองฝ่าย คือทั้งสองประเทศน่ะมีเหมือนกัน แต่ประเด็นก็คือบ้านเรา คนเราเล่นกันเอง แต่กัมพูชาข้างบนน่ะเล่นคนอื่น เพราะฉะนั้นแต่ความน่าสนใจก็คือว่าอย่าลืมว่ากัมพูชาเป็นประเทศซึ่ง พูดกันตรง ๆ ประเทศเล็ก มันเล็กกว่าเราเยอะแล้วก็ ในเรื่องวิธีคิดต่อความเป็นไทย อย่างที่อาจารย์พูดไม่ว่าสม รังสีมา นโยบายก็ไม่เปลี่ยนต่อความเป็นไทย ไม่ได้หมายความว่าเราไปโค่นล้มรัฐบาลฮุนเซ็นแล้วเขาจะดีกับเรา

ผมก็ไม่มีคำตอบ เพราะว่าถ้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมาก็คือมันขึ้นอยู่กับ Political View จริง ๆ จริงภาษาไทยก็คือเจตจำนงทางการเมือง คุณจะใช้เรื่องนี้เพื่อธำรงอำนาจ หรือจะใช้เรื่องนี้เพื่อสร้างสันติภาพให้กับมนุษย์เท่านั้นเอง ขอบคุณครับ