ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ข่าวสาร

สารแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันชาติเวียดนาม และวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม
วันที่ 18 สิงหาคมของทุกปี ถือเป็นวันที่เป็นหมุดหมายสำคัญยิ่งของมิตรภาพระหว่างไทยกับเวียดนาม เพราะในวันดังกล่าวเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ทั้งสองประเทศต่างสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ และต่างให้ความช่วยเหลือและทำการแลกเปลี่ยนทั้งทางด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และเทคโนโลยี รวมถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนของสองประเทศ ตรงกับนิยามความหมายของคำว่า “เติบโตไปด้วยกัน” (Growing Together) ซึ่งเป็นแนวคิดหลักของการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทยและเวียดนามในปีนี้
สถาบันปรีดี พนมยงค์ ร่วมกับสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลและภาคีเครือข่าย จัดงานเทศกาลสันติภาพ ประจำปี 2569 (Peace Festival Week 2026) ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจแนวคิดสันติศึกษา และการทำความเข้าใจเหตุการณ์ความรุนแรงในอดีตอันเกิดจากการเรียกร้องประชาธิปไตย ทั้งของไทยและของเกาหลีใต้ซึ่งมีความคล้ายคลึงกัน และสามารถนำมาถอดบทเรียนเพื่อสร้างองค์ความรู้ร่วมกันได้

บทความ

5
ก.ย.
2569
เล้ง ศรีสมวงศ์ สมาชิกคณะราษฎรสายพลเรือน ผู้ร่วมงานใกล้ชิดของปรีดี พนมยงค์ มีบทบาทสำคัญทั้งในการอภิวัฒน์สยาม พ.ศ. 2475 การวางรากฐานสำนักงานธนาคารชาติไทย และการบริหารการคลังของประเทศในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนที่ 3 ชีวิตและการทำงานของเขาสะท้อนอุดมการณ์การรับใช้สาธารณะ ความสุจริต และความรับผิดชอบต่อประชาชน ดังคำกล่าวสำคัญว่า “การทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ข้าพเจ้าถือว่ารับผิดชอบเงินของชาติ ไม่ใช่เงินของรัฐบาล” ซึ่งยังคงมีความหมายต่อสังคมไทยมาจนถึงปัจจุบัน
5
ก.ย.
2569
หนังสืออนุสรณ์งานศพ อาจจะเป็นมากกว่าของชำร่วยที่แจกให้แก่ผู้มาร่วมงาน หนังสืออนุสรณ์งานศพของ “เล้ง ศรีสมวงศ์” ก็เป็นมากกว่าหนังสือธรรมดาที่บอกเล่าแค่ชีวประวัติ เพราะหนังสือเล่มนี้เปิดเผยให้เห็นถึงการต่อสู้ตลอดระยะเวลาของชีวิต จากนักเรียนทุนต่างประเทศผู้ไม่หยุดอยู่แค่อาชีพครูผู้สอนหนังสือเด็ก หรือพนักงานของกรมรถไฟธรรมดา กลับกลายเป็นการเปิดเผยถึงชีวิตอันยิ่งใหญ่ของนักประชาธิปไตยผู้ร่วมต่อสู้กับความอยุติธรรม สรรค์สร้างระบบราชการที่เอื้อการทำงานทุกฝ่าย ยอมเล่นการเมืองซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเองไม่ปรารถนาและเป็นหนึ่งในผู้วางรากฐานการธนาคารให้กับประเทศไทย นับได้ว่าหนังสืองานศพเล่มนี้เปรียบเสมือนประวัติศาสตร์แห่งยุคที่ควรค่าแก่การจดจำ
ในช่วงชีวิตของปัญญาชนคนหนึ่งที่ได้โลดแล่นผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของสังคมไทย ที่เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเดิมอย่างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ระบอบประชาธิปไตย จากเส้นทางการทำงานของนักกฎหมายที่มั่นคงได้หันเหไปสู่การเป็นครูผู้สอนวิชากฎหมาย เพื่อช่วยงานอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ และกิจการของมหาวิทยาลัย แต่ผลงานที่สำคัญยิ่งกว่าคือการสอนวิชา “เศรษฐศาสตร์” อันเป็นวิชาที่ศาสตราจารย์เดือน บุนนาค เล็งเห็นถึงความสำคัญและจะมีประโยชน์ต่อคนไทยต่อไป
การทูตที่สง่างามและมีอารยะ ช่วยให้นโยบายการต่างประเทศดำเนินไปได้อย่างเหมาะสม เฉกเช่นการทูตที่ปรีดี พนมยงค์ได้ดำเนินการในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากการประกาศวันสันติภาพไทยในวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2488 พิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา ยังหยิบนำข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ จากภารกิจ ณ ต่างประเทศของปรีดีในห้วงเวลาดังกล่าว ซึ่งมีความสำคัญมาก ๆ ต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในระดับนานาชาติ
คืนวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ขณะมีอายุ 29 ปี ม.ล.กรีร่วมกับสมาชิกคณะราษฎรอีกสามคนปฏิบัติภารกิจตัดสายโทรเลขบริเวณตลิ่งชัน เพื่อตัดช่องทางส่งข่าวในช่วงเริ่มต้นของการอภิวัฒน์ เช้าวันต่อมา สยามเปลี่ยนผ่านจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เข้าสู่ระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ต่อมาเขายังทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรชุดแรก ร่วมพิทักษ์รัฐธรรมนูญเมื่อเกิดกบฏบวรเดช และเข้าร่วมขบวนการเสรีไทยต่อต้านญี่ปุ่น นาม “เดชาติวงศ์” ยังคงปรากฏอยู่บนสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่นครสวรรค์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่หม่อมหลวงกรี เดชาติวงศ์ วิศวกรรถไฟ สมาชิกคณะราษฎร และผู้ทำงานด้านคมนาคมซึ่งอุทิศชีวิตให้แก่ราชการจนวาระสุดท้าย
ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์บาดแผลจากเหตุการณ์ความรุนแรงอยู่หลายครั้ง คำถามสำคัญคือเราเรียนรู้อะไรบ้างจากเรื่องเหล่านั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า หากเราให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนเรื่อง “สันติศึกษา” และนำเอาแนวคิดดั้งเดิมของปรีดี พนมยงค์และเสรีไทยในด้านสันติภาพมาปรับใช้ สังคมไทยก็อาจไร้ซึ่งอดีตที่เต็มไปด้วยบาดแผลก็เป็นได้
ความสำคัญของวันสันติภาพไทย ก็อาจจะต้องย้อนมองไปถึงเหตุการณ์สำคัญซึ่งนำไปสู่การประกาศสันติภาพของปรีดี พนมยงค์ และกระบวนการที่ทำให้ได้มาซึ่งเสรีภาพของประชาชนชาวไทย และการส่งเสริมเสรีภาพของประชาชนชาวไทยผ่านหลัก 6 ประการของคณะราษฎร ก็มีส่วนให้กระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทยมีการพัฒนาที่มากขึ้น
ทวีป วรดิลก เป็นทั้งนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ นักกฎหมาย และศิลปินแห่งชาติ ผู้ยืนยันว่าปากกาควรรับใช้ประชาชน และเสรีภาพต้องดำเนินควบคู่กับความรับผิดชอบ เขาผ่านทั้งการถูกลบชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษาเพราะร่วมเคลื่อนไหวเรียกร้องสันติภาพ ไปจนถึงการถูกควบคุมตัวในเหตุการณ์ “กบฏสันติภาพ” ถึงอย่างนั้น ความมุ่งมั่นที่จะปกป้องประชาธิปไตยและรักษาความถูกต้องก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นต่อไปได้
ในวันที่ระเบียบโลกได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มหาอำนาจอย่างเช่นสหรัฐอเมริกา จีนหรือรัสเซีย พยายามที่จะนิยามพื้นที่เขตแดนใหม่ให้แก่ประเทศของตน ผ่านนโยบายการต่างประเทศที่แข็งกร้าว หรือการใช้กำลังทางทหารรุกรานเพื่อนบ้าน คำถามสำคัญที่น่าสนใจก็คือ ในภาวะเช่นนี้ ประเทศไทยจะรับมืออย่างไรเมื่อแนวคิดเกี่ยวกับภูมิรัฐศาสตร์ของโลกกำลังถูกสั่นคลอน การดำรงไว้ซึ่ง “สันติภาพ” จะเป็นได้ได้แค่ไหนในยุคที่การทูตแบบดั้งเดิมเริ่มอาจจะไม่ตอบโจทย์ต่อโลกยุคปัจจุบัน
ในทุกวงการเสวนา สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญก็คือความเห็นจากผู้เข้าร่วมงาน นอกเหนือจากการแลกเปลี่ยนความคิดจากวิทยากรผู้เข้าร่วมการเสวนาด้วยแล้ว และในหลาย ๆ มุมมอง ถือเป็นการเปิดประตูไปสู่คำถามที่น่าสนใจ ภายใต้แนวคิดเดียวกันที่อยู่ในความสนใจของผู้ร่วมงานทุกท่าน นั่นคือเราจะยังมีความหวังถึงสันติภาพได้หรือไม่ และท่ามกลางปัญหามากมาย จะสามารถหาทางออกให้ความขัดแย้งของไทยและกัมพูชาอย่างไร
ประสบการณ์และมุมมองที่น่าสนใจ ที่จะมีส่วนช่วยต่อการแก้วิกฤตความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนไทยกับกัมพูชา ตั้งแต่เรื่องการเปรียบเทียบนโยบายต่างประเทศในอดีต การกำหนดยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง และการกำหนดนโยบายต่างประเทศที่อาจจะต้องเริ่มด้วยการมองมุมใหม่ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

หนังสือขายดี

ผู้เขียน : ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี
พิมพ์ครั้งที่่ 1 : มิถุนายน 2564

สันติสุข โสภณสิริ บรรณาธิการ
240 หน้า
ราคา 195 บาท

เนื่องในวาระ 81 ปี พระเจ้าช้างเผือก
ชุด พระเจ้าช้างเผือก 200 บาท
+ DVD พระเจ้าช้างเผือก

หนังสือแนะนำ

หนังสือหายาก

ความเป็นอนิจจังของสังคม
เหลือ 12 เล่ม

แนวความคิดประชาธิปไตยของปรีดี พนมยงค์
เหลือ 5 เล่ม

ประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดย ปรีดี พนมยงค์
เหลือ 10 เล่ม