ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ข่าวสาร

วันที่ 18 สิงหาคมของทุกปี ถือเป็นวันที่เป็นหมุดหมายสำคัญยิ่งของมิตรภาพระหว่างไทยกับเวียดนาม เพราะในวันดังกล่าวเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ทั้งสองประเทศต่างสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ และต่างให้ความช่วยเหลือและทำการแลกเปลี่ยนทั้งทางด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และเทคโนโลยี รวมถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนของสองประเทศ ตรงกับนิยามความหมายของคำว่า “เติบโตไปด้วยกัน” (Growing Together) ซึ่งเป็นแนวคิดหลักของการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทยและเวียดนามในปีนี้
สถาบันปรีดี พนมยงค์ ร่วมกับสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลและภาคีเครือข่าย จัดงานเทศกาลสันติภาพ ประจำปี 2569 (Peace Festival Week 2026) ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจแนวคิดสันติศึกษา และการทำความเข้าใจเหตุการณ์ความรุนแรงในอดีตอันเกิดจากการเรียกร้องประชาธิปไตย ทั้งของไทยและของเกาหลีใต้ซึ่งมีความคล้ายคลึงกัน และสามารถนำมาถอดบทเรียนเพื่อสร้างองค์ความรู้ร่วมกันได้
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ได้ร่วมกับสถาบันปรีดี พนมยงค์ จัดงาน 81 ปีวันสันติภาพไทย เพื่อรำลึกถึงเสรีไทยและผู้เสียชีวิตจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ณ ช่วงเช้า ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และบ่ายวันเดียวกัน ทางกรุงเทพมหานคร ร่วมกับสถาบันปรีดี พนมยงค์ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมในวาระ 81 ปีวันสันติภาพไทยเช่นกัน โดยภายในงานมีทั้งนิทรรศการและการเสวนา ณ ชั้น 1 ห้องอเนกประสงค์ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

บทความ

21
ส.ค.
2569
ฐปณีย์ เอียดศรีไชยเป็นสื่อมวลชนที่ติดตามทำข่าวสถานการณ์ไทย-กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ช่วงเวลาที่วิศวกรไทยถูกจับในฐานะสายลัยที่เมืองพนมเปญเมื่อปี พ.ศ.2551 จนกระทั่งถึงช่วงเวลาความขัดแย้งในปัจจุบัน ฐปณีย์ได้สังเกตเห็นถึงมิติความขัดแย้งต่าง ๆ ที่ซับซ้อน ไม่ได้มีเพียงเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์อย่างเดียว แต่ยังรวมถึงเรื่องของวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคม และมองว่ารัฐบาลของทั้งสองฝ่าย ยังสามารถหาหนทางแก้ไขความขัดแย้งได้
21
ส.ค.
2569
“ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์” ในประเทศไทยจะเกิดขึ้นหรือไม่ เป็นคำถามที่อยู่ในความคิดของคนจำนวนมาก รวมถึงมารุต บุนนาค อดีตนักกฎหมาย นักการเมือง รัฐมนตรี และประธานรัฐสภา ผู้ที่ยอมรับว่าหลักกฎหมายและระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย อาจไม่ได้นำความเป็นธรรมมาสู่ทุกคน แต่ในขณะเดียวกัน มารุตก็มองว่านักกฎหมายควรที่จะทำให้อำนาจรัฐเป็นไปเพื่อรักษาไว้ซึ่งคุณค่าที่สำคัญกว่า คือ สิทธิเสรีภาพ ความยุติธรรม และความถูกต้องของสังคมด้วยเช่นกัน
ย้อนอ่านชีวิตของ มารุต บุนนาค ผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ทั้งธรรมศาสตร์ภายใต้อำนาจรัฐประหาร ขบวนการนักศึกษาวันที่ 5 พฤศจิกายน 2494 เส้นทางวิชาชีพทนายความ คดีการเมือง งานรัฐสภา ตลอดจนความสัมพันธ์กับปรีดี พนมยงค์และครอบครัว โดยเฉพาะงาน “ครั้งหนึ่งในบัลลังก์ 24” ซึ่งเขียนในนามปากกา “ผู้สื่อข่าวน้อย” และบันทึกฉากอำลาระหว่างพูนศุขกับปาล พนมยงค์ไว้อย่างสะเทือนใจ
นอกจากการพูดถึงสถานการณ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา และการวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อมองหาหนทางแก้วิกฤต ในงาน Pridi Talk #37 ผู้ช่วยศาสตราจารย์อัครพงษ์ ค่ำคูณยังเล่าถึงการกำเนิดของสันนิบาตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือ SEAL องค์การซึ่งหากวันนี้ยังคงทำงานอยู่ ก็น่าจะมีบทบาทต่อการแก้ไขสถานการณ์ระหว่างสองประเทศที่กำลังเกิดขึ้น
เพราะจังหวัดกาญจนบุรีเป็นเมืองแห่งการถ่ายทำภาพยนตร์ ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน การจะส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดโดยอาศัยภาพยนตร์นั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยากจนเกินไปและเป็นเรื่องน่าสนใจทีเดียว แนวความคิดของการดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วย “เมืองหนัง” จึงกลายเป็นเครื่องมือที่อาจจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในจังหวัดให้เติบโตได้เป็นระบบ โดยเทศกาลนี้จะจัดระหว่าง 28-30 สิงหาคมนี้ ที่โรงงานกระดาษไทย จังหวัดกาญจนบุรี
ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา นอกจากนำมาซึ่งกับสูญเสียของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทยแล้ว ผลที่กระทบต่อเสถียรภาพบริเวณชายแดน ก็ถือเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสไม่แพ้กัน คำถามที่หลายคนเฝ้าถามมาตลอดนับตั้งแต่สงครามครั้งใหม่เริ่ม ก็คือจะมีหนทางใดบ้างที่จะสามารถลดระดับความขัดแย้งระหว่างสองชาติลง และเดินสู่การเจรจาที่นำไปสู่สันติ แต่ความซับซ้อนทางการเมืองและการทูต ทำให้ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาไม่อาจได้บทสรุปโดยง่าย
การที่นายปรีดี พนมยงค์ในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ไม่ลงนามในการประกาศสงครามต่อฝ่ายสัมพันธมิตรของไทย เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นว่า เอกราชของสยามไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ แต่เกิดจากความมุ่งมั่นที่จะรักษาซึ่งหลักการและผลประโยชน์ของชาติของนายปรีดี รวมไปถึงการทำงานของเสรีไทยทุกคน ที่ปฏิบัติการต่าง ๆ ช่วยให้ไทยพ้นจากการเป็นผู้แพ้สงคราม และนำไปสู่การการถือกำเนิดขึ้นของวันสันติภาพไทยในท้ายที่สุด
ในวันที่ข้อพิพาทบริเวณชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชายังไม่จบสิ้นง่าย ๆ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข ได้เชิญชวนให้ผู้สนใจ ย้อนมองถึงที่มาของปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนจะกลายเป็นสถานการณ์ “ลิงแก้แห่” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ MoU 44 ที่จมอยู่จุดเดิมมา 20 ปี ไปจนถึงข้อถกเถียงเรื่องแผนที่ทหารซึ่งสองประเทศเห็นต่างกันอย่างสิ้นเชิง และหากรัฐบาลไทยและกัมพูชาอยากบรรลุข้อตกลงร่วมกัน จะมีหนทางไหนบ้างที่นำไปสู่สันติภาพ
การจะพิจารณายุทธศาสตร์ความมั่นคงของไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะกับนโยบายที่มีต่อกัมพูชา ก็คงต้องย้อนสำรวจกันตั้งแต่ในอดีต เพราะปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ทั้งสองประเทศมีความเกี่ยวพันเชิงภูมิรัฐศาสตร์ร่วมกันมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นช่วงสงครามเย็น ที่เคยร่วมกันรับมือกับอิทธิพลของลัทธิคอมมิวนิสต์ แต่เพราะกระแสชาตินิยมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ได้นำสองชาติเข้าสู่สงครามครั้งใหม่ที่มีทั้งการปะทะกันทั้งด้วยกำลังและการข่าวสาร ที่รุนแรงจนยังไม่มีใครบอกได้ว่าความขัดแย้งนี้จะจบลงอย่างไร
คนรุ่นใหม่บางคนอาจจะไม่ทราบว่า จารุบุตร เรืองสุวรรณ นอกจากจะเป็นอดีตประธานรัฐสภาและประธานวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น 5 สมัยแล้ว ยังมีบทบาทที่สำคัญต่อขบวนการเสรีไทยในอดีต โดยเฉพาะในฐานะของ “ช้างวิ่ง” เคียงข้างปรีดี พนมยงค์และเพื่อนสมาชิก แม้รายละเอียดเรื่องราวในส่วนนี้จะถูกเล่าผ่าน “นิทานเสรีไทย” ที่เปรียบเสมือนบันทึกความทรงจำ แต่ก็ถือว่ามีความน่าศึกษาเพื่อทำความเข้าใจต่อประวัติศาสตร์ในอดีต
แม้ชีวิตของปรีดี พนมยงค์และหะยีสุหลงจะมีเส้นทางที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่จิตใจที่มุ่งมั่นจะสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมนั้นไม่ได้แตกต่างกันเท่าไร ทั้งสองต่างเผชิญความยากลำบากเพื่อรักษาไว้ซึ่งอุดมการณ์และผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมและความเสมอภาค ในขณะที่สุดท้ายแล้วปรีดีต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ ชะตากรรมของหะยีสุหลงกลับกลายเป็นปริศนาที่ไม่เคยมีใครให้คำตอบที่แท้จริงได้

หนังสือขายดี

ผู้เขียน : ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี
พิมพ์ครั้งที่่ 1 : มิถุนายน 2564

สันติสุข โสภณสิริ บรรณาธิการ
240 หน้า
ราคา 195 บาท

เนื่องในวาระ 81 ปี พระเจ้าช้างเผือก
ชุด พระเจ้าช้างเผือก 200 บาท
+ DVD พระเจ้าช้างเผือก

หนังสือแนะนำ

หนังสือหายาก

ความเป็นอนิจจังของสังคม
เหลือ 12 เล่ม

แนวความคิดประชาธิปไตยของปรีดี พนมยงค์
เหลือ 5 เล่ม

ประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดย ปรีดี พนมยงค์
เหลือ 10 เล่ม