ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
เกร็ดประวัติศาสตร์

กองพันที่ 1 และกองพันที่ 2 แห่งกองกำลังปเทดลาว

30
มกราคม
2565

ความเดิมตอนที่แล้ว: ตอนที่ 5 ศุขปรีดาเล่าเรื่อง: รัฐบาลแห่งความปรองดองแห่งชาติครั้งที่หนึ่ง “รัฐบาลผสมแห่งชาติ”

เจ้ามหาอุปราชเพ็ดชะลาดผู้นำขบวนการกู้ชาติลาวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1945 (2488) ที่ถูกเจ้ามหาชีวิตถอดออกจากตำแหน่งเมื่อฝรั่งเศสกลับมายึดลาว ท่านจำต้องลี้ภัยในเมืองไทยร่วม 10 ปี จึงได้รับนิรโทษกรรมกลับคืนสู่อิสริยยศเดิม และได้เดินทางกลับลาวในวันที่ 22 มีนาคม ค.ศ. 1957 (2500)

เมื่อท่านเสด็จถึงเวียงจันทน์ประชาชนลาวให้การต้อนรับอย่างล้นหลามและก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เจ้าพี่เจ้าน้องทั้ง 3 องค์มีโอกาสพบปะและร่วมงานเพื่อประเทศชาติ

 

เจ้าเพ็ดชะลาด เจ้าพี่ของเจ้าสุพานุวง ผู้ประกาศต่อต้านฝรั่งเศส
เจ้าเพ็ดชะลาด เจ้าพี่ของเจ้าสุพานุวง ผู้ประกาศต่อต้านฝรั่งเศส

 

ต่อจากนั้น เจ้าเพ็ดชะลาด พร้อม หม่อมอภิณพร ได้เสด็จไปเยี่ยม เจ้าสุพานุวง ที่เมืองซำเหนือ แขวงหัวพัน เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 1957 (2500) ทำให้ท่านได้เห็นปฏิบัติการของแนวลาวรักชาติที่ทรงประสิทธิภาพ ได้เห็นการมุ่งมั่นทุ่มเททำงานของเจ้าสุพานุวงและสหายร่วมงาน

เจ้าเพ็ดชะลาดตรัสด้วยความเชื่อมั่นว่า ชัยชนะเด็ดขาดขั้นสุดท้ายจะต้องเป็นของฝ่ายแนวลาวรักชาติอย่างแน่นอน ทั้งนี้เพราะท่านเปรียบเทียบกับพวกฝ่ายขวาที่ต้องการผลประโยชน์ส่วนตน ยอมศิโรราบต่ออามิสสินจ้างและความเน่าเฟะของการปกครอง

 

เจ้ามหาชีวิตสีสว่างวง
เจ้ามหาชีวิตสีสว่างวง

 

แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าเจ้าเพ็ดชะลาดผู้นำการต่อสู้ในยุคต้นต้องมาสิ้นชีพิตักษัยในวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ. 1959 (2502) ซึ่งการสิ้นชีพิตักษัยของท่าน ยังเป็นข้อกังขาของชาวลาวตราบเท่าทุกวันนี้ และอีก 14 วันให้หลัง เจ้ามหาชีวิตสีสว่างวง ก็เสด็จสวรรคตในท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่ร้อนแรงสุดๆ และ เจ้าสีสว่างวัฒนาได้ขึ้นครองราชย์เป็นเจ้ามหาชีวิตต่อมา

ในกลางเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1958 (2501) รัฐบาลผสมสองฝ่ายจัดให้มีการเลือกตั้งเพิ่มเติมตามข้อตกลงจำนวน 21 ที่นั่ง ผลปรากฏว่าฝ่ายแนวลาวรักชาตินำโดยท่านสุพานุวงได้รับเลือกถึง 9 คน พรรคสันติภาพของ ท่านกินิม พลเสนา พันธมิตรแนวลาวรักชาติได้รับเลือกตั้ง 4 คน พรรคฝ่ายขวาและพรรคเล็กพรรคน้อยได้รับการเลือกตั้งเข้ามาไม่มาก โดยเฉพาะท่านสุพานุวงที่ลงสมัครในเขตเวียงจันทน์ได้คะแนนเสียงท่วมท้นเป็นอันดับหนึ่ง ทิ้งคู่แข่งขาดลอย ทั้งนี้เพราะผลงาน ชื่อเสียงเกียรติคุณของท่านที่ผ่านมาได้รับความนิยมชมชอบจากประชาชนลาว

มีเรื่องที่น่าสนใจของการเลือกตั้งในครั้งนั้นด้วยว่า ประชาชนลาวรู้จักชื่อเสียงท่านแล้ว แต่ส่วนหนึ่งยังไม่เคยเห็นรูปร่างหน้าตา จึงถามผู้ช่วยหาเสียงของท่านว่าท่านสุพานุวงหน้าตาเป็นอย่างไรจะได้เลือกถูก ก็ได้รับคำตอบให้ดูตามโปสเตอร์เลือกตั้ง “คนที่มีหนวด หน้าตาหล่อเหลา” นั่นแหละคือตัวท่านสุพานุวง

ส่วน ท่านกินิม แห่งพรรคสันติภาพเป็นกลางนั้นก็ได้มีบทบาทสร้างความสมานฉันท์นำประเทศไปสู่สันติภาพและความเป็นกลางอย่างแท้จริง เมื่อ เจ้าสุวันนะพูมา เป็นนายกรัฐมนตรี ภายหลังรัฐประหารกองแล เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1960 (2503) ท่านกินิมรับตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทย และรัฐมนตรีกีฬาและเยาวชนในรัฐบาลชุดแรก ภายหลังพวกฝ่ายขวานำโดย พูมี หน่อสะหวัน ได้รับการสนับสนุนจากอเมริกาและไทย เข้าโจมตีแนวลาวรักชาติและฝ่ายเป็นกลางของเจ้าสุวันนะพูมา แต่ก็ไม่ได้รับความสำเร็จจึงต้องมีการจัดตั้งรัฐบาลผสมสามฝ่ายขึ้นอีก และท่านกินิม ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กระนั้นก็ตาม วันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1963 (2506) จักรวรรดินิยมอเมริกา และเผด็จการทหารไทยได้ยุยงสนับสนุนให้พูมี, ผุย และกุปะสิด จัดส่งฆาตกรไปกราดปืนกลสังหารท่านกินิมที่บ้านจนเสียชีวิต และภรรยาคือ ป้าไพบูน บาดเจ็บสาหัส

ป้าไพบูน ไปรักษาอาการบาดเจ็บที่เมืองจีนพร้อมด้วยลูกซึ่งอยู่ในวัยเด็ก ลูกๆ ท่านกินิมได้รับการศึกษาที่สหภาพโซเวียต ปัจจุบันดำรงตำเหน่งที่สำคัญเป็นรัฐมนตรี, เป็นนายทหาร และเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในวิสาหกิจของประเทศ ประชาชาติลาวต่างยอมรับกันว่าตระกูล “พลเสนา” ได้ประกอบส่วนสำคัญยิ่งในการกู้ชาติบ้านเมือง

 

เจ้าเพ็ดชะลาดเสด็จเยี่ยมเจ้าสุพานุวงและครอบครัวที่ซำเหนือ 11 มิถุนายน ค.ศ. 1957 (2500)
เจ้าเพ็ดชะลาดเสด็จเยี่ยมเจ้าสุพานุวงและครอบครัวที่ซำเหนือ 11 มิถุนายน ค.ศ. 1957 (2500)

 

เล่ห์เพทุบายของฝ่ายขวาได้ปรากฏขึ้นด้วยความพยายามทำลายล้างกองกำลังปเทดลาวให้สิ้นซาก ซึ่งเป็นการแทรกแซงของจักรวรรดินิยมอเมริกาในการต้านยันคอมมิวนิสต์มิให้เติบใหญ่ขยายตัว การทุ่มเงินดอลลาร์เข้ามาหล่อเลี้ยงพวกฝ่ายขวาที่ตกเป็นเครื่องมือ การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการทหารด้วยการส่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์อันทันสมัย และการหยิบยื่นก้อนเงินเพื่อพยุงฐานะทางเศรษฐกิจให้ทางรัฐบาลเวียงจันทน์ของพวกเขาพออยู่รอดได้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็คืออุปสรรคที่ขัดขวางการเจรจาระหว่างสองฝ่าย โดยเฉพาะการเจรจาทางทหารในการรวมกองทัพแห่งชาติ

ฝ่ายแนวลาวรักชาติมีความพร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงให้เป็นไปตามหลักการ แต่ก็ถูกเตะถ่วงอยู่ตลอดเวลา ยุทธวิธีอีกด้านหนึ่งของพวกเขาก็คือ เจรจากับฝ่ายแนวลาวรักชาติที่เข้ามาร่วมในรัฐบาลผสมอันมีท่านสุพานุวงเป็นหัวหน้า ประกอบด้วย ท่านพูมี, ท่านสิงกะโป และ ท่านสีชนะ เป็นต้น แต่ไม่มีผลคืบหน้าตัวอย่างเช่นการแต่งตั้งยศทางทหารตามที่ได้ตกลงกันไว้ เบื้องต้นกำหนดยศท่านสิงกะโปเป็นพันเอกต่อมาลดให้เพียงพันโท กรณีเหล่านี้ทำให้ตกลงกันไม่ได้

ทางศูนย์กลางพรรคและแนวลาวรักชาติมีการประสานงานกับท่านสุพานุวง และกองกำลังกองพันที่ 1 และกองพันที่ 2 อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ได้เลวร้ายลงอย่างมากเพราะฝ่ายขวาปิดล้อมคณะของท่านสุพานุวง ปิดล้อมกองพันที่ 1 และกองพันที่ 2 นอกจากนี้ ผุย ชนะนิกอน และ ท้าวกะต่าย ดอนสะโสลิด ได้ส่งกำลังเข้าไปในเขตปลดปล่อยแขวงหัวพัน, พงสาลี และฐานที่มั่นแขวงอัตตะปือ ทำการสังหารเจ้าพนักงานแนวลาวรักชาติ และประชาชนพื้นฐานในบริเวณดังกล่าว

หลังจากที่ผุยกับพรรคพวกขับกลุ่มของเจ้าสุวันนะพูมาออกไปจากรัฐบาล ด้วยการลงมติไม่ไว้วางใจที่มีฝ่ายแนวลาวรักชาติเข้าร่วมอยู่ในคณะรัฐมนตรีด้วยนั้น ผุยจึงขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีฝ่ายแนวลาวรักชาติเข้าร่วม อันเป็นแนวทางของฝ่ายขวาที่เด่นชัด

การรวบรวมเข้าเป็นกองทัพแห่งชาติ ทางฝ่ายปเทดลาวไม่เข้ารับยศทางทหารที่จัดสรรอย่างไม่เป็นธรรม เพราะมีแผนการร้ายแอบแฝงอยู่เบื้องหลังและต้องการปลดอาวุธของทหารด้วย ซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่ทางศูนย์กลางแนวลาวรักชาติมีมติไม่ยอมให้ปลดอาวุธโดยเด็ดขาด

ฝ่ายรัฐบาลผุยส่งกำลังจำนวนหลายกองพันเข้าทำการปิดล้อมกองพันที่ 1 และกองพันที่ 2 เพื่อหวังจะบดขยี้

 

(แถวกลาง) เจ้าสุพานุวง, หม่อมเวียงคำ, ท่านสิงกะโป (แถวหลัง) เจ้าอริยะ, นางบุนมี, ท้าวอนุวง (แถวหน้า) นางไมตรี, ท้าวสีมาลา, นางยอดแก้วมะนี (เมืองเวียงไชย ปี ค.ศ. 1967)
(แถวกลาง) เจ้าสุพานุวง, หม่อมเวียงคำ, ท่านสิงกะโป
(แถวหลัง) เจ้าอริยะ, นางบุนมี, ท้าวอนุวง
(แถวหน้า) นางไมตรี, ท้าวสีมาลา, นางยอดแก้วมะนี
(เมืองเวียงไชย ปี ค.ศ. 1967)

 

ฝ่ายปเทดลาวมีกำลังพลน้อยกว่า อาวุธยุทโธปกรณ์ก็ยังไม่ถึงขั้นทันสมัย ขาดแคลนเสบียงอาหารเนื่องจากถูกปิดล้อมรอบด้าน สิ่งที่เหนือกว่าก็คือการยึดมั่นในอุดมการณ์การทำสงครามที่เป็นธรรม เพื่อสร้างความถูกต้อง สันติภาพ และการอยู่ดีกินดีของประชาชนอันเป็นอนาคตสดใสเบื้องหน้า เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับฝ่ายขวาที่มีทั้งกำลังคน กำลังเงิน อาวุธที่ทันสมัย แต่ขาดจิตใจสู้รบที่ไม่รู้ว่ารบไปทำไม รบเพื่อใคร จึงเห็นได้ว่าในที่สุดแล้วฝ่ายกองพันที่ 1 และที่ 2 จะต้องสามารถฝ่าการปิดล้อมออกไปได้

กองพันที่ 1 ตั้งมั่นอยู่ที่เขตเมืองเชียงเงิน ทางใต้ของหลวงพระบางและอยู่ทางเหนือของชุมทางศาลาพูคูน เส้นทางแยกเข้าสู่เชียงขวาง

นายพลอ้วน ลาทิกุน ผู้เคยเข้าร่วมกู้ชาติสมัยแรกในการต่อสู้กับฝรั่งเศสเป็นชาวหลวงพระบาง ต่อมาเข้าพวกฝ่ายขวาบังคับบัญชาทหารทางภาคเหนือของประเทศ มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะผู้บงการค้าฝิ่นจากลาวภาคเหนือ นายพลอ้วนได้รับมอบหมายให้มารับมอบการโอนกองพันที่ 1 เข้าเป็นกองทัพแห่งชาติ แต่เมื่อมาถึงบริเวณที่ตั้งปรากฏว่าไม่มีแม้แต่เงาของทหารกองพันที่ 1 เลย เพราะได้มีการลัดเลาะตะเข็บรอยต่อแขวงหลวงพระบางเข้าสู่แขวงพงสาลีได้อย่างปลอดภัย ทหารฝ่ายขวาที่ไล่ติดตามก็มีการสู้รบกันประปราย ด้วยทหารที่เกณฑ์มาจากลาวกลุ่มนั้นไม่มีจิตใจสู้รบแต่ประการใด

กองพันที่ 2 ตั้งมั่นอยู่ในบริเวณส่วนใหญ่ของแขวงเชียงขวาง มี ท่านตู้ เป็น ผ.บ.พัน ท่านผู้นี้เป็นชนเผ่าลาวสูงที่มีผลงานในการรบที่เด็ดเดี่ยว กล้าหาญ และมีสติปัญญาฉลาดเฉลียว ฝ่ายขวาใช้กำลังจำนวนหลายกองพันปิดล้อม บีบให้ยอมวางอาวุธเสียโดยดี ฝ่ายปเทดลาวใช้วิธีสู้พลางถอยพลาง ผ่านเขตเขาที่ทุรกันดารยากแก่การติดตาม โดยทาง ผ.บ.พัน วิเคราะห์สถานการณ์แล้วว่า ถ้าใช้เส้นทางหลักในการเคลื่อนพลเช่นทางหมายเลข 7 ไปสู่หัวพันนั้น ฝ่ายตรงข้ามก็สามารถใช้เครื่องบินติดตามและโจมตีได้ ซึ่งต้องถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเป็นอย่างยิ่ง

อนึ่ง แขวงเชียงขวางเป็นบ้านเกิดของ ท่านพูมี วงวิจิด ท่านจึงมีญาติและผู้ที่เคารพนับถืออยู่หลายหมู่บ้าน หลายเมือง และท่านได้มาเคลื่อนไหวจัดตั้งประชาชนในแขวงนี้ในสมัยเริ่มแรก ทำให้กองพันที่ 2 เดินทัพผ่านหมู่บ้านที่ท่านจัดตั้งไว้ได้รับความช่วยเหลือดูแลจากบรรดากองหลอนประจำหมู่บ้าน

คำว่า “กองหลอน” เป็นภาษาลาว มิได้หมายความว่าเป็นกองที่หลอกหลอนใคร แต่คือ “ทหารบ้าน” คือชาวบ้านที่เป็นทหารแห่งสงครามประชาชนที่ทุกคนมีส่วนร่วมในภารธุระของสงคราม

 

ที่มา: ศุขปรีดา พนมยงค์. “กองพันที่ 1 และกองพันที่ 2 แห่งกองกำลังปเทดลาว”, ใน, เรียนรู้ประวัติศาสตร์ลาวผ่านชีวิตเจ้าสุพานุวง, (กรุงเทพฯ: แม่คำผางการพิมพ์, 2553), น. 114-120

บทความที่เกี่ยวข้อง: