ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
บทบาท-ผลงาน

จากหลักประการที่ 6 สู่ผู้ประศาสน์การ

27
มิถุนายน
2565

ในประกาศคณะราษฎร ลงวันที่ 24 มิถุนายน พุทธศักราช 2475 มีหลัก 6 ประการ ที่คณะราษฎรวางไว้ให้เป็นหัวใจของการดำเนินนโยบายภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเพื่อบำรุงชีวิตของราษฎรให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งหลักข้อ 6. คือ “จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร” [1]

 

ประกาศคณะราษฎร ที่ระบุหลัก 6 ประการ
ประกาศคณะราษฎร ที่ระบุหลัก 6 ประการ

 

ราว 8 เดือนหลังการอภิวัฒน์ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม[2] และรัฐบาลได้จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาตามหลัก 6 ประการ ด้วยการเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง[3]เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2476  แล้วตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาและตรวจร่างพระราชบัญญัติฯ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2476[4] และเสนอพิจารณาร่างฯ นี้อย่างเป็นทางการในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ช่วงต้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2476

 

การเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองครั้งแรก วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2476
การเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองครั้งแรก
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2476

 

จากหลักประการที่ 6 สู่ผู้ประศาสน์การ

การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2476 เป็นการพิจารณาวาระสำคัญโดยมีการลงมติวาระที่ 3 ให้ออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยคือ มีการแก้ไขถ้อยคำคลุมเครือ และไม่ชัดเจน ในครั้งนี้หลวงประดิษฐ์มนูธรรม กล่าวถึงการจัดการศึกษาสาขานิติศาสตร์ และสาขารัฐศาสตร์ ที่สำคัญต่อระบบราชการสมัยใหม่ในแง่ตลาดวิชาและคำนึงถึงความยุติธรรมแก่นักศึกษาจากระบบเดิมด้วยว่า

 

“สำหรับฐานะของนักเรียนทั้ง 2 ประเภท ที่ยังคงอยู่ในเวลานี้ ก็จะได้โอนมายังมหาวิทยาลัยใหม่...

ส่วนผู้นั้นควรจะรับราชการอย่างไร…ตามเดิม รัฐบาลก็หางานให้ ต่อไปเราถือหลักอีกอย่างหนึ่ง คือถือว่ามหาวิทยาลัยเป็นตลาดวิชา ผู้ที่สอบไล่ได้แล้วก็ต้องสอบแข่งขันอีก...

สำหรับหัวข้อนี้ต้องไปพิจารณาในพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือนว่าผู้ที่เข้าเรียนอยู่ในเวลานี้ และจะเข้ารับราชการ เราควรจะทำอย่างไรโดยไม่ให้เขาเสียประโยชน์ไปได้ ข้อนี้เราได้ระวังและรักษาความยุตติธรรมอย่างยิ่ง”[5]

 

ล่วงมาในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2476 รัฐบาลจึงประกาศใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พุทธศักราช 2476 ดังนี้ การก่อตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง จึงเป็นผลโดยตรงจากการอภิวัฒน์เป็นระบอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งสภาฯ คณะราษฎรชี้ชัดว่า “เมื่อได้มีการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญแล้ว ก็เป็นการสมควรที่จะรีบจัดบำรุงการศึกษาวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองให้ได้ระดับมหาวิทยาลัยในอารยะประเทศ และให้แพร่หลายยิ่งขึ้นโดยเร็ว…”[6]

 

พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พุทธศักราช 2476
พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พุทธศักราช 2476

 

ในการควบคุมดูแลมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองนั้น มีตำแหน่งสำคัญประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมการ ผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัย และคณบดีของคณะต่างๆ ส่วนกิจการภายในขึ้นตรงกับผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยที่ตั้งขึ้นโดยคำแนะนำของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าชั้นปริญญาเอกในวิชาที่เกี่ยวกับวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง และได้ทำการสอนวิชาในมหาวิทยาลัยและในโรงเรียนชั้นสูงของกระทรวงหนึ่งกระทรวงใดในสยามมาไม่ต่ำกว่า 5 ปี[7]

กระทั่งในวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2477 หลวงประดิษฐ์มนูธรรม ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นผู้ประศาสน์การคนแรก ของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง[8]ซึ่งตำแหน่งผู้ประศาสน์การนี้ แปลโดยตรงหมายถึง ผู้ให้ หากแปลโดยนัย หมายถึง ผู้ให้การสถาปนามหาวิทยาลัยขึ้น

 

หลวงประดิษฐ์มนูธรรม ในทศวรรษ 2470
หลวงประดิษฐ์มนูธรรม ในทศวรรษ 2470

 

ช่วงแรกที่ดำรงตำแหน่งผู้ประศาสน์การฯ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม ได้วางรากฐานทั้งด้านการจัดการระบบในมหาวิทยาลัย และการจัดการความรู้ในการวางแผนหลักสูตร เมื่อจัดระบบการศึกษาเรียบร้อยจึงอุทิศเวลาให้การบริหารงานราชการของรัฐบาลต่อ และในส่วนงานของมหาวิทยาลัยจึงมี ดร.เดือน บุนนาค เลขาธิการคนแรกของมหาวิทยาลัยฯ ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยงานธุรการเป็นอย่างดี[9]  และทางด้านงานวิชาการก็มีศาสตราจารย์ แอล ดูปลาตร์ คณบดีแห่งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ช่วยเหลืองานอีกทางหนึ่ง[10]

 

ปณิธาน ม.ธ.ก. “จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร”

การเปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่ราษฎรตามหลัก 6 ประการคือ หัวใจของการก่อตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง หรือ ม.ธ.ก. ที่เปิดโอกาสทั้งในด้านคุณสมบัติที่รับผู้จบชั้นมัธยม 8 และผู้ที่ไม่มีวุฒิการศึกษาชั้นมัธยม 8 เช่น ผู้แทนตำบล ข้าราชการการเมือง ฯลฯ รวมถึงได้ขยายโอกาสทางการศึกษาออกไปยังต่างจังหวัดและชนบทห่างไกล ตั้งแต่การเผยแพร่ข่าวสารการเปิดรับสมัครรับนักศึกษาและการจัดสอบไล่ยังต่างจังหวัดในเวลาต่อมา

 

กระทรวงธรรมการให้ธรรมการจังหวัดสุพรรรณบุรี ช่วยรับสมัครนักศึกษา ม.ธ.ก. พ.ศ. 2477
กระทรวงธรรมการให้ธรรมการจังหวัดสุพรรรณบุรี ช่วยรับสมัครนักศึกษา ม.ธ.ก. พ.ศ. 2477

 

ครั้งหนึ่งในการแปรญัตติร่างพระราชบัญญัติฯ ม.ธ.ก. หลวงประดิษฐ์มนูธรรม กล่าวในสภาฯ ถึงเรื่องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎรไว้ว่า

 

“ความจริงมหาวิทยาลัยนี้ ได้เปิดโอกาสในการศึกษาให้เต็มที่ แต่ว่าการศึกษานั้นมีอยู่ 2 อย่าง คือศึกษาเพื่อได้ปริญญานั้นอย่างหนึ่ง และศึกษาเพื่อให้ได้ประกาศนียบัตรธรรมดา…

ในขณะที่ได้ตั้งมหาวิทยาลัยนี้รัฐบาลได้คำนึงถึงบุคคลบางคนที่ไม่มีโอกาส หรือว่าได้มีอายุมากอยู่แล้ว ไม่สามารถที่จะกลับไปเรียนชั้นมัธยม 8 ได้อีก จึงได้เปิดโอกาสไว้อีก แต่ได้กำหนดเวลาฉะเพาะหนึ่งปี…”[11]

 

ถือเป็นการเปิดกว้างทางการศึกษาแก่ราษฎรทุกกลุ่มในเบื้องแรกและความพิเศษของ ม.ธ.ก. อีกประการคือ ระบุในพระราชบัญญัติฯ ให้เปิดสอนระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก ตั้งแต่เริ่มต้น [12]

ส่วนอัตราค่าธรรมเนียมทางมหาวิทยาลัยจัดเก็บค่าสมัครเข้าเรียน 10 บาท ค่าเล่าเรียนปีหนึ่ง 20 บาท และมีค่าสมัครสอบไล่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ถึงปริญญาเอก ลักษณะวิชาละ 3 บาท 5 บาท และ 10 บาท ตามลำดับ ส่วนค่าสมัครสอบไล่เพื่อประกาศนียบัตร ลักษณะวิชาละ 3 บาท[13] ในระยะแรก ม.ธ.ก. จัดการศึกษา 3 สาขาวิชาหลักคือ วิชากฎหมาย วิชาการเมือง และวิชาเศรษฐการ แล้วให้โอนคณะนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตลอดจนทรัพย์สินและงบประมาณมาขึ้นต่อ ม.ธ.ก.[14]

จากแผนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบของผู้ประศาสน์การภายใต้พระราชบัญญัติฯ ม.ธ.ก. มีลักษณะตลาดวิชา มีอัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่ามหาวิทยาลัยอีกแห่ง และนักศึกษายังแบ่งชำระค่าธรรมเนียมได้เป็น 4 งวด จึงส่งผลให้ในปีแรกมีผู้มาสมัครเข้าเรียน ม.ธ.ก. ถึง 7,094 คน[15]

 

ใบสมัครมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พ.ศ. 2477
ใบสมัครมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พ.ศ. 2477

 

หลังประกาศใช้พระราชบัญญัติฯ ได้ราว 3 เดือน หลวงประดิษฐ์มนูธรรม ได้กราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ รัชกาลที่ 7 เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีสถาปนามหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ในวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2477 เวลา 17 นาฬิกา ณ อาคารโรงเรียนกฎหมาย เชิงสะพานผ่านพิภพลีลา ถนนราชดำเนิน[16] ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่คณะราษฎรประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรกของสยาม

 

สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ และหลวงประดิษฐ์มนูธรรม ในวันสถาปนา ม.ธ.ก. 27 มิถุนายน พ.ศ. 2477
สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ และหลวงประดิษฐ์มนูธรรม
ในวันสถาปนา ม.ธ.ก. 27 มิถุนายน พ.ศ. 2477

 

หลวงประดิษฐ์มนูธรรม ยังกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งมหาวิทยาลัยฯ ที่แสดงถึงเป้าหมายของรัฐบาลสมัยคณะราษฎรอย่างเด่นชัดว่าการพัฒนาการศึกษาและพลเมือง คือประโยชน์ต่อชาติและสร้างความก้าวหน้าแก่ประเทศไว้ว่า

 

“ในปัจจุบันนี้ ประเทศสยามมีความประสงค์อันใหญ่ยิ่งที่จะปรับระดับการศึกษาของราษฎรให้เจริญถึงขนาดเหมาะแก่กาลสมัย

ถ้าระดับการศึกษายังไม่เจริญถึงขนาด ตราบใดความก้าวหน้าของประเทศ ก็จะยังเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นอีกนาน

ยิ่งในสมัยที่ประเทศของเราดำเนินการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญเช่นนี้แล้วเป็นการจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีมหาวิทยาลัยสำหรับประศาสน์ความรู้ในวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองแก่พลเมืองให้มากที่สุดที่จะเป็นไปได้…”[17]

 

ประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาของวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง

การจัดการความรู้และหลักสูตรของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง สะท้อนให้เห็นความคิดของผู้ประศาสน์การและรัฐบาล ณ ขณะนั้นว่าจำเป็นต้องให้ความรู้แก่นักศึกษาและราษฎรใน 3 ลักษณะวิชาเป็นหลักคือ กฎหมาย รัฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ และวิชาธรรมศาสตร์คือการศึกษาขั้นพื้นฐานของชั้นปริญญาตรี โดยระบุรายวิชาหลักไว้ในมาตรา 26 ของพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พุทธศักราช 2476[18] ดังนี้

 

“การศึกษาชั้นปริญญาตรี ผู้ศึกษาจำต้องเรียนวิชาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายทั่วไป (ธรรมศาสตร์) ธรรมนูญศาลยุตติธรรม กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายการเลือกตั้ง กฎหมายปกครอง กฎหมายอาชญา กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีอาชญา กฎหมายลักษณะล้มละลาย กฎหมายลักษณะพะยานและจิตตวิทยา ลัทธิเศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์ กฎหมายการคลัง

และระเบียบวิธีปฏิบัติราชการของทะบวงการเมือง ตามที่มหาวิทยาลัยจะกำหนดให้เลือก และวิชาอื่นซึ่งมหาวิทยาลัยจะกำหนดเพิ่มเติม”

 

ตำราวิชาหลักของ ม.ธ.ก. พ.ศ. 2477
ตำราวิชาหลักของ ม.ธ.ก. พ.ศ. 2477

 

และน้อยคนที่จะทราบว่า หลวงประดิษฐ์มนูธรรม ในบทบาทผู้ประศาสน์การฯ เป็นผู้กำหนดแนวการศึกษาขั้นปริญญาตรี, โท และเอก แห่งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองเองอย่างละเอียด และพิมพ์แจกในงานพิธีเปิดมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง เมื่อที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2477 ไว้จำนวนหนึ่ง ซึ่งสรุปคร่าวๆ ว่า ม.ธ.ก. ในขั้นปริญญาตรี เรียนกัน 6 ภาค แบ่งเป็นสองสมัยๆ ละ 3 เดือน เปิดการสอนวันที่ 1 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 30 กันยายน และสมัยที่ 2 เปิดการสอนวันที่ 15 ธันวาคม จนถึงวันที่ 15 มีนาคม

ตัวอย่างการวางรากฐานทางความคิด ความรู้ของนักศึกษา ม.ธ.ก. เริ่มตั้งแต่การศึกษาในภาคหนึ่ง เรียกว่าเรียนหนักกันตั้งแต่ภาคแรกโดยเน้นที่วิชากฎหมายและการปกครอง ประกอบด้วย 5 วิชา ได้แก่ 1. วิชาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายทั่วไป (ธรรมศาสตร์) 2. วิชากฎหมายรัฐธรรมนูญ 3. วิชากฎหมายเลือกตั้ง 4. ธรรมนูญศาลยุตติธรรม และ 5. กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยบุคคล 

 

แนวการศึกษาขั้นปริญญาตรี, โท และเอก แห่งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง จัดทำโดย หลวงประดิษฐ์มนูธรรม ผู้ประศาสน์การฯ
แนวการศึกษาขั้นปริญญาตรี, โท และเอก แห่งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง
จัดทำโดย หลวงประดิษฐ์มนูธรรม ผู้ประศาสน์การฯ

 

ข้อสังเกตที่น่าพิจารณาเกี่ยวเนื่องกับผลของบริบทภายหลังการอภิวัฒน์ ที่ทำให้วิชากฎหมายสอดผสานกับการเมืองการปกครอง คือวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญและวิชากฎหมายการเลือกตั้ง ที่จัดการเรียนการสอนเชิงรัฐศาสตร์ มีการเรียนทั้งเรื่องรัฐ เรื่องอำนาจอธิปไตย ลัทธิประชาธิปไตย ลัทธิเผด็จการอันขัดต่อการปกครองในระบอบรัฐธรรมนูญ และประวัติการปกครองตั้งแต่โบราณจนถึงวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 และการปกครองตามแบบรัฐธรรมนูญชั่วคราว ฉบับ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2475 และฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 รวมถึงเรียนเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง กับคณะพรรคการเมืองต่าง ๆ และการเลือกตั้งเปรียบเทียบสยามและต่างประเทศ[19] ซึ่งถือว่าร่วมสมัยในยุ

ท้ายที่สุด บทความนี้ไม่ได้เล่าเพียงประวัติของผู้ประศาสน์การฯ ประวัติการก่อตั้ง ม.ธ.ก. หรือเล่าเค้าโครงประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กับขบวนการเคลื่อนไหวของนักศึกษา[20]อย่างที่นิยมกัน หากมีจุดมุ่งหมายที่จะย้อนพินิจกลับไปพิจารณาประวัติศาสตร์ความคิดและภูมิปัญญาของผู้ประศาสน์การฯ หลวงประดิษฐ์มนูธรรมกับคณะราษฎรว่า ‘คิดอะไร’ และ ‘ทำอย่างไร’ เพื่อวางระบบการศึกษาและหลักสูตรของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองในบริบทภายหลังการอภิวัฒน์สยาม 2475

 

คำปฏิญาณในการรับปริญญาตรีแห่งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง
คำปฏิญาณในการรับปริญญาตรีแห่งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง

 

ที่มาของภาพ : สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ บรรณาธิการ, 78 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ. 2477-2555) มองธรรมศาสตร์ผ่านเอกสารจดหมายเหตุ, (กรุงเทพฯ: หอจดหมายเหตุและหอเกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2555)  และ สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ บรรณาธิการ, ธรรมศาสตรานุกรม 80 ปี (2477-2557), (กรุงเทพฯ: หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2557)

 

บรรณานุกรม

เอกสารชั้นต้น :

  • ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาและตรวจร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พุทธศักราช 2476, ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2476,  เล่มที่ 50, หน้า 3220-3221.
  • ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พุทธศักราช 2476, ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 20 มีนาคม 2476, เล่มที่ 50, หน้า 1007-1026.
  • ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศตั้งกรรมการโดยตำแหน่งและกรรมการโดยคุณวุฒิตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และการเมือง พ.ศ. 2476, ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2477, เล่มที่ 51, หน้า 205-206.
  • ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศตั้งคณบดีแห่งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง, ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2477    , เล่มที่ 51, หน้า 902.
  • ราชกิจจานุเบกษา, ระเบียบการเข้าเรียนและอัตราค่าธรรมเนียมของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง, ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 6 พฤษภาคม 2477, เล่มที่ 51, หน้า 462-466.
  • ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติว่าด้วยการโอนกรรมสิทธิที่ดินบริเวณโรงทหารกองพันทหารราบที่ 4 ตำบลท่าพระจันทร์ ให้แก่มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พุทธศักราช 2477, ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2478, เล่มที่  52, หน้า 23-26.
  • สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 วันที่ 28 มิถุนายน พุทธศักราช 2475  ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม, หน้า 6-7.
  • สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 21 (สมัยสามัญ สมัยที่สอง) วันที่ 5 มีนาคม พุทธศักราช 2476 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม, หน้า 1352-1377.
  • สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 14 (สมัยสามัญ สมัยที่สอง) วันที่ 24 มกราคม พุทธศักราช 2477 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม, หน้า 687-709.
  • สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. มท 0601.4.1/9 กล่อง 1. เอกสารกรมที่ดิน เรื่อง คำบรรยายระเบียบวิธีปฏิบัติราชการของทะบวงการเมือง ณ มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง [26 มิ.ย. 2477-18 เม.ย. 2479]

หนังสือภาษาไทย :

  • ชิต เวชประสิทธิ์, สงัด ศรีวณิก, สรุปวิชาธรรมศาสตร์ ตอนที่ 1, (ม.ป.ท.: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง, 2481)
  • เดือน บุนนาค, ฮัตเจสสัน, เจ. เอฟ และทวี ตะเวทิกุล, เศรษฐศาสตร์, (ม.ป.ท.: โรงพิมพ์อักษรนิติ, 2477)
  • แลงกาต์, โรแบรต์, ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน), [ม.ป.ท.]: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง, 2478
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, แนวการศึกษาขั้นปริญญาตรี, โท และเอก แห่งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง, (ม.ป.ท.: โรงพิมพ์ศรีกรุง, 2477)
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 115 ปี ชาตกาล ปรีดี พนมยงค์, (ม.ป.ท.: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2558)
  • สมาน สุวรรณโชติ, ประวัติการต่อสู้ของนักศึกษา ม.ธ.ก., (กรุงเทพฯ: นกฮูก, 2540)
  • สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ บรรณาธิการ, 78 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ. 2477-2555) มองธรรมศาสตร์ผ่านเอกสารจดหมายเหตุ, (กรุงเทพฯ: หอจดหมายเหตุและหอเกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2555)
  • สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ บรรณาธิการ, ธรรมศาสตรานุกรม 80 ปี (2477-2557), (กรุงเทพฯ: หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2557)
  • สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, ข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช 2477, (ม.ป.ท.: สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, 2477)
  • เอกูต์, เอช., ธรรมศาสตร์ (ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายทั่วไป), (ม.ป.ท.: มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง, 2477)

บทความในหนังสือและวารสาร :

  • กษิดิศ อนันทนาธร, “บางเรื่องของโรงเรียนกฎหมาย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์”, ใน จุลสารหอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์, (กรุงเทพฯ: หอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์, 2565), น. 39-56.
  • ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล, “ศาสตราจารย์ ดร. ปรีดี พนมยงค์ ท่านผู้ประศาสน์การ มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (พ.ศ. 2477-2495)”, ใน ผู้ประศาสน์การและอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ. 2477-2556): ประวัติชีวิต ความคิด และการทำงาน. (กรุงเทพฯ: หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2556), น. 18-64.
  • สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล, “มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองกับการเมืองไทย : เค้าโครงประวัติศาสตร์ 50 ปี”, วารสารธรรมศาสตร์ 13, 4 (ธ.ค. 2527): 8-33.

สื่ออิเล็กทรอนิกส์ :

  • ปรีดี เกษมทรัพย์. (25 มิถุนายน 2563). ท่านผู้ประศาสน์การของเรา. สืบค้นจาก  https://pridi.or.th/th/content/2020/06/316 
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ประวัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. สืบค้นจาก https://tu.ac.th/history_tu  
  • อัศนี พลจันทร. (15 กันยายน 2563). ผู้ประศาสน์การมีคนเดียว. สืบค้นจาก https://pridi.or.th/th/content/2020/09/418
 

[1] สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 วันที่ 28 มิถุนายน พุทธศักราช 2475  ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม, หน้า 7.

[2] บรรดาศักดิ์ของปรีดี พนมยงค์ ในเวลานั้น โดยหลวงประดิษฐ์มนูธรรม ดำรงตำแหน่งผู้ประศาสน์การ มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พ.ศ. 2477-2495

[3] ชื่อมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง อาจมีความหมายตามนัยได้ 3 ลักษณะ ก. พิเคราะห์ตามที่มาแห่งศัพท์ คำว่า ธรรมศาสตร์ คือระบบกฎหมายโบราณของสยาม ข. พิเคราะห์ตามธรรมเนียมวิชาการของฝรั่งเศส คำนี้จะครอบคลุมทั้งมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ค. พิจารณาโดยคำนึงถึงหลักสูตรการศึกษาและรายวิชาต่าง ๆ ที่ผู้ประศาสน์การ กำหนดขึ้น โปรดดูเพิ่มเติม ใน ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล, “ศาสตราจารย์ ดร. ปรีดี พนมยงค์ ท่านผู้ประศาสน์การ มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (พ.ศ. 2477-2495)”, ใน ผู้ประศาสน์การและอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ. 2477-2556): ประวัติชีวิต ความคิด และการทำงาน. (กรุงเทพฯ: หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2556), น. 56.

[4] กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาและตรวจร่างพระราชบัญญัติฯ ได้แก่ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ ดร. เดือน บุนนาค พระสารสาสน์ประพันธ์ และ น.อ. พระเรี่ยมวิรัชชพากษ์ ร.น. ใน ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาและตรวจร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พุทธศักราช 2476, ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2476,  เล่มที่ 50, หน้า 3220-3221.

[5] สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 21 (สมัยสามัญ สมัยที่สอง) วันที่ 5 มีนาคม พุทธศักราช 2476 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม, หน้า 1375-1376.

[6] ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พุทธศักราช 2476, ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 20 มีนาคม 2476, เล่มที่ 50, หน้า 1008.

[7] เรื่องเดียวกัน, น. 1009-1012.

[8] ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศตั้งกรรมการโดยตำแหน่งและกรรมการโดยคุณวุฒิตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง พ.ศ. 2476, ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2477, เล่มที่ 51, หน้า 205-206.

[9] ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล, “ศาสตราจารย์ ดร. ปรีดี พนมยงค์ ท่านผู้ประศาสน์การ มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (พ.ศ. 2477-2495)”, ใน ผู้ประศาสน์การและอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ. 2477-2556): ประวัติชีวิต ความคิด และการทำงาน. (กรุงเทพฯ: หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2556), น. 24-26.

[10] ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศตั้งคณบดีแห่งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง, ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2477, เล่มที่ 51, หน้า 902.

[11] สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 14 (สมัยสามัญ สมัยที่สอง) วันที่ 24 มกราคม พุทธศักราช 2477 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม, หน้า 688-689.

[12]  ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พุทธศักราช 2476, ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 20 มีนาคม 2476, เล่มที่ 50, หน้า 1015.

[13] ราชกิจจานุเบกษา, ระเบียบการเข้าเรียนและอัตราค่าธรรมเนียมของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง, ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 6 พฤษภาคม 2477, เล่มที่ 51, หน้า 465.

[14] ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พุทธศักราช 2476, ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 20 มีนาคม 2476, เล่มที่ 50, หน้า 1009.

[15] มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ประวัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. สืบค้นจาก https://tu.ac.th/history_tu 

[16] เรื่องโรงเรียนกฎหมาย โปรดดูเพิ่มเติมที่ กษิดิศ อนันทนาธร, “บางเรื่องของโรงเรียนกฎหมาย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์”, ใน จุลสารหอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์, (กรุงเทพฯ: หอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์, 2565), น. 39-56.

[17] ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล, “ศาสตราจารย์ ดร. ปรีดี พนมยงค์ ท่านผู้ประศาสน์การ มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (พ.ศ. 2477-2495)”, ใน ผู้ประศาสน์การและอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ. 2477-2556): ประวัติชีวิต ความคิด และการทำงาน. (กรุงเทพฯ: หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2556), น. 52.

[18] ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พุทธศักราช 2476, ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 20 มีนาคม 2476, เล่มที่ 50, หน้า 1016.

[19] มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, แนวการศึกษาขั้นปริญญาตรี, โท และเอก แห่งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง, (ม.ป.ท.: โรงพิมพ์ศรีกรุง, 2477), น. 1-10.

[20] หากสนใจการเคลื่อนไหวของขบวนการนักศึกษาและประวัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เชิงประวัติศาสตร์นิพนธ์ โปรดดูเพิ่มเติมที่ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล, “มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองกับการเมืองไทย: เค้าโครงประวัติศาสตร์ 50 ปี”, วารสารธรรมศาสตร์ 13, 4 (ธ.ค. 2527): 8-33. และสมาน สุวรรณโชติ, ประวัติการต่อสู้ของนักศึกษา ม.ธ.ก., (กรุงเทพฯ: นกฮูก, 2540)